1.

.
.
ปืนที่มีรูปร่างดูแปลกประหลาดตา
ตอนนี้จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์
Museum of Mourning Art
ใน Arlington Cemetery
ครั้งหนึ่งมันเคยทำหน้าที่เฝ้าศพ
ที่ห่างไกลจากบริเวณที่ทำการสุสาน
และทำหน้าที่ป้องกันเขตหวงห้าม
ไม่ให้พวกลักขโมยขุดศพขึ้นมา
ปืนจะวางอยู่ใกล้กับบริเวณเท้าของหลุมศพ
และประกอบขึ้นมาเป็นชุดกับดักนิรภัย
ที่พร้อมจะกวัดแกว่งปืนไปในทิศทางที่เหมาะสม
เมื่อมีใครบางคนมาแตะถูกกลไกนิรภัย
มันก็จะยิงใส่พวกโจรที่ต้องสงสัยว่า
จะมาลักขโมยขุดศพไปขาย
การเตรียมความพร้อมอย่างแนบเนียน
เพื่อการคุ้มครองผู้เสียชีวิต/ศพใตสุสาน
ที่มักจะเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 18
เมื่อศพอาจารย์ใหญ่มีความต้องการ
Demand สูงมากในโรงเรียนแพทย์
แต่ขาดแคลนอุปทาน Supply
(ศพที่มาเป็นอาจารย์ใหญ่)
เหตุการณ์นี้ต้องย้อนกลับไปยุคก่อนหน้านั้น
แหล่งที่ป้อนศพอาจารย์ใหญ่มีเพียงแห่งเดียว
คือ นักโทษที่ถูกศาลตัดสินประหารชีวิต
ให้แขวนคอจนกระทั่งตาย
เรื่องนี้เคยมีคดีที่ผู้พิพากษาตัดสิน
ให้นำจำเลยไปแขวนคอ
พอเพชฌฆาตได้ทำการแขวนคอนักโทษแล้ว
พวกญาติพี่น้องและเพื่อนนักโทษ
ต่างวิ่งเข้าไปตัดเชือกที่แขวนคอนักโทษให้ขาดลง
แล้วจำเลย/นักโทษก็รอดตายจากการถูกแขวนคอ
เพราะเป็นไปตามคำพิพากษาแล้วว่า
ให้นำจำเลยไปแขวนคอ
จึงต้องระบุว่า ให้เอาไปแขวนคอจนกระทั่งตาย
หรือกฎหมายไทยเดิมก็ระบุว่า
ให้เอาไปยิงเสียให้ตาย (ก่อนแก้กฎหมาย)
เรื่องนี้แต่เดิมไม่มีปัญหาแต่อย่างไรเลย
เพราะอุปทานศพอาจารย์ใหญ่มีเป็นจำนวนมาก
จากการก่ออาชญากรรมเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ
ในมุมมองทุกวันนี้ ก็มักจะถูกลงโทษประหารชีวิต
เช่น คดีลักวิ่งชิงปล้นทรัพย์สินเพียงเล็กน้อย
ปลอมเงินตรา ปลอมเช็ค ดูหมิ่นศาสนา
ทำให้นักศึกษาแพทย์และศัลยแพทย์
มีศพอาจารย์ใหญ่มากเพียงพอ
ที่จะทำการศึกษากายวิภาคศาสตร์
และการหัดผ่าตัดด้วย
แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไป
และวิธีการป่าเถื่อนของกระบวนการยุติธรรม
ก็ถูกคัดค้านและทะยอยยกเลิกโทษต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ
ทำให้จำนวนอาชญากรที่ถูกตัดสิน
ให้ลงโทษประหารชีวิตก็ลดลงอย่างแรง
ทำให้พวกขโมยบางคนมองเห็นว่า
วิกฤติ คือ โอกาส
พวกขโมยจึงเริ่มขุดศพจากสุสาน
แล้วมาขายให้กับโรงเรียนแพทย์
สุสานจึงต้องตอบโต้พวกหัวขโมย
ด้วยการแต่งตั้งให้มีคนดูแลหลุมศพ
บางครั้งครอบครัวของผู้ตายที่ถูกฝังอยู่ในสุสาน
ต้องจ่ายเงินให้กับผู้ดูแลสุสานเหล่านี้
เพื่อทำหน้าที่อารักขาหลุมศพ
ในที่สุดต่างเห็นพ้องต้องกันว่า
แทนที่จะใช้จ่ายเงินให้คืนแล้วคืนเล่า
ท่ามกลางความเปียกชื้น
และหนาวเย็นในยามค่ำคืน
ก็ใช้การวางกับดักนิรภัย
ป้องกันหลุมศพด้วยปืนและวัตถุระเบิด
น่าจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และประสิทธิผลมากกว่าการใช้คน
กลไกสปริงของปืนจะยิงใส่ผู้บุกรุกรายใด ๆ
ที่แตะถูกกลไกกับดักนิรภัยที่สร้างไว้
อย่างน้อยก็มีการติดตั้งตั้งแต่ศตวรรษที่ 15
น่าจะเป็นพวกของมีคม เช่น หอก เกาทัณฑ์
ก่อนการผลิตปืนขึ้นมาให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น
ปืนที่ทำหน้าที่เป็นอาวุธจะถูกปล่อยทิ้งไว้ได้
นานเท่านานตราบเท่าที่ดินกระสุนปืนยังแห้งอยู่
เพราะถ้าเปียกชื้นจะจุดชนวนดินปืนไม่ได้
ปืนที่ได้รับความนิยมในสุสานมาก
ถูกออกแบบโดย Mr.Clementshaw
ปืนรุ่นนี้มีหินเหล็กไฟขนาดใหญ่
ด้ามปืน/ตัวปืนจะถูกเจาะฝังกับแท่นไม้ขนาดหนา
ปืนจะถูกติดตั้งด้วยเดือยเหล็กที่หมุนไปมาได้
และมีการปลดไกปืนด้านหน้าที่ยิงไปได้เลย
เมื่อมีแรงดึงจากด้านหน้า
แทนแบบการปลดไกปืน
ที่ต้องดึงย้อนหลังในแบบเดิม
เพราะกับดักนิรภัยจะทำงาน
เมื่อมีการเคลื่อนที่ไปทางด้านข้างหน้า
กับดักนิรภัยจะเหนี่ยวไกและยิงปืนใส่ทันที
ที่ด้านหน้าของฐานรองรับปืนชนิดนี้
จะมีวงแหวนเหล็กสามห่วงวางในสามทิศทาง
ซึ่งทำให้กับดักนิรภัยเชื่อมต่อกันได้
สามเส้น(สามจุด)สามทิศทาง
ปืนชนิดนี้จะทำการบรรจุกระสุน
พร้อมยิงในเวลากลางคืนโดยผู้เฝ้าสุสาน
ในตอนเช้าปืนจะถูกปลดกลไกออก
หรือนำออกไปจากพื้นที่
เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมสุสานในระหว่างวัน
จะไม่โดนกับดักนิรภัย
แต่พวกโจรมืออาชีพ
ที่ผ่านการลักขโมยศพมาจำนวนมากแล้ว
มักจะส่งนางนกต่อ ผู้หญิงแต่งชุดสีดำ
หรือผู้หญิงพาเด็กไปที่สุสาน
ด้วยการปลอมตัวเป็นผู้มาร่วมพิธีไว้อาลัย
แล้วให้รายงานตำแหน่งของหมุดตอก
ที่มีสายดึงชนวนกลไกนิรภัยเพื่อยิงได้
เพราะผู้เฝ้าสุสานจะมาทำการติดตั้ง
ปืน/สายกลไกตอนพระอาทิตย์ตกดินทุกวัน
แต่ปืนดังกล่าวให้เช่าเป็นรายสัปดาห์
มีราคาค่อนข้างแพงเกินกว่าจะซื้อหามาใช้งาน
ศพคนจนส่วนมากจึงจบลงที่
มีดผ่าตัดเพื่อการเรียนรู้กายวิภาคศาสตร์
ตามบันทึก Michael Sappol นักประวัติศาสตร์
