..... " เช็กเลย! ประเมินอารมณ์ทางการเมืองคุณอยู่ระดับใด ".....
ที่มา :
https://mgronline.com/qol/detail/9620000017388
( เผยแพร่: 19 ก.พ. 2562 11:49 ปรับปรุง: 19 ก.พ. 2562 12:13 โดย: ผู้จัดการออนไลน์ )
____________________________________________________________________________________________________
กรมสุขภาพจิต ห่วงเห็นต่างทางการเมือง ทำครอบครัวขัดแย้ง สูญเสียความสัมพันธ์ ชวนประเมินอารมณ์ตนเอง และคนรอบข้าง ได้อารมณ์ทางการเมืองระดับใดจาก 3 ระดับ ปกติ ปานกลาง หรือค่อนข้างรุนแรง
นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า กรมสุขภาพจิตมีความเป็นห่วงว่าความคิดเห็นที่แตกต่างกันทางการเมืองในขณะนี้ อาจทำให้เกิดความขัดแย้งในครอบครัว และการสูญเสียความสัมพันธ์ระหว่างคนใกล้ชิดจากความพยายามที่จะยัดเยียดให้ทุกคนคิดเหมือนตัวเอง ทั้งที่ในความเป็นปกติของมนุษย์ย่อมมีความเห็นต่าง ทุกคนไม่ว่าอยู่ในสถานะใด พ่อ แม่ ลูก ญาติพี่น้องเพื่อนฝูง ควรให้เกียรติและเคารพในความคิดของกันและกัน ถ้าเกิดความเห็นที่แตกต่างกัน ต้องมีสติ และต้องประคับประคองความเป็นครอบครัว และความสัมพันธ์ไว้ก่อน ต้องประเมินความสามารถในการเปิดรับของอีกฝ่าย อย่ายัดเยียดให้อีกฝ่ายยอมรับโดยไม่สมัครใจ ค่อยๆ พูด ค่อยๆ คุย โดยเลือกพูดในโอกาสและเวลาที่เหมาะสม
นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า กรมสุขภาพจิตขอเชิญชวนทุกคนมาประเมินความเข้มของอารมณ์ตนเองและคนรอบข้าง เพื่อชะลอความเครียดและความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรู้เท่าทันจิตใจกัน โดยประเมินว่าในช่วง ที่ผ่านมา เรามีความรู้สึกต่อไปนี้อย่างไร คือ
1. ฉันมักอารมณ์เสียเวลาคุยเรื่องการเมือง (ใช่, ไม่แน่ใจ, ไม่ใช่)
2. เวลาคนพูดเรื่องการเมืองที่ฉันไม่เห็นด้วย ฉันอดไม่ได้ต้องเถียงเสมอ (ใช่, ไม่แน่ใจ, ไม่ใช่)
3. ฉันหมกมุ่นเรื่องการเมือง จนลืมเรื่องบ้านฉัน (ใช่, ไม่แน่ใจ, ไม่ใช่)
4. ฉันกลัวว่าจะเกิดเรื่องร้ายแรงกับประเทศไทยตลอดเวลา (ใช่, ไม่แน่ใจ, ไม่ใช่) และ
5. ฉันมักจะพยายามโน้มน้าวให้คนอื่นเห็นด้วยกับความคิดเห็นทางการเมืองของฉันเสมอ (ใช่, ไม่แน่ใจ, ไม่ใช่)
เมื่อประเมินแล้วก็ให้คะแนน และแปลผลดังนี้ ตอบว่า ใช่ = 2 คะแนน, ไม่แน่ใจ = 1 คะแนน, ไม่ใช่ = 0 คะแนน เสร็จแล้ว รวมคะแนนที่ได้ทั้งหมดแล้วอ่านผลประเมิน ดังนี้
กลุ่มที่ 1 ได้คะแนน 0-2 คะแนน อารมณ์ทางการเมืองปกติ คือเป็นผู้ที่เปิดรับความคิดเห็น จากทุกฝ่าย และตระหนักเพียงว่าเป็นความคิดเห็นทางการเมืองที่อาจไม่ตรงกันได้
กลุ่มที่ 2 ได้คะแนน 3-5 คะแนน อารมณ์ทางการเมืองอยู่ในระดับปานกลาง มีจุดยืน และรับความคิดเห็นที่แตกต่างได้ แต่มีความเสี่ยงที่จะเครียดและเกิดความขัดแย้งกับผู้อื่นได้ถ้าหมกมุ่นมากเกินไป จึงควรหากิจกรรมอย่างอื่นทำ เช่น ไปท่องเที่ยวหรือออกกำลังกายบ้าง
กลุ่มที่ 3 ได้คะแนน 6-10 คะแนน อารมณ์ทางการเมืองค่อนข้างรุนแรง มีความเสี่ยง ต่อความเครียดและขัดแย้งกับผู้อื่นสูงจึงไม่ควรเปิดรับสื่อที่นำเสนอเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองทั้งวัน หากิจกรรมอย่างอื่นทำบ้าง และหลีกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในสถานการณ์หรือกับบุคคลที่มีความคิดรุนแรง
“ความเข้าใจ และการยอมรับความเห็นซึ่งกันและกันเป็นที่ตั้งสำคัญในความสัมพันธ์ของบุคคล จึงไม่ควรเพ่งแต่เรื่องการเมืองจนหลงลืมรักษาความสัมพันธ์กันในครอบครัว และคนใกล้ชิด” อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว
" เช็กเลย! ประเมินอารมณ์ทางการเมืองคุณอยู่ระดับใด ? "
ที่มา : https://mgronline.com/qol/detail/9620000017388
( เผยแพร่: 19 ก.พ. 2562 11:49 ปรับปรุง: 19 ก.พ. 2562 12:13 โดย: ผู้จัดการออนไลน์ )
____________________________________________________________________________________________________
กรมสุขภาพจิต ห่วงเห็นต่างทางการเมือง ทำครอบครัวขัดแย้ง สูญเสียความสัมพันธ์ ชวนประเมินอารมณ์ตนเอง และคนรอบข้าง ได้อารมณ์ทางการเมืองระดับใดจาก 3 ระดับ ปกติ ปานกลาง หรือค่อนข้างรุนแรง
นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า กรมสุขภาพจิตมีความเป็นห่วงว่าความคิดเห็นที่แตกต่างกันทางการเมืองในขณะนี้ อาจทำให้เกิดความขัดแย้งในครอบครัว และการสูญเสียความสัมพันธ์ระหว่างคนใกล้ชิดจากความพยายามที่จะยัดเยียดให้ทุกคนคิดเหมือนตัวเอง ทั้งที่ในความเป็นปกติของมนุษย์ย่อมมีความเห็นต่าง ทุกคนไม่ว่าอยู่ในสถานะใด พ่อ แม่ ลูก ญาติพี่น้องเพื่อนฝูง ควรให้เกียรติและเคารพในความคิดของกันและกัน ถ้าเกิดความเห็นที่แตกต่างกัน ต้องมีสติ และต้องประคับประคองความเป็นครอบครัว และความสัมพันธ์ไว้ก่อน ต้องประเมินความสามารถในการเปิดรับของอีกฝ่าย อย่ายัดเยียดให้อีกฝ่ายยอมรับโดยไม่สมัครใจ ค่อยๆ พูด ค่อยๆ คุย โดยเลือกพูดในโอกาสและเวลาที่เหมาะสม
นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า กรมสุขภาพจิตขอเชิญชวนทุกคนมาประเมินความเข้มของอารมณ์ตนเองและคนรอบข้าง เพื่อชะลอความเครียดและความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรู้เท่าทันจิตใจกัน โดยประเมินว่าในช่วง ที่ผ่านมา เรามีความรู้สึกต่อไปนี้อย่างไร คือ
1. ฉันมักอารมณ์เสียเวลาคุยเรื่องการเมือง (ใช่, ไม่แน่ใจ, ไม่ใช่)
2. เวลาคนพูดเรื่องการเมืองที่ฉันไม่เห็นด้วย ฉันอดไม่ได้ต้องเถียงเสมอ (ใช่, ไม่แน่ใจ, ไม่ใช่)
3. ฉันหมกมุ่นเรื่องการเมือง จนลืมเรื่องบ้านฉัน (ใช่, ไม่แน่ใจ, ไม่ใช่)
4. ฉันกลัวว่าจะเกิดเรื่องร้ายแรงกับประเทศไทยตลอดเวลา (ใช่, ไม่แน่ใจ, ไม่ใช่) และ
5. ฉันมักจะพยายามโน้มน้าวให้คนอื่นเห็นด้วยกับความคิดเห็นทางการเมืองของฉันเสมอ (ใช่, ไม่แน่ใจ, ไม่ใช่)
เมื่อประเมินแล้วก็ให้คะแนน และแปลผลดังนี้ ตอบว่า ใช่ = 2 คะแนน, ไม่แน่ใจ = 1 คะแนน, ไม่ใช่ = 0 คะแนน เสร็จแล้ว รวมคะแนนที่ได้ทั้งหมดแล้วอ่านผลประเมิน ดังนี้
กลุ่มที่ 1 ได้คะแนน 0-2 คะแนน อารมณ์ทางการเมืองปกติ คือเป็นผู้ที่เปิดรับความคิดเห็น จากทุกฝ่าย และตระหนักเพียงว่าเป็นความคิดเห็นทางการเมืองที่อาจไม่ตรงกันได้
กลุ่มที่ 2 ได้คะแนน 3-5 คะแนน อารมณ์ทางการเมืองอยู่ในระดับปานกลาง มีจุดยืน และรับความคิดเห็นที่แตกต่างได้ แต่มีความเสี่ยงที่จะเครียดและเกิดความขัดแย้งกับผู้อื่นได้ถ้าหมกมุ่นมากเกินไป จึงควรหากิจกรรมอย่างอื่นทำ เช่น ไปท่องเที่ยวหรือออกกำลังกายบ้าง
กลุ่มที่ 3 ได้คะแนน 6-10 คะแนน อารมณ์ทางการเมืองค่อนข้างรุนแรง มีความเสี่ยง ต่อความเครียดและขัดแย้งกับผู้อื่นสูงจึงไม่ควรเปิดรับสื่อที่นำเสนอเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองทั้งวัน หากิจกรรมอย่างอื่นทำบ้าง และหลีกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในสถานการณ์หรือกับบุคคลที่มีความคิดรุนแรง
“ความเข้าใจ และการยอมรับความเห็นซึ่งกันและกันเป็นที่ตั้งสำคัญในความสัมพันธ์ของบุคคล จึงไม่ควรเพ่งแต่เรื่องการเมืองจนหลงลืมรักษาความสัมพันธ์กันในครอบครัว และคนใกล้ชิด” อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว