การเป็นทุกข์ ทำให้เกิดการภาวนาหรือกำหนดภาวนา อยู่ตลาดเวลาหรือเมื่อระลึกได้ก็กำหนดภาวนาทันที ทำให้ปฏิบัติธรรมเนืองๆ

กระทู้สนทนา
การเป็นทุกข์ ทำให้เกิดการภาวนาหรือกำหนดภาวนา อยู่ตลาดเวลาหรือเมื่อระลึกได้ก็กำหนดภาวนาทันที ทำให้ปฏิบัติธรรมเนืองๆ

ซึ่งเกิดขึ้นได้กับผู้ที่ นำเอาพระพุทธเจ้าและพระธรรมเป็นที่พึ่งนั้นเอง  ย่อมทำให้เห็นทุกข์ได้.

แล้วคนเช่นใด ที่นำเอาพระพุทธเจ้าและพระธรรมเป็นที่พึ่ง  แล้วเป็นทุกข์อยู่ตลอดเวลา หรือ เนืองๆ  จนกลายเป็นเอาธรรมมาปฏิบัติธรรม อยู่ตลอด  อย่างยาวนานได้
ก็เช่น คนที่ เจ็บป่วยรักษาไม่หายเป็นเวลายาวนาน และศรัทธาต่อพระพุทธเจ้าและพระธรรม  ทั้งเป็นผู้มีปัญญาความเพียรและขันตินั้นเอง
และคนที่ขาดสิทธิเสรีภาพ ในดงผัมีสิทธิเสรีภาพในสังคม และศรัทธาต่อพระพุทธเจ้าและพระธรรม ทั้งเป็นผู้มีปัญญาความเพียรและขันติ ในการต่อสู้เพื่อปัญญาความรู้ แต่โดนขัดขวางอย่างมากยิ่ง.

ซึ่งผมเป็นคนเป็นที่ขาดสิทธิเสรีภาพ ในดงผัมีสิทธิเสรีภาพในสังคม ซึ่งต้องต่อสู้ เพื่อปัญญาความรู้อย่างหนักทั้งแต่วัยเด็ก  และหนักยิ่งขึ้นเมื่อต่อสู้เพื่อเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษา ที่ไม่เห็นโอกาสหรือแสงสว่างที่ปลายอุโมงเลย ย่อมเป็นทุกข์และหวั่นกลัวยิ่งและตลอดเวลา ที่ต้องหลบหนีทั้งจากพ่อ และตำรวจที่ออกจากเขตควบคุมเพื่อไปเรียนโดยไม่ให้โดนจับ เมื่อยังไม่มีใบอนุญาติอนุมัตให้เรียนต่อระดับอุดมศึกษา  และอยู่อย่างจนๆ กินแทบจะไม่อิ่มในแต่ละมื่อ ไม่ต้องพูดถึงขนมและของกินเล่น หรือน้ำแข็งใส่น้ำเปล่าราคา 50 สตางค์ ในสมัยนั้นไม่มีนำเปล่าให้กินฟรีในโรงอาหารมหาลัย  ต้องแอบไปดื่มในห้องน้ำได้ดื่มบ้างไม่ได้ดืมบ้างเพราะอาย คนที่เข้าห้องน้ำ และต้องเครียดอยู่ตลอดด้วยความหวั่นกลัว นั้นเป็นเหตุให้ท้องผูกแบบมากๆ ตั้งแต่นั้นมาเพราะขาดน้ำดื่ม ..
ผมต้องรักษาจิตใจไม่ให้บ้าไปเสียก่อนด้วย การกำหนดรู้ลมหายใจ และภาวนาพุทธโธเมื่อน้อมระลึกได้ จนแทบตลอดเวลาที่ตื่นรู้สึกตัว เพราะความเป็นทุกข์นั้นดังเงาติดตามตัวไปตลอดเวลานั้นเอง จึงค่อยๆ กลายเป็นค่อยๆ เห็นความทุกข์  พร้อมทั้งศึกษาอ่านหลังสือธรรมในห้องสมุดมหาลัยพอๆ กับการเรียนวิทยาศาสตร์ในห้องเรียน.

เมื่ิอผมได้เข้าไปอยู่วัดเมื่อกำลังจะเรียนจบ ปฏิบัติธรรมในแนว พองหนอ-ยุบหนอ  กลายเป็นต้องกำหนดภาวนาหมดทุกอริยาบทที่เคลื่อนไหว ภาวนาทั้งหมดทุกอารมณ์และความนึกคิดที่ปรากฏขึ้น  กำหนดภาวนาทั้งหมดทุกสภาวะของจิตใจที่ดำเนินอยู่  ภาวนาหมดแม้กำลังจะนอนหลับ แต่ไม่สามารถกำหนดภาวนาได้เมื่อนอนหลับ เมื่อตื่นขึ้นมาก็กำหนดภาวนาต่อ  เป็นเช่นนี้เกือบทุกเวลา...
เพราะด้วยเห็นทุกข์จริง ในความเป็นทุกข์จริงของรูป-นาม ที่ปรากฏในปัจจุบันนั้นเอง  จึงหลุดพ้นไปจาก รูป-นาม นั้นไปจริงๆ ชั่วขณะหนึ่ง.

จึงทำให้เข้าใจที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสทำนองว่า  ต้องกำหนดรู้หรือภาวนาถึงความตายทุกลมหายใจเข้าออก  นั้นก็คือการปฏิบัติธรรมต้องปฏิบัติให้ถึงอย่างนั้นจริงๆ ไม่ว่างเว้น จึงจะเกิดสัมฤทธิ์ผลได้ตามธรรม ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ดีแล้ว.

หมายเหตุ ณ. ปัจจุบัน เมื่ออดีตผ่านไป ผมไม่ได้ทุกข์ เยี่ยงนั้นแล้ว
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่