"สถานทูตสหรัฐ" ส่ง จนท.ฝ่ายการเมือง เข้าพบ ผอ.กกต.กาญจน์ เพื่อขอข้อมูลการจัดการเลือกตั้ง
https://www.matichon.co.th/region/news_1383481
เมื่อเวลา 14.50 น. วันที่ 27 ก.พ.62 ที่ห้องเรียนรู้ประชาธิปไตย ศูนย์ประสานงานเครือข่าย สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดกาญจนบุรี ถนนแม่น้ำแม่กลอง ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี นาง
แอนนี โฮล เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเมือง สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย พร้อมด้วยนาย
รชฏ อุทัยจันทร์ เจ้าหน้าที่ประสานงานการเมือง เข้าพบ ดร.
สุชัญญา วิมุกตายน ผอ.กกต.ประจำจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อพูดคุยในประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคในการเตรียมความพร้อมการจัดการเลือกตั้ง ในเขตพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ที่จะมีขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 24 มี.ค.นี้ โดยมีนาย
คงยศ บุญรักษ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดศรีสะเกษ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายนิเทศสัมพันธ์ เข้าร่วมและแปลภาษา
ดร.
สุชัญญา วิมุกตายน ผอ.กกต.ประจำจังหวัดกาญจนบุรี ได้อธิบายถึงลักษณะภูมิประเทศของแต่ละเขตเลือกตั้ง รวมทั้งแจ้งจำนวนพรรคการเมือง จำนวนผู้สมัคร ส.ส.รวมทั้งจำนวนหน่วยเลือกตั้งของจังหวัดกาญจนบุรี และนำเจ้าหน้าที่มาสาธิตวิธีขั้นตอนการลงคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเสมือนจริงให้ นาง
แอนนี โฮล ได้ฟังและชมจนเข้าใจ สร้างความพอใจให้กับ นาง
แอนนี โฮล เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเมือง สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย เป็นอย่างมาก แต่การมาของ นาง
แอนนี โฮล ในครั้งนี้ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนแต่อย่างใด
ดร.
สุชัญญา วิมุกตายน ผอ.กกต.ประจำจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า การมาของนาง
แอนนี โฮล เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเมือง สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ก็เพื่อต้องการทราบข้อมูลทั่วไปของการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง รวมทั้งข้อมูลจำนวนผู้สมัครและพรรคการเมือง
และในส่วนของการเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งของ กกต.จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคในการจัดการเลือกตั้งด้วย
ดร.
สุชัญญากล่าวว่า จนถึงขณะนี้ มีผู้ร้องเรียนเข้ามายัง กกต.จังหวัดกาญจนบุรี เพียงเรื่องเดียว คือมีการร้องเรียนว่ามีนายกเทศมนตรีแห่งหนึ่งวางตัวไม่เป็นกลาง สำหรับหน่วยเลือกตั้งของจังหวัดกาญจนบุรี ได้กำหนดเอาไว้จำนวน 1,032 หน่วยเลือกตั้ง แต่จะต้องรอให้ ผอ.เขตเป็นผู้กำหนดเพื่อออกประกาศ ซึ่งคาดว่าคงจะประกาศหน่วยเลือกตั้งได้ไม่เกินวันที่ 3 มี.ค.ที่จะถึงนี้
สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ กกต.จังหวัดกาญจนบุรี ได้ตั้งเป้าเอาไว้ที่ร้อยละ 80 ของจำนวนประชากรผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 628,423 คน เพราะเท่าที่ได้สอบถามประชาชนทุกคนค่อนข้างรู้สึกตื่นตัวที่จะมาใช้สิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้ และที่สำคัญสัปดาห์หน้าจะมีกลุ่มผู้พิการทางการได้ยิน เดินทางมาที่สำนักงาน กกต.เพื่อทำความเข้าใจขั้นตอนการลงคะแนน อย่างไรก็ตามอยากจะฝากไปถึงชาวกาญจนบุรีมาร่วมสร้างสรรค์ประเทศพร้อมใจกันไปเลือกตั้ง ในวันที่ 24 มี.ค.นี้ให้มากๆ
186 องค์กร ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ สนช. ยุติการพิจารณากฎหมายทุกฉบับ
https://workpointnews.com/2019/02/27/186-องค์กร-ยื่นหนังสือเรีย/
วันที่ 27 ก.พ. 62 ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน 186 องค์กร นัดหมายแต่งกายชุดสีดำ รวมตัวที่หน้าวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร เพื่อเรียกร้องให้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ยุติบทบาทในการพิจารณากฎหมายทุกฉบับ และเรียกร้องให้รัฐบาลชะลอนำกฎหมาย 66 ฉบับ ที่ผ่านการพิจารณาของ สนช. ในห้วงเวลาหลังประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย เนื่องจากเห็นว่าไม่มีความชอบธรรมในการทำหน้าที่
นาย
ประยงค์ ดอกลำไย ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน กล่าวว่า ตามหลักการหลังมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง เมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร หรือ สภาผู้แทนราษฎรครบวาระ ต้องไม่มีการพิจารณากฎหมายเพราะจะส่งผลเกี่ยวพันกับนโยบายหลังการเลือกตั้ง ที่พรรคการเมืองใช้ในการรณรงค์หาเสียงรัฐบาลที่อยู่ในช่วงการเลือกตั้งทั่วไป จึงมีสถานะเป็นรัฐบาลรักษาการ ไม่สามารถดำเนินการใดที่มีผลผูกพันกับรัฐบาลที่จะมาใหม่ สภานิติบัญญัติ แห่งชาติซึ่งสมาชิกไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนจึงไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะพิจารณากฎหมายใน ช่วงเวลานี้
แต่ปรากฏว่า ในช่วงเดือนธันวาคม 2561 ถึง มกราคมและกุมภาพันธ์ 2562 สนช.ได้ พิจารณากฎหมายมากกว่า 100 ฉบับ และกำลังเร่งรีบพิจารณากฎหมายต่อเนื่องอีกจำนวนมาก โดยที่กฎหมายทั้งหมดไม่ได้มีความจำเป็นเร่งด่วนต่อการบริหารประเทศ และชัดเจนว่า การเร่งรีบพิจารณาทำให้ขาดความรอบคอบ ละเลยการมีส่วนร่วมของประชาชน อาจส่งผลให้กฎหมายหลายฉบับมีเนื้อหาที่จะก่อให้เกิดความเสียหายตามมาในอนาคต
นอกจากนี้ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน จะยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีให้ชะลอการนำร่างพระราชบัญญัติที่ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นับแต่วันที่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย โดยให้รัฐบาลใหม่ที่จะมาจากการเลือกตั้งของประชาชนเป็นผู้ดำเนินการต่อไป
ในเวลาต่อมา กลุ่มตัวแทนภาคประชาชนจำนวน 242 คน เท่ากับจำนวน สนช.ที่เหลืออยู่ ได้เข้ายื่นหนังสือ ข้อเรียกร้องต่อ นาย
พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ขอให้ยุติการพิจารณากฎหมาย และขอให้ลาออก ซึ่ง ประธาน สนช. ระบุว่า ยังมีร่างกฎหมายที่ต้องเร่งพิจารณา แต่จะยุติการออกกฎหมายภายในวันที่ 8 มีนาคมนี้ ส่วนกรณีลาออกไม่สามารถทำได้ เนื่องจากจะทำให้ขาดสมดุลในการทำหน้าที่ของฝ่ายบริหารและกระทบต่อภารกิจ
คนกันเองทั้งนั้น เปิดโผ 7 คณะกรรมการสรรหา ว่าที่ ส.ว.
https://prachatai.com/journal/2019/02/81239
ไทยรัฐเปิดโผคณะกรรมการสรรหารายชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่ง ส.ว. ซึ่งมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน พบ 7 รายชื่อเป็นรองหัวหน้า คสช. 5 คน อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และรองนายกฯ วิษณุ เครืองาม นั่งเลือกเอง
27 ก.พ. 2562 สืบเนื่องจาก กรณีที่ พล.อ.
ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เปิดเผยว่า พล.
ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้ตั้งให้ตนเองเป็นประธานกรรมการสรรหารายชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในส่วนของ คสช. ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะมีจำนวนทั้ง 9-12 คน ตามบทเฉพาะกาลพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา โดยพล.อ.
ประวิตร ระบุว่าจะไม่เปิดเผยชื่อ คณะกรรมการสรรหา เนื่องจากเห็นว่าไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นต้องรู้
ล่าสุด
ไทยรัฐออนไลน์ เปิดเผยว่า มีการคาดว่า คณะกรรมการชุดดังกล่าวประกอบด้วย
1.พล.อ.
ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม และรองหัวหน้า คสช.
2.พล.อ.
ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองหัวหน้า คสช.
3. พล.ร.อ.
ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองหัวหน้า คสช.
4. พล.อ.อ.
ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้า คสช.
5. พล.ต.อ.
อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และรองหัวหน้า คสช.
6.
วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี
7.
มีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิก คสช. และอดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2560
ทั้งนี้ ตามบทเฉพาะกาลของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. กำหนดให้ ส.ว. ชุดแรกมีจำนวนทั้งหมด 250 คน ซึ่งแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ตามที่ คสช. ถวายคำแนะนำ โดยมีช่องทางในการสรรหาทั้งหมด 3 ทางคือ
1.ให้คณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาซึ่งแต่งตั้งโดย คสช. จำนวน 9-12 คน คัดเลือกบุคคลมาทั้งหมด 400 รายชื่อยื่นเสนอต่อ คสช. จากนั้น คสช. จะเป็นผู้เลือกให้เหลือ 194 รายชื่อเพื่อเป็นสมาชิกวุฒิสภา และคัดเป็นรายชื่อสำรอง 50 รายชื่อ
2.ให้ กกต. ดำเนินการจัดให้มีการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาตามบททั่วไป แต่ให้มีการรับสมัครเพียงแค่ 10 กลุ่มอาชีพ ตามมาตรา 91 และให้มีการดำเนินการคัดเลือกตามที่บทเฉพาะกาลบัญญัติไว้ สุดท้ายให้ได้รายชื่อทั้งหมด 200 รายชื่อ เพื่อยื่นให้ คสช. คัดเลือกให้เหลือ 50 รายชื่อเพื่อเป็นสมาชิกวุฒิสภา และคัดเป็นรายชื่อสำรอง 50 รายชื่อ
3.ให้มีสมาชิกวุฒิสภาโดยตำแหน่ง 6 ตำแหน่งดังต่อไปนี้ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ
โดย ส.ว.ชุดนี้จะมีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี และในวาระเริ่มแรกจะมีอำนาจให้ความเห็นชอบผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ด้วย ซึ่งจากเดิมเป็นอำนาจในการพิจารณาให้ความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น และยังมีหน้าที่ในการตรวจการ กำกับ ดูแล การทำงานของรัฐบาลให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีด้วย
เปิดโผ 6 บิ๊กเนม ร่วมคณะ "บิ๊กป้อม" สรรหา ส.ว. ปี 62
https://www.thairath.co.th/content/1506358
JJNY : 4in1 สหรัฐส่งจนท.พบผอ.กกต.กาญจน์/186องค์กรร้องสนช.ยุติ/คนกันเองสรรหาส.ว./ไพศาลวิเคราะห์/คลังมึนส่งออก ศก.ทรุด
https://www.matichon.co.th/region/news_1383481
เมื่อเวลา 14.50 น. วันที่ 27 ก.พ.62 ที่ห้องเรียนรู้ประชาธิปไตย ศูนย์ประสานงานเครือข่าย สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดกาญจนบุรี ถนนแม่น้ำแม่กลอง ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี นางแอนนี โฮล เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเมือง สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย พร้อมด้วยนายรชฏ อุทัยจันทร์ เจ้าหน้าที่ประสานงานการเมือง เข้าพบ ดร.สุชัญญา วิมุกตายน ผอ.กกต.ประจำจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อพูดคุยในประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคในการเตรียมความพร้อมการจัดการเลือกตั้ง ในเขตพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ที่จะมีขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 24 มี.ค.นี้ โดยมีนายคงยศ บุญรักษ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดศรีสะเกษ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายนิเทศสัมพันธ์ เข้าร่วมและแปลภาษา
ดร.สุชัญญา วิมุกตายน ผอ.กกต.ประจำจังหวัดกาญจนบุรี ได้อธิบายถึงลักษณะภูมิประเทศของแต่ละเขตเลือกตั้ง รวมทั้งแจ้งจำนวนพรรคการเมือง จำนวนผู้สมัคร ส.ส.รวมทั้งจำนวนหน่วยเลือกตั้งของจังหวัดกาญจนบุรี และนำเจ้าหน้าที่มาสาธิตวิธีขั้นตอนการลงคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเสมือนจริงให้ นางแอนนี โฮล ได้ฟังและชมจนเข้าใจ สร้างความพอใจให้กับ นางแอนนี โฮล เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเมือง สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย เป็นอย่างมาก แต่การมาของ นางแอนนี โฮล ในครั้งนี้ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนแต่อย่างใด
ดร.สุชัญญา วิมุกตายน ผอ.กกต.ประจำจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า การมาของนางแอนนี โฮล เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเมือง สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ก็เพื่อต้องการทราบข้อมูลทั่วไปของการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง รวมทั้งข้อมูลจำนวนผู้สมัครและพรรคการเมือง
