17/2/2562
โพสท์โดย Transweller
กลาดิเอเตอร์ประเภท Bestiarii

กลาดิเอเตอร์กลุ่มนี้ แตกต่างจากกลุ่มอื่นๆ ตรงที่ Bestiarii มีหน้าที่ต่อสู้กับสัตว์ ไม่ใช่มนุษย์ บรรดาผู้ปกครองจะหาซื้อสัตว์ทรงพลังทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นสิงโต เสือ ช้าง หรือหมี จากอัฟริกาและเอเชีย แล้วนำพวกมันมาปรากฏตัวในโคลอสเซียม จากนั้นก็ส่งพวก Bestiarii ออกไปพิสูจน์วัดพลังของพวกมัน Bestiarii ยังแบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือ Damnatio ad bestias และ Venatio

สำหรับกลุ่มแรก Damnatio ad bestias คือพวกทาสหรือคนที่ถูกคุมขัง ต้องโทษประหารชีวิต ถ้าอยากอยู่ต่อ ก็ต้องต่อสู้ให้ชนะ
คนกลุ่มนี้จัดเป็นกลุ่มที่ต่ำต้อย และความตายของพวกเขาไม่มีค่าอะไรเลย ชีวิตของพวกเขาถูกใช้เพียงแค่ทำให้ผู้คนสนุกสนาน
และสะใจเท่านั้น หลายครั้งพวกนี้ถูกสัตว์ร้ายฉีกทึ้งร่างและเหยียบย่ำ แต่ผลที่ได้คือความสนุกสนาน ไม่ใช่ความโศกเศร้า

ตรงกันข้าม กลุ่ม venation หรือพวกนักล่า ถูกฝึกฝนมาเพื่อล่าและต่อสู้กับสัตว์ร้ายโดยเฉพาะ กลุ่มนี้จะเก่งและมีความสามารถสูงมาก นักสู้กลุ่มนี้ที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักมากชื่อว่า Carpophorus ว่ากันว่าเขาฆ่าสัตว์ทรงพลังไปมากกว่า 20 ชนิด ด้วยมือเปล่า!!นอกจากจะต่อสู้กับสัตว์ต่างๆ เขายังเป็นผู้ตามหามัน ฝึกฝนให้มันเหี้ยมโหด และบางครั้งก็ข่มขืนพวกมันด้วย (ห๊ะ...!?)
กลาดิเอเตอร์ประเภท Noxii

นักสู้กลุ่มนี้ จัดสรรมาจากกลุ่มประชากรที่ต่ำต้อยที่สุดในสังคม คนเหล่านี้ไม่ถูกนับว่าเป็นมนุษย์ด้วยซ้ำ ส่วนใหญ่จะเป็นชาวคริสเตียน ยิว พวกหนีทัพ กบฎหรือพวกฆาตกรต้องโทษหนัก กลุ่มนี้ไม่ได้มีทักษะการต่อสู้แต่อย่างใด และส่วนใหญ่จะลงสนามเพราะบทลงโทษ และแน่นอนว่า บทสรุปของพวกเขามักจบลงที่ความตาย บางครั้ง นักสู้พวกนี้ก็ถูกผ้าผูกตาแล้วให้สู้ด้วยสัญชาตญาณ ทุกคนจะถูกแก้ผ้าเปล่าเปลือย ไม่มีเสื้อเกราะ ไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน ไม่มีแม้แต่ด้ามไม้สักด้าม พวกเขาต้องสู้ด้วยมือเปล่า กลุ่ม noxii นั้น แท้จริงแล้ว เหมือนเป็นการ ‘เชือดไก่ให้ลิงดู’ พวกผู้ปกครองใช้พวกเขาเป็นตัวแทนของผู้กระทำผิดต่อสังคม เพื่อให้ประชาชนได้รู้ว่า... ถ้าหากเผลอทำเรื่องไม่เหมาะสม บทลงโทษจะเป็นเช่นไร
กลาดิเอเตอร์ประเภท Retiarius

