ก่อนอื่นขอบอกว่าตื่นเต้นมากกับการเขียนเรื่องราวของตัวเองลงบนพันทิป เป็นครั้งแรก เพราะนี้อาจจะเป็นสมุดจดบันทึกเรื่องราวที่อยากจะเล่าถึงใครคนนั้นที่ตัวอยู่ใกล้นิดเดียวแต่ระยะทางของหัวใจที่นับวันไกลออกไป แต่ฉันก็แอบหวังว่า วันหนึ่งเขาอาจจะได้รับรู้ถึงบทความนี้โดยบังเอิญ ....
เรื่องราวระหว่างฉันกับเขามันเกิดขึ้นในระหว่างที่ฉันทำงานอยู่ที่กระบี่ หาดไร่เลย์ ที่นี้คือทะเลที่สวยที่สุดในความรู้สึกของฉันก็ว่าได้ ฉันทำงานที่นี้ และวันหนึ่งเขาก็เดินผ่านเข้ามา วันแรกที่ฉันเห็นเขา ฉันรู้สึกแปลกๆ จากที่ไม่ชอบยิ้มหรือทักทายใคร แต่ฉันอยากจะยิ้มและทักทายเขา ซื่ง ณ เวลานั้นฉันก็ไม่รอช้า ที่จะยิ้มและทักทาย เขาเป็นผู้ชายตัวเล็กๆ เล็กกว่าฉันที่สูง 158 เขามีผมสีบอร์นทอง หน้าตาคมเข้ม ตาสีเทา แต่ดูเย่อหยิ่งซะเหลือเกิน แต่ฉันก็ยังรู้สึกดีตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็นเขาเดินมาแต่ไกล.. คำแรกที่พูด คือ ฮัลโล.. และรอยยิ้มกว้างของฉัน เขามองมา และเดินผ่านไป โดยไม่มีคำตอบรับ หรือรอยยิ้มใดๆ (ฉันคิดในใจทันที เตี้ยแล้วยังหยิ่งอีก) แต่วันต่อมาฉันก็ยังทักทายและส่งยิ้มเช่นเคย แต่ทุกๆครั้งเขาก็ไม่เคยทักทายหรือยิ้มตอบ.. จนผ่านไปสามวัน เขาได้หายไป ฉันไม่เห็นเขาอีก ในใจฉันตอนนั้นก็แอบเศร้าที่ไม่เห็นเขาอีก แต่ก็ต้องทำใจเพราะเขาก็แค่นักท่องเที่ยวมาและก็จากไป เพราะหาดไร่เลย์ คือสถานที่ติดอันดับของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย และความเศร้าเริ่มจะหายไปพร้อมๆกับการทำงานของฉัน ในเวลานั้นฉันอยู่ที่นั้นเพื่อทำงาน แต่ก็แอบหวังว่าจะเจอความรักกับหนุ่มต่างชาติ เหมือนที่ใครหลายๆคนหวัง หนุ่มหล่อ ตาน้ำข้าว.. ( ทุกคนมีสิทธิ์จะหวังใช่ไหม ) จนกระทั่ง ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์ ฉันยืนคุยโทรศัพท์อยู่ริมหาด ไม่ได้สนใจผู้คนเดินผ่านไปมามากนัก แต่เหลือบมองไปบนทางเดินเท้าใกล้กับตรงที่ฉันยืนอยู่ มีผู้ชายหน้าตา ลักษณะท่าทางเหมือนคนที่ฉันเห็นเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ใช่แหละ 100% เขาคือไอ้เตี้ยผู้เหย่อหยิ่งคนนั้น ในใจฉันแอบดีใจมิใช่น้อย ลืมปลายสายที่กำลังคุยด้วย ได้แต่จ้องมองเขา มือเล็กๆของเขาพยายามกวักมือมาทางที่ฉันยืนอยู่.. ฉันเองรู้สึกดีใจที่ได้เห็นหน้าเขาอีกครั้ง ได้แต่ยิ้มแก้มบาน หัวใจเต้นแรง ( ฉันพยายามหันไปมองข้างหลังและรอบๆตัวเองในขณะนั้น ว่าคนที่เขากวักมือเรียกใช่ฉันหรือป่าว แต่ข้างหลังฉันก็มีแต่ทะเล และรอบๆตัวฉันก็ไม่มีใคร) หัวใจฉันเริ่มเต้นแรงเป็นสิบเท่าเมื่อเริ่มมั่นใจว่าคนที่เขากวักมือเรียกมันคือ ฉันเอง. ฉันพยายามเดินตรงไปหาเขาและถามเขาเพื่อความมั่นใจอีกครั้งว่าคนที่เขาเรียกคือฉันใช่ไหม และคำตอบที่ได้ คือ Yes !!!! ความรู้สึกใจเต้นแรงในขณะที่ได้เจอ ได้พูดคุยกับใครสักคนแบบนี้ มันคืออะไรน่ะ แบบนี้มันใช่รักครั้งแรกหรือป่าวน่ะ ทำไมฉันรู้สึกมีความสุขที่สุดแบบนี้ หลังจากนั้นเราได้มีโอกาสพูดคุยกัน เขาเป็นคนเยอรมัน เขาอาศัยอยู่ที่เบอลิน เขาอายุน้อยกว่าฉันสามปี (แอบเสียใจนิดๆ เพราะไม่ชอบคนอายุน้อยกว่า) แต่ก็คุยๆไปก่อนล่ะกัน เรามีเวลาคุยไม่มากนัก เพราะฉันต้องทำงาน เขาบอกว่าเขาต้องกลับออกจากไร่เลย์ในวันนี้ช่วงเย็น แต่ถ้าฉันต้องการให้เขาอยู่ต่ออีกหนึ่งคืน เขาจะอยู่ ในเวลานั้นฉันไม่ลังเลที่จะตอบว่า Yes , I want you stay more one night. เรานัดพบกันหน้ารีสอร์ทที่เขาพัก เพื่อกินอาหารค่ำ ฉันออกไปพบเขาด้วยชุดธรรมดา หลังจากเลิกงาน เขายืนรอหน้ารีสอร์ท เราเข้าไปที่ร้านอาหาร และสั่งน้ำดื่มเท่านั้น ฉันบอกเขาว่าไม่หิว ในใจตอนนั้นตื่นเต้น กินอะไรไม่ลง มันเหมือนความรู้สึกที่แอบรักเพื่อนตอนฉัน อายุ 17 วันๆได้แต่ยิ้มและนึกถึงหน้าคนๆนั้น. เราพูดคุยกันหลายเรื่อง จนพอจะรู้จักกันมากขึ้น ฉันชวนเขาเดินไปหน้าหาดเพื่อดูคลื่น เราออกจากร้านอาหารและเดินไปที่หน้าหาดไร่เลย์ เราเดินไปคุยไป สักพักเขาเริ่มมาจับมือฉัน มันเหมือนจะง่ายไปหน่อย แต่สำหรับฉันด้วยความชอบเขาเต็มหัวใจและอายุตอนนั้น สามสิบห้า ก็คงไม่มีอะไรเสียหายล่ะ เราเดินกว่าจะไปถึงหน้าหาดก็ใช้เวลาราวๆ 10 นาทีได้ เราคุยกันไปเรื่อยๆ และเราไปหยุดที่เก้าอี้นอนหน้าหาด. มีนักท่องเที่ยวนอนชมดาวประมาณ 6-7 คนที่นั้น เราเอนกายลงบนเก้าอี้ มองไปบนฟ้า และรอบๆตัวมีเสียงคลื่นกระทบฝั่ง ลมเย็นๆโชยมา ( อะไรจะโรแมนติกกว่านี้ไม่มีล่ะ) และเรื่องราวของฉันและเขาก็เริ่มต้น เราคุยกันและเหมือนจะเข้าใจกันในช่วงเวลาสั้นๆ บรรยากาศช่างเป็นใจ จนกระทั่งเราบังเอิญหันมาหน้าเผชิญหน้าในระยะห่าง หนึ่งนิ้ว ( อะไรจะเหมือนในหนังในละครขนาดนั้น) แต่มันคือเรื่องจริงล่ะสำหรับฉัน และแน่นอน ด้วยความรู้สึกดีๆที่มีให้กัน มันก็สปาคเป็นรอยจูบที่ดูดดื่ม (ฟังๆไปอ่านจะเหมือนละคร แต่ย้ำอีกทีว่านี้คือเรื่องจริงของฉัน เจ้าของกระทู้นี้จร้า) และคืนนั้นเราทั้งสองก็จบแบบแฮปปี้ อันนี้ฉันขอไม่เล่ารายละเอียดทั้งหมดล่ะกัน.... (ละไว้ให้จินตนาการ) หลังจากฉันจะออกจากห้องของเขา เรานัดกันว่าจะพบกันอีกครั้งก่อนเขาจะออกจากหาดไร่เลย์ และเขาก็มาหาฉันที่ร้านที่ฉันทำงาน และเราออกไปนั่งกินอาหารเช้าในร้านอาหาร เรามีแค่รอยยิ้ม และความสุขใจ ทำไมช่วงเวลาแห่งความสุขมันผ่านไปเร็วหนัก ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันหนึ่งคืน ทำไมมันเป็นความรู้สึกพิเศษที่ฉันไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใคร มันเหมือนฉันได้เจอเขามาก่อนหน้านี้ ทำไมฉันรู้สึกยอมที่จะออกไปกับเขาง่ายๆ ทำไมฉันถึงอยากจะรู้จักเขามากขึ้น มันคืออะไร ความรู้สึกแบบนี้เขาเรียกว่ารักแรกพบหรือป่าว มีใครเคยเป็นเหมือนกันกับฉันไหม... ก่อนที่เขาจะจากไป ฉันมีรูปถ่ายคู่กับเขาหนึ่งรูป เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ ฉันได้แต่หวังว่าวันหนึ่งเราจะมีโอกาสกลับมาพบกันอีกครั้ง หลังจากเราจากกันวันนั้น เรายังคงมีโอกาสติดต่อกัน คุยกันมากขึ้น และฉันก็มั่นใจว่านี้คือความรัก ฉันมั่นใจว่าฉันรักเขา แต่ ด้วยระยะทางที่ไกลกัน มันทำให้เราเริ่มห่าง จากที่คุยทุกวัน บางวันเขาอ่านข้อความของฉัน แต่ไม่ตอบกลับ จนฉันเริ่มถอดใจ แต่ด้วยความรู้สึกที่ยังพิเศษที่มีต่อเขา มันทำให้ฉันทำทุกวิถีทางเพื่อจะมีโอกาสเจอเขาอีกครั้ง ฉันพยายามถามความรู้สึกเขาที่มีต่อฉัน ว่าเขารู้สึกยังไง แต่ก็ไม่เคยได้คำตอบที่ตรงกับความรู้สึกฉันที่มีต่อเขา ฉันจึงตัดสินใจคุยกับผู้ชายคนใหม่ จนกระทั่งสิ่งที่ฉันหวัง คือการได้ไปเยอรมันก็สำเร็จ ฉันแอบหวังว่าฉันจะได้พบเขาที่นั่น ฉันตัดสินใจไปเยอรมันจากคำเชิญผู้ชายอีกคน มันเหมือนการทำประชดเขา แต่ในใจตัวเองก็รู้สึกเจ็บ เจ็บที่รักเขาข้างเดียว อาการตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ ที่ฉันเข้าใจและคิดว่านี้คือรักแรกพบ มันเจ็บแบบนี้นี้เอง ( จากวันนั้นคืนนั้น คืนที่พิเศษ มันคือหนึ่งคืนในความทรงจำที่ฉันไม่อาจลืม แม้มันจะไม่ได้จบลงแบบที่ฉันหวัง แต่มันก็คือความทรงจำที่พิเศษสำหรับฉัน ) ผ่านวันนั้น มาสามปีแล้ว ฉันได้แต่งงานกับชาวเยอรมัน และมาอาศัยอยู่ที่นี้ ความหวังที่จะได้พบกับเขาอีกครั้ง ยังมีอยู่เต็มหัวใจ แต่ความเป็นจริง คือเป็นไปไม่ได้ เราพยายามจะพบกันและยังคงส่งข้อความหากันบ้าง แต่มันก็ไม่มีโอกาสที่จะพบกัน ณเวลานี้ ฉันพยายามทำทุกอย่างเพื่อได้อยู่ใกล้กับเขา แต่ถึงแม้ตัวจะอยู่ใกล้เขามากขึ้นก็ตาม มันก็ไม่มีโอกาสกลับมาเป็นเหมือนเดิม หัวใจเขาเดินออกไปจากชีวิตฉันมากขึ้น และหัวใจของฉันถึงจะมีเขาอยู่เต็มหัวใจ แต่มันก็ได้ออกมาไกลมากแล้วเช่นกัน... ฉันยังคงหวังว่าวันหนึ่งเราจะมีโอกาสพบกัน ถึงแม้จะผ่านไปอีกกี่ปีก็ตาม ฉันอยากจะจับมือเล็กๆนั้นอีกครั้ง ฉันหวังว่าวันหนึ่งฉันจะได้พูดความในใจที่มีต่อเขาอีกครั้ง... ถึงแม้ระหว่างเราจะเป็นได้แค่เพื่อนก็ตาม ...... ( ถ้าวันนั้นเกิดขึ้นฉันจะเอาบทความที่ฉันเขียนที่นี้ให้เขาดู เพื่อยืนยันว่าเขาคือความทรงจำที่พิเศษสำหรับฉันเสมอ ไม่เคยลืมเลือน ) ขอบคุณที่อ่านกระทู้ของฉัน และขอให้คนที่มีความรักทุกคน ยิ้มให้กับความรัก อาจจะมีสมหวังหรือผิดหวังกับความรัก แต่อย่าให้ความรักมาทำลายตัวเองหรือคนที่คุณรัก เก็บความรักที่ผิดหวังไว้ในความทรงจำ..... และวันหนึ่ง คุณอาจจะเจอความรักที่สามารถจะอยู่กับคุณตลอดไป...
นี้คือรักแรกพบหรือป่าว ? หนึ่งคืนที่ไม่สามารถลบออกจากความทรงจำ (ความทรงจำถึงใครบางคน)
เรื่องราวระหว่างฉันกับเขามันเกิดขึ้นในระหว่างที่ฉันทำงานอยู่ที่กระบี่ หาดไร่เลย์ ที่นี้คือทะเลที่สวยที่สุดในความรู้สึกของฉันก็ว่าได้ ฉันทำงานที่นี้ และวันหนึ่งเขาก็เดินผ่านเข้ามา วันแรกที่ฉันเห็นเขา ฉันรู้สึกแปลกๆ จากที่ไม่ชอบยิ้มหรือทักทายใคร แต่ฉันอยากจะยิ้มและทักทายเขา ซื่ง ณ เวลานั้นฉันก็ไม่รอช้า ที่จะยิ้มและทักทาย เขาเป็นผู้ชายตัวเล็กๆ เล็กกว่าฉันที่สูง 158 เขามีผมสีบอร์นทอง หน้าตาคมเข้ม ตาสีเทา แต่ดูเย่อหยิ่งซะเหลือเกิน แต่ฉันก็ยังรู้สึกดีตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็นเขาเดินมาแต่ไกล.. คำแรกที่พูด คือ ฮัลโล.. และรอยยิ้มกว้างของฉัน เขามองมา และเดินผ่านไป โดยไม่มีคำตอบรับ หรือรอยยิ้มใดๆ (ฉันคิดในใจทันที เตี้ยแล้วยังหยิ่งอีก) แต่วันต่อมาฉันก็ยังทักทายและส่งยิ้มเช่นเคย แต่ทุกๆครั้งเขาก็ไม่เคยทักทายหรือยิ้มตอบ.. จนผ่านไปสามวัน เขาได้หายไป ฉันไม่เห็นเขาอีก ในใจฉันตอนนั้นก็แอบเศร้าที่ไม่เห็นเขาอีก แต่ก็ต้องทำใจเพราะเขาก็แค่นักท่องเที่ยวมาและก็จากไป เพราะหาดไร่เลย์ คือสถานที่ติดอันดับของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย และความเศร้าเริ่มจะหายไปพร้อมๆกับการทำงานของฉัน ในเวลานั้นฉันอยู่ที่นั้นเพื่อทำงาน แต่ก็แอบหวังว่าจะเจอความรักกับหนุ่มต่างชาติ เหมือนที่ใครหลายๆคนหวัง หนุ่มหล่อ ตาน้ำข้าว.. ( ทุกคนมีสิทธิ์จะหวังใช่ไหม ) จนกระทั่ง ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์ ฉันยืนคุยโทรศัพท์อยู่ริมหาด ไม่ได้สนใจผู้คนเดินผ่านไปมามากนัก แต่เหลือบมองไปบนทางเดินเท้าใกล้กับตรงที่ฉันยืนอยู่ มีผู้ชายหน้าตา ลักษณะท่าทางเหมือนคนที่ฉันเห็นเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ใช่แหละ 100% เขาคือไอ้เตี้ยผู้เหย่อหยิ่งคนนั้น ในใจฉันแอบดีใจมิใช่น้อย ลืมปลายสายที่กำลังคุยด้วย ได้แต่จ้องมองเขา มือเล็กๆของเขาพยายามกวักมือมาทางที่ฉันยืนอยู่.. ฉันเองรู้สึกดีใจที่ได้เห็นหน้าเขาอีกครั้ง ได้แต่ยิ้มแก้มบาน หัวใจเต้นแรง ( ฉันพยายามหันไปมองข้างหลังและรอบๆตัวเองในขณะนั้น ว่าคนที่เขากวักมือเรียกใช่ฉันหรือป่าว แต่ข้างหลังฉันก็มีแต่ทะเล และรอบๆตัวฉันก็ไม่มีใคร) หัวใจฉันเริ่มเต้นแรงเป็นสิบเท่าเมื่อเริ่มมั่นใจว่าคนที่เขากวักมือเรียกมันคือ ฉันเอง. ฉันพยายามเดินตรงไปหาเขาและถามเขาเพื่อความมั่นใจอีกครั้งว่าคนที่เขาเรียกคือฉันใช่ไหม และคำตอบที่ได้ คือ Yes !!!! ความรู้สึกใจเต้นแรงในขณะที่ได้เจอ ได้พูดคุยกับใครสักคนแบบนี้ มันคืออะไรน่ะ แบบนี้มันใช่รักครั้งแรกหรือป่าวน่ะ ทำไมฉันรู้สึกมีความสุขที่สุดแบบนี้ หลังจากนั้นเราได้มีโอกาสพูดคุยกัน เขาเป็นคนเยอรมัน เขาอาศัยอยู่ที่เบอลิน เขาอายุน้อยกว่าฉันสามปี (แอบเสียใจนิดๆ เพราะไม่ชอบคนอายุน้อยกว่า) แต่ก็คุยๆไปก่อนล่ะกัน เรามีเวลาคุยไม่มากนัก เพราะฉันต้องทำงาน เขาบอกว่าเขาต้องกลับออกจากไร่เลย์ในวันนี้ช่วงเย็น แต่ถ้าฉันต้องการให้เขาอยู่ต่ออีกหนึ่งคืน เขาจะอยู่ ในเวลานั้นฉันไม่ลังเลที่จะตอบว่า Yes , I want you stay more one night. เรานัดพบกันหน้ารีสอร์ทที่เขาพัก เพื่อกินอาหารค่ำ ฉันออกไปพบเขาด้วยชุดธรรมดา หลังจากเลิกงาน เขายืนรอหน้ารีสอร์ท เราเข้าไปที่ร้านอาหาร และสั่งน้ำดื่มเท่านั้น