วันนั้นผมปั่นจักรยานกลับจากโรงเรียนตามปกติเป็นวันสุดท้ายที่ผมจะได้เรียนที่นั้น เพราะผมสอบเสร็จและปิดเทอมแล้ว พอถึงบ้านมีรถที่ผมไม่เคยเห็นมาจอดอยู่หน้าบ้าน ผมมองไปเห็นยายนั่งอยู่ ผมวิ่งไปกอดยายอย่างมีความสุข ผมดีใจที่สุดในชีวิตที่ยายกลับมาตามคำสัญญา ผมมองไปเห็นน้าสาวเห็นน้าเขย เห็นน้องสาวที่เคยอยู่ด้วยกัน และก็เห็นน้องสาวอีกคนที่ไม่เคยเจอกัน ผมก็ยกมือไหว้และทักทายทุกคน ผมเหลียวมองแววตา ของตาดูมีความสุขที่ยายกลับมา
คืนนั้นผมนอนกอดยายอีกครั้งในรอบหลายเดือน ผมถามยายว่ายายไปไหนมา ยายไปอยู่บ้านน้าสาว ยายเอารูปให้ผมดู ผมเห็นยายไปเที่ยวทะเล ไปนั่งสปีดโบ๊ท ผมถามยายว่าที่กรุงเทพฯมีทะเลด้วยเหรอยายผมอยากไปจัง ผมอยากเห็นทะเล เกิดมายังไม่เคยเห็นทะเลเลย มีคนบอกว่าน้ำทะเลเค็ม
จริงไหมยาย ยายบอกว่าเค็ม เดี่ยวหลานก็คงได้ไปเห็นเอง ผมพูดคุยกับยายจนผมหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้
น้าสาวกับน้าเขยผมมาอยู่เกือบสัปดาห์ ฝากน้องสาวคนที่เคยอยู่กับผมไว้ด้วย แล้วก็กลับไป บอกตายายว่าจะกลับมาใหม่ ใกล้ๆสิ้นเดือนจะกลับมารับ ผมก็ไม่ได้สนใจ เรากลับมาอยู่ด้วยกัน 4 คนอีกครั้ง ครั้งนี้ตาดีกลับยายขึ้น ยังมีกินเหล้าบ้างแต่น้อยลง ไม่อาละวาดเหมือนเมื่อก่อน ใช้ชีวิตตามประสาชาวนาปกติ อยู่แบบพอเพียงเหมือนที่เคยทำมา
และแล้วน้าสาวกับน้าเขยผมก็กลับมารับน้อง รอบนี้มาอยู่ได้ 5 วัน วันนั้นเรานั่งคุยกันพร้อมหน้าทุกคน น้าสาวพูดขึ้นมาว่าจะขอตายาย เอาผมไปอยู่ด้วยไปเรียนหนังสือ ตายายจะว่าอย่างไร น้าสาวพูดตัดบทว่าให้ไปเถอะอยู่ที่นี่ตายายก็ไม่ค่อยมีเงิน ส่งเรียนไม่ไหวหรอก น้าสาวหันมาถามผมว่าอยากไปอยู่กรุงเทพฯไหม ผมหันมามองหน้าตายาย ตายายก็บอกว่าไปเถอะ ลูกจะได้เรียนหนังสือเป็นเจ้าคนนายคน ตายายก็ไม่ค่อยมีเงินส่งลูกเรียน ผมคิดอะไรไม่ออก ในใจก็อยากอยู่กับตายาย อีกใจก็อยากไปจะได้เรียนที่ดีดีมีอนาคต เด็กอายุ 7 ขวบอย่างผมเริ่มสับสนในหัวผมอีกครั้ง เหมือนชะตาฟ้าลิขิตชีวิตไว้แล้วให้ชีวิตคนเราเป็นแบบนั้นแบบนี้ให้ผ่านอุปสรรคต่างๆมากมายกว่าจะได้อะไรมา กว่าจะประสบความสำเร็จในชีวติ สุดท้ายผมก็ต้องไป น้าสาวพาผมไปพบคุณครูที่โรงเรียนของผม และจัดการเรื่องเอกสารของผม แล้วให้ผมลาครู ลาเพื่อน ครูพูดกับผมว่าจะไปอยู่กรุงเทพฯแล้วเหรอ โชคดีนะ เพื่อนที่สนิทก็มาลาผม