วันดีคืนดี เห็นภาพงานประจำปีของเมืองเพชรก็อยากออกไปดูพลุบ้าง งานนี้ไปใกล้ๆ ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก แค่เตรียมใจ ยัดเสื้อใส่กระเป๋าชุดนึง ดูวันไหนพอจะว่างๆ ก็หิ้วกระเป๋าไปเลย
ความทรงจำสุดท้ายของฉันเกี่ยวกับเพชรบุรีคือทัศนศึกษาก็ไปเขาวัง วังบ้านปืนชะอำอะไรประมาณนี้ หลายปีดีดักแล้ว ตอนนี้ก็เหมือนไม่เคยไปมาก่อนอะไรก็ใหม่ไปหมด
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวของสมาชิท่านนี้ดีมากๆ อ่านเพิ่มเติมได้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้https://pantip.com/topic/37354473
ทริปนี้ไปแบบประหยัดๆ เลยนั่งรถไฟฉึกฉักไป รถไฟชั้น 3 ธรรมดาๆ 34 บาทจากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ใช้เวลา 4 ชั่วโมงนั่งเมื่อยก้นกันไป ลงสถานีเพชรบุรี ถ้าด่วนพิเศษแอร์เย็นฉ่ำ 3ร้อยกว่าบาท
สำหรับรอบรถไฟดูเพิ่มในลิงค์
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้http://www.sawadee.co.th/thailand/transfer/train-south.html
ที่พัก เราไม่เคยมาเพชรเองมาก่อนเลยหาจาก booking,agoda เพื่อดูจุดที่เราจะเดินเที่ยวได้สะดวก ถ้า low season จองก็ได้ไม่จองก็ได้ ว่างงงงง ถ้าเสาร์ทิตย์งี้อาจจะจองก็ได้เพื่อความชัวร์
ออกจากสถานีมาปุ๊บ เห็นรถสองแถวสีขาวจอดรอกันอยู่แล้ว นั่นคือรถเล้ง รถโดยสารไม่ประจำทางของเมืองนี้นี่เอง
รถไฟรอบนี้คนมาเที่ยวไม่น้อยก็ขึ้นกันไป เราไปถามคันที่มีผู้โดยสารเป็นคุณแม่ค้าคนเพชรที่มารถรอบเดียวกัน ป้าเลยจัดแจงให้ไปด้าย แต่ถ้าใครกลัวโดนโก่งจะขึ้นวินมอไซค์ก็มีตรงหน้าร้านน้ำสายหยุด มีราคาติดไว้ชัดเจนในที่ๆ ฮิตฮอตเช่น วัดถ้ำหลวง วัดเขาบันไดอิฐ สบายใจเลย
ถ้าไปเขาวังก็เดินไม่ไกล โลกว่าเท่านั้น เดินไปไม่ไกล
มองเห็นเขาวังจากสถานีรถไฟ
มาถึงราวๆ เที่ยงครึ่งก็ต้องหาที่เที่ยวไปก่อน งานจะเริ่มเย็นๆ โน่น เราไป
ถ้ำเขาหลวงก่อน ระยะทางจากสถานีรถไฟ 2 km กว่าๆ (นอกจากนี้ยังมีที่เที่ยวอีกมากทั้งวัด หรือจะวังบ้านปืนที่อยู่แถวๆ นี้ให้เลือกไปชมได้)
สำหรับขาไปที่ใช้บริการรถเล้ง อาจจะเพราะมีผู้โดยสารทางเดียวกัน 4 คน แวะส่งกันไปเป็นจุดๆ เค้าเลยคิด 30 บาท รับได้นะ เค้าส่งที่วัดก่อน จากจุดนั้นจะมีรถขึ้นไปส่งที่หน้าทางเข้าอีกที ไปกลับ 15 บาท มีตั๋วชัดเจน เก็บตั๋วขากลับ คนเดียวก็ออกรถ