ระหว่างความเร็วกับพละกำลัง อะไรสำคัญกว่ากัน การถูกแทงหลายๆ แผลกว่าจะตาย หรือแทงแผลเดียวตายเลย อันไหนที่คุณคิดว่าเจ๋งกว่า สำหรับชาวโรมันในช่วงเวลานั้น พวกเขาชื่นชอบพละกำลังและการถูกแทงหลายๆ แผล และนี่เองเป็นเหตุผลให้ Retiarius จัดว่าเป็นกลาดิเอเตอร์ขั้นต่ำ เพราะพวกเขาไม่มีเกราะ ต้องสู้ด้วยความรวดเร็วและการวางแผน อาวุธของพวกเขาคือตาข่าย ตรีศูล หรือมีดเล่มเล็กๆ แต่ลับมาคบกริบ
พวกเขาได้รับการฝึกฝนมาคนละแบบกับกลาดิเอเตอร์ที่ใช้ดาบและโล่ ในสายตากลาดิเอเตอร์ด้วยกัน กลุ่มนี้ดูอ่อนแอและเหยาะแหยะเหมือนผู้หญิง ในบทกวีของ Juvenal ได้เล่าเรื่องราวของ Gracchus ผู้อยากเป็นกลาดิเอเตอร์ แต่เพราะไม่เก่งกล้าพอ ทำให้เขาเป็นได้แค่กลาดิเอเตอร์ในกลุ่ม retiarius
แต่ถึงแม้จะถูกมองว่าอ่อนแอ กลาดิเอเตอร์กลุ่มนี้ก็ยังได้รับการชื่นชมว่ามีสไตล์ที่หลากหลายและมีเทคนิคที่แพรวพราว ช่วยทำให้สนามรบดูแตกต่างและน่าสนใจ
กลาดิเอเตอร์ประเภท Secutor

กลุ่ม Secutor มักจะลงสนามเพื่อแข่งขันกับกลุ่ม Retiarius พวกเขาจะสวมเกราะหนาหนัก ถืออาวุธขนาดใหญ่แข็งแรง โดยเฉพาะพวกดาบ และสวมหมวกเห็นตาเพียงนิดเดียว เพื่อป้องกันการถูกทำร้ายที่ศีรษะ เวลาอยู่ในสนาม กลุ่มนี้จะต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้โดนตาข่ายเกี่ยว ซึ่งพวก Retiarius ก็จะคอยเอาตรีศูลทิ่มแทงเป็นการตอบกลับ
พูดง่ายๆ คือ ทั้งสองประเภทต้องมาสู้กันเองด้วยรูปแบบวิธีที่แตกต่างกัน

กลาดิเอเตอร์ที่โด่งดังที่สุดในกลุ่ม Secuter มีชื่อว่า Flamma เขาเป็นชาวซีเรีย ต่อสู้ต่อเนื่องถึง 34 สนาม โดยมีผลคือ ชนะ 21 ครั้ง เสมอ 9 ครั้ง และแพ้ 4 ครั้ง ตลอดการแข่งขันทั้งหมด เขาได้รับอนุญาตให้ปลดปล่อยตัวเอง เพื่อเป็นอิสระถึง 4 ครั้ง แต่ก็ปฏิเสธทุกครั้ง ดูเหมือนเขาจะเป็นกลาดิเอเตอร์โดยสายเลือดเลยทีเดียว
กลาดิเอเตอร์ประเภท Equites

คำว่า Equites นี้ ยังหมายความได้ถึงกลุ่มทหารม้า ซึ่งจัดเป็นกลุ่มชนชั้นสูงของโรมัน ได้รับความไว้วางใจจากสภาและจักรพรรดิ และเพราะความเก่งกาจ ทำให้เปอร์เซ็นต์การตายของกลุ่มนี้ค่อนข้างน้อย ทางผู้จัดก็เลยเลือกกลุ่มทหารม้ามาสร้างความบันเทิงโดยเฉพาะ และมักเลือกพวกเขาไว้เป็นตัวเปิดงาน โดยให้ขี่ม้าแล้วใช้ดาบกับโล่โจมตีกันและกัน เกราะที่กลุ่มนี้สวมใส่จะเป็นเกราะอ่อน เพื่อให้เคลื่อนไหวได้ว่องไว และมีชั้นเชิง
กลาดิเอเตอร์ประเภท Provocator

ในการแข่งขันส่วนใหญ่ จะเป็นการแข่งขันระหว่างกลาดิเอเตอร์ชนิดต่างๆ คละๆ กันไป แต่ถ้าเป็นกลุ่ม Provocator จะสู้กันเองเท่านั้น เพราะพวกเขาจะท้าทายและเลือกคู่แข่งด้วยตัวเอง ไม่ใช่ว่ามีคนมาจัดเวทีให้ กลุ่มนี้จะค่อนข้างมีเกียรติและมีทักษะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม เมื่อต้องท้าทายคู่ต่อสู้ก็จะเลือกแต่คู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง และจะต่อสู้อย่างจริงจัง เต็มไปด้วยชั้นเชิง
กลาดิเอเตอร์ประเภท Gladiatrix

ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่า... เพศที่บอบบางอย่างผู้หญิงนั้นสามารถเป็นกลาดิเอเตอร์ได้หรือไม่..? แต่กลุ่มGladiatrix ก็คือคำตอบที่บอกให้รู้ว่า ผู้หญิงแกร่งไม่แพ้ใคร โดยที่กลุ่มนี้จะสวมเกราะเพียงเล็กน้อย บางครั้งถึงกับเปลือยอกด้วยซ้ำ เพราะต้องการให้เห็นรูปร่างที่ชัดเจน
ส่วนใหญ่แล้วกลาดิเอเตอร์ผู้หญิงจะสู้กันเอง หรือไมก็สู้กับพวกคนแคระ ส่วนใหญ่แล้ว Gladiatrix จะมาจากตระกูลสูงส่งในสังคม ซึ่งตรงกันข้ามกับพวกกลาดิเอเตอร์ ที่มักจะชาติกำเนิดต่ำต้อยหรือมาจากพวกทาส บางครั้ง จักรพรรดิจะโยนคอร์เซ็ตหรือชุดที่ Gladiatrix สวมใส่ยามสู้รบให้กับฝูงชนบนอัฒจรรย์ เพื่อเป็นของขวัญแก่พวกเขา
กลาดิเอเตอร์ประเภท Gallus / Murmillo

กลาดิเอเตอร์ประเภทนี้ จัดว่าเป็นกลาดิเอเตอร์รุ่นแรก ส่วนใหญ่จะมาจากเผ่า Gaul หรือชาวเคลต์ ซึ่งก็คือพวกฝรั่งเศสนั่นเอง จุดเริ่มต้นคือ พวกเขาเป็นเชลยสงคราม และจะถูกนำมาต่อสู้กันเองเพื่อความบันเทิง กลุ่มนี้จะสวมเสื้อเกราะหนาหนัก อย่างที่เราเห็นในกลาดิเอเตอร์ที่ปรากฏในภาพยนตร์ ถือดาบยาว โล่ สวมหมวก และสวมชุดประจำเผ่า เวลาโจมตีก็จะหนักแน่น เต็มไปด้วยพลัง เพราะชาวเคลต์นั้นแข็งแกร่งและซ้อมรบอยู่เสมอ
ท้ายที่สุด เผ่านี้ก็เข้าร่วมกับจักรวรรดิโรมัน พวกเขาก็เลยไม่อยากสู้รบกันเองอีกต่อไป จึงได้มีการปรับลักษณะของกลาดิเอเตอร์
เป็นแบบ Murmillo พวกนี้ยังคงใช้ดาบและโล่หนาหนัก แต่งกายใกล้เคียงกับทหารโรมัน และต่อสู้กับกลาดิเอเตอร์ด้วยกันเอง
กลาดิเอเตอร์ประเภท Murmillo ที่โด่งดังที่สุดคือ มาร์คัส อัททิเลียส (Marcus Attilius) ชัยชนะครั้งใหญ่ของเชขาคือ
ล้มฮิลารัส (ชนะ 12 แพ้ 2) และลูเชียส เฟลิกซ์ (ชนะ 13 แพ้ 0) สองกลาดิเอเตอร์ผู้ยิ่งใหญ่ได้
กลาดิเอเตอร์ประเภท Samnite

อีกหนึ่งในกลาดิเอเตอร์รุ่นแรกๆ ลักษณะก็จะคล้ายๆ พวก Gallus หน่อยๆ ตอนแรก กลุ่มนี้คือพวกนักโทษสงคราม ที่มาจากแคว้น Samnium อิตาลีตอนใต้ เมื่อโรมันเอาชนะยึดเอาดินแดนมาได้ พวกเขาก็บังคับให้พวก Samnite ต่อสู้กันเอง เพื่อเฉลิมฉลอง โดยพวก Samnite ก็ต้องสวมชุดประจำแคว้น และใช้อาวุธประจำ ได้แก่ โล่ขนาดใหญ่เป็นมุมฉากและดาบ
พวกนี้จะต้องสู้กับเชลยหรือทหารที่ถูกจับมาจากเผ่าอื่นๆ ใครชนะได้ก็ได้ไปต่อ อ่อนแอก็แพ้ไป และจะถูกเยาะเย้ยอย่างหนักด้วย ภายหลังแคว้น Samnium ได้ตกเป็นของโรม กลาดิเอเตอร์กลุ่มนี้ก็เลยค่อยๆ หายไป และจะไปรวมอยู่กับกลุ่ม Murmillo แทน
กลาดิเอเตอร์ประเภท Thracian

กลาดิเอเตอร์ที่โด่งดังที่สุดที่ทั่วโลกรู้จัก มีชื่อว่า สปาร์ตาคัส (ใครดูหนัง 300 คงจำได้) สปาร์ตาคัสเป็นเชลยสงคราม
ที่ถูกจับตัวมาจากเผ่า Thracian ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยุโรป (ปัจจุบันคือบัลแกเรีย)
ท้ายที่สุดสปาร์ตาคัสได้ทรยศเจ้านายที่ฝึกให้เขาเป็นกลาดิเอเตอร์ และนำกองทัพทาสกว่า 70,000 คนปักหลักต่อสู้กับโรมัน
อย่างแข็งแกร่ง และเรื่องเล่าของเขาก็กลายเป็นตำนานจนวันนี้ ลักษณะเด่นของกลาดิเอเตอร์กลุ่มนี้คือ จะใช้โล่ทรงกลม
และมีหมวกแข็งแกร่งสวมอยู่บนศีรษะ
ส่วนใหญ่กลุ่มนี้ต้องสู้กับกลาดิเอเตอร์ประเภท Gallus และ Samnite ในฐานะเชลยศึกที่ถูกจับมาเหมือนกัน แต่กลุ่ม Thracian
นั้นขึ้นชื่อว่าเป็นนักรบที่ใครต่อใครรู้จักมากที่สุดและมีฝีมือทางการต่อสู้มากที่สุด

ขอบคุณที่มา:
http://www.cmxseed.com/cmxseedforumn/index.php?topic=177826.0
ข้อมูลจาก
http://listverse.com/2017/04/17/top-10-types-of-roman-gladiators/
http://www.history.com/news/history-lists/10-things-you-may-not-know-about-roman-gladiators
http://listverse.com/2013/04/02/10-famous-gladiators-from-ancient-rome/
http://etc.ancient.eu/education/11-facts-roman-gladiator/
POSTJUNG
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
จากวิกิพีเดีย
กลาดิอาตอร์ (ละติน: gladiator แปลว่า "นักรบดาบ", จาก gladivs แปลว่า "ดาบ") เป็นนักสู้ติดอาวุธที่มีหน้าที่ต่อสู้เพื่อสร้างความบันเทิงแก่ผู้ชมในสมัยสาธารณรัฐโรมันและจักรวรรดิโรมัน กลาดิอาตอร์ต้องใช้ความรุนแรงในการเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่อาจเป็นได้ทั้งกลาดิอาตอร์คนอื่น สัตว์ป่า และนักโทษที่ได้รับคำพิพากษา กลาดิอาตอร์ส่วนใหญ่เป็นทาส บุคคลที่โตมาในสภาพแวดล้อมรุนแรง หรือบุคคลที่ถูกกีดกันจากสังคม แต่ก็มีกลาดิอาตอร์บางคนที่เป็นอิสรชนซึ่งอาสาเสี่ยงชีวิตและสิทธิพลเมืองโรมันของตนเข้าแข่งขันในสังเวียน
ไม่ว่ากลาดิอาตอร์จะมีเทือกเถาเหล่ากอมาจากที่ใด พวกเขาก็สามารถนำเสนอตัวอย่างหนึ่งของจริยธรรมในการต่อสู้ของโรมแก่ผู้ชม และไม่ว่าจะต่อสู้หรือตายอย่างสมศักดิ์ศรี พวกเขาก็อาจเรียกเสียงชื่นชมและยกย่องจากมวลชนได้เช่นกัน กลาดิอาตอร์ได้รับการยกย่องทั้งในศิลปะระดับบนและศิลปะระดับล่าง และคุณค่าของพวกเขาในฐานะผู้สร้างความบันเทิงก็ได้รับการเชิดชูทั้งในวัตถุมีค่าและวัตถุธรรมดา ๆ ทั่วโลกโรมัน