ฉันบอกเขาว่าไม่หิว ในใจตอนนั้นตื่นเต้น กินอะไรไม่ลง มันเหมือนความรู้สึกที่แอบรักเพื่อนตอนฉัน อายุ 17 วันๆได้แต่ยิ้มและนึกถึงหน้าคนๆนั้น. เราพูดคุยกันหลายเรื่อง จนพอจะรู้จักกันมากขึ้น ฉันชวนเขาเดินไปหน้าหาดเพื่อดูคลื่น เราออกจากร้านอาหารและเดินไปที่หน้าหาดไร่เลย์ เราเดินไปคุยไป สักพักเขาเริ่มมาจับมือฉัน มันเหมือนจะง่ายไปหน่อย แต่สำหรับฉันด้วยความชอบเขาเต็มหัวใจและอายุตอนนั้น สามสิบห้า ก็คงไม่มีอะไรเสียหายล่ะ เราเดินกว่าจะไปถึงหน้าหาดก็ใช้เวลาราวๆ 10 นาทีได้ เราคุยกันไปเรื่อยๆ และเราไปหยุดที่เก้าอี้นอนหน้าหาด. มีนักท่องเที่ยวนอนชมดาวประมาณ 6-7 คนที่นั้น เราเอนกายลงบนเก้าอี้ มองไปบนฟ้า และรอบๆตัวมีเสียงคลื่นกระทบฝั่ง ลมเย็นๆโชยมา ( อะไรจะโรแมนติกกว่านี้ไม่มีล่ะ) และเรื่องราวของฉันและเขาก็เริ่มต้น เราคุยกันและเหมือนจะเข้าใจกันในช่วงเวลาสั้นๆ บรรยากาศช่างเป็นใจ จนกระทั่งเราบังเอิญหันมาหน้าเผชิญหน้าในระยะห่าง หนึ่งนิ้ว ( อะไรจะเหมือนในหนังในละครขนาดนั้น) แต่มันคือเรื่องจริงล่ะสำหรับฉัน และแน่นอน ด้วยความรู้สึกดีๆที่มีให้กัน มันก็สปาคเป็นรอยจูบที่ดูดดื่ม (ฟังๆไปอ่านจะเหมือนละคร แต่ย้ำอีกทีว่านี้คือเรื่องจริงของฉัน เจ้าของกระทู้นี้จร้า) และคืนนั้นเราทั้งสองก็จบแบบแฮปปี้ อันนี้ฉันขอไม่เล่ารายละเอียดทั้งหมดล่ะกัน.... (ละไว้ให้จินตนาการ) หลังจากฉันจะออกจากห้องของเขา เรานัดกันว่าจะพบกันอีกครั้งก่อนเขาจะออกจากหาดไร่เลย์ และเขาก็มาหาฉันที่ร้านที่ฉันทำงาน และเราออกไปนั่งกินอาหารเช้าในร้านอาหาร เรามีแค่รอยยิ้ม และความสุขใจ ทำไมช่วงเวลาแห่งความสุขมันผ่านไปเร็วหนัก ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันหนึ่งคืน ทำไมมันเป็นความรู้สึกพิเศษที่ฉันไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใคร มันเหมือนฉันได้เจอเขามาก่อนหน้านี้ ทำไมฉันรู้สึกยอมที่จะออกไปกับเขาง่ายๆ ทำไมฉันถึงอยากจะรู้จักเขามากขึ้น มันคืออะไร ความรู้สึกแบบนี้เขาเรียกว่ารักแรกพบหรือป่าว มีใครเคยเป็นเหมือนกันกับฉันไหม... ก่อนที่เขาจะจากไป ฉันมีรูปถ่ายคู่กับเขาหนึ่งรูป เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ ฉันได้แต่หวังว่าวันหนึ่งเราจะมีโอกาสกลับมาพบกันอีกครั้ง หลังจากเราจากกันวันนั้น เรายังคงมีโอกาสติดต่อกัน