ไม่ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในห้องนี้มานานตั้งแต่มีการปฏิวัติแย่งอำนาจจากประชาชน
ตอนนีเริ่มเห็นแสงไฟปลายอุโมงค์แล้ว (แม้ว่ามันจะยังหริบหรี่ และกฏหมายที่เป็นกฏหมายสูงสุดของประเทศยังเอียงเอนไปเพื่อการสืบต่ออำนาจของทหาร)
ก็เลยอยากแสดงความคิดเห็นบ้าง
ที่ผ่านมาร่วมห้าปีที่ผู้กุมอำนาจมีมาตร 44 และอื่นๆอีกมากมาย ที่อ้างว่ายึดอำนาจเพราะต้องการไม่ให้มีการเล่นกีฬาสีเหลืองแดง ต้องการให้ประเทศชาติมีความสมัครสมานสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกัน
แต่การเมืองก็คือการเมือง การเมืองทำให้คนต้องเลือกข้าง แค่นี้ก็ไม่สามารถทำให้คนไทยสามัคคีกันได้แน่นอน
มาถึงตอนนี้วินาทีนี้คนสีเหลือง ก็ยังเหลือง และคนสีแดงก็ยังแดงอยู่ดี เพียงแต่มีอำนาจจากปลายกระบอกปืนและ ม. 44 ทำให้เหลืองและแดง ยังอยู่นิ่งๆ รอเวลาเลือกตั้ง
รัฐบาลนี้สร้างกฏเกณฑ์ เขียนกฏหมายเอง และกฏหมายนี้พยายามผลักดันให้คนที่รักประชาธิปไตย ไปยืนฝังสีแดง หรือในทางกลับกัน เป็นการทำให้สีแดงเป็นฝังประชาธิปไตยแบบเต็มตัว ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการลองกำลังระหว่างฝ่ายประชาธิปไตย และฝ่ายเผด็จการทหาร อย่างเต็มตัว
ไม่ว่าผลการเลือกตั้งที่จะถึงนี้จะออกมาอย่างไรก็ตาม จะฝังประชาธิปไตย ชนะ สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ หรือฝั่งเผด็จการชนะการเลือกตั้ง ได้สืบทอดอำนาจต่อ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องให้คนที่แพ้เคารพกฏหมาย ไม่ออกมาเล่นกีฬาสีนอกกฏหมาย หรือถ้ามีการเล่นกีฬาสีผิดกฏหมาย กระบวนการยุติธรรมก็ต้องทำงานอย่างตรงไปตรงมาตามกฏหมาย และผู้แพ้ก็ต้องรู้จักรอเวลา เพื่อเลือกตั้งครั้งต่อไป
ถ้าแม้นว่าฝังประชาธิปไตยชนะ จะเข้าไปแก้กฏหมายรัฐธรรมนูญให้มันตรงไปตรงมายุติธรรม ก็สามารถทำได้เพราะได้รับเสียงข้างมากจากประชาชนแล้ว
และเช่นเดียวกัน ผู้แพ้ก็ต้องยอมรับ และรอเวลาที่จะตัดสินในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
เรื่องการเมืองมันเน้นเรื่องสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทั้งประเทศไม่ได้ มันเป็นเรื่องของการเลือกข้าง เมื่อมีการเลือกข้างก็แน่นอนมันไม่มีคำว่าสามัคคีแน่นอน ผู้ชนะก็ทำหน้าที่ตามแนวคิดหรือนโยบายต้องตัวเองไป ผู้แพ้ก็ต้องยอมรับการตัดสินใจของเสียงส่วนใหญ่ และต้องรอเวลาเลือกตั้งตามกฏกติกาต่อไป
ไม่ต้องสามัคคีกันเพราะมันต้องเลือกข้าง แต่ให้เคารพกฏหมายหรือกติกาของการแข่งขัน แค่นี้บ้านเมืองก็เดินหน้าได้
ส่วนที่ว่าใครจะมีฝีมือทำให้เศรษฐกิจดีกว่าใคร นั้นประชาชนทั่วไปเขาจะรู้เอง
ย้ำอีกที ไม่ต้องสามัคคี แต่ให้เคารพกฏหมาย
