วันนี้เพิ่งนำเงินไปเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามาสดๆร้อน ปีนี้อ่วมอรทัยมาก โพต์สไว้เป็นอุทาหรณ์นะครับ
ผมเคยเป็นมนุษย์เงินเดือน แต่ออกจากงาน(early retire)เมื่อปี 59 ได้เงินก้อนใหญ่พอสมควร แต่ยังคงเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเอาไว้
ต้นปี60 ยื่นเสียภาษี ก็เสียไปค่อนข้างเยอะ เพราะมีทั้งเงินเดือน(มาตรา40(1) และ เงินที่นายจ้างให้ครั้งเดียวเนื่องจากออกจากงาน(แต่เงินก้อนนี้
ยื่นแบบใบแนบ ซึ่งมีวิธีคำนวนตาม มาตรา 48(5) ทำให้เสียภาษีน้อยกว่ามาตรา40(1) )
และมีภาษีของ 40(8), 40(4) ,40(4)(ข)และการขอเงินคืนเครดิตภาษี ซึ่งอันนี้ชอบมากๆ ใครไม่เข้าใจก็ผ่านๆไปก่อนนะครับ
ปี61 ผมได้ถอนเงินออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ผมก็รู้นะครับว่ายังไม่ครบกำหนดถอนคืนโดยไม่เสียภาษี แต่ทางบริษัทจัดการกองทุนคำนวน
มาให้ว่าจะเสียภาษีเท่าไหร่ และเรายอมรับได้ ก็เลยถอนมาลงทุนอย่างอื่น เมื่อได้รับเงินที่หักภาษีไปแล้ว ทางบริษัทจัดการกองทุนก็ได้ออก
ใบรับรองหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นแบบใบแนบ ซึ่งคำนวนอัตราภาษีตาม 48(5) เอาไว้ยื่นเสียภาษีตอนต้นปี62
ต้นปี62 ยื่นเสียภาษี(ทางอินเทอร์เน็ต) โดยคำนวนภาษีแบบใบแนบ 48(5) แต่ก็ตกใจเล็กน้อยเมื่อเจ้าหน้าที่สรรพากรขอให้เข้าไปพบด้วยตนเอง
เมื่อไปพบถึงกับเข่าอ่อน เพราะต้องเสียภาษีทั้งหมดเยอะมาก (อยู่ในเรทรองสูงสุด เหมือนหนังจีนยุคแมนจูครับ) เนื่องจากยื่นแบบใบแนบไม่ได้
ต้องยื่นตาม40(1) เท่านั้น เพราะกฎหมายกำหนดไว้ว่าจะยื่นแบบ 48(5)ได้เฉพาะเงินได้ที่ได้จ่ายในปีภาษีแรกที่มีการจ่ายเงินได้ดังกล่าวเท่านั้น
ซึ่งผมใช้ไปแล้วเมื่อต้นปี60 ภาษีในส่วน (40)(4)(ข) ต้องไม่นำมายื่นร่วม เพราะจะทำให้ต้องเสียภาษีสูงขึ้นไปอีก เข่าอ่อนลมแทบจับ
ประทับใจเจ้าหน้าที่คนนี้นะ เธอเตรียมตำรากฎหมายมาเป็นกะตักเอาไว้คุยกับผม แต่มีอัธยาศัยดี ยิ้มแย้ม พูดจาอ่อนหวาน แสดงออกถึงความเห็นใจ
แนะนำทางเลือกให้ แต่ผมมึนครับ เลยขอเจ้าหน้าที่คลานเข่ากลับบ้านไปตั้งหลักก่อน
ใช้เวลาหาข้อมูล สอบถามเจ้าหน้าที่สรรพากรท่านอื่นๆที่รู้จัก ก็ได้รับคำตอบว่า มันก็เป็นไปตามนั้นแหล่ะ เล่าให้เมียฟังก็โดนเทศน์ไปครึ่งชั่วโมง
แล้วตบท้ายว่า "คืนนี้ชั้นจะลงโทษเธอ" โอ้วววว ตายแน่เรา
วันนี้ก็คงจบเรื่องไป สำหรับค่าโง่เพราะความไม่รู้ เครียดจนแทบจะเอาเท้าก่ายหน้าผากนอน หวังว่าจะได้นอนหลับแบบปรกติได้ซะที สาธุ
