สวัสดีพี่น้องทุกท่านที่เคารพ
กระทู้นี้ผมตั้งด้วยตัวผมเองไม่ได้ยืมล็อกอินใดๆมาทั้งสิ้น และพิมพ์เรื่องราวนี้ด้วยตัวเองโดยที่มีสติครบถ้วนสมบูรณ์
เกริ่นก่อนละกันนะครับ
ในช่วงสมัยมหาวิทยาลัย ผมมีแฟนครับ เป็นแฟนคนที่ผมเลิกไปคนที่ผมจะกล่าวถึงนี้ละครับ
ผมคบกันตอนปี 2 ผมเรียนอยู่ชานเมือง เค้าทำงานอยู่ในเมืองและเรียนไปด้วย
เป็นสมัยที่ลำบากไปด้วยกัน เงินไม่ค่อยมี อะไรก็ได้ง่ายๆสบายๆ ขี่มอไซ 125cc ข้ามไปกลับ กทม ครั้งละร้อยโลก็ไม่บ่นกัน
ในสมัยที่คบกัน ผมก็สังเกตุว่าเค้าชอบแชทไปทั่ว(ในเกมส์)จนมันมีปัญหาเพราะเค้าดันเอารหัสเข้าเกมไปให้ สุดท้ายโดนลบตัวละครทิ้ง
ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงกล้าให้รหัสพร้อมอีเมลล์กับคนแปลกหน้าขนาดนั้น จนผมได้สมัคร์ไปแชทกับคนในกลุ่ม เค้าบอกว่าแฟนผมมันร่าน ซึ่งบอกได้เลยว่า หัวนี้ไฟลุกเลย ไม่ได้โกรธแฟนผมเลย โกรธพวกมันมากกล้ามาว่าได้ไง ก็จบๆไปไม่ได้ติดใจอะไร ณ ตอนนั้น
พอเริ่มโตขึ้น เราก็เริ่มสังเกตว่าเค้าเริ่มจะมีอาการแชทหลบ คือ แชทดังก็จะหลบไม่ให้เห็น ไม่ให้ดูกระเป๋าอะไรต่างๆที่เป็นของส่วนตัว
ซึ่งผมก็โอเคครับ เข้าใจเรื่องส่วนตัวเราไม่ยุ่งกัน พอทำงานได้ระยะแรกๆ เค้าก็ย้ายมาอยู่ที่บ้านผมครับตอนนั้นโอเคมาก แต่หลังจากคบกันมาได้ 4-5 ปีเราก็ไม่เคยมีอะไรกันอีกเลย เค้าจะบอกว่าเค้าเหนื่อย เพลีย ไม่อยาก ไม่มีอารมณ์ ซึ่งผมก็โอเคนะ ยอมรับว่าเป็นปัญหาแต่ผมก็ยอมรับได้
พอย้ายมาอยู่ได้ไม่นาน เค้าก็ขอย้ายออกไปอยู่ หอพัก ซึ่งห่างจากบ้านไม่เกิน 5 กิโล
ผมก็ไม่เข้าใจว่าจะย้ายทำไม ถ้าต้องการจะเก็บเงินที่บ้านซึ่งไม่มีค่าห้องน้ำไฟ น่าจะดีกว่าไหม
เธอบอกไม่ชอบให้คนที่บ้านเป็นห่วง ผมก็โอเคยอมรับ
หลังจากนั้นผมก็โทรหาบ่อยๆ แต่ส่วนใหญ่มักจะจบลงที่ เธอไม่สะดวกคุย ไม่ว่างบ้าง ทำงานบ้าง ดูซีรีย์ในมือถืออยู่บ้าง
ผมยอมรับว่าผมก็บ่นๆอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้จับมาเป็นประเด็นให้ทะเลาะกัน
ตลอดระยะเวลาที่คบกัน ผมไม่เคยเอ่ยปากบอกเลิก ไม่ว่าจะพูดเล่นหรือพูดจริงแม้ผมจะเป็นฝ่ายถูกก็ตาม
ผมมักจะโดนบอกเลิกหรือให้ต่างคนต่างอยู่ เมื่อผมทำผิดอะไรสักอย่าง เช่น มารับเธอช้า หรือ อะไรก็ตามที่ทำให้เธอไม่พอใจ