บ่ายนี้ร้อนมากๆๆ อาจจะเพราะแบบนี้ระหว่างทางไม่มีลิงซักตัวโผล่มา ทางลงถ้ำน่าเกรงขามมาก ยังกะเหวในหนังจีนกำลังภายใน ลงบันไดยังเสียวๆ
วัดถ้ำเขาหลวง หรือวัดวิมานจักรี เกิดในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นถ้ำเพดานสูง แถมยังมีรูทะลุให้แสงเข้า อากาศถ่ายเทได้ดี มีความงดงามของถ้ำหินงอกหินย้อย รัชกาลที่ 5 จึงทรงโปรดให้สร้างพระพุทธรูปมาประดิษฐาน ณ ที่นี่ ไม่มีค่าเข้าชม

มองไปทางเข้า

พระพุทธรูปในช่องหินย้อย

เพดานถ้ำ
มุมนี้ได้
ไฮไลต์ของวัดนี้คือ ลำแสงที่ลอดเพดานถ้ำลงมาเกิดเป็นองค์ประกอบภาพที่งดงาม

พระประธานมีตราประทับประจำรัชกาลที่ 1-5

แสงตอนบ่ายโมง
เสร็จแล้วก็กลับไปที่ศาลาจุดลงรถ เค้าก็ถามว่าไปไหนต่อ ทีแรกก็กะว่าจะเดิน (ประมาณ 3 โลกว่าอะนะ สำหรับจุดที่จะไป แต่เห็นแดดแล้วไม่สู้จริงๆ เหมือนจะละลายไงงั้น เลยขึ้นรถเล้งจะไปฝากเป๋าที่พักก่อน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ เขาเรียก 100 แน่ะ ตอนนั้นไม่รู้ยังไงนะ ไม่ต่อด้วย แต่มาคิดทีหลังด้วยระยะทางคิดว่าแพงไป กทม แท็กซี่มิเตอร์ 4 โลยังแค่ 60 แอร์เย็นตังหากก รถเล้งกับฝรั่งก็เอาเรื่องอยู่นะ แต่ยังเป็นน้องๆ รถแดง (การท่องเที่ยวไทยกับรถโดยสารไว้ใจไม่ได้ ไม่รู้ฝรั่งขยาดกันมั่งมั้ย) ฉะนั้นทริปนี้อันไหนเดินได้เดิน ไม่ค่อยกล้าขึ้นแล้วรถเล้ง
เราลงตลาดเพชรไพบูลย์ เพื่อเดินไปที่พักซึ่งมีชื่อว่า Chedi view hostel & rooftop bar ตลาดนี้เป็นแหล่งรวมร้านขายอาหารจานเดียวต่างๆ มีโลตัสเอกเพรส พิซซ่าฮัทเคเอฟซี เดินไปอีกหน่อยเป็นโรงเรียนพรหมมานุสรณ์ ช่วงเวลาเลิกเรียนมีรถเข็นขายของหน้าโรงเรียนด้วย
สำหรับที่พักรอบๆ เขาวัง ตามที่เดินผ่านเห็น 2 จุด ฝั่งด้านที่เราพักคือด้านถนนบันไดอิฐ สามารถเดินไปยังเขาวังได้ ประมาณเกือบโลเหมือนกัน เขาวังขึ้นได้ 2 จุดฝั่งเดินขึ้นกับเคเบิ้ลคาร์
ฝั่งเคเบิ้ลคาร์เป็นอีกที่ ที่มีที่พักให้เลือกมากมายทั้งโฮสเทล ห้องพักรายวันโรงแรม
เราไปเช็คอินที่พัก ทิ้งเป๋าไว้ ที่นี่มีจักรยานให้เช่าด้วยครึ่งวัน 50 บาท มีบาร์อยู่ดาดฟ้าที่สามารถมองเห็นเขาวังได้ พักที่นี่คือขึ้นดูได้ฟรีๆ ทีเดียวเชียว
วิวเขาวังจากดาดฟ้าที่พัก ช่วงกลางคืนหน้าเทศกาลเปิดบาร์ทุกวัน