อุทาหรณ์สอนใจ กรณีภาษีที่ต้องเสียจากเงินได้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ผมเคยเป็นมนุษย์เงินเดือน แต่ออกจากงาน(early retire)เมื่อปี 59 ได้เงินก้อนใหญ่พอสมควร แต่ยังคงเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเอาไว้
ต้นปี60 ยื่นเสียภาษี ก็เสียไปค่อนข้างเยอะ เพราะมีทั้งเงินเดือน(มาตรา40(1) และ เงินที่นายจ้างให้ครั้งเดียวเนื่องจากออกจากงาน(แต่เงินก้อนนี้
ยื่นแบบใบแนบ ซึ่งมีวิธีคำนวนตาม มาตรา 48(5) ทำให้เสียภาษีน้อยกว่ามาตรา40(1) )
และมีภาษีของ 40(8), 40(4) ,40(4)(ข)และการขอเงินคืนเครดิตภาษี ซึ่งอันนี้ชอบมากๆ ใครไม่เข้าใจก็ผ่านๆไปก่อนนะครับ
ปี61 ผมได้ถอนเงินออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ผมก็รู้นะครับว่ายังไม่ครบกำหนดถอนคืนโดยไม่เสียภาษี แต่ทางบริษัทจัดการกองทุนคำนวน
มาให้ว่าจะเสียภาษีเท่าไหร่ และเรายอมรับได้ ก็เลยถอนมาลงทุนอย่างอื่น เมื่อได้รับเงินที่หักภาษีไปแล้ว ทางบริษัทจัดการกองทุนก็ได้ออก
ใบรับรองหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นแบบใบแนบ ซึ่งคำนวนอัตราภาษีตาม 48(5) เอาไว้ยื่นเสียภาษีตอนต้นปี62
ต้นปี62 ยื่นเสียภาษี(ทางอินเทอร์เน็ต) โดยคำนวนภาษีแบบใบแนบ 48(5) แต่ก็ตกใจเล็กน้อยเมื่อเจ้าหน้าที่สรรพากรขอให้เข้าไปพบด้วยตนเอง
เมื่อไปพบถึงกับเข่าอ่อน เพราะต้องเสียภาษีทั้งหมดเยอะมาก (อยู่ในเรทรองสูงสุด เหมือนหนังจีนยุคแมนจูครับ) เนื่องจากยื่นแบบใบแนบไม่ได้
ต้องยื่นตาม40(1) เท่านั้น เพราะกฎหมายกำหนดไว้ว่าจะยื่นแบบ 48(5)ได้เฉพาะเงินได้ที่ได้จ่ายในปีภาษีแรกที่มีการจ่ายเงินได้ดังกล่าวเท่านั้น
ซึ่งผมใช้ไปแล้วเมื่อต้นปี60 ภาษีในส่วน (40)(4)(ข) ต้องไม่นำมายื่นร่วม เพราะจะทำให้ต้องเสียภาษีสูงขึ้นไปอีก เข่าอ่อนลมแทบจับ
ประทับใจเจ้าหน้าที่คนนี้นะ เธอเตรียมตำรากฎหมายมาเป็นกะตักเอาไว้คุยกับผม แต่มีอัธยาศัยดี ยิ้มแย้ม พูดจาอ่อนหวาน แสดงออกถึงความเห็นใจ
แนะนำทางเลือกให้ แต่ผมมึนครับ เลยขอเจ้าหน้าที่คลานเข่ากลับบ้านไปตั้งหลักก่อน
ใช้เวลาหาข้อมูล สอบถามเจ้าหน้าที่สรรพากรท่านอื่นๆที่รู้จัก ก็ได้รับคำตอบว่า มันก็เป็นไปตามนั้นแหล่ะ เล่าให้เมียฟังก็โดนเทศน์ไปครึ่งชั่วโมง
แล้วตบท้ายว่า "คืนนี้ชั้นจะลงโทษเธอ" โอ้วววว ตายแน่เรา
วันนี้ก็คงจบเรื่องไป สำหรับค่าโง่เพราะความไม่รู้ เครียดจนแทบจะเอาเท้าก่ายหน้าผากนอน หวังว่าจะได้นอนหลับแบบปรกติได้ซะที สาธุ