มันก็กระท่อนกระแท่นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมีอยู่สองครั้ง ครั้งแรกเธอบอกจะกลับบ้านต่างจังหวัด อาจจะติดต่อไม่ได้เพราะไม่อยากให้ญาติเห็นมือถือใหม่กลัวจะโดนขอ ผมก็โอเคแค่บอกว่า ติดต่อกันมาบ้างนะ ถ้าทำได้ ก็ผ่านไปได้สักระยะ อยู่ๆเธอก็หายไป หายไปเลย ไปหาที่ทำงานก็บอกไม่มีใครรู้เรื่อง ไปหาที่หอก็ล็อก โทรไม่ติดนานมาก น่าจะเกิน 7 วันผมแทบเป็นบ้า กลัวเธอเป็นอะไรกลัวว่าจะเกิดอะไรไม่ดี
อยู่ๆเธอก็กลับมา.... มาแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น บอกไปต่างจังหวัด
ผมโกรธนะ แต่ก็ไม่ได้โกรธจนหน้ามืดอะไรเพราะก็โล่งใจเพราะยังไงก็กลับมาแล้ว
ตลอดเวลาที่คบกัน เราก็ซื้อของด้วยกัน พวกทีวี มอไซ ช่วยๆกันผ่อน มีของขวัญให้กันบ้าง แต่เธอจะไม่ชอบ จะบอกว่าให้โอนเงินมาเลยดีกว่า
ซึ่งผมก็โอเคนะ คือซื้อมาไม่ถูกใจเอาเงินไปซื้อเองจะดีกว่าอะไรแบบนี้
เรื่องแต่งงานผมเคยบอกว่าผมอยากแต่งนะ ซึ่งเธอบอกว่า เธอขอ เงิน 330,000 บาท ทอง 33 บาท (สมัยทองราคา 20K+)
และให้เอาให้เธอ ไม่ต้องให้พ่อแม่เธอ เพราะเธอบอกว่า พ่อกับแม่เธอจะเอาไปหมด ผมไม่มีปัญหาเรื่องนั้น แต่มีปัญหาว่า พนักงานบริษัทเงินเดือน ไม่ถึง สองหมื่น จะเอามาจากไหน เธอบอกว่าถ้าไม่ได้ก็ไม่แต่ง
จนเวลาผ่านไปเธอจะโทรมาหาแค่บอกว่ามีเรื่องให้ช่วยอะไร เรื่องเรียน เรื่องคอม นานๆครั้งถึงจะชวนกินข้าวกัน (ห่างกัน5กิโล)
ราวๆเดือนละครั้ง ผมก็โอเคนะเพราะเห็นว่าน่าจะเหนื่อยจริงๆ เลยทำให้เป็นแบบนี้
เป็นแบบนี้ผ่านไปเรื่อยๆ จนราวๆ 3 ปีก่อน ก่อนเราจะไปเที่ยวญี่ปุ่นกันกับพวกเพื่อนๆและมีเธอไปด้วย
อยู่ๆเธอก็โพสเฟสว่า อยู่มาเก๊า เป็นภาษาอังกฤษ ตอนนั้นก็ขำ นึกว่าเอารูปมาลง เลยเข้าไปเม้นท์กันใหญ่
ผลคือเจอด่ากลับมาเป็น ภาษาอังกฤษครับ
เงิบไปพักนึงแต่ในใจก็คิดแล้วล่ะ ว่างานเข้าละ
หลังจากนั้นสองวันเธอก็โทรไลน์มาว่า เธออยู่มาเก๊า อยากกลับก่อนกำหนด มีปัญหา กลับมาแล้วจะเล่า ซื้อตั๋วให้หน่อยเธอซื้อจากที่นู้นไม่ได้เธอบอกว่าเธอพูดเสียงดังไม่ได้กลัวเค้าได้ยิน
ผมช็อคมาก มือสั่นไปหมด แต่ก็ยังใจดีช่วยเหลือเธอ ซื้อตั๋วให้พาเธอกลับมา
หลังจากเธอกลับมาอีกวัน เธอก็นัดเจอผมเพื่อจะคืนเงินให้ผม ตอนขาไปผมนั้งเงียบเธอก็เงียบไปจนถึงธนาคารและขากลับ
เธอก็พูดขึ้นมาว่าเธอไปไหนบ้าง ทำอะไร
เขาเป็นใคร เขาทำอะไร เขารวยขนาด....ไหน
ผมก็ระเบิดเลย ผมบอกว่าตั้งแต่รับมาจนไปส่ง คำว่าขอโทษ ได้พูดหรือยัง ทำไมถึงทำแบบนี้ นี้ต้องมานั้งฟังใช่ไหมว่าเค้าดีกว่าผมอย่างไร