ได้แก่ คนผิวดำ ฆาตกร หญิงโสเภณี ไอริช(ขี้เมา)
คนวิตถาร ผู้ใช้แรงงาน คนยากจน คนเร่ร่อน
คนไร้บ้าน และคนอินเดียน(แดง)
เพราะคนเหล่านี้ต่างไม่ได้ประโยชน์
จากปืนประเภทนี้เลย เพราะส่วนมากยากจน
ไร้ทรัพย์สินเงินทองในการเช่าปืนนี้
จากช่วงปี 1865 ถึง 1890
การขโมยศพกลายเป็นปัญหาใหญ่ในสหรัฐอเมริกา
ปืนเฝ้าสุสานจึงกลายเป็นแนวป้องกันที่ร้ายแรงยิ่ง
ในการสู้รบปรบมือกับต่อสู้กับภัยคุกคาม
มีการออกแบบปืนลูกซองที่คิดค้นขึ้นในปี 1878
โดย Phil Clover of Columbus รัฐ Ohio
ด้วยการบรรจุปืนลูกซองไว้ภายในโลงศพ
เมื่อฝาโลงถูกงัดเพื่อเปิดออกมาลักขโมยศพ
ปืนจะยิงใส่หน้าหัวขโมยทันที
ด้วยลูกกระสุนตะกั่วจำนวน 36 ลูก
ในปี 1865-1890
หลังจากสงครามกลางเมืองสหรัฐ
มีโรงเรียนแพทย์จำนวนหลายแห่งมาก
ทำให้ต้องการศพอาจารย์ใหญ่ใช้ในการเรียน
แต่เดิมใช้แต่ศพนักโทษที่ถูกลงโทษประหารชีวิต
ซึ่งในเวลาต่อมาเริ่มขาดแคลนศพอาจารย์ใหญ่
เพราะมีโรงเรียนแพทย์หลายแห่ง
ต่างต้องการมากเช่นกัน จึงเกิดการหาศพเพิ่มขึ้นน
จึงทำให้เกิดธุรกิจลักขโมยศพ
มาขายโรงเรียนแพทย์ในเวลาต่อมา
โดยเฉพาะศพที่เพิ่งจะตายไม่นานนัก
ครั้งหนึ่งเคยมีเหตุการณ์ที่ศพของ
อดีตวุฒิสมาชิกรัฐสภา
John Scott Harrison
บุตรชายของอดีตประธานาธิบดี
William Henry Harrison
และท่านยังเป็นบิดาของอดีตประธานาธิบดี
Benjamin Harrison
ก็ยังถูกลักขโมยไปขายให้โรงเรียนแพทย์
ต่อมาญาติของ John Scott Harrison
พบว่าศพนี้อยู่ที่โรงเรียนแพทย์
Ohio Medical College ใน Cincinnati
จึงมีการนำศพกลับมาฝังที่ Harrison Tomb
สุสานประจำตระกูล
ผลร้ายจากเหตุการณ์ครั้งนี้
ผู้ว่าการรัฐ Ohio จึงได้ออกกฎหมาย
ให้ผู้คนบริจาคศพของตนเอง
หรือให้ทายาทขายศพให้กับโรงเรียนแพทย์ได้
และมีบทกฎหมายลงโทษที่รุนแรงมากขึ้น
ทั้งผู้ซื้อผู้ขายศพที่ลักขโมยมา
ความนิยมในการซื้อขายศพ
ที่ถูกลักขโมยมา จึงเริ่มลดลง
ในช่วงทศวรรษที่ 1890
มีการลักขุดศพเพื่อขายน้อยมากในรัฐ Ohio
และในเวลาต่อมา
ผู้ว่าการรัฐ Indiana, Illinois, Iowa, และ Michigan
จึงได้ออกกฎหมายเพิ่มโทษการขโมยศพ
และอนุญาตให้โรงเรียนแพทย์
ใช้ศพที่อยู่ในความดูแลของรัฐ/โรงพยาบาล
เพื่อใช้ในการศึกษากายวิภาคศาสตร์ได้
เช่น คนอนาถา เด็กกำพร้า คนวิกลจริต นักโทษ
แต่การบังคับตามกฎหมายไม่ค่อยมีผลมาก
เพราะอุปสงค์ยังมากกว่าอุปทาน
จนกระทั่งเริ่มลดลงในช่วงศตวรรษที่ 20
.
2.
.

.
.
