ผมเพิ่งเรียนจบปริญญาตรี อยากเป็นข้าราชการมาก ๆ โดยการสอบเข้ารับราชการทั่วไปนั้น ต้องสอบผ่านภาค ก, ข, ค ตามลำดับ จึงจะมีสิทธิขึ้นบัญชีรายชื่อไว้รอเรียกบรรจุและแต่งตั้งต่อไป
**ขอเท้าความก่อนนะครับ** เดือนมีนาคม 61 เปิดรับสมัครสอบ ภาค ก (ก.พ.) จากนั้นสอบเดือนกรกฎาคม แล้วประกาศผลสอบเดือนกันยายน หากสอบตกอังกฤษ สามารถสอบซ่อมได้ในเดือนธันวาคม แล้วก็เพิ่งประกาศผลสอบสด ๆ ร้อน ๆ ของเช้าเมื่อวานนี้นี่เอง คือ 28 กุมภาพันธ์ 62
แต่ทว่า.. ช่วงเปิดรับสมัครสอบดังกล่าว ผมมุ่งมั่นกับการทำโปรเจ็คจบอย่างบ้าคลั่ง ไม่ได้ติดตามข่าวสารการสอบราชการแม้แต่น้อย ซึ่งตอนนั้นคิดเพียงว่า.. มุ่งมั่นทำโปรเจ็คให้สำเร็จไปก่อน หากจะสอบอะไรยังไงค่อยศึกษาหาข้อมูลภายหลัง
ต่อมา.. ต้นเดือนพฤษภาคม โปรเจ็คสำเร็จไปด้วยดีจึงขอพักผ่อนสักระยะ ซึ่งช่วงนี้เป็นต้นไปจะเข้าสู่ประเด็นอย่างจริงจังครับ
ปลายเดือนพฤษภาคม ผมเริ่มศึกษาหาข้อมูลว่าการสอบรับข้าราชการมีระเบียบอย่างไรบ้าง ปรากฏว่า!! ผมช้าไป T__T เมื่อ 2 เดือนก่อน มีการเปิดรับสมัครสอบ ภาค ก (ก.พ.) ซึ่งปิดรับสมัครไปแล้ว และหากสอบตกอังกฤษก็สามารถสอบซ่อมได้เป็นรุ่นสุดท้าย!! ฉะนั้น การสอบ ภาค ก (ก.พ.) ปี 62 เป็นต้นไปจะไม่มีการซ่อมอังกฤษแล้ว ผมรู้สึกเสียดายมาก ๆ นี่เราพลาดโอกาสทองไปแล้ว หลังจากนั้นผมจึงศึกษาหาข้อมูลว่ามีสนามสอบใดบ้างที่เปิดสอบภาค ก และ ข เอง โดยที่ผมไม่ต้องรอสอบ ภาค ก (ก.พ.) ในปีหน้า
จนกระทั่ง.. เดือนสิงหาคม เริ่มมีข่าวแว่ว ๆ ว่าจะมีสนามสอบ กทม. และ อปท. โดยเปิดสอบภาค ก, ข เอง (ผมไม่มีความสนใจด้านการสอบตำรวจ, ทหาร) งั้นก็เข้าทางผมสิครับ ตั้งแต่นั้นมาผมจึงเริ่มอ่านหนังสือซึ่งผมก็ทำงานพาร์ทไทม์ควบคู่ไปด้วยเพื่อให้มีรายได้เพื่อประคับประคองตัวเองในระหว่างที่เตรียมตัวสอบ
ต่อมา.. เดือนพฤศจิกายน ประกาศรับสมัครสอบข้าราชการ กทม. ผมก็ไม่พลาดที่จะสมัครสอบ ผมตั้งใจอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และหยุดทำงานพาร์ทไทม์เพื่อทุ่มเทอ่านหนังสือให้เต็มที่
ผ่านไปข้ามปี เดือนกุมภาพันธ์ 62 เข้าสอบ กทม. อย่างแน่วแน่เพราะเตรียมตัวมาค่อนข้างดี และมั่นใจว่าสอบผ่านแน่นอน แต่ผลปรากฎว่า "สอบไม่ผ่าน" จากการวิเคราะห์ตนเองแล้ว คาดว่าไม่ผ่านส่วนของภาษาอังกฤษ แอบเสียดาย T__T
แต่ทว่า.. ตอนนี้ เงินก็ใกล้หมดเพราะช่วงเตรียมตัวสอบนั้นไม่มีรายได้ใด ๆ เข้ามาทั้งสิ้น อีกทั้งการภาค ก (ก.พ.) ปี 62 ก็จะเปิดรับสมัครแล้ว และภารกิจส่วนตัว คือ เดือนเมษายนนี้ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารอีก สับสนไปหมดแล้วครับ หนังสือก็อ่าน เกณฑ์ทหารก็ยังไม่วางใจ เงินก็ใกล้หมด สารพันปัญหา จะเอาอย่างไรต่อดีครับ ?