เค้ารวยกว่าผมแค่ไหน ถ้าเธอคิดว่าผมดีไม่พอก็ไปเถอะ ผมมีแค่นี้ ผมให้ได้แค่นี้
เธอก็เงียบไปจนไปถึงหอ
พอไปถึงหอ เธอก็บอกว่าขอโทษที่ทำให้เสียใจ
ผมเลยถามว่า เธอยังรักฉันอยู่ไหม
เธอบอก .... ไม่รู้
ผมก็เงียบและเดินขึ้นรถขับรถกลับบ้านไป
มันตันไปหมด ผมไม่รู้จะทำยังไง งงงวย เสียใจ ผิดหวัง ไม่รู้จะทำอะไรก่อน
เธอก็โทรมาถามว่า ถึงบ้านไหม โอเคไหม ผมก็ได้แค่รับๆแล้วจบๆไป
จากนั้นไม่นาน เธอก็โทรหาอยู่บ้าง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนเราไปเที่ยวด้วยกัน
เธอก็ทำเหมือนเป็นแฟนผมปกติ ผมก็เฉยๆแต่ก็เทคแคร์เธอเท่าที่จะทำได้
แต่ผมไม่ก้าวข้ามเส้นไป ในใจมันบอกว่าโอเคนะ แต่ตัวผมไม่ข้ามไป
ไม่จับมือเดิน ไม่ควงแขน
ต่างคนต่างเดิน
แล้วเราก็กลับ จากนั้นก็ เข้าลูบเดิม
โทรหาไม่ว่าง โทรกลับแค่ตอนขอความช่วยเหลือ
.....แล้ว ผมก็มีคนเข้ามา
แรกๆผมก็อึดอัดนะ เค้ามาทำดีกับเรา เค้ามาใส่ใจ อยู่ๆก็โทรหากันนอนคุยกันสองสามชั่วโมง
เริ่มเกิดความรู้สึกผิด แต่เค้าก็ใจดีมาก มากซะใจเราหวั่นไหว ในวันที่เราแย่เราโทรหาแฟนเค้าบอกไม่ว่างดูซีรีย์อยู่ แต่กับคนที่เข้ามา เค้าฟังเราได้แม้จะขับรถอยู่
คนที่เข้ามา อายุเยอะกว่าผม 7 ปี มีลูกแล้ว ลูกอายุ 10 ขวบ
ผมไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเลย ผมเฉยๆนะ รับได้ผมกังวลอย่างเดียวว่าเค้าจะมีลูกให้ผมได้ไหมแค่นั้นเอง
กลับมาที่เดิม วันเวลาผ่านไป ผมก็เริ่มคุยกับเค้าแบบจริงจัง จนสุดท้ายผมก็ไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกันกับเค้าแค่สองคน
ผมยอมรับ ผมสนุกมาก มันคือฟิลลิ่งที่ผมขาดหายไปจนผมรู้สึกได้
เดินคุยกันจับมือกัน ดูนู้นดูนี้ พาไปตึก18+ก็เข้าไปขำกัน หยอกล้อกัน
แต่ในใจผมก็รู้สึกกลัว กลัวมากว่าความจะแตก
แต่ก็รอดกลับมาได้ และผมก็ต้องไปญี่ปุ่นอีกครั้งกับแกงค์เดิมและแฟนผม
ผมไปรอบนี้ผมแทบไม่ได้ใส่ใจเธอเลย เพราะผมทำตัวไม่ถูก เราเหมือนคนห่างกันและผมก็ติดเพื่อนผมมาก
จนกระทั่งวันที่สองก็เกิดเรื่อง เธอนอย์ด
เธอบอกว่าถ้าไม่อยากให้มา ทำไมไม่บอก ไม่เห็นเงาหัวกัน
ผมก็บอกว่า ทำตัวไม่ถูกผมก็ต้องดูแลเพื่อนกับเธอ ผมก็ขอโทษด้วย
แล้วเธอก็บอกว่ารู้ว่าเลิกกันไปนานแล้ว(?) แต่ช่วยสนใจบ้าง
ผมก็เลยตัดสินใจคุยเลยว่าอย่างไร ผมก็บอกว่าเพราะเราห่างกันนะ ผมก็รู้ว่าเธอมีคนใหม่ไปนานแล้ว เธอบอกเธอก็ไม่ได้โง่