บ่ายแก่ๆ แล้วแต่เราก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะถ่ายพลุตรงไหนดี เห็นวัดเขาบันไดอิฐไม่ไกลเดินไปเซอเวย์หน่อย ผ่านโรงเรียนพรหมมานุสรณ์ ก็ยังคิดว่าไม่ใช่ ผ่านศาลารอรถตรงถนนเพชรเกษม ก็พอได้ แต่ติดไฟถนนแน่ๆ
วิวจากศาลารอรถริมถนนเพชรเกษม
ร้อนมากจริงจัง ข้างทางก่อนถึงวัดเขาบันไดอิฐ ลิงก็เยอะหมาก็เห่า แต่มันก็มองเฉยๆ นะ เราเดินผ่านวัดไป ขึ้นทางชันๆ ไปจนถึงพระใหญ่ที่เค้าซ่อมไรไม่รู้อยู่โป้กๆ หอบแฮ่กๆ
พระใหญ่เห็นแต่ไกล
วัดไม่มีคนมาเลย เงียบสุด ถึงตรงนั้นแล้ว มองเห็นเสาเป็นที่ทวนสัญญาณที่เค้าว่ารึเปล่านะ แต่เห็นความเงียบสงบการปีนขึ้นมาต่างๆ แล้วคิดว่ายังไม่ใช่จุดที่เหมาะสม ไม่ไปต่อ
วิวจากบริเวณด้านล่างของพระใหญ่
เดินลงผ่านหลวงพี่รูปหนึ่ง หลวงพี่ทักว่าเราจะไปไหน ดูถ้ำหรือยัง ยังค่ะ ไม่เห็นเงาถ้ำ ที่แท้เราผ่านมาโดยไม่เอะใจเพราะสร้างศาลาครอบไว้
ถ้ำวัดเขาบันไดอิฐมีหลายคูหามากๆ เราเข้าไป 2 คูหาก็ขอย้อนออกมาดีกว่า ด้วยความไม่มีคนเลยยแม้เพียงคนเดียว อากาศไม่ถ่ายเทเท่าไร ถ้ำนี้เชื่อว่าพระเเจ้าเสือเคยเสด็จมาเยี่ยมพระอาจารย์ และถวายพระพุทธรูปไว้ด้วย
ปากทางเข้า

ประวัติคร่าวๆ ของวัด พระอาจารย์ของพระเจ้าเสือมาจำวัดที่นี้ พระเจ้าเสือจึงทรงให้สร้างทางทำด้วยอิฐ เป็นที่มาของชื่อวัดเขาบันไดอิฐ เป็นวัดที่สงบวิเวกโดยแท้
ลิงอุ้มลูก
ลูกหมามาอ้อน อยากให้น้องได้บ้านจัง ใครผ่านไปเมตตาน้องด้วย
เดินเมื่อยมากแล้วกับการขึ้นเขาบันไดอิฐ ได้เวลาเดินมาเขาวัง แน่นอนว่าขึ้นทางเคเบิ้ลคาร์ซึ่งอยู่ใกล้กว่า ปกติปิด 4 โมง แต่ช่วงงานเปิดถึง.5 ทุ่มเลย คนอยู่ที่พักแถวนี้ก็สบายใจได้ เดินงานสะดวก
[CR] ท่องวิมานเมืองเพชร วิมานฟ้าพระนครคีรี [2562] 2 วัน 1 คืน เดินเน้นๆ ไม่มีรถส่วนตัว หนึงพันก็เอาอยู่
ความทรงจำสุดท้ายของฉันเกี่ยวกับเพชรบุรีคือทัศนศึกษาก็ไปเขาวัง วังบ้านปืนชะอำอะไรประมาณนี้ หลายปีดีดักแล้ว ตอนนี้ก็เหมือนไม่เคยไปมาก่อนอะไรก็ใหม่ไปหมด
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวของสมาชิท่านนี้ดีมากๆ อ่านเพิ่มเติมได้ [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ทริปนี้ไปแบบประหยัดๆ เลยนั่งรถไฟฉึกฉักไป รถไฟชั้น 3 ธรรมดาๆ 34 บาทจากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ใช้เวลา 4 ชั่วโมงนั่งเมื่อยก้นกันไป ลงสถานีเพชรบุรี ถ้าด่วนพิเศษแอร์เย็นฉ่ำ 3ร้อยกว่าบาท