และในส่วนของการเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งของ กกต.จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคในการจัดการเลือกตั้งด้วย
ดร.สุชัญญากล่าวว่า จนถึงขณะนี้ มีผู้ร้องเรียนเข้ามายัง กกต.จังหวัดกาญจนบุรี เพียงเรื่องเดียว คือมีการร้องเรียนว่ามีนายกเทศมนตรีแห่งหนึ่งวางตัวไม่เป็นกลาง สำหรับหน่วยเลือกตั้งของจังหวัดกาญจนบุรี ได้กำหนดเอาไว้จำนวน 1,032 หน่วยเลือกตั้ง แต่จะต้องรอให้ ผอ.เขตเป็นผู้กำหนดเพื่อออกประกาศ ซึ่งคาดว่าคงจะประกาศหน่วยเลือกตั้งได้ไม่เกินวันที่ 3 มี.ค.ที่จะถึงนี้
สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ กกต.จังหวัดกาญจนบุรี ได้ตั้งเป้าเอาไว้ที่ร้อยละ 80 ของจำนวนประชากรผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 628,423 คน เพราะเท่าที่ได้สอบถามประชาชนทุกคนค่อนข้างรู้สึกตื่นตัวที่จะมาใช้สิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้ และที่สำคัญสัปดาห์หน้าจะมีกลุ่มผู้พิการทางการได้ยิน เดินทางมาที่สำนักงาน กกต.เพื่อทำความเข้าใจขั้นตอนการลงคะแนน อย่างไรก็ตามอยากจะฝากไปถึงชาวกาญจนบุรีมาร่วมสร้างสรรค์ประเทศพร้อมใจกันไปเลือกตั้ง ในวันที่ 24 มี.ค.นี้ให้มากๆ
186 องค์กร ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ สนช. ยุติการพิจารณากฎหมายทุกฉบับ
https://workpointnews.com/2019/02/27/186-องค์กร-ยื่นหนังสือเรีย/
วันที่ 27 ก.พ. 62 ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน 186 องค์กร นัดหมายแต่งกายชุดสีดำ รวมตัวที่หน้าวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร เพื่อเรียกร้องให้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ยุติบทบาทในการพิจารณากฎหมายทุกฉบับ และเรียกร้องให้รัฐบาลชะลอนำกฎหมาย 66 ฉบับ ที่ผ่านการพิจารณาของ สนช. ในห้วงเวลาหลังประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย เนื่องจากเห็นว่าไม่มีความชอบธรรมในการทำหน้าที่
นายประยงค์ ดอกลำไย ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน กล่าวว่า ตามหลักการหลังมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง เมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร หรือ สภาผู้แทนราษฎรครบวาระ ต้องไม่มีการพิจารณากฎหมายเพราะจะส่งผลเกี่ยวพันกับนโยบายหลังการเลือกตั้ง ที่พรรคการเมืองใช้ในการรณรงค์หาเสียงรัฐบาลที่อยู่ในช่วงการเลือกตั้งทั่วไป จึงมีสถานะเป็นรัฐบาลรักษาการ ไม่สามารถดำเนินการใดที่มีผลผูกพันกับรัฐบาลที่จะมาใหม่ สภานิติบัญญัติ แห่งชาติซึ่งสมาชิกไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนจึงไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะพิจารณากฎหมายใน ช่วงเวลานี้
แต่ปรากฏว่า ในช่วงเดือนธันวาคม 2561 ถึง มกราคมและกุมภาพันธ์ 2562 สนช.ได้ พิจารณากฎหมายมากกว่า 100 ฉบับ และกำลังเร่งรีบพิจารณากฎหมายต่อเนื่องอีกจำนวนมาก โดยที่กฎหมายทั้งหมดไม่ได้มีความจำเป็นเร่งด่วนต่อการบริหารประเทศ และชัดเจนว่า การเร่งรีบพิจารณาทำให้ขาดความรอบคอบ ละเลยการมีส่วนร่วมของประชาชน อาจส่งผลให้กฎหมายหลายฉบับมีเนื้อหาที่จะก่อให้เกิดความเสียหายตามมาในอนาคต
นอกจากนี้ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน จะยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีให้ชะลอการนำร่างพระราชบัญญัติที่ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นับแต่วันที่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย โดยให้รัฐบาลใหม่ที่จะมาจากการเลือกตั้งของประชาชนเป็นผู้ดำเนินการต่อไป
ในเวลาต่อมา กลุ่มตัวแทนภาคประชาชนจำนวน 242 คน เท่ากับจำนวน สนช.ที่เหลืออยู่ ได้เข้ายื่นหนังสือ ข้อเรียกร้องต่อ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ขอให้ยุติการพิจารณากฎหมาย และขอให้ลาออก ซึ่ง ประธาน สนช. ระบุว่า ยังมีร่างกฎหมายที่ต้องเร่งพิจารณา แต่จะยุติการออกกฎหมายภายในวันที่ 8 มีนาคมนี้ ส่วนกรณีลาออกไม่สามารถทำได้ เนื่องจากจะทำให้ขาดสมดุลในการทำหน้าที่ของฝ่ายบริหารและกระทบต่อภารกิจ
คนกันเองทั้งนั้น เปิดโผ 7 คณะกรรมการสรรหา ว่าที่ ส.ว.