สิ่งประดิษฐ์อีกอย่างที่เรียกว่า
โลงศพตอร์ปิโด Coffin Torpedoes
เป็นทุ่นระเบิดที่วางอยู่ใต้โลงศพ
โดย Thomas N Howell
อดีตทหารผ่านศึกสงครามกลางเมือง
ที่ใช้เทคนิคการวางกับระเบิดขนาด 8 ปอนด์
ที่ใช้ตัวจุดชนวนระเบิดผงดินปืนขนาด .75 ปอนด์
ฝังอยู่ด้านบนของหลุมศพ
มีแผ่นเหล็กที่เป็นตัวหุ้มเหนือระเบิดตอร์ปิโด
ถ้ามีอะไรกระทบกระเทือนกลไกนิรภัยแผ่นเหล็ก
จะระเบิดใส่อะไรก็ตามที่กระทบ
กับด้านหน้าหลุมศพทันที
มีการโฆษณาขายสินค้าชิ้นนี้ว่า
" หลับให้สบายเถิดเทวดาที่รัก
ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกพวกขโมยศพรบกวนสุคติ
ด้านบนจะวางระเบิดตอร์ปิโดหนึ่งลูก
พร้อมที่ห้ำหั่นใครก็ตาม
ที่บุกรุกที่นี่ให้เป็นเศษเนื้อรุ่งริ่ง
ใครก็ตามที่จะมาเคลื่อนย้าย
คุณลงไปในถังดองศพ "
เมื่อโลงศพถูกรบกวนหรือเคลื่อนที่
มันก็จะระเบิดขึ้นมาทันที
ทำอันตรายต่อพวกโจรขโมยศพ/ปล้นหลุมฝังศพ
รวมทั้งทำให้ซากศพระเบิดกระจุยกระจายไป
ในปี 1881
มีหัวขโมยอย่างน้อยสามคนถูกฆ่าตาย
เมื่ออุปกรณ์ดังกล่าวระเบิดที่สุสาน
ใกล้ Gann ใน Knox County รัฐ Ohio
ในขณะที่สิ่งประดิษฐ์ในอดีต เช่น
ปืนเฝ้าศพ และ โลงศพตอร์ปิโด
แต่การฉกฉวยหากินจากศพ
/โครงกระดูกที่ถูกลักขโมยมา
ยังเป็นการค้าขายที่ยังไม่มีวันจะจบจะสิ้น
ในประเทศอินเดียมีเครือข่าย
ผู้ลักลอบขโมยศพมาจนถึงทุกวันนี้
โดยลักลอบขุดโครงกระดูกออกจากสุสานต่าง ๆ
(น่าจะเป็นศพของคนนับถือ
ศาสนาอิสลาม คริสต์ และไซไรอัสเตอร์
รวมทั้งคนนับถือศาสนาฮินดูที่ยากจน
ไม่มีเงินค่าเผาศพ)
เพื่อขายให้กับมหาวิทยาลัย
และโรงพยาบาลในต่างประเทศ
ในช่วง 200 ปีที่ผ่านมา
อินเดีย คือ ผู้จัดหากระดูกอันดับต้น ๆ ของโลก
ที่ถูกส่งออกเพื่อนำไปใช้
ในการศึกษาทางการแพทย์ทั่วโลก
รวมถึงสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร
ประเทศทั้งสองแห่งนี้มีชื่อเสียงมาก
ตามรายงานของ Wired
สำหรับการผลิตตัวอย่างโครงกระดูก
ที่มีสีขาวบริสุทธิ์จากพลาสติค
และติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ
ที่ฉายภาพกายวิภาคศาสตร์
ที่เชื่อมต่อกันเป็นรูปร่างได้
อย่างเป็นระบบได้อย่างมีคุณภาพสูง
แม้แต่จีน หรือ ยุโรปตะวันตก
จะสามารถผลิตตัวอย่างคุณภาพสูงได้
ก็ยังนิยมการจัดซื้อจัดหากระดูกจริง
มาใช้ในการเรียนการสอน
แม้ว่าการค้าโครงกระดูกจะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย
และถูกห้ามโดยรัฐบาลอินเดียไปแล้วก็ตาม
แต่ตราบใดที่มีความต้องการโครงกระดูก
ธูรกิจการลักขโมยศพก็ยังคงเติบโตต่อไป
เพราะการเรียนรู้จากของจริง
จะตื่นเต้นเข้าใจและเร้าใจได้ดีกว่า
.
หมายเหตุ
ถ้าไปตามหอพักมหาวิทยาลัย
/สถานที่เรียนบางแห่งในไทย
อาจจะเจอนิสิตนักศึกษาบางคน
หยิบกระดูกหรือหัวกระโหลก
มานั่งท่องคำศัพท์ทางการแพทย์
ที่มักจะเป็นภาษาละติน
แบบจับต้องไปท่องจำไป
ตามจุดต่าง ๆ ที่เรียกแตกต่างกัน
เคยมีบางครั้งถึงกับ
มีบางคนหยิบกระดูก/หัวกระโหลก
ขึ้นมาท่องจำบนรถเมล์
จนเป็นที่หวาดกลัวของ
คนที่นั่งอยู่ยืนอยู่ใกล้เคียงมาก
3.

.
เรียบเรียง/ที่มา
https://bit.ly/2IgHqmH
https://bit.ly/2GR30f0
https://bit.ly/2tyTOV7
https://bit.ly/2SVansl
https://bit.ly/2tsVBLk
.
.
4.

.
Chicken Thief Gun
.
5.

.
6.

.
7.

.
8.

.
ลูกกรงเหล็ก/ก้อนหินขนาดใหญ่
ป้องกันการขโมยศพที่สุสาน Logierait, Scotland
@ Judy Willson (CC BY-SA 3.0
.
9.

.
10.

.
.
เรื่องเดิม
.
ศพอาจารย์ใหญ่
.

.

.
Credit :
ต้นโพธิ์ต้นไทร
.
