หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
ตามรอย Spirited away พักโรงอาบน้ำเก่าแก่ KANAGUYA (Rekishi-no-yado Kanaguya) / Nagoya
กระทู้สนทนา
โรงแรมรีสอร์ท
บันทึกนักเดินทาง
เที่ยวต่างประเทศ
Backpack
เที่ยวญี่ปุ่น
** หัวเรื่องเขียนผิดจริงๆ ต้องอยู่ Nagano นะคะ** 😓
เราเป็นแฟนหนังอนิเมชั่นเรื่อง ‘Spirited away’ เลยคิดว่าอยากไปตามรอยโรงอาบน้ำที่มีอยู่ในหนังสักครั้ง Kanaguya มีประวัติอันยาวนานมา 250 ปี ตั้งแต่สมัยเมจิ ทำให้ตึกไม้สไตล์ญี่ปุ่นรับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติในปีเฮเซที่ 15 หรือปี ค.ศ.2004
คิดอยู่นานว่าจะเขียนรีวิวดีมัย เพราะเป็นคนอธิบายไม่ค่อยเก่ง สะกดผิดๆ ถูกๆ แต่อยากเขียนเป็นข้อมูลไว้เผื่อเพื่อนๆ ได้ตัดสินใจเพราะตอนเราหาข้อมูลก็ไม่ค่อยมีคนรีวิวเท่าไหร่ ถ้าผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะคะ
วันที่เราเข้าพักคือวันที่ 10 ก.พ 2019 ที่ผ่านมานี้เอง จองผ่าน booking.com อากาศ -6 องศา คือสำหรับเราหนาวมากไม่คิดว่าปีนี้ญี่ปุ่นจะหนาวขนาดนี้
เวลา check in เวลา 15.00 น. check out 10.00 น. ที่ มีรถบริการรับ - ส่ง ตามรอบเวลาที่กำหนด แต่เรามาเองเพราะว่าแวะขึ้นไปเที่ยว Snow monkey ก่อนแล้วนั่งรถเมล์มาที่เรียวกังเองกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เลยฝากไว้ที่ร้านรับฝากกระเป๋าด้านหน้าสถานีรถไฟเพราะที่สถานีไม่มีตู้รับฝากกระเป๋า
หน้าเคาน์เตอร์ด้านซ้ายมือไกลๆ จะเห็นตารางรถตู้รับ - ส่ง
ห้องโถงต้อนรับลูกค้าด้านล่างจะมีของตกแต่งเยอะแยะเต็มไปหมด
น้องแมวของทางเรียวกัง มีหนังสือการ์ตูนและคู่มือท่องเที่ยวให้นั่งอ่านด้านล่างด้วย Spirited away เล่มนี้ทำเป็นฉบับหนังสือภาษาญี่ปุ่น
ภาพบ่งบอกถึงความยาวนานของเรียวกังแห่งนี้ แอบกลัวเล็กน้อยย
พอ check in เสร็จจะมีพนักงานพาเดินบอกห้องต่างๆ ภายในเรียวกังและไปส่งเราที่ห้อง ในนี้มีห้องแช่ออนเซ็นทั้งหมด 8 ห้อง มี outdoor สำหรับผู้หญิงและผู้ชายและที่สำคัญมีห้องแช่ออนเซ็นส่วนตัวใครไปกับแฟนหรือเพื่อนๆ ก็สะดวกเลยเข้าไปแล้วล็อคประตู จะได้รู้ว่าห้องนี้ไม่ว่างมีคนใช้บริการอยู่ แต่ละห้องจะมีขนาดไม่เท่ากันและจะตกแต่งไม่เหมือนกัน ต้องเดินหาและช่วงชิงห้องกันเอาเอง
แผนที่ห้องพักต่างๆ ในเรียวกังและห้องอาบน้ำ
เดินขึ้นบรรไดไปข้างบน
ด้านในเรียวกังมีลิฟต์ด้วยเหมือนในหนังเลย ขึ้นไปชั้น 4 เราได้ห้อง 301 แต่พักชั้น 4 แอบ งง เล็กน้อย
ทางเข้าห้องมีหน้าต่างเห็นวิวสวยงาม เราจองห้องใหญ่เห็นวิวสวยงาม
คุณป้าพนักงานมาส่งพร้อมชงชาและอธิบายวิธีการใส่ชุดยูกาตะคุณป้าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้นะคะแต่ก็อธิบายเป็นภาษาญี่ปุ่นให้เราเข้าใจได้มากที่สุด ส่วนมากพนักงานที่นี้จะไม่ค่อยใช้ภาษาอังกฤษแต่เค้าก็จะอธิบายจนเราเข้าใจนี้คือความน่ารักของคนญี่ปุ่น
บนโต๊ะจะเห็นกุญแจไม้ใหญ่ๆ ใครเข้าพักที่นี้สามารถถือกุญแจนี้ไปแช่ออนเซ็นด้านนอกเรียวกังได้ มีหลายที่เลยแต่เราไม่ได้เดินไปแช่ด้านนอกเพราะหนาวมากหิมะตก ตอนดึกๆ จะได้ยินเสียงหนุ่มสาวญี่ปุ่นเดินแช่ออนเซ็นด้านนอกกันครึกครื้นแต่เราไม่ไหวขอนอนซุกในผ้าห่มดีกว่า
ขนมปังนุ่มๆ ไส้ถั่วแดงคิดว่าคงจะเป็นขนมขึ้นชื่อในเมืองนี้ เพราะมีคิตแคทรสนี้ด้วย
ภายในห้องจะแบ่งเป็นสองส่วนคือ ห้องนั่งเล่นกับห้องนอน มีห้องส่วมในตัว
เปิดแล้วต้องรีบปิดหนาวมากก
พอเราลงไปทานมื้อเย็นขึ้นมาที่นอนก็จัดเอาไว้ให้แล้ว
เปลี่ยนเป็นชุดยูกาตะเสร็จพร้อมลุยหาห้องออนเซ็น ต้องบอกก่อนว่าทางเดินที่นี้แคบซับซ้อนมากๆ เพราะมีหลายห้อง บางห้องก็จะหลบอยู่ตามซอก แรกๆ ต้องพึ่งแผนที่นะคะเพราะหลงกับแฟนมาแล้ว
ในส่วนของทางเดินไปห้องต่างๆ ภายในเรียวกัง
ทางไปห้องแช่ออนเซ็นด้านล่าง มุมยอดฮิต
ขึ้นมาดูห้องออนเซ็นส่วนตัวด้านบนบ้าง
อีกห้องแช่ไม่ไหวแล้วหนาวค่ะ
ออนเซ็นแบบ outdoor
ด้านหน้าห้องอาบน้ำรวมไม่ได้เข้าไปถ่ายด้านในเพราะมีคนใช้อยู่ค่ะ
มาต่อที่มื้อเย็นเลยนะคะ จะมีแบ่งเป็น 2 รอบ 18.00 น. กับ 18.30 น. ที่นี้มีห้องทานข้าวหลายห้องหลายชั้น เราได้ห้อง 6F ภายในเป็นห้องยาวแต่จะแบ่งเป็นสัดส่วนให้
เมนูมื้อเย็นคะ บางโต๊ะก็ได้เมนูไม่เหมือนกันเราไม่ได้ปลาทอด ก็ยังไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรแต่ก็ไม่ได้ถามเพราะคุยกันไม่รู้เรื่อง แค่นี้ก็อิ่มพุงแตกแล้วจ๊ะ
ต่อด้วยมื้อเช้ากันเลยย เมนูแบบญี่ปุ่นดั่งเดิมซึ่งไม่ค่อยถูกปากแฟนเท่าไหร่เพราะเป็นคนทานยาก โต๊ะเราเลยเหลืออาหารเยอะกว่าโต๊ะอื่น ส่วนมากแขกที่มาพักจะเป็นคนญี่ปุ่นมีเราโต๊ะเดียวที่เป็นคนต่างชาติ
อันนี้เป็นน้ำเหนียวๆ เอาไข่มาตีรวมกันเสร็จแล้วเอามาราดบนข้าวทานคู่กับสาหร่าย
แก้ไขข้อความเมื่อ