https://prachatai.com/journal/2019/02/81239
ไทยรัฐเปิดโผคณะกรรมการสรรหารายชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่ง ส.ว. ซึ่งมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน พบ 7 รายชื่อเป็นรองหัวหน้า คสช. 5 คน อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และรองนายกฯ วิษณุ เครืองาม นั่งเลือกเอง
27 ก.พ. 2562 สืบเนื่องจาก กรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เปิดเผยว่า พล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้ตั้งให้ตนเองเป็นประธานกรรมการสรรหารายชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในส่วนของ คสช. ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะมีจำนวนทั้ง 9-12 คน ตามบทเฉพาะกาลพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา โดยพล.อ.ประวิตร ระบุว่าจะไม่เปิดเผยชื่อ คณะกรรมการสรรหา เนื่องจากเห็นว่าไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นต้องรู้
ล่าสุด ไทยรัฐออนไลน์ เปิดเผยว่า มีการคาดว่า คณะกรรมการชุดดังกล่าวประกอบด้วย
1.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม และรองหัวหน้า คสช.
2.พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองหัวหน้า คสช.
3. พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองหัวหน้า คสช.
4. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้า คสช.
5. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และรองหัวหน้า คสช.
6. วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี
7. มีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิก คสช. และอดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2560
ทั้งนี้ ตามบทเฉพาะกาลของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. กำหนดให้ ส.ว. ชุดแรกมีจำนวนทั้งหมด 250 คน ซึ่งแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ตามที่ คสช. ถวายคำแนะนำ โดยมีช่องทางในการสรรหาทั้งหมด 3 ทางคือ
1.ให้คณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาซึ่งแต่งตั้งโดย คสช. จำนวน 9-12 คน คัดเลือกบุคคลมาทั้งหมด 400 รายชื่อยื่นเสนอต่อ คสช. จากนั้น คสช. จะเป็นผู้เลือกให้เหลือ 194 รายชื่อเพื่อเป็นสมาชิกวุฒิสภา และคัดเป็นรายชื่อสำรอง 50 รายชื่อ
2.ให้ กกต. ดำเนินการจัดให้มีการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาตามบททั่วไป แต่ให้มีการรับสมัครเพียงแค่ 10 กลุ่มอาชีพ ตามมาตรา 91 และให้มีการดำเนินการคัดเลือกตามที่บทเฉพาะกาลบัญญัติไว้ สุดท้ายให้ได้รายชื่อทั้งหมด 200 รายชื่อ เพื่อยื่นให้ คสช. คัดเลือกให้เหลือ 50 รายชื่อเพื่อเป็นสมาชิกวุฒิสภา และคัดเป็นรายชื่อสำรอง 50 รายชื่อ
3.ให้มีสมาชิกวุฒิสภาโดยตำแหน่ง 6 ตำแหน่งดังต่อไปนี้ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ
โดย ส.ว.ชุดนี้จะมีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี และในวาระเริ่มแรกจะมีอำนาจให้ความเห็นชอบผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ด้วย ซึ่งจากเดิมเป็นอำนาจในการพิจารณาให้ความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น และยังมีหน้าที่ในการตรวจการ กำกับ ดูแล การทำงานของรัฐบาลให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีด้วย
เปิดโผ 6 บิ๊กเนม ร่วมคณะ "บิ๊กป้อม" สรรหา ส.ว. ปี 62
https://www.thairath.co.th/content/1506358