.
ปืนเฝ้าศพและโลงศพตอร์ปิโด
.
ปืนที่มีรูปร่างดูแปลกประหลาดตา
ตอนนี้จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์
Museum of Mourning Art
ใน Arlington Cemetery
ครั้งหนึ่งมันเคยทำหน้าที่เฝ้าศพ
ที่ห่างไกลจากบริเวณที่ทำการสุสาน
และทำหน้าที่ป้องกันเขตหวงห้าม
ไม่ให้พวกลักขโมยขุดศพขึ้นมา
ปืนจะวางอยู่ใกล้กับบริเวณเท้าของหลุมศพ
และประกอบขึ้นมาเป็นชุดกับดักนิรภัย
ที่พร้อมจะกวัดแกว่งปืนไปในทิศทางที่เหมาะสม
เมื่อมีใครบางคนมาแตะถูกกลไกนิรภัย
มันก็จะยิงใส่พวกโจรที่ต้องสงสัยว่า
จะมาลักขโมยขุดศพไปขาย
การเตรียมความพร้อมอย่างแนบเนียน
เพื่อการคุ้มครองผู้เสียชีวิต/ศพใตสุสาน
ที่มักจะเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 18
เมื่อศพอาจารย์ใหญ่มีความต้องการ
Demand สูงมากในโรงเรียนแพทย์
แต่ขาดแคลนอุปทาน Supply
(ศพที่มาเป็นอาจารย์ใหญ่)
เหตุการณ์นี้ต้องย้อนกลับไปยุคก่อนหน้านั้น
แหล่งที่ป้อนศพอาจารย์ใหญ่มีเพียงแห่งเดียว
คือ นักโทษที่ถูกศาลตัดสินประหารชีวิต
ให้แขวนคอจนกระทั่งตาย
เรื่องนี้เคยมีคดีที่ผู้พิพากษาตัดสิน
ให้นำจำเลยไปแขวนคอ
พอเพชฌฆาตได้ทำการแขวนคอนักโทษแล้ว
พวกญาติพี่น้องและเพื่อนนักโทษ
ต่างวิ่งเข้าไปตัดเชือกที่แขวนคอนักโทษให้ขาดลง
แล้วจำเลย/นักโทษก็รอดตายจากการถูกแขวนคอ
เพราะเป็นไปตามคำพิพากษาแล้วว่า
ให้นำจำเลยไปแขวนคอ
จึงต้องระบุว่า ให้เอาไปแขวนคอจนกระทั่งตาย
หรือกฎหมายไทยเดิมก็ระบุว่า
ให้เอาไปยิงเสียให้ตาย (ก่อนแก้กฎหมาย)
เรื่องนี้แต่เดิมไม่มีปัญหาแต่อย่างไรเลย
เพราะอุปทานศพอาจารย์ใหญ่มีเป็นจำนวนมาก
จากการก่ออาชญากรรมเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ
ในมุมมองทุกวันนี้ ก็มักจะถูกลงโทษประหารชีวิต
เช่น คดีลักวิ่งชิงปล้นทรัพย์สินเพียงเล็กน้อย
ปลอมเงินตรา ปลอมเช็ค ดูหมิ่นศาสนา
ทำให้นักศึกษาแพทย์และศัลยแพทย์
มีศพอาจารย์ใหญ่มากเพียงพอ
ที่จะทำการศึกษากายวิภาคศาสตร์
และการหัดผ่าตัดด้วย
แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไป
และวิธีการป่าเถื่อนของกระบวนการยุติธรรม
ก็ถูกคัดค้านและทะยอยยกเลิกโทษต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ
ทำให้จำนวนอาชญากรที่ถูกตัดสิน
ให้ลงโทษประหารชีวิตก็ลดลงอย่างแรง
ทำให้พวกขโมยบางคนมองเห็นว่า
วิกฤติ คือ โอกาส
พวกขโมยจึงเริ่มขุดศพจากสุสาน
แล้วมาขายให้กับโรงเรียนแพทย์