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
โรงแรมรีสอร์ท
บันทึกนักเดินทาง
เที่ยวต่างประเทศ
Backpack
เที่ยวญี่ปุ่น
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ : 31
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
ตามรอย Spirited away พักโรงอาบน้ำเก่าแก่ KANAGUYA (Rekishi-no-yado Kanaguya) / Nagoya
เราเป็นแฟนหนังอนิเมชั่นเรื่อง ‘Spirited away’ เลยคิดว่าอยากไปตามรอยโรงอาบน้ำที่มีอยู่ในหนังสักครั้ง Kanaguya มีประวัติอันยาวนานมา 250 ปี ตั้งแต่สมัยเมจิ ทำให้ตึกไม้สไตล์ญี่ปุ่นรับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติในปีเฮเซที่ 15 หรือปี ค.ศ.2004
คิดอยู่นานว่าจะเขียนรีวิวดีมัย เพราะเป็นคนอธิบายไม่ค่อยเก่ง สะกดผิดๆ ถูกๆ แต่อยากเขียนเป็นข้อมูลไว้เผื่อเพื่อนๆ ได้ตัดสินใจเพราะตอนเราหาข้อมูลก็ไม่ค่อยมีคนรีวิวเท่าไหร่ ถ้าผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะคะ
วันที่เราเข้าพักคือวันที่ 10 ก.พ 2019 ที่ผ่านมานี้เอง จองผ่าน booking.com อากาศ -6 องศา คือสำหรับเราหนาวมากไม่คิดว่าปีนี้ญี่ปุ่นจะหนาวขนาดนี้
เวลา check in เวลา 15.00 น. check out 10.00 น. ที่ มีรถบริการรับ - ส่ง ตามรอบเวลาที่กำหนด แต่เรามาเองเพราะว่าแวะขึ้นไปเที่ยว Snow monkey ก่อนแล้วนั่งรถเมล์มาที่เรียวกังเองกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เลยฝากไว้ที่ร้านรับฝากกระเป๋าด้านหน้าสถานีรถไฟเพราะที่สถานีไม่มีตู้รับฝากกระเป๋า
หน้าเคาน์เตอร์ด้านซ้ายมือไกลๆ จะเห็นตารางรถตู้รับ - ส่ง
ห้องโถงต้อนรับลูกค้าด้านล่างจะมีของตกแต่งเยอะแยะเต็มไปหมด
น้องแมวของทางเรียวกัง มีหนังสือการ์ตูนและคู่มือท่องเที่ยวให้นั่งอ่านด้านล่างด้วย Spirited away เล่มนี้ทำเป็นฉบับหนังสือภาษาญี่ปุ่น
ภาพบ่งบอกถึงความยาวนานของเรียวกังแห่งนี้ แอบกลัวเล็กน้อยย
พอ check in เสร็จจะมีพนักงานพาเดินบอกห้องต่างๆ ภายในเรียวกังและไปส่งเราที่ห้อง ในนี้มีห้องแช่ออนเซ็นทั้งหมด 8 ห้อง มี outdoor สำหรับผู้หญิงและผู้ชายและที่สำคัญมีห้องแช่ออนเซ็นส่วนตัวใครไปกับแฟนหรือเพื่อนๆ ก็สะดวกเลยเข้าไปแล้วล็อคประตู จะได้รู้ว่าห้องนี้ไม่ว่างมีคนใช้บริการอยู่ แต่ละห้องจะมีขนาดไม่เท่ากันและจะตกแต่งไม่เหมือนกัน ต้องเดินหาและช่วงชิงห้องกันเอาเอง
แผนที่ห้องพักต่างๆ ในเรียวกังและห้องอาบน้ำ
เดินขึ้นบรรไดไปข้างบน
ด้านในเรียวกังมีลิฟต์ด้วยเหมือนในหนังเลย ขึ้นไปชั้น 4 เราได้ห้อง 301 แต่พักชั้น 4 แอบ งง เล็กน้อย
ทางเข้าห้องมีหน้าต่างเห็นวิวสวยงาม เราจองห้องใหญ่เห็นวิวสวยงาม
คุณป้าพนักงานมาส่งพร้อมชงชาและอธิบายวิธีการใส่ชุดยูกาตะคุณป้าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้นะคะแต่ก็อธิบายเป็นภาษาญี่ปุ่นให้เราเข้าใจได้มากที่สุด ส่วนมากพนักงานที่นี้จะไม่ค่อยใช้ภาษาอังกฤษแต่เค้าก็จะอธิบายจนเราเข้าใจนี้คือความน่ารักของคนญี่ปุ่น
บนโต๊ะจะเห็นกุญแจไม้ใหญ่ๆ ใครเข้าพักที่นี้สามารถถือกุญแจนี้ไปแช่ออนเซ็นด้านนอกเรียวกังได้ มีหลายที่เลยแต่เราไม่ได้เดินไปแช่ด้านนอกเพราะหนาวมากหิมะตก ตอนดึกๆ จะได้ยินเสียงหนุ่มสาวญี่ปุ่นเดินแช่ออนเซ็นด้านนอกกันครึกครื้นแต่เราไม่ไหวขอนอนซุกในผ้าห่มดีกว่า
ขนมปังนุ่มๆ ไส้ถั่วแดงคิดว่าคงจะเป็นขนมขึ้นชื่อในเมืองนี้ เพราะมีคิตแคทรสนี้ด้วย
ภายในห้องจะแบ่งเป็นสองส่วนคือ ห้องนั่งเล่นกับห้องนอน มีห้องส่วมในตัว
เปิดแล้วต้องรีบปิดหนาวมากก
พอเราลงไปทานมื้อเย็นขึ้นมาที่นอนก็จัดเอาไว้ให้แล้ว
เปลี่ยนเป็นชุดยูกาตะเสร็จพร้อมลุยหาห้องออนเซ็น ต้องบอกก่อนว่าทางเดินที่นี้แคบซับซ้อนมากๆ เพราะมีหลายห้อง บางห้องก็จะหลบอยู่ตามซอก แรกๆ ต้องพึ่งแผนที่นะคะเพราะหลงกับแฟนมาแล้ว
ในส่วนของทางเดินไปห้องต่างๆ ภายในเรียวกัง
ทางไปห้องแช่ออนเซ็นด้านล่าง มุมยอดฮิต
ขึ้นมาดูห้องออนเซ็นส่วนตัวด้านบนบ้าง
อีกห้องแช่ไม่ไหวแล้วหนาวค่ะ
ออนเซ็นแบบ outdoor
ด้านหน้าห้องอาบน้ำรวมไม่ได้เข้าไปถ่ายด้านในเพราะมีคนใช้อยู่ค่ะ
มาต่อที่มื้อเย็นเลยนะคะ จะมีแบ่งเป็น 2 รอบ 18.00 น. กับ 18.30 น. ที่นี้มีห้องทานข้าวหลายห้องหลายชั้น เราได้ห้อง 6F ภายในเป็นห้องยาวแต่จะแบ่งเป็นสัดส่วนให้
เมนูมื้อเย็นคะ บางโต๊ะก็ได้เมนูไม่เหมือนกันเราไม่ได้ปลาทอด ก็ยังไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรแต่ก็ไม่ได้ถามเพราะคุยกันไม่รู้เรื่อง แค่นี้ก็อิ่มพุงแตกแล้วจ๊ะ
ต่อด้วยมื้อเช้ากันเลยย เมนูแบบญี่ปุ่นดั่งเดิมซึ่งไม่ค่อยถูกปากแฟนเท่าไหร่เพราะเป็นคนทานยาก โต๊ะเราเลยเหลืออาหารเยอะกว่าโต๊ะอื่น ส่วนมากแขกที่มาพักจะเป็นคนญี่ปุ่นมีเราโต๊ะเดียวที่เป็นคนต่างชาติ
อันนี้เป็นน้ำเหนียวๆ เอาไข่มาตีรวมกันเสร็จแล้วเอามาราดบนข้าวทานคู่กับสาหร่าย