หนังสือก็อ่าน เกณฑ์ทหารก็ยังไม่วางใจ เงินก็ใกล้หมด สารพันปัญหา จะเอาอย่างไรต่อดีครับ ?
**ขอเท้าความก่อนนะครับ** เดือนมีนาคม 61 เปิดรับสมัครสอบ ภาค ก (ก.พ.) จากนั้นสอบเดือนกรกฎาคม แล้วประกาศผลสอบเดือนกันยายน หากสอบตกอังกฤษ สามารถสอบซ่อมได้ในเดือนธันวาคม แล้วก็เพิ่งประกาศผลสอบสด ๆ ร้อน ๆ ของเช้าเมื่อวานนี้นี่เอง คือ 28 กุมภาพันธ์ 62
แต่ทว่า.. ช่วงเปิดรับสมัครสอบดังกล่าว ผมมุ่งมั่นกับการทำโปรเจ็คจบอย่างบ้าคลั่ง ไม่ได้ติดตามข่าวสารการสอบราชการแม้แต่น้อย ซึ่งตอนนั้นคิดเพียงว่า.. มุ่งมั่นทำโปรเจ็คให้สำเร็จไปก่อน หากจะสอบอะไรยังไงค่อยศึกษาหาข้อมูลภายหลัง
ต่อมา.. ต้นเดือนพฤษภาคม โปรเจ็คสำเร็จไปด้วยดีจึงขอพักผ่อนสักระยะ ซึ่งช่วงนี้เป็นต้นไปจะเข้าสู่ประเด็นอย่างจริงจังครับ
ปลายเดือนพฤษภาคม ผมเริ่มศึกษาหาข้อมูลว่าการสอบรับข้าราชการมีระเบียบอย่างไรบ้าง ปรากฏว่า!! ผมช้าไป T__T เมื่อ 2 เดือนก่อน มีการเปิดรับสมัครสอบ ภาค ก (ก.พ.) ซึ่งปิดรับสมัครไปแล้ว และหากสอบตกอังกฤษก็สามารถสอบซ่อมได้เป็นรุ่นสุดท้าย!! ฉะนั้น การสอบ ภาค ก (ก.พ.) ปี 62 เป็นต้นไปจะไม่มีการซ่อมอังกฤษแล้ว ผมรู้สึกเสียดายมาก ๆ นี่เราพลาดโอกาสทองไปแล้ว หลังจากนั้นผมจึงศึกษาหาข้อมูลว่ามีสนามสอบใดบ้างที่เปิดสอบภาค ก และ ข เอง โดยที่ผมไม่ต้องรอสอบ ภาค ก (ก.พ.) ในปีหน้า
จนกระทั่ง.. เดือนสิงหาคม เริ่มมีข่าวแว่ว ๆ ว่าจะมีสนามสอบ กทม. และ อปท. โดยเปิดสอบภาค ก, ข เอง (ผมไม่มีความสนใจด้านการสอบตำรวจ, ทหาร) งั้นก็เข้าทางผมสิครับ ตั้งแต่นั้นมาผมจึงเริ่มอ่านหนังสือซึ่งผมก็ทำงานพาร์ทไทม์ควบคู่ไปด้วยเพื่อให้มีรายได้เพื่อประคับประคองตัวเองในระหว่างที่เตรียมตัวสอบ
ต่อมา.. เดือนพฤศจิกายน ประกาศรับสมัครสอบข้าราชการ กทม. ผมก็ไม่พลาดที่จะสมัครสอบ ผมตั้งใจอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และหยุดทำงานพาร์ทไทม์เพื่อทุ่มเทอ่านหนังสือให้เต็มที่
ผ่านไปข้ามปี เดือนกุมภาพันธ์ 62 เข้าสอบ กทม. อย่างแน่วแน่เพราะเตรียมตัวมาค่อนข้างดี และมั่นใจว่าสอบผ่านแน่นอน แต่ผลปรากฎว่า "สอบไม่ผ่าน" จากการวิเคราะห์ตนเองแล้ว คาดว่าไม่ผ่านส่วนของภาษาอังกฤษ แอบเสียดาย T__T
แต่ทว่า.. ตอนนี้ เงินก็ใกล้หมดเพราะช่วงเตรียมตัวสอบนั้นไม่มีรายได้ใด ๆ เข้ามาทั้งสิ้น อีกทั้งการภาค ก (ก.พ.) ปี 62 ก็จะเปิดรับสมัครแล้ว และภารกิจส่วนตัว คือ เดือนเมษายนนี้ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารอีก สับสนไปหมดแล้วครับ หนังสือก็อ่าน เกณฑ์ทหารก็ยังไม่วางใจ เงินก็ใกล้หมด สารพันปัญหา จะเอาอย่างไรต่อดีครับ ?