สุสานจึงต้องตอบโต้พวกหัวขโมย
ด้วยการแต่งตั้งให้มีคนดูแลหลุมศพ
บางครั้งครอบครัวของผู้ตายที่ถูกฝังอยู่ในสุสาน
ต้องจ่ายเงินให้กับผู้ดูแลสุสานเหล่านี้
เพื่อทำหน้าที่อารักขาหลุมศพ
ในที่สุดต่างเห็นพ้องต้องกันว่า
แทนที่จะใช้จ่ายเงินให้คืนแล้วคืนเล่า
ท่ามกลางความเปียกชื้น
และหนาวเย็นในยามค่ำคืน
ก็ใช้การวางกับดักนิรภัย
ป้องกันหลุมศพด้วยปืนและวัตถุระเบิด
น่าจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และประสิทธิผลมากกว่าการใช้คน
กลไกสปริงของปืนจะยิงใส่ผู้บุกรุกรายใด ๆ
ที่แตะถูกกลไกกับดักนิรภัยที่สร้างไว้
อย่างน้อยก็มีการติดตั้งตั้งแต่ศตวรรษที่ 15
น่าจะเป็นพวกของมีคม เช่น หอก เกาทัณฑ์
ก่อนการผลิตปืนขึ้นมาให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น
ปืนที่ทำหน้าที่เป็นอาวุธจะถูกปล่อยทิ้งไว้ได้
นานเท่านานตราบเท่าที่ดินกระสุนปืนยังแห้งอยู่
เพราะถ้าเปียกชื้นจะจุดชนวนดินปืนไม่ได้
ปืนที่ได้รับความนิยมในสุสานมาก
ถูกออกแบบโดย Mr.Clementshaw
ปืนรุ่นนี้มีหินเหล็กไฟขนาดใหญ่
ด้ามปืน/ตัวปืนจะถูกเจาะฝังกับแท่นไม้ขนาดหนา
ปืนจะถูกติดตั้งด้วยเดือยเหล็กที่หมุนไปมาได้
และมีการปลดไกปืนด้านหน้าที่ยิงไปได้เลย
เมื่อมีแรงดึงจากด้านหน้า
แทนแบบการปลดไกปืน
ที่ต้องดึงย้อนหลังในแบบเดิม
เพราะกับดักนิรภัยจะทำงาน
เมื่อมีการเคลื่อนที่ไปทางด้านข้างหน้า
กับดักนิรภัยจะเหนี่ยวไกและยิงปืนใส่ทันที
ที่ด้านหน้าของฐานรองรับปืนชนิดนี้
จะมีวงแหวนเหล็กสามห่วงวางในสามทิศทาง
ซึ่งทำให้กับดักนิรภัยเชื่อมต่อกันได้
สามเส้น(สามจุด)สามทิศทาง
ปืนชนิดนี้จะทำการบรรจุกระสุน
พร้อมยิงในเวลากลางคืนโดยผู้เฝ้าสุสาน
ในตอนเช้าปืนจะถูกปลดกลไกออก
หรือนำออกไปจากพื้นที่
เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมสุสานในระหว่างวัน
จะไม่โดนกับดักนิรภัย
แต่พวกโจรมืออาชีพ
ที่ผ่านการลักขโมยศพมาจำนวนมากแล้ว
มักจะส่งนางนกต่อ ผู้หญิงแต่งชุดสีดำ
หรือผู้หญิงพาเด็กไปที่สุสาน
ด้วยการปลอมตัวเป็นผู้มาร่วมพิธีไว้อาลัย
แล้วให้รายงานตำแหน่งของหมุดตอก
ที่มีสายดึงชนวนกลไกนิรภัยเพื่อยิงได้
เพราะผู้เฝ้าสุสานจะมาทำการติดตั้ง
ปืน/สายกลไกตอนพระอาทิตย์ตกดินทุกวัน
แต่ปืนดังกล่าวให้เช่าเป็นรายสัปดาห์
มีราคาค่อนข้างแพงเกินกว่าจะซื้อหามาใช้งาน
ศพคนจนส่วนมากจึงจบลงที่
มีดผ่าตัดเพื่อการเรียนรู้กายวิภาคศาสตร์
ตามบันทึก Michael Sappol นักประวัติศาสตร์
