ผมท้อมากเลยกับปัญหาครอบครัวและหน้าที่ของผม

ปัจจุบันผมอายุ 22 ซึ่งใกล้เรียนจบแล้วล่ะครับผมมีพี่ชายอยู่ 1 คน เขาเป็น ออทิสติก ตั้งแต่เด็กเพราะว่าตอนเด็กๆเขาเป็นไข้แล้วชักทำให้สมองขาดออกซิเจน ตามที่ผมได้ยินย่าผมเล่าให้ฟัง (ตอนที่พี่ผมชักผมยังไม่เกิดนะครับ) ย่าเขาเล่าต่อว่าแรกๆหลังจากพี่ชายผมออกจากโรงพยาบาล เขาก็พูดได้ปกติแต่ไม่ค่อยเป็นคำหรือเป็นประโยค ผ่านไปสัก 2-3 เดือน พี่ชายผมก็พูดไม่ได้เลย ได้แต่ คราง อือๆ อาๆ แต่พูดเป็นคำไม่ได้ พ่อกับแม่ผมก็ลองหลายวิธีทั้ง หมอ โรงพยาบาล หมอผี อะไรก็ไม่ดีขึ้นสักอย่าง พาพี่ผมไปเข้า โรงเรียนคนพิการ ก็ทำข้อสอบไม่ได้เลยเพราะพูดไม่รู้เรื่องรู้แค่บางคำเช่นบอก กินข้าว ก็จะมากินกินข้าวทีก็ต้องมีคนป้อนข้าว เข้าห้องน้ำเองได้ พ่อกับแม่เลยตัดสินใจ ที่จะมีผม เพราะพ่อกับแม่ผมน่าจะตัดใจเรื่องรักษาพี่ชายผมแล้วล่ะครับต่อจากนี้เป็นปัญหาในชีวิตผมไม่ได้คิดว่าการดูแลพี่ชายที่พิการเป็นภาระผมนะครับ ตั้งแต่ผมเกิดมาผมก็เป็นเหมือนความหวังของครอบครัวแล้วครับที่จะต้องดูแลทุกสิ่งทุกอย่างต่อไปพ่อกับแม่ผม มีผมกับพี่ชายแค่สองคน วัยเด็กผมไม่ค่อยเหมือนเด็กคนอื่นหรอกครับ ช่วงประถมผมจะไปเที่ยวหาเพื่อนข้างบ้านที่อยู่อีกซอยยังไม่ได้เลย วัยเด็กผมอึดอัดมากที่ต้องอยู่แต่ในบ้าน แต่ผมก็เข้าใจพ่อกับแม่ผม ว่าเขากลัวผมเป็นอันตราย พอผมขึ้นมัธยมก็มีเพื่อนผมมาพูดกับผมว่า แม่ผมไม่สนใจพี่ชายผมบ้างไม่ดูแลพี่ชายผมบ้าง  ซึ่งผมก็รู้ดีว่ามันไม่เป็นความจริงเพราะแม่ผมดูแลพี่ชายผมดีมาก สิ่งที่เพื่อนผมเห็น เวลาพี่ชายผมโมโห ก็จะทุบตี ตีผนังบ้านบ้าง ตีคนที่อยู่ในบ้านบ้าง แม่ผมก็แค่ตะโกนด่าไปด้วยความโมโหเพื่อจะให้พี่ชายหยุดทำสิ่งนั้น ผมเลยไม่ค่อยอยากให้เพื่อนผมมาที่บ้าน เพราะจะเห็นมุมนี้แหละที่เขามองมาว่าไม่ดี บางครั้งผมก็ทะเลาะกับพ่อบ่อยๆ เรื่องการว่าให้พี่ชายหรือการที่พี่ชายทุบตีผม ผมลืมบอกไปนะครับว่าที่พี่ชายชอบทุบตีมีหมอมาบอกว่าเด็กที่เป็นออทิสติกแบบนี้เขาไม่รู้หรอกว่าอันไหนเจ็บหรือไม่เจ็บเขานึกว่าเล่นไปซะหมด
ของทุกอย่างที่อยู่ในบ้านต้องอยู่ที่เดิม ตอนนั้นผมจำได้ว่า ผมเอากีตาร์ผมลงมาเล่นซึ่งมันอยู่บนตู