เรื่องการเมืองการปกครอง ไม่ต้องสามัคคีกันก็ได้แต่ แต่ต้องให้เคารพกฏหมายของบ้านเมืองและกระบวนการยุติธรรมต้องยุติธรรมจริงๆ
ตอนนีเริ่มเห็นแสงไฟปลายอุโมงค์แล้ว (แม้ว่ามันจะยังหริบหรี่ และกฏหมายที่เป็นกฏหมายสูงสุดของประเทศยังเอียงเอนไปเพื่อการสืบต่ออำนาจของทหาร)
ก็เลยอยากแสดงความคิดเห็นบ้าง
ที่ผ่านมาร่วมห้าปีที่ผู้กุมอำนาจมีมาตร 44 และอื่นๆอีกมากมาย ที่อ้างว่ายึดอำนาจเพราะต้องการไม่ให้มีการเล่นกีฬาสีเหลืองแดง ต้องการให้ประเทศชาติมีความสมัครสมานสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกัน
แต่การเมืองก็คือการเมือง การเมืองทำให้คนต้องเลือกข้าง แค่นี้ก็ไม่สามารถทำให้คนไทยสามัคคีกันได้แน่นอน
มาถึงตอนนี้วินาทีนี้คนสีเหลือง ก็ยังเหลือง และคนสีแดงก็ยังแดงอยู่ดี เพียงแต่มีอำนาจจากปลายกระบอกปืนและ ม. 44 ทำให้เหลืองและแดง ยังอยู่นิ่งๆ รอเวลาเลือกตั้ง
รัฐบาลนี้สร้างกฏเกณฑ์ เขียนกฏหมายเอง และกฏหมายนี้พยายามผลักดันให้คนที่รักประชาธิปไตย ไปยืนฝังสีแดง หรือในทางกลับกัน เป็นการทำให้สีแดงเป็นฝังประชาธิปไตยแบบเต็มตัว ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการลองกำลังระหว่างฝ่ายประชาธิปไตย และฝ่ายเผด็จการทหาร อย่างเต็มตัว
ไม่ว่าผลการเลือกตั้งที่จะถึงนี้จะออกมาอย่างไรก็ตาม จะฝังประชาธิปไตย ชนะ สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ หรือฝั่งเผด็จการชนะการเลือกตั้ง ได้สืบทอดอำนาจต่อ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องให้คนที่แพ้เคารพกฏหมาย ไม่ออกมาเล่นกีฬาสีนอกกฏหมาย หรือถ้ามีการเล่นกีฬาสีผิดกฏหมาย กระบวนการยุติธรรมก็ต้องทำงานอย่างตรงไปตรงมาตามกฏหมาย และผู้แพ้ก็ต้องรู้จักรอเวลา เพื่อเลือกตั้งครั้งต่อไป
ถ้าแม้นว่าฝังประชาธิปไตยชนะ จะเข้าไปแก้กฏหมายรัฐธรรมนูญให้มันตรงไปตรงมายุติธรรม ก็สามารถทำได้เพราะได้รับเสียงข้างมากจากประชาชนแล้ว
และเช่นเดียวกัน ผู้แพ้ก็ต้องยอมรับ และรอเวลาที่จะตัดสินในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
เรื่องการเมืองมันเน้นเรื่องสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทั้งประเทศไม่ได้ มันเป็นเรื่องของการเลือกข้าง เมื่อมีการเลือกข้างก็แน่นอนมันไม่มีคำว่าสามัคคีแน่นอน ผู้ชนะก็ทำหน้าที่ตามแนวคิดหรือนโยบายต้องตัวเองไป ผู้แพ้ก็ต้องยอมรับการตัดสินใจของเสียงส่วนใหญ่ และต้องรอเวลาเลือกตั้งตามกฏกติกาต่อไป
ไม่ต้องสามัคคีกันเพราะมันต้องเลือกข้าง แต่ให้เคารพกฏหมายหรือกติกาของการแข่งขัน แค่นี้บ้านเมืองก็เดินหน้าได้
ส่วนที่ว่าใครจะมีฝีมือทำให้เศรษฐกิจดีกว่าใคร นั้นประชาชนทั่วไปเขาจะรู้เอง
ย้ำอีกที ไม่ต้องสามัคคี แต่ให้เคารพกฏหมาย