ได้แก่ คนผิวดำ ฆาตกร หญิงโสเภณี ไอริช(ขี้เมา)
คนวิตถาร ผู้ใช้แรงงาน คนยากจน คนเร่ร่อน
คนไร้บ้าน และคนอินเดียน(แดง)
เพราะคนเหล่านี้ต่างไม่ได้ประโยชน์
จากปืนประเภทนี้เลย เพราะส่วนมากยากจน
ไร้ทรัพย์สินเงินทองในการเช่าปืนนี้
จากช่วงปี 1865 ถึง 1890
การขโมยศพกลายเป็นปัญหาใหญ่ในสหรัฐอเมริกา
ปืนเฝ้าสุสานจึงกลายเป็นแนวป้องกันที่ร้ายแรงยิ่ง
ในการสู้รบปรบมือกับต่อสู้กับภัยคุกคาม
มีการออกแบบปืนลูกซองที่คิดค้นขึ้นในปี 1878
โดย Phil Clover of Columbus รัฐ Ohio
ด้วยการบรรจุปืนลูกซองไว้ภายในโลงศพ
เมื่อฝาโลงถูกงัดเพื่อเปิดออกมาลักขโมยศพ
ปืนจะยิงใส่หน้าหัวขโมยทันที
ด้วยลูกกระสุนตะกั่วจำนวน 36 ลูก
ในปี 1865-1890
หลังจากสงครามกลางเมืองสหรัฐ
มีโรงเรียนแพทย์จำนวนหลายแห่งมาก
ทำให้ต้องการศพอาจารย์ใหญ่ใช้ในการเรียน
แต่เดิมใช้แต่ศพนักโทษที่ถูกลงโทษประหารชีวิต
ซึ่งในเวลาต่อมาเริ่มขาดแคลนศพอาจารย์ใหญ่
เพราะมีโรงเรียนแพทย์หลายแห่ง
ต่างต้องการมากเช่นกัน จึงเกิดการหาศพเพิ่มขึ้นน
จึงทำให้เกิดธุรกิจลักขโมยศพ
มาขายโรงเรียนแพทย์ในเวลาต่อมา
โดยเฉพาะศพที่เพิ่งจะตายไม่นานนัก
ครั้งหนึ่งเคยมีเหตุการณ์ที่ศพของ
อดีตวุฒิสมาชิกรัฐสภา
John Scott Harrison
บุตรชายของอดีตประธานาธิบดี
William Henry Harrison
และท่านยังเป็นบิดาของอดีตประธานาธิบดี Benjamin Harrison
ก็ยังถูกลักขโมยไปขายให้โรงเรียนแพทย์
ต่อมาญาติของ John Scott Harrison
พบว่าศพนี้อยู่ที่โรงเรียนแพทย์
Ohio Medical College ใน Cincinnati
จึงมีการนำศพกลับมาฝังที่ Harrison Tomb
สุสานประจำตระกูล
ผลร้ายจากเหตุการณ์ครั้งนี้
ผู้ว่าการรัฐ Ohio จึงได้ออกกฎหมาย
ให้ผู้คนบริจาคศพของตนเอง
หรือให้ทายาทขายศพให้กับโรงเรียนแพทย์ได้
และมีบทกฎหมายลงโทษที่รุนแรงมากขึ้น
ทั้งผู้ซื้อผู้ขายศพที่ลักขโมยมา
ความนิยมในการซื้อขายศพ
ที่ถูกลักขโมยมา จึงเริ่มลดลง
ในช่วงทศวรรษที่ 1890
มีการลักขุดศพเพื่อขายน้อยมากในรัฐ Ohio
และในเวลาต่อมา
ผู้ว่าการรัฐ Indiana, Illinois, Iowa, และ Michigan
จึงได้ออกกฎหมายเพิ่มโทษการขโมยศพ
และอนุญาตให้โรงเรียนแพทย์
ใช้ศพที่อยู่ในความดูแลของรัฐ/โรงพยาบาล
เพื่อใช้ในการศึกษากายวิภาคศาสตร์ได้
เช่น คนอนาถา เด็กกำพร้า คนวิกลจริต นักโทษ
แต่การบังคับตามกฎหมายไม่ค่อยมีผลมาก
เพราะอุปสงค์ยังมากกว่าอุปทาน
จนกระทั่งเริ่มลดลงในช่วงศตวรรษที่ 20
.
.
.