ขอให้ผมโชคดี ส่วนสาวที่ผมตกหลุมชอบเป็นครั้งแรก เธอเดินเข้ามาหาผมเอง ผมตกใจยืนนิ่ง ใจเต้นตุ๊บๆ เธอพูดกับผมว่า จะไปอยู่กรุงเทพฯแล้วเหรอ อย่าลืมคิดถึงกันบ้างนะ มาเที่ยวที่บ้านนอก ก็มาเยี่ยมเพื่อนๆบ้าง โชคดีนะ ผมยืนตัวแข็ง ยิ้มเขิน จนไม่ได้พูดอะไรกับเธอเลย เสียดายในความขี้อายของตัวเอง (หัวเราะเบาๆ)
วันเดินทาง ผมไหว้ลาตา ตาเสียงสั่นๆ ตาแดงๆเหมือนจะร้องไห้ คงคิดในใจว่าไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เจอหลานชายอีก เหมือนจำใจให้ผมไป แล้วดึงผมมากอดบอกกับผมว่าโชคดีนะลูก ผมเดินไปไหว้ยาย ยายกอดผม ผมค่อยๆเลื่อนมือไปกอดที่เอวยายไว้แน่น ยายบอกโชคดีนะลูก ผมบอกกับยายว่า ถ้าผมเรียนจบมีงานทำแล้ว ผมจะกลับมารับยายไปอยู่ด้วย ผมชินกับการห่างยายไปหลายเดือน ตอนนั้นผมจึงไม่กลัวการที่จะต้องห่างยายอีก เพราะผมมีความตั้งใจแน่วแน่แล้วว่า ผมจะตั้งใจเรียน ชีวิตผมจะต้องดีกว่านี้ และผมจะต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับยายให้จงได้ ผมขึ้นรถเก๋งไปกับครอบครัวของน้า ซึ่งเป็นครอบครัวใหม่ของผมครอบครัวที่ 4 ในชีวิตผม แต่การเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ที่ที่ผมจากมาได้ 3 ปี ครั้งนี้ผมเดินทางด้วยความหวังอันแน่วแน่ เพื่อชีวิตที่ดีกว่าเดิม และผู้สูงอายุที่รอคอยผมอยู่..........(รอติดตามตอนต่อไป)
ใกล้จันทร์
รอแสงตะวันส่องมาที่ฉัน EP8 "ยายกลับบ้าน ผมกลับกรุง"
คืนนั้นผมนอนกอดยายอีกครั้งในรอบหลายเดือน ผมถามยายว่ายายไปไหนมา ยายไปอยู่บ้านน้าสาว ยายเอารูปให้ผมดู ผมเห็นยายไปเที่ยวทะเล ไปนั่งสปีดโบ๊ท ผมถามยายว่าที่กรุงเทพฯมีทะเลด้วยเหรอยายผมอยากไปจัง ผมอยากเห็นทะเล เกิดมายังไม่เคยเห็นทะเลเลย มีคนบอกว่าน้ำทะเลเค็ม
จริงไหมยาย ยายบอกว่าเค็ม เดี่ยวหลานก็คงได้ไปเห็นเอง ผมพูดคุยกับยายจนผมหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้
น้าสาวกับน้าเขยผมมาอยู่เกือบสัปดาห์ ฝากน้องสาวคนที่เคยอยู่กับผมไว้ด้วย แล้วก็กลับไป บอกตายายว่าจะกลับมาใหม่ ใกล้ๆสิ้นเดือนจะกลับมารับ ผมก็ไม่ได้สนใจ เรากลับมาอยู่ด้วยกัน 4 คนอีกครั้ง ครั้งนี้ตาดีกลับยายขึ้น ยังมีกินเหล้าบ้างแต่น้อยลง ไม่อาละวาดเหมือนเมื่อก่อน ใช้ชีวิตตามประสาชาวนาปกติ อยู่แบบพอเพียงเหมือนที่เคยทำมา