คุยกันมากขึ้น และฉันก็มั่นใจว่านี้คือความรัก ฉันมั่นใจว่าฉันรักเขา แต่ ด้วยระยะทางที่ไกลกัน มันทำให้เราเริ่มห่าง จากที่คุยทุกวัน บางวันเขาอ่านข้อความของฉัน แต่ไม่ตอบกลับ จนฉันเริ่มถอดใจ แต่ด้วยความรู้สึกที่ยังพิเศษที่มีต่อเขา มันทำให้ฉันทำทุกวิถีทางเพื่อจะมีโอกาสเจอเขาอีกครั้ง ฉันพยายามถามความรู้สึกเขาที่มีต่อฉัน ว่าเขารู้สึกยังไง แต่ก็ไม่เคยได้คำตอบที่ตรงกับความรู้สึกฉันที่มีต่อเขา ฉันจึงตัดสินใจคุยกับผู้ชายคนใหม่ จนกระทั่งสิ่งที่ฉันหวัง คือการได้ไปเยอรมันก็สำเร็จ ฉันแอบหวังว่าฉันจะได้พบเขาที่นั่น ฉันตัดสินใจไปเยอรมันจากคำเชิญผู้ชายอีกคน มันเหมือนการทำประชดเขา แต่ในใจตัวเองก็รู้สึกเจ็บ เจ็บที่รักเขาข้างเดียว อาการตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ ที่ฉันเข้าใจและคิดว่านี้คือรักแรกพบ มันเจ็บแบบนี้นี้เอง ( จากวันนั้นคืนนั้น คืนที่พิเศษ มันคือหนึ่งคืนในความทรงจำที่ฉันไม่อาจลืม แม้มันจะไม่ได้จบลงแบบที่ฉันหวัง แต่มันก็คือความทรงจำที่พิเศษสำหรับฉัน ) ผ่านวันนั้น มาสามปีแล้ว ฉันได้แต่งงานกับชาวเยอรมัน และมาอาศัยอยู่ที่นี้ ความหวังที่จะได้พบกับเขาอีกครั้ง ยังมีอยู่เต็มหัวใจ แต่ความเป็นจริง คือเป็นไปไม่ได้ เราพยายามจะพบกันและยังคงส่งข้อความหากันบ้าง แต่มันก็ไม่มีโอกาสที่จะพบกัน ณเวลานี้ ฉันพยายามทำทุกอย่างเพื่อได้อยู่ใกล้กับเขา แต่ถึงแม้ตัวจะอยู่ใกล้เขามากขึ้นก็ตาม มันก็ไม่มีโอกาสกลับมาเป็นเหมือนเดิม หัวใจเขาเดินออกไปจากชีวิตฉันมากขึ้น และหัวใจของฉันถึงจะมีเขาอยู่เต็มหัวใจ แต่มันก็ได้ออกมาไกลมากแล้วเช่นกัน... ฉันยังคงหวังว่าวันหนึ่งเราจะมีโอกาสพบกัน ถึงแม้จะผ่านไปอีกกี่ปีก็ตาม ฉันอยากจะจับมือเล็กๆนั้นอีกครั้ง ฉันหวังว่าวันหนึ่งฉันจะได้พูดความในใจที่มีต่อเขาอีกครั้ง... ถึงแม้ระหว่างเราจะเป็นได้แค่เพื่อนก็ตาม ...... ( ถ้าวันนั้นเกิดขึ้นฉันจะเอาบทความที่ฉันเขียนที่นี้ให้เขาดู เพื่อยืนยันว่าเขาคือความทรงจำที่พิเศษสำหรับฉันเสมอ ไม่เคยลืมเลือน ) ขอบคุณที่อ่านกระทู้ของฉัน และขอให้คนที่มีความรักทุกคน ยิ้มให้กับความรัก อาจจะมีสมหวังหรือผิดหวังกับความรัก แต่อย่าให้ความรักมาทำลายตัวเองหรือคนที่คุณรัก เก็บความรักที่ผิดหวังไว้ในความทรงจำ..... และวันหนึ่ง คุณอาจจะเจอความรักที่สามารถจะอยู่กับคุณตลอดไป...