เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับเพื่อนผมคนหนึ่ง
ต้องขอท้าวความว่า พ่อเพื่อนผมซึ่งมาอาชีพทำไร่อ้อย วันที่เกิดเหตุเป็นเวลาค่ำ แกขับรถไถนาเดินตามซึ่งพ่วงด้วยรถที่ใช้บรรทึกอ้อย วันนั้นแกได้นำอ้อยไปขายที่เคน (สถานที่รับซื้ออ้อย) ระหว่างที่รอคิวขายอ้อย แกได้ดื่มเหล้ากับเพื่อนๆ พอขายเสร็จแล้วแกก็ขับรถที่ใช้บรรทุกอ้อยออกมาที่ถนน ซึ่งเป็นถนนทางหลวงชนบท 2 เลนจราจร มีรถนิสสันเทียน่าคันนึงวิ่งมาด้วยความเร็วแล้วชนเข้าที่รถพ่อเพื่อนผม จนรถพ่อเพื่อนผมพัง แล้วรถคู่กรณีก็ได้รับความเสียหายฝั่งทางด้านซ้าย มีรอยบุบฝั่งซ้ายทั้งแทบ ยางฝั่งซ้ายทั้ง 2 เส้นแตก กระจกหน้าแตก ถุงลมนิรภัยด้ายซ้าย (ถุงลมข้างรถ ไม่ใช่คู่หน้า)แตก สำหรับคนขับไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ แต่ภรรยาเขาที่มาด้วย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย นิ้วโป้งซ้ายโดนกระจกบาด แล้วพ่อเพื่อนผมกับคู่กรณีได้ไปที่โรงพัก ทางพ่อเพื่อนผมยอมรับผิดทุกอย่าง (เมาแล้วขับ และรถไม่มีไฟท้าย) แล้วจะนัดกันมาไกล่เกลี่ยกันอีกที โดยทางเพื่อนผมได้ไปหาเงินเพื่อใช้จ่ายค่าเสียหาย เป็นจำนวนเงิน 1 แสนบาท โดยในรอบแรกคู่กรณีนัดไกล่เกลี่ยที่บ้านคู่กรณี แต่ทางเราขอให้มาไกล่เกลี่ยที่โรงพัก จึงได้กำหนดวันเป็นวันที่ 7 ก.พ. 2562 เมื่อถึงวันคู่กรณีไม่มา แล้วคู่กรณีก็นัดอีกทีในวันที่ 20 ก.พ. 2562 คู่กรณีได้เรียกค่าเสียหาย 5 แสนบาท (คู่กรณีเป็นหมอฟันที่โรงพยาบาลอำเภอแห่งหนึ่ง) ทางเพื่อนผมบอกไปว่ามีให้แค่นี้ ทางคู่กรณีบอกให้ไปหากู้มาให้ หรือให้ขายที่มาให้ ซึ่งหากจะขายที่ที่พ่อเพื่อนมี (ที่ไร่และที่บ้าน)ก็จะได้ประมาณ 3 แสน ทางเพื่อนผมเลยบอกว่ามีให้แค่นี้แหละครับ ไม่รู้จะไปหามาจากไหน คู่กรณีโมโห แล้วพูดขึ้นมาว่าถ้าหามาให้ไม่ได้ระวังจะทำงานที่เดิมไม่ได้ (เพื่อนผมเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลจังหวัด) แล้วเขายังขู่อีกว่าจะฆ่ายกครัว ตอนนี้ทางเพื่อนผมและครอบครัวรู้สึกกลัวมาก จึงได้ไปแจ้งความกับตำรวจไว้แล้ว ในส่วนของคดี คงต้องให้ทางคู่กรณีไปฟ้องเอง
เมื่อโดนขู่ฆ่า ควรทำยังไง
ต้องขอท้าวความว่า พ่อเพื่อนผมซึ่งมาอาชีพทำไร่อ้อย วันที่เกิดเหตุเป็นเวลาค่ำ แกขับรถไถนาเดินตามซึ่งพ่วงด้วยรถที่ใช้บรรทึกอ้อย วันนั้นแกได้นำอ้อยไปขายที่เคน (สถานที่รับซื้ออ้อย) ระหว่างที่รอคิวขายอ้อย แกได้ดื่มเหล้ากับเพื่อนๆ พอขายเสร็จแล้วแกก็ขับรถที่ใช้บรรทุกอ้อยออกมาที่ถนน ซึ่งเป็นถนนทางหลวงชนบท 2 เลนจราจร มีรถนิสสันเทียน่าคันนึงวิ่งมาด้วยความเร็วแล้วชนเข้าที่รถพ่อเพื่อนผม จนรถพ่อเพื่อนผมพัง แล้วรถคู่กรณีก็ได้รับความเสียหายฝั่งทางด้านซ้าย มีรอยบุบฝั่งซ้ายทั้งแทบ ยางฝั่งซ้ายทั้ง 2 เส้นแตก กระจกหน้าแตก ถุงลมนิรภัยด้ายซ้าย (ถุงลมข้างรถ ไม่ใช่คู่หน้า)แตก สำหรับคนขับไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ แต่ภรรยาเขาที่มาด้วย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย นิ้วโป้งซ้ายโดนกระจกบาด แล้วพ่อเพื่อนผมกับคู่กรณีได้ไปที่โรงพัก ทางพ่อเพื่อนผมยอมรับผิดทุกอย่าง (เมาแล้วขับ และรถไม่มีไฟท้าย) แล้วจะนัดกันมาไกล่เกลี่ยกันอีกที โดยทางเพื่อนผมได้ไปหาเงินเพื่อใช้จ่ายค่าเสียหาย เป็นจำนวนเงิน 1 แสนบาท โดยในรอบแรกคู่กรณีนัดไกล่เกลี่ยที่บ้านคู่กรณี แต่ทางเราขอให้มาไกล่เกลี่ยที่โรงพัก จึงได้กำหนดวันเป็นวันที่ 7 ก.พ. 2562 เมื่อถึงวันคู่กรณีไม่มา แล้วคู่กรณีก็นัดอีกทีในวันที่ 20 ก.พ. 2562 คู่กรณีได้เรียกค่าเสียหาย 5 แสนบาท (คู่กรณีเป็นหมอฟันที่โรงพยาบาลอำเภอแห่งหนึ่ง) ทางเพื่อนผมบอกไปว่ามีให้แค่นี้ ทางคู่กรณีบอกให้ไปหากู้มาให้ หรือให้ขายที่มาให้ ซึ่งหากจะขายที่ที่พ่อเพื่อนมี (ที่ไร่และที่บ้าน)ก็จะได้ประมาณ 3 แสน ทางเพื่อนผมเลยบอกว่ามีให้แค่นี้แหละครับ ไม่รู้จะไปหามาจากไหน คู่กรณีโมโห แล้วพูดขึ้นมาว่าถ้าหามาให้ไม่ได้ระวังจะทำงานที่เดิมไม่ได้ (เพื่อนผมเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลจังหวัด) แล้วเขายังขู่อีกว่าจะฆ่ายกครัว ตอนนี้ทางเพื่อนผมและครอบครัวรู้สึกกลัวมาก จึงได้ไปแจ้งความกับตำรวจไว้แล้ว ในส่วนของคดี คงต้องให้ทางคู่กรณีไปฟ้องเอง