และแล้วน้าสาวกับน้าเขยผมก็กลับมารับน้อง รอบนี้มาอยู่ได้ 5 วัน วันนั้นเรานั่งคุยกันพร้อมหน้าทุกคน น้าสาวพูดขึ้นมาว่าจะขอตายาย เอาผมไปอยู่ด้วยไปเรียนหนังสือ ตายายจะว่าอย่างไร น้าสาวพูดตัดบทว่าให้ไปเถอะอยู่ที่นี่ตายายก็ไม่ค่อยมีเงิน ส่งเรียนไม่ไหวหรอก น้าสาวหันมาถามผมว่าอยากไปอยู่กรุงเทพฯไหม ผมหันมามองหน้าตายาย ตายายก็บอกว่าไปเถอะ ลูกจะได้เรียนหนังสือเป็นเจ้าคนนายคน ตายายก็ไม่ค่อยมีเงินส่งลูกเรียน ผมคิดอะไรไม่ออก ในใจก็อยากอยู่กับตายาย อีกใจก็อยากไปจะได้เรียนที่ดีดีมีอนาคต เด็กอายุ 7 ขวบอย่างผมเริ่มสับสนในหัวผมอีกครั้ง เหมือนชะตาฟ้าลิขิตชีวิตไว้แล้วให้ชีวิตคนเราเป็นแบบนั้นแบบนี้ให้ผ่านอุปสรรคต่างๆมากมายกว่าจะได้อะไรมา กว่าจะประสบความสำเร็จในชีวติ สุดท้ายผมก็ต้องไป น้าสาวพาผมไปพบคุณครูที่โรงเรียนของผม และจัดการเรื่องเอกสารของผม แล้วให้ผมลาครู ลาเพื่อน ครูพูดกับผมว่าจะไปอยู่กรุงเทพฯแล้วเหรอ โชคดีนะ เพื่อนที่สนิทก็มาลาผม ขอให้ผมโชคดี ส่วนสาวที่ผมตกหลุมชอบเป็นครั้งแรก เธอเดินเข้ามาหาผมเอง ผมตกใจยืนนิ่ง ใจเต้นตุ๊บๆ เธอพูดกับผมว่า จะไปอยู่กรุงเทพฯแล้วเหรอ อย่าลืมคิดถึงกันบ้างนะ มาเที่ยวที่บ้านนอก ก็มาเยี่ยมเพื่อนๆบ้าง โชคดีนะ ผมยืนตัวแข็ง ยิ้มเขิน จนไม่ได้พูดอะไรกับเธอเลย เสียดายในความขี้อายของตัวเอง (หัวเราะเบาๆ)
วันเดินทาง ผมไหว้ลาตา ตาเสียงสั่นๆ ตาแดงๆเหมือนจะร้องไห้ คงคิดในใจว่าไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เจอหลานชายอีก เหมือนจำใจให้ผมไป แล้วดึงผมมากอดบอกกับผมว่าโชคดีนะลูก ผมเดินไปไหว้ยาย ยายกอดผม ผมค่อยๆเลื่อนมือไปกอดที่เอวยายไว้แน่น ยายบอกโชคดีนะลูก ผมบอกกับยายว่า ถ้าผมเรียนจบมีงานทำแล้ว ผมจะกลับมารับยายไปอยู่ด้วย ผมชินกับการห่างยายไปหลายเดือน ตอนนั้นผมจึงไม่กลัวการที่จะต้องห่างยายอีก เพราะผมมีความตั้งใจแน่วแน่แล้วว่า ผมจะตั้งใจเรียน ชีวิตผมจะต้องดีกว่านี้ และผมจะต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับยายให้จงได้ ผมขึ้นรถเก๋งไปกับครอบครัวของน้า ซึ่งเป็นครอบครัวใหม่ของผมครอบครัวที่ 4 ในชีวิตผม แต่การเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ที่ที่ผมจากมาได้ 3 ปี ครั้งนี้ผมเดินทางด้วยความหวังอันแน่วแน่ เพื่อชีวิตที่ดีกว่าเดิม และผู้สูงอายุที่รอคอยผมอยู่..........(รอติดตามตอนต่อไป)
ใกล้จันทร์