สำหรับรอบรถไฟดูเพิ่มในลิงค์ [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ที่พัก เราไม่เคยมาเพชรเองมาก่อนเลยหาจาก booking,agoda เพื่อดูจุดที่เราจะเดินเที่ยวได้สะดวก ถ้า low season จองก็ได้ไม่จองก็ได้ ว่างงงงง ถ้าเสาร์ทิตย์งี้อาจจะจองก็ได้เพื่อความชัวร์
ออกจากสถานีมาปุ๊บ เห็นรถสองแถวสีขาวจอดรอกันอยู่แล้ว นั่นคือรถเล้ง รถโดยสารไม่ประจำทางของเมืองนี้นี่เอง
รถไฟรอบนี้คนมาเที่ยวไม่น้อยก็ขึ้นกันไป เราไปถามคันที่มีผู้โดยสารเป็นคุณแม่ค้าคนเพชรที่มารถรอบเดียวกัน ป้าเลยจัดแจงให้ไปด้าย แต่ถ้าใครกลัวโดนโก่งจะขึ้นวินมอไซค์ก็มีตรงหน้าร้านน้ำสายหยุด มีราคาติดไว้ชัดเจนในที่ๆ ฮิตฮอตเช่น วัดถ้ำหลวง วัดเขาบันไดอิฐ สบายใจเลย
ถ้าไปเขาวังก็เดินไม่ไกล โลกว่าเท่านั้น เดินไปไม่ไกล
มาถึงราวๆ เที่ยงครึ่งก็ต้องหาที่เที่ยวไปก่อน งานจะเริ่มเย็นๆ โน่น เราไปถ้ำเขาหลวงก่อน ระยะทางจากสถานีรถไฟ 2 km กว่าๆ (นอกจากนี้ยังมีที่เที่ยวอีกมากทั้งวัด หรือจะวังบ้านปืนที่อยู่แถวๆ นี้ให้เลือกไปชมได้)
สำหรับขาไปที่ใช้บริการรถเล้ง อาจจะเพราะมีผู้โดยสารทางเดียวกัน 4 คน แวะส่งกันไปเป็นจุดๆ เค้าเลยคิด 30 บาท รับได้นะ เค้าส่งที่วัดก่อน จากจุดนั้นจะมีรถขึ้นไปส่งที่หน้าทางเข้าอีกที ไปกลับ 15 บาท มีตั๋วชัดเจน เก็บตั๋วขากลับ คนเดียวก็ออกรถ
บ่ายนี้ร้อนมากๆๆ อาจจะเพราะแบบนี้ระหว่างทางไม่มีลิงซักตัวโผล่มา ทางลงถ้ำน่าเกรงขามมาก ยังกะเหวในหนังจีนกำลังภายใน ลงบันไดยังเสียวๆ
วัดถ้ำเขาหลวง หรือวัดวิมานจักรี เกิดในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นถ้ำเพดานสูง แถมยังมีรูทะลุให้แสงเข้า อากาศถ่ายเทได้ดี มีความงดงามของถ้ำหินงอกหินย้อย รัชกาลที่ 5 จึงทรงโปรดให้สร้างพระพุทธรูปมาประดิษฐาน ณ ที่นี่ ไม่มีค่าเข้าชม
ไฮไลต์ของวัดนี้คือ ลำแสงที่ลอดเพดานถ้ำลงมาเกิดเป็นองค์ประกอบภาพที่งดงาม
เสร็จแล้วก็กลับไปที่ศาลาจุดลงรถ เค้าก็ถามว่าไปไหนต่อ ทีแรกก็กะว่าจะเดิน (ประมาณ 3 โลกว่าอะนะ สำหรับจุดที่จะไป แต่เห็นแดดแล้วไม่สู้จริงๆ เหมือนจะละลายไงงั้น เลยขึ้นรถเล้งจะไปฝากเป๋าที่พักก่อน [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เราลงตลาดเพชรไพบูลย์ เพื่อเดินไปที่พักซึ่งมีชื่อว่า Chedi view hostel & rooftop bar ตลาดนี้เป็นแหล่งรวมร้านขายอาหารจานเดียวต่างๆ มีโลตัสเอกเพรส พิซซ่าฮัทเคเอฟซี เดินไปอีกหน่อยเป็นโรงเรียนพรหมมานุสรณ์ ช่วงเวลาเลิกเรียนมีรถเข็นขายของหน้าโรงเรียนด้วย
สำหรับที่พักรอบๆ เขาวัง ตามที่เดินผ่านเห็น 2 จุด ฝั่งด้านที่เราพักคือด้านถนนบันไดอิฐ สามารถเดินไปยังเขาวังได้ ประมาณเกือบโลเหมือนกัน เขาวังขึ้นได้ 2 จุดฝั่งเดินขึ้นกับเคเบิ้ลคาร์
ฝั่งเคเบิ้ลคาร์เป็นอีกที่ ที่มีที่พักให้เลือกมากมายทั้งโฮสเทล ห้องพักรายวันโรงแรม
เราไปเช็คอินที่พัก ทิ้งเป๋าไว้ ที่นี่มีจักรยานให้เช่าด้วยครึ่งวัน 50 บาท มีบาร์อยู่ดาดฟ้าที่สามารถมองเห็นเขาวังได้ พักที่นี่คือขึ้นดูได้ฟรีๆ ทีเดียวเชียว
บ่ายแก่ๆ แล้วแต่เราก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะถ่ายพลุตรงไหนดี เห็นวัดเขาบันไดอิฐไม่ไกลเดินไปเซอเวย์หน่อย ผ่านโรงเรียนพรหมมานุสรณ์ ก็ยังคิดว่าไม่ใช่ ผ่านศาลารอรถตรงถนนเพชรเกษม ก็พอได้ แต่ติดไฟถนนแน่ๆ
ร้อนมากจริงจัง ข้างทางก่อนถึงวัดเขาบันไดอิฐ ลิงก็เยอะหมาก็เห่า แต่มันก็มองเฉยๆ นะ เราเดินผ่านวัดไป ขึ้นทางชันๆ ไปจนถึงพระใหญ่ที่เค้าซ่อมไรไม่รู้อยู่โป้กๆ หอบแฮ่กๆ
วัดไม่มีคนมาเลย เงียบสุด ถึงตรงนั้นแล้ว มองเห็นเสาเป็นที่ทวนสัญญาณที่เค้าว่ารึเปล่านะ แต่เห็นความเงียบสงบการปีนขึ้นมาต่างๆ แล้วคิดว่ายังไม่ใช่จุดที่เหมาะสม ไม่ไปต่อ
เดินลงผ่านหลวงพี่รูปหนึ่ง หลวงพี่ทักว่าเราจะไปไหน ดูถ้ำหรือยัง ยังค่ะ ไม่เห็นเงาถ้ำ ที่แท้เราผ่านมาโดยไม่เอะใจเพราะสร้างศาลาครอบไว้
ถ้ำวัดเขาบันไดอิฐมีหลายคูหามากๆ เราเข้าไป 2 คูหาก็ขอย้อนออกมาดีกว่า ด้วยความไม่มีคนเลยยแม้เพียงคนเดียว อากาศไม่ถ่ายเทเท่าไร ถ้ำนี้เชื่อว่าพระเเจ้าเสือเคยเสด็จมาเยี่ยมพระอาจารย์ และถวายพระพุทธรูปไว้ด้วย
ประวัติคร่าวๆ ของวัด พระอาจารย์ของพระเจ้าเสือมาจำวัดที่นี้ พระเจ้าเสือจึงทรงให้สร้างทางทำด้วยอิฐ เป็นที่มาของชื่อวัดเขาบันไดอิฐ เป็นวัดที่สงบวิเวกโดยแท้
เดินเมื่อยมากแล้วกับการขึ้นเขาบันไดอิฐ ได้เวลาเดินมาเขาวัง แน่นอนว่าขึ้นทางเคเบิ้ลคาร์ซึ่งอยู่ใกล้กว่า ปกติปิด 4 โมง แต่ช่วงงานเปิดถึง.5 ทุ่มเลย คนอยู่ที่พักแถวนี้ก็สบายใจได้ เดินงานสะดวก
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้