สิ่งประดิษฐ์อีกอย่างที่เรียกว่า
โลงศพตอร์ปิโด Coffin Torpedoes
เป็นทุ่นระเบิดที่วางอยู่ใต้โลงศพ
โดย Thomas N Howell
อดีตทหารผ่านศึกสงครามกลางเมือง
ที่ใช้เทคนิคการวางกับระเบิดขนาด 8 ปอนด์
ที่ใช้ตัวจุดชนวนระเบิดผงดินปืนขนาด .75 ปอนด์
ฝังอยู่ด้านบนของหลุมศพ
มีแผ่นเหล็กที่เป็นตัวหุ้มเหนือระเบิดตอร์ปิโด
ถ้ามีอะไรกระทบกระเทือนกลไกนิรภัยแผ่นเหล็ก
จะระเบิดใส่อะไรก็ตามที่กระทบ
กับด้านหน้าหลุมศพทันที
มีการโฆษณาขายสินค้าชิ้นนี้ว่า
" หลับให้สบายเถิดเทวดาที่รัก
ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกพวกขโมยศพรบกวนสุคติ
ด้านบนจะวางระเบิดตอร์ปิโดหนึ่งลูก
พร้อมที่ห้ำหั่นใครก็ตาม
ที่บุกรุกที่นี่ให้เป็นเศษเนื้อรุ่งริ่ง
ใครก็ตามที่จะมาเคลื่อนย้าย
คุณลงไปในถังดองศพ "
เมื่อโลงศพถูกรบกวนหรือเคลื่อนที่
มันก็จะระเบิดขึ้นมาทันที
ทำอันตรายต่อพวกโจรขโมยศพ/ปล้นหลุมฝังศพ
รวมทั้งทำให้ซากศพระเบิดกระจุยกระจายไป
ในปี 1881
มีหัวขโมยอย่างน้อยสามคนถูกฆ่าตาย
เมื่ออุปกรณ์ดังกล่าวระเบิดที่สุสาน
ใกล้ Gann ใน Knox County รัฐ Ohio
ในขณะที่สิ่งประดิษฐ์ในอดีต เช่น
ปืนเฝ้าศพ และ โลงศพตอร์ปิโด
แต่การฉกฉวยหากินจากศพ
/โครงกระดูกที่ถูกลักขโมยมา
ยังเป็นการค้าขายที่ยังไม่มีวันจะจบจะสิ้น
ในประเทศอินเดียมีเครือข่าย
ผู้ลักลอบขโมยศพมาจนถึงทุกวันนี้
โดยลักลอบขุดโครงกระดูกออกจากสุสานต่าง ๆ
(น่าจะเป็นศพของคนนับถือ
ศาสนาอิสลาม คริสต์ และไซไรอัสเตอร์
รวมทั้งคนนับถือศาสนาฮินดูที่ยากจน
ไม่มีเงินค่าเผาศพ)
เพื่อขายให้กับมหาวิทยาลัย
และโรงพยาบาลในต่างประเทศ
ในช่วง 200 ปีที่ผ่านมา
อินเดีย คือ ผู้จัดหากระดูกอันดับต้น ๆ ของโลก
ที่ถูกส่งออกเพื่อนำไปใช้
ในการศึกษาทางการแพทย์ทั่วโลก
รวมถึงสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร
ประเทศทั้งสองแห่งนี้มีชื่อเสียงมาก
ตามรายงานของ Wired
สำหรับการผลิตตัวอย่างโครงกระดูก
ที่มีสีขาวบริสุทธิ์จากพลาสติค
และติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ
ที่ฉายภาพกายวิภาคศาสตร์
ที่เชื่อมต่อกันเป็นรูปร่างได้
อย่างเป็นระบบได้อย่างมีคุณภาพสูง
แม้แต่จีน หรือ ยุโรปตะวันตก
จะสามารถผลิตตัวอย่างคุณภาพสูงได้
ก็ยังนิยมการจัดซื้อจัดหากระดูกจริง
มาใช้ในการเรียนการสอน
แม้ว่าการค้าโครงกระดูกจะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย
และถูกห้ามโดยรัฐบาลอินเดียไปแล้วก็ตาม
แต่ตราบใดที่มีความต้องการโครงกระดูก
ธูรกิจการลักขโมยศพก็ยังคงเติบโตต่อไป
เพราะการเรียนรู้จากของจริง
จะตื่นเต้นเข้าใจและเร้าใจได้ดีกว่า
.
หมายเหตุ
ถ้าไปตามหอพักมหาวิทยาลัย
/สถานที่เรียนบางแห่งในไทย
อาจจะเจอนิสิตนักศึกษาบางคน
หยิบกระดูกหรือหัวกระโหลก
มานั่งท่องคำศัพท์ทางการแพทย์
ที่มักจะเป็นภาษาละติน
แบบจับต้องไปท่องจำไป
ตามจุดต่าง ๆ ที่เรียกแตกต่างกัน
เคยมีบางครั้งถึงกับ
มีบางคนหยิบกระดูก/หัวกระโหลก
ขึ้นมาท่องจำบนรถเมล์
จนเป็นที่หวาดกลัวของ
คนที่นั่งอยู่ยืนอยู่ใกล้เคียงมาก
.
เรียบเรียง/ที่มา
https://bit.ly/2IgHqmH
https://bit.ly/2GR30f0
https://bit.ly/2tyTOV7
https://bit.ly/2SVansl
https://bit.ly/2tsVBLk
.
4.
.
Chicken Thief Gun
.
5.
.
6.
.
7.
.
8.
.
ลูกกรงเหล็ก/ก้อนหินขนาดใหญ่
ป้องกันการขโมยศพที่สุสาน Logierait, Scotland
@ Judy Willson (CC BY-SA 3.0
.
9.
.
10.
.
.
เรื่องเดิม
.
ศพอาจารย์ใหญ่
.
.
.
Credit : ต้นโพธิ์ต้นไทร
.