ผมก็บอกไม่ได้บอกว่ามีใครโง่ มันแค่มีทางของตัวเอง เรายังเป็นเพื่อนที่ดีนะ แล้วผมก็เรียกเพื่อนๆเข้ามาคุยว่า ช่วยสนใจเธอหน่อย ไม่ได้เป็นแฟนกันแล้วทุกคนเป็นเพื่อนกัน เธอก็ดีขึ้นเราก็ไปเที่ยวกันจนจบทริป
ผมโล่งใจมาก ณ เวลานั้นที่ทุกอย่างมันจบแบบแฮปปี้ ต่างคนต่างมีเส้นทางที่ควรเดิน ผมกะว่าเธอเรียนจบผมจะบอกเธออีกครั้งว่าขอให้เธอโชคดีกับทางที่เธอเดิน มีอะไรให้ช่วยก็โทรหากันได้นะ
แต่แล้วเรื่องก็เกิด
เมื่อสองวันที่แล้วเธอขอมาค้างที่บ้านผม ผมไปทำงานเลยบอกให้เธอค้างไปเลย เพราะเธอมีธุระเช้าบ้านผมใกล้กว่าที่หอเธอ
(เธอย้ายหอไปใกล้ที่เรียนซึ่งผมก็เป็นคนไปย้ายให้)
เธอมาแล้วเธอก็มาเจอ กระดาษที่ผมปริ้นเอาไว้ตอนไปกับคนใหม่
เธอก็เปิดคอมหารูปหาคลิปที่ผมไปเที่ยวแล้วก็โทรมาต่อว่าผม
เธอบอกว่าทำไมถึงไม่บอก(ด้วยคำหยาบ)
ผมก็บอกผมจะบอก แต่เราให้เธอเรียนจบก่อนไม่อยากให้เธอคิดมาก เธอก็บอกส่งเงินให้เรียนเหรอ
เธอไม่ฟังผมเลย เธอเลยบอกเธอจะทวงคืนทุกอย่าง
เธอจะหักทีวีที่เคยซื้อด้วยกันและจะฆ่าหรือปล่อยนกที่ผมเลี้ยง2ตัว แต่เธอเป็นคนซื้อไป
ผมก็ขอร้องว่าอย่าเลย สัตว์มันไม่รู้เรื่อง ทำลายของไปมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้น
เธอก็ไม่ฟัง จนสุดท้ายผมเลยขอทวงบ้าง
ผมทวงว่า ตอนเรื่องที่มาเก๊าผมขออะไรได้บ้าง
ตอนที่เธอทิ้งผมไว้ผมขออะไรได้บ้าง
เรื่องที่หายไปเป็นอาทิตย์คิดเหรอว่าผมจะเชื่อว่าคุณกลับบ้านผมแทบเป็นบ้า ขออะไรได้บ้าง
เรื่องที่ผมถามว่ารักผมไหม ทำไมตอบไม่รู้ แล้วตอนที่ญี่ปุ่นเราก็คุยกันแล้วไม่ใช่เหรอ
สุดท้าย เธอก็บอกว่า
ขอ 200,000บาท
ค่าใจที่แตกสลาย
ผมงงงวยไปหมด ใจผมก็อยากให้ แต่ผมไม่มี ผมเองก็รู้สึกผิดมากๆที่ทำ
ยังคิดอยู่ว่า ถ้าเราไม่อ่อนแอจะเป็นแบบนี้ไหม ถ้าเราจะอยู่เหมือนของตายรอเธอมาก็ไม่ผิดใช่ไหม
รายละเอียดผมจำไม่ได้มาก เพราะไม่คิดว่าจะได้มาโพสในกระทู้แบบนี้
ผมไม่รู้จะมาทำอะไรในนี้ ผมรู้สึกแย่มาก ตอนนี้ยังคิดอยู่ว่าผมจะยอมขายของที่ผมรักทิ้งไปเพื่อให้เรื่องจบจะดีไหม
ผมปรึกษาพ่อกับแม่แล้ว พ่อกับแม่ก็บอกว่าไม่ต้องหรอก ดูก็รู้ว่าเค้าต้องการอะไร
กระทู้นี้ไม่รู้ว่าเป็นการ ปรึกษา ขอคำด่า ขอความเห็นใจ หรือบอกเล่า
ก็สุดแล้วแต่สมาชิกจะตอบกลับละครับ
ผมนอกใจคนที่คบกันมา มากกว่า 10 ปีเพียงเพราะผมอ่อนแอใช่ไหมครับ?
กระทู้นี้ผมตั้งด้วยตัวผมเองไม่ได้ยืมล็อกอินใดๆมาทั้งสิ้น และพิมพ์เรื่องราวนี้ด้วยตัวเองโดยที่มีสติครบถ้วนสมบูรณ์
เกริ่นก่อนละกันนะครับ
ในช่วงสมัยมหาวิทยาลัย ผมมีแฟนครับ เป็นแฟนคนที่ผมเลิกไปคนที่ผมจะกล่าวถึงนี้ละครับ
ผมคบกันตอนปี 2 ผมเรียนอยู่ชานเมือง เค้าทำงานอยู่ในเมืองและเรียนไปด้วย
เป็นสมัยที่ลำบากไปด้วยกัน เงินไม่ค่อยมี อะไรก็ได้ง่ายๆสบายๆ ขี่มอไซ 125cc ข้ามไปกลับ กทม ครั้งละร้อยโลก็ไม่บ่นกัน
ในสมัยที่คบกัน ผมก็สังเกตุว่าเค้าชอบแชทไปทั่ว(ในเกมส์)จนมันมีปัญหาเพราะเค้าดันเอารหัสเข้าเกมไปให้ สุดท้ายโดนลบตัวละครทิ้ง
ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงกล้าให้รหัสพร้อมอีเมลล์กับคนแปลกหน้าขนาดนั้น จนผมได้สมัคร์ไปแชทกับคนในกลุ่ม เค้าบอกว่าแฟนผมมันร่าน ซึ่งบอกได้เลยว่า หัวนี้ไฟลุกเลย ไม่ได้โกรธแฟนผมเลย โกรธพวกมันมากกล้ามาว่าได้ไง ก็จบๆไปไม่ได้ติดใจอะไร ณ ตอนนั้น
พอเริ่มโตขึ้น เราก็เริ่มสังเกตว่าเค้าเริ่มจะมีอาการแชทหลบ คือ แชทดังก็จะหลบไม่ให้เห็น ไม่ให้ดูกระเป๋าอะไรต่างๆที่เป็นของส่วนตัว
ซึ่งผมก็โอเคครับ เข้าใจเรื่องส่วนตัวเราไม่ยุ่งกัน พอทำงานได้ระยะแรกๆ เค้าก็ย้ายมาอยู่ที่บ้านผมครับตอนนั้นโอเคมาก แต่หลังจากคบกันมาได้ 4-5 ปีเราก็ไม่เคยมีอะไรกันอีกเลย เค้าจะบอกว่าเค้าเหนื่อย เพลีย ไม่อยาก ไม่มีอารมณ์ ซึ่งผมก็โอเคนะ ยอมรับว่าเป็นปัญหาแต่ผมก็ยอมรับได้
พอย้ายมาอยู่ได้ไม่นาน เค้าก็ขอย้ายออกไปอยู่ หอพัก ซึ่งห่างจากบ้านไม่เกิน 5 กิโล
ผมก็ไม่เข้าใจว่าจะย้ายทำไม ถ้าต้องการจะเก็บเงินที่บ้านซึ่งไม่มีค่าห้องน้ำไฟ น่าจะดีกว่าไหม
เธอบอกไม่ชอบให้คนที่บ้านเป็นห่วง ผมก็โอเคยอมรับ
หลังจากนั้นผมก็โทรหาบ่อยๆ แต่ส่วนใหญ่มักจะจบลงที่ เธอไม่สะดวกคุย ไม่ว่างบ้าง ทำงานบ้าง ดูซีรีย์ในมือถืออยู่บ้าง
ผมยอมรับว่าผมก็บ่นๆอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้จับมาเป็นประเด็นให้ทะเลาะกัน
ตลอดระยะเวลาที่คบกัน ผมไม่เคยเอ่ยปากบอกเลิก ไม่ว่าจะพูดเล่นหรือพูดจริงแม้ผมจะเป็นฝ่ายถูกก็ตาม
ผมมักจะโดนบอกเลิกหรือให้ต่างคนต่างอยู่ เมื่อผมทำผิดอะไรสักอย่าง เช่น มารับเธอช้า หรือ อะไรก็ตามที่ทำให้เธอไม่พอใจ
มันก็กระท่อนกระแท่นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมีอยู่สองครั้ง ครั้งแรกเธอบอกจะกลับบ้านต่างจังหวัด อาจจะติดต่อไม่ได้เพราะไม่อยากให้ญาติเห็นมือถือใหม่กลัวจะโดนขอ ผมก็โอเคแค่บอกว่า ติดต่อกันมาบ้างนะ ถ้าทำได้ ก็ผ่านไปได้สักระยะ อยู่ๆเธอก็หายไป หายไปเลย ไปหาที่ทำงานก็บอกไม่มีใครรู้เรื่อง ไปหาที่หอก็ล็อก โทรไม่ติดนานมาก น่าจะเกิน 7 วันผมแทบเป็นบ้า กลัวเธอเป็นอะไรกลัวว่าจะเกิดอะไรไม่ดี
อยู่ๆเธอก็กลับมา.... มาแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น บอกไปต่างจังหวัด
ผมโกรธนะ แต่ก็ไม่ได้โกรธจนหน้ามืดอะไรเพราะก็โล่งใจเพราะยังไงก็กลับมาแล้ว
ตลอดเวลาที่คบกัน เราก็ซื้อของด้วยกัน พวกทีวี มอไซ ช่วยๆกันผ่อน มีของขวัญให้กันบ้าง แต่เธอจะไม่ชอบ จะบอกว่าให้โอนเงินมาเลยดีกว่า
ซึ่งผมก็โอเคนะ คือซื้อมาไม่ถูกใจเอาเงินไปซื้อเองจะดีกว่าอะไรแบบนี้
เรื่องแต่งงานผมเคยบอกว่าผมอยากแต่งนะ ซึ่งเธอบอกว่า เธอขอ เงิน 330,000 บาท ทอง 33 บาท (สมัยทองราคา 20K+)
และให้เอาให้เธอ ไม่ต้องให้พ่อแม่เธอ เพราะเธอบอกว่า พ่อกับแม่เธอจะเอาไปหมด ผมไม่มีปัญหาเรื่องนั้น แต่มีปัญหาว่า พนักงานบริษัทเงินเดือน ไม่ถึง สองหมื่น จะเอามาจากไหน เธอบอกว่าถ้าไม่ได้ก็ไม่แต่ง
จนเวลาผ่านไปเธอจะโทรมาหาแค่บอกว่ามีเรื่องให้ช่วยอะไร เรื่องเรียน เรื่องคอม นานๆครั้งถึงจะชวนกินข้าวกัน (ห่างกัน5กิโล)
ราวๆเดือนละครั้ง ผมก็โอเคนะเพราะเห็นว่าน่าจะเหนื่อยจริงๆ เลยทำให้เป็นแบบนี้
เป็นแบบนี้ผ่านไปเรื่อยๆ จนราวๆ 3 ปีก่อน ก่อนเราจะไปเที่ยวญี่ปุ่นกันกับพวกเพื่อนๆและมีเธอไปด้วย
อยู่ๆเธอก็โพสเฟสว่า อยู่มาเก๊า เป็นภาษาอังกฤษ ตอนนั้นก็ขำ นึกว่าเอารูปมาลง เลยเข้าไปเม้นท์กันใหญ่
ผลคือเจอด่ากลับมาเป็น ภาษาอังกฤษครับ
เงิบไปพักนึงแต่ในใจก็คิดแล้วล่ะ ว่างานเข้าละ
หลังจากนั้นสองวันเธอก็โทรไลน์มาว่า เธออยู่มาเก๊า อยากกลับก่อนกำหนด มีปัญหา กลับมาแล้วจะเล่า ซื้อตั๋วให้หน่อยเธอซื้อจากที่นู้นไม่ได้เธอบอกว่าเธอพูดเสียงดังไม่ได้กลัวเค้าได้ยิน
ผมช็อคมาก มือสั่นไปหมด แต่ก็ยังใจดีช่วยเหลือเธอ ซื้อตั๋วให้พาเธอกลับมา
หลังจากเธอกลับมาอีกวัน เธอก็นัดเจอผมเพื่อจะคืนเงินให้ผม ตอนขาไปผมนั้งเงียบเธอก็เงียบไปจนถึงธนาคารและขากลับ
เธอก็พูดขึ้นมาว่าเธอไปไหนบ้าง ทำอะไร
เขาเป็นใคร เขาทำอะไร เขารวยขนาด....ไหน
ผมก็ระเบิดเลย ผมบอกว่าตั้งแต่รับมาจนไปส่ง คำว่าขอโทษ ได้พูดหรือยัง ทำไมถึงทำแบบนี้ นี้ต้องมานั้งฟังใช่ไหมว่าเค้าดีกว่าผมอย่างไร
เค้ารวยกว่าผมแค่ไหน ถ้าเธอคิดว่าผมดีไม่พอก็ไปเถอะ ผมมีแค่นี้ ผมให้ได้แค่นี้
เธอก็เงียบไปจนไปถึงหอ
พอไปถึงหอ เธอก็บอกว่าขอโทษที่ทำให้เสียใจ
ผมเลยถามว่า เธอยังรักฉันอยู่ไหม
เธอบอก .... ไม่รู้
ผมก็เงียบและเดินขึ้นรถขับรถกลับบ้านไป
มันตันไปหมด ผมไม่รู้จะทำยังไง งงงวย เสียใจ ผิดหวัง ไม่รู้จะทำอะไรก่อน
เธอก็โทรมาถามว่า ถึงบ้านไหม โอเคไหม ผมก็ได้แค่รับๆแล้วจบๆไป
จากนั้นไม่นาน เธอก็โทรหาอยู่บ้าง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนเราไปเที่ยวด้วยกัน
เธอก็ทำเหมือนเป็นแฟนผมปกติ ผมก็เฉยๆแต่ก็เทคแคร์เธอเท่าที่จะทำได้
แต่ผมไม่ก้าวข้ามเส้นไป ในใจมันบอกว่าโอเคนะ แต่ตัวผมไม่ข้ามไป
ไม่จับมือเดิน ไม่ควงแขน
ต่างคนต่างเดิน
แล้วเราก็กลับ จากนั้นก็ เข้าลูบเดิม
โทรหาไม่ว่าง โทรกลับแค่ตอนขอความช่วยเหลือ
.....แล้ว ผมก็มีคนเข้ามา
แรกๆผมก็อึดอัดนะ เค้ามาทำดีกับเรา เค้ามาใส่ใจ อยู่ๆก็โทรหากันนอนคุยกันสองสามชั่วโมง
เริ่มเกิดความรู้สึกผิด แต่เค้าก็ใจดีมาก มากซะใจเราหวั่นไหว ในวันที่เราแย่เราโทรหาแฟนเค้าบอกไม่ว่างดูซีรีย์อยู่ แต่กับคนที่เข้ามา เค้าฟังเราได้แม้จะขับรถอยู่
คนที่เข้ามา อายุเยอะกว่าผม 7 ปี มีลูกแล้ว ลูกอายุ 10 ขวบ
ผมไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเลย ผมเฉยๆนะ รับได้ผมกังวลอย่างเดียวว่าเค้าจะมีลูกให้ผมได้ไหมแค่นั้นเอง
กลับมาที่เดิม วันเวลาผ่านไป ผมก็เริ่มคุยกับเค้าแบบจริงจัง จนสุดท้ายผมก็ไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกันกับเค้าแค่สองคน
ผมยอมรับ ผมสนุกมาก มันคือฟิลลิ่งที่ผมขาดหายไปจนผมรู้สึกได้
เดินคุยกันจับมือกัน ดูนู้นดูนี้ พาไปตึก18+ก็เข้าไปขำกัน หยอกล้อกัน
แต่ในใจผมก็รู้สึกกลัว กลัวมากว่าความจะแตก
แต่ก็รอดกลับมาได้ และผมก็ต้องไปญี่ปุ่นอีกครั้งกับแกงค์เดิมและแฟนผม
ผมไปรอบนี้ผมแทบไม่ได้ใส่ใจเธอเลย เพราะผมทำตัวไม่ถูก เราเหมือนคนห่างกันและผมก็ติดเพื่อนผมมาก
จนกระทั่งวันที่สองก็เกิดเรื่อง เธอนอย์ด
เธอบอกว่าถ้าไม่อยากให้มา ทำไมไม่บอก ไม่เห็นเงาหัวกัน
ผมก็บอกว่า ทำตัวไม่ถูกผมก็ต้องดูแลเพื่อนกับเธอ ผมก็ขอโทษด้วย
แล้วเธอก็บอกว่ารู้ว่าเลิกกันไปนานแล้ว(?) แต่ช่วยสนใจบ้าง
ผมก็เลยตัดสินใจคุยเลยว่าอย่างไร ผมก็บอกว่าเพราะเราห่างกันนะ ผมก็รู้ว่าเธอมีคนใหม่ไปนานแล้ว เธอบอกเธอก็ไม่ได้โง่
ผมก็บอกไม่ได้บอกว่ามีใครโง่ มันแค่มีทางของตัวเอง เรายังเป็นเพื่อนที่ดีนะ แล้วผมก็เรียกเพื่อนๆเข้ามาคุยว่า ช่วยสนใจเธอหน่อย ไม่ได้เป็นแฟนกันแล้วทุกคนเป็นเพื่อนกัน เธอก็ดีขึ้นเราก็ไปเที่ยวกันจนจบทริป
ผมโล่งใจมาก ณ เวลานั้นที่ทุกอย่างมันจบแบบแฮปปี้ ต่างคนต่างมีเส้นทางที่ควรเดิน ผมกะว่าเธอเรียนจบผมจะบอกเธออีกครั้งว่าขอให้เธอโชคดีกับทางที่เธอเดิน มีอะไรให้ช่วยก็โทรหากันได้นะ
แต่แล้วเรื่องก็เกิด
เมื่อสองวันที่แล้วเธอขอมาค้างที่บ้านผม ผมไปทำงานเลยบอกให้เธอค้างไปเลย เพราะเธอมีธุระเช้าบ้านผมใกล้กว่าที่หอเธอ
(เธอย้ายหอไปใกล้ที่เรียนซึ่งผมก็เป็นคนไปย้ายให้)
เธอมาแล้วเธอก็มาเจอ กระดาษที่ผมปริ้นเอาไว้ตอนไปกับคนใหม่
เธอก็เปิดคอมหารูปหาคลิปที่ผมไปเที่ยวแล้วก็โทรมาต่อว่าผม
เธอบอกว่าทำไมถึงไม่บอก(ด้วยคำหยาบ)
ผมก็บอกผมจะบอก แต่เราให้เธอเรียนจบก่อนไม่อยากให้เธอคิดมาก เธอก็บอกส่งเงินให้เรียนเหรอ
เธอไม่ฟังผมเลย เธอเลยบอกเธอจะทวงคืนทุกอย่าง
เธอจะหักทีวีที่เคยซื้อด้วยกันและจะฆ่าหรือปล่อยนกที่ผมเลี้ยง2ตัว แต่เธอเป็นคนซื้อไป
ผมก็ขอร้องว่าอย่าเลย สัตว์มันไม่รู้เรื่อง ทำลายของไปมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้น
เธอก็ไม่ฟัง จนสุดท้ายผมเลยขอทวงบ้าง
ผมทวงว่า ตอนเรื่องที่มาเก๊าผมขออะไรได้บ้าง
ตอนที่เธอทิ้งผมไว้ผมขออะไรได้บ้าง
เรื่องที่หายไปเป็นอาทิตย์คิดเหรอว่าผมจะเชื่อว่าคุณกลับบ้านผมแทบเป็นบ้า ขออะไรได้บ้าง
เรื่องที่ผมถามว่ารักผมไหม ทำไมตอบไม่รู้ แล้วตอนที่ญี่ปุ่นเราก็คุยกันแล้วไม่ใช่เหรอ
สุดท้าย เธอก็บอกว่า
ขอ 200,000บาท
ค่าใจที่แตกสลาย
ผมงงงวยไปหมด ใจผมก็อยากให้ แต่ผมไม่มี ผมเองก็รู้สึกผิดมากๆที่ทำ
ยังคิดอยู่ว่า ถ้าเราไม่อ่อนแอจะเป็นแบบนี้ไหม ถ้าเราจะอยู่เหมือนของตายรอเธอมาก็ไม่ผิดใช่ไหม
รายละเอียดผมจำไม่ได้มาก เพราะไม่คิดว่าจะได้มาโพสในกระทู้แบบนี้
ผมไม่รู้จะมาทำอะไรในนี้ ผมรู้สึกแย่มาก ตอนนี้ยังคิดอยู่ว่าผมจะยอมขายของที่ผมรักทิ้งไปเพื่อให้เรื่องจบจะดีไหม
ผมปรึกษาพ่อกับแม่แล้ว พ่อกับแม่ก็บอกว่าไม่ต้องหรอก ดูก็รู้ว่าเค้าต้องการอะไร
กระทู้นี้ไม่รู้ว่าเป็นการ ปรึกษา ขอคำด่า ขอความเห็นใจ หรือบอกเล่า
ก็สุดแล้วแต่สมาชิกจะตอบกลับละครับ