ต้นกำเนิดการต่อสู้ของกลาดิอาตอร์นั้นยังคงเป็นที่ถกเถียง แต่มีหลักฐานที่สามารถสันนิษฐานกันได้ว่า มีจุดเริ่มต้นมาจากการแข่งขันต่อสู้ในพิธีกรรมศพที่จัดขึ้นในช่วงสงครามพิวนิกราว 300 ปีก่อนคริสต์ศักราช และได้กลายมาเป็นส่วนสำคัญทั้งในทางการเมืองและทางสังคมของชาวโรมันอย่างรวดเร็ว ความนิยมนั้นได้ส่งผลให้มีการจัดการต่อสู้ในเกมกีฬาสาธารณะที่หรูหราฟู่ฟ่ามากขึ้นด้วย
การต่อสู้ของกลาดิอาตอร์นั้นยังคงมีอยู่สืบมาเกือบหนึ่งพันปี โดยเป็นที่นิยมมากที่สุดในช่วง 100 ปีก่อนคริสต์ศักราชถึงคริสต์ศตวรรษที่ 2 จนกระทั่งเสื่อมเสื่อมความนิยมลงในช่วงต้นของคริสต์ศตวรรษที่ 5 ภายหลังจากการที่จักรวรรดิโรมันได้ประกาศให้ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาประจำรัฐใน ค.ศ. 380 อย่างไรก็ตาม การสู้กับสัตว์ก็ยังคงดำเนินมาจนถึงคริสต์ศตวรรษที่6
รู้หรือไม่ นักสู้กลาดิเอเตอร์มีตั้ง 10 ประเภท
โพสท์โดย Transweller
กลาดิเอเตอร์ประเภท Bestiarii
กลาดิเอเตอร์กลุ่มนี้ แตกต่างจากกลุ่มอื่นๆ ตรงที่ Bestiarii มีหน้าที่ต่อสู้กับสัตว์ ไม่ใช่มนุษย์ บรรดาผู้ปกครองจะหาซื้อสัตว์ทรงพลังทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นสิงโต เสือ ช้าง หรือหมี จากอัฟริกาและเอเชีย แล้วนำพวกมันมาปรากฏตัวในโคลอสเซียม จากนั้นก็ส่งพวก Bestiarii ออกไปพิสูจน์วัดพลังของพวกมัน Bestiarii ยังแบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือ Damnatio ad bestias และ Venatio
สำหรับกลุ่มแรก Damnatio ad bestias คือพวกทาสหรือคนที่ถูกคุมขัง ต้องโทษประหารชีวิต ถ้าอยากอยู่ต่อ ก็ต้องต่อสู้ให้ชนะ
คนกลุ่มนี้จัดเป็นกลุ่มที่ต่ำต้อย และความตายของพวกเขาไม่มีค่าอะไรเลย ชีวิตของพวกเขาถูกใช้เพียงแค่ทำให้ผู้คนสนุกสนาน
และสะใจเท่านั้น หลายครั้งพวกนี้ถูกสัตว์ร้ายฉีกทึ้งร่างและเหยียบย่ำ แต่ผลที่ได้คือความสนุกสนาน ไม่ใช่ความโศกเศร้า
ตรงกันข้าม กลุ่ม venation หรือพวกนักล่า ถูกฝึกฝนมาเพื่อล่าและต่อสู้กับสัตว์ร้ายโดยเฉพาะ กลุ่มนี้จะเก่งและมีความสามารถสูงมาก นักสู้กลุ่มนี้ที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักมากชื่อว่า Carpophorus ว่ากันว่าเขาฆ่าสัตว์ทรงพลังไปมากกว่า 20 ชนิด ด้วยมือเปล่า!!นอกจากจะต่อสู้กับสัตว์ต่างๆ เขายังเป็นผู้ตามหามัน ฝึกฝนให้มันเหี้ยมโหด และบางครั้งก็ข่มขืนพวกมันด้วย (ห๊ะ...!?)
กลาดิเอเตอร์ประเภท Noxii
นักสู้กลุ่มนี้ จัดสรรมาจากกลุ่มประชากรที่ต่ำต้อยที่สุดในสังคม คนเหล่านี้ไม่ถูกนับว่าเป็นมนุษย์ด้วยซ้ำ ส่วนใหญ่จะเป็นชาวคริสเตียน ยิว พวกหนีทัพ กบฎหรือพวกฆาตกรต้องโทษหนัก กลุ่มนี้ไม่ได้มีทักษะการต่อสู้แต่อย่างใด และส่วนใหญ่จะลงสนามเพราะบทลงโทษ และแน่นอนว่า บทสรุปของพวกเขามักจบลงที่ความตาย บางครั้ง นักสู้พวกนี้ก็ถูกผ้าผูกตาแล้วให้สู้ด้วยสัญชาตญาณ ทุกคนจะถูกแก้ผ้าเปล่าเปลือย ไม่มีเสื้อเกราะ ไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน ไม่มีแม้แต่ด้ามไม้สักด้าม พวกเขาต้องสู้ด้วยมือเปล่า กลุ่ม noxii นั้น แท้จริงแล้ว เหมือนเป็นการ ‘เชือดไก่ให้ลิงดู’ พวกผู้ปกครองใช้พวกเขาเป็นตัวแทนของผู้กระทำผิดต่อสังคม เพื่อให้ประชาชนได้รู้ว่า... ถ้าหากเผลอทำเรื่องไม่เหมาะสม บทลงโทษจะเป็นเช่นไร
กลาดิเอเตอร์ประเภท Retiarius
ระหว่างความเร็วกับพละกำลัง อะไรสำคัญกว่ากัน การถูกแทงหลายๆ แผลกว่าจะตาย หรือแทงแผลเดียวตายเลย อันไหนที่คุณคิดว่าเจ๋งกว่า สำหรับชาวโรมันในช่วงเวลานั้น พวกเขาชื่นชอบพละกำลังและการถูกแทงหลายๆ แผล และนี่เองเป็นเหตุผลให้ Retiarius จัดว่าเป็นกลาดิเอเตอร์ขั้นต่ำ เพราะพวกเขาไม่มีเกราะ ต้องสู้ด้วยความรวดเร็วและการวางแผน อาวุธของพวกเขาคือตาข่าย ตรีศูล หรือมีดเล่มเล็กๆ แต่ลับมาคบกริบ
พวกเขาได้รับการฝึกฝนมาคนละแบบกับกลาดิเอเตอร์ที่ใช้ดาบและโล่ ในสายตากลาดิเอเตอร์ด้วยกัน กลุ่มนี้ดูอ่อนแอและเหยาะแหยะเหมือนผู้หญิง ในบทกวีของ Juvenal ได้เล่าเรื่องราวของ Gracchus ผู้อยากเป็นกลาดิเอเตอร์ แต่เพราะไม่เก่งกล้าพอ ทำให้เขาเป็นได้แค่กลาดิเอเตอร์ในกลุ่ม retiarius
แต่ถึงแม้จะถูกมองว่าอ่อนแอ กลาดิเอเตอร์กลุ่มนี้ก็ยังได้รับการชื่นชมว่ามีสไตล์ที่หลากหลายและมีเทคนิคที่แพรวพราว ช่วยทำให้สนามรบดูแตกต่างและน่าสนใจ
กลาดิเอเตอร์ประเภท Secutor
กลุ่ม Secutor มักจะลงสนามเพื่อแข่งขันกับกลุ่ม Retiarius พวกเขาจะสวมเกราะหนาหนัก ถืออาวุธขนาดใหญ่แข็งแรง โดยเฉพาะพวกดาบ และสวมหมวกเห็นตาเพียงนิดเดียว เพื่อป้องกันการถูกทำร้ายที่ศีรษะ เวลาอยู่ในสนาม กลุ่มนี้จะต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้โดนตาข่ายเกี่ยว ซึ่งพวก Retiarius ก็จะคอยเอาตรีศูลทิ่มแทงเป็นการตอบกลับ
พูดง่ายๆ คือ ทั้งสองประเภทต้องมาสู้กันเองด้วยรูปแบบวิธีที่แตกต่างกัน
กลาดิเอเตอร์ที่โด่งดังที่สุดในกลุ่ม Secuter มีชื่อว่า Flamma เขาเป็นชาวซีเรีย ต่อสู้ต่อเนื่องถึง 34 สนาม โดยมีผลคือ ชนะ 21 ครั้ง เสมอ 9 ครั้ง และแพ้ 4 ครั้ง ตลอดการแข่งขันทั้งหมด เขาได้รับอนุญาตให้ปลดปล่อยตัวเอง เพื่อเป็นอิสระถึง 4 ครั้ง แต่ก็ปฏิเสธทุกครั้ง ดูเหมือนเขาจะเป็นกลาดิเอเตอร์โดยสายเลือดเลยทีเดียว
กลาดิเอเตอร์ประเภท Equites
คำว่า Equites นี้ ยังหมายความได้ถึงกลุ่มทหารม้า ซึ่งจัดเป็นกลุ่มชนชั้นสูงของโรมัน ได้รับความไว้วางใจจากสภาและจักรพรรดิ และเพราะความเก่งกาจ ทำให้เปอร์เซ็นต์การตายของกลุ่มนี้ค่อนข้างน้อย ทางผู้จัดก็เลยเลือกกลุ่มทหารม้ามาสร้างความบันเทิงโดยเฉพาะ และมักเลือกพวกเขาไว้เป็นตัวเปิดงาน โดยให้ขี่ม้าแล้วใช้ดาบกับโล่โจมตีกันและกัน เกราะที่กลุ่มนี้สวมใส่จะเป็นเกราะอ่อน เพื่อให้เคลื่อนไหวได้ว่องไว และมีชั้นเชิง
กลาดิเอเตอร์ประเภท Provocator
ในการแข่งขันส่วนใหญ่ จะเป็นการแข่งขันระหว่างกลาดิเอเตอร์ชนิดต่างๆ คละๆ กันไป แต่ถ้าเป็นกลุ่ม Provocator จะสู้กันเองเท่านั้น เพราะพวกเขาจะท้าทายและเลือกคู่แข่งด้วยตัวเอง ไม่ใช่ว่ามีคนมาจัดเวทีให้ กลุ่มนี้จะค่อนข้างมีเกียรติและมีทักษะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม เมื่อต้องท้าทายคู่ต่อสู้ก็จะเลือกแต่คู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง และจะต่อสู้อย่างจริงจัง เต็มไปด้วยชั้นเชิง
กลาดิเอเตอร์ประเภท Gladiatrix
ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่า... เพศที่บอบบางอย่างผู้หญิงนั้นสามารถเป็นกลาดิเอเตอร์ได้หรือไม่..? แต่กลุ่มGladiatrix ก็คือคำตอบที่บอกให้รู้ว่า ผู้หญิงแกร่งไม่แพ้ใคร โดยที่กลุ่มนี้จะสวมเกราะเพียงเล็กน้อย บางครั้งถึงกับเปลือยอกด้วยซ้ำ เพราะต้องการให้เห็นรูปร่างที่ชัดเจน
ส่วนใหญ่แล้วกลาดิเอเตอร์ผู้หญิงจะสู้กันเอง หรือไมก็สู้กับพวกคนแคระ ส่วนใหญ่แล้ว Gladiatrix จะมาจากตระกูลสูงส่งในสังคม ซึ่งตรงกันข้ามกับพวกกลาดิเอเตอร์ ที่มักจะชาติกำเนิดต่ำต้อยหรือมาจากพวกทาส บางครั้ง จักรพรรดิจะโยนคอร์เซ็ตหรือชุดที่ Gladiatrix สวมใส่ยามสู้รบให้กับฝูงชนบนอัฒจรรย์ เพื่อเป็นของขวัญแก่พวกเขา
กลาดิเอเตอร์ประเภท Gallus / Murmillo
กลาดิเอเตอร์ประเภทนี้ จัดว่าเป็นกลาดิเอเตอร์รุ่นแรก ส่วนใหญ่จะมาจากเผ่า Gaul หรือชาวเคลต์ ซึ่งก็คือพวกฝรั่งเศสนั่นเอง จุดเริ่มต้นคือ พวกเขาเป็นเชลยสงคราม และจะถูกนำมาต่อสู้กันเองเพื่อความบันเทิง กลุ่มนี้จะสวมเสื้อเกราะหนาหนัก อย่างที่เราเห็นในกลาดิเอเตอร์ที่ปรากฏในภาพยนตร์ ถือดาบยาว โล่ สวมหมวก และสวมชุดประจำเผ่า เวลาโจมตีก็จะหนักแน่น เต็มไปด้วยพลัง เพราะชาวเคลต์นั้นแข็งแกร่งและซ้อมรบอยู่เสมอ
ท้ายที่สุด เผ่านี้ก็เข้าร่วมกับจักรวรรดิโรมัน พวกเขาก็เลยไม่อยากสู้รบกันเองอีกต่อไป จึงได้มีการปรับลักษณะของกลาดิเอเตอร์
เป็นแบบ Murmillo พวกนี้ยังคงใช้ดาบและโล่หนาหนัก แต่งกายใกล้เคียงกับทหารโรมัน และต่อสู้กับกลาดิเอเตอร์ด้วยกันเอง
กลาดิเอเตอร์ประเภท Murmillo ที่โด่งดังที่สุดคือ มาร์คัส อัททิเลียส (Marcus Attilius) ชัยชนะครั้งใหญ่ของเชขาคือ
ล้มฮิลารัส (ชนะ 12 แพ้ 2) และลูเชียส เฟลิกซ์ (ชนะ 13 แพ้ 0) สองกลาดิเอเตอร์ผู้ยิ่งใหญ่ได้
กลาดิเอเตอร์ประเภท Samnite
อีกหนึ่งในกลาดิเอเตอร์รุ่นแรกๆ ลักษณะก็จะคล้ายๆ พวก Gallus หน่อยๆ ตอนแรก กลุ่มนี้คือพวกนักโทษสงคราม ที่มาจากแคว้น Samnium อิตาลีตอนใต้ เมื่อโรมันเอาชนะยึดเอาดินแดนมาได้ พวกเขาก็บังคับให้พวก Samnite ต่อสู้กันเอง เพื่อเฉลิมฉลอง โดยพวก Samnite ก็ต้องสวมชุดประจำแคว้น และใช้อาวุธประจำ ได้แก่ โล่ขนาดใหญ่เป็นมุมฉากและดาบ
พวกนี้จะต้องสู้กับเชลยหรือทหารที่ถูกจับมาจากเผ่าอื่นๆ ใครชนะได้ก็ได้ไปต่อ อ่อนแอก็แพ้ไป และจะถูกเยาะเย้ยอย่างหนักด้วย ภายหลังแคว้น Samnium ได้ตกเป็นของโรม กลาดิเอเตอร์กลุ่มนี้ก็เลยค่อยๆ หายไป และจะไปรวมอยู่กับกลุ่ม Murmillo แทน
กลาดิเอเตอร์ประเภท Thracian
กลาดิเอเตอร์ที่โด่งดังที่สุดที่ทั่วโลกรู้จัก มีชื่อว่า สปาร์ตาคัส (ใครดูหนัง 300 คงจำได้) สปาร์ตาคัสเป็นเชลยสงคราม
ที่ถูกจับตัวมาจากเผ่า Thracian ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยุโรป (ปัจจุบันคือบัลแกเรีย)
ท้ายที่สุดสปาร์ตาคัสได้ทรยศเจ้านายที่ฝึกให้เขาเป็นกลาดิเอเตอร์ และนำกองทัพทาสกว่า 70,000 คนปักหลักต่อสู้กับโรมัน
อย่างแข็งแกร่ง และเรื่องเล่าของเขาก็กลายเป็นตำนานจนวันนี้ ลักษณะเด่นของกลาดิเอเตอร์กลุ่มนี้คือ จะใช้โล่ทรงกลม
และมีหมวกแข็งแกร่งสวมอยู่บนศีรษะ
ส่วนใหญ่กลุ่มนี้ต้องสู้กับกลาดิเอเตอร์ประเภท Gallus และ Samnite ในฐานะเชลยศึกที่ถูกจับมาเหมือนกัน แต่กลุ่ม Thracian
นั้นขึ้นชื่อว่าเป็นนักรบที่ใครต่อใครรู้จักมากที่สุดและมีฝีมือทางการต่อสู้มากที่สุด
ขอบคุณที่มา: http://www.cmxseed.com/cmxseedforumn/index.php?topic=177826.0
ข้อมูลจาก
http://listverse.com/2017/04/17/top-10-types-of-roman-gladiators/
http://www.history.com/news/history-lists/10-things-you-may-not-know-about-roman-gladiators
http://listverse.com/2013/04/02/10-famous-gladiators-from-ancient-rome/
http://etc.ancient.eu/education/11-facts-roman-gladiator/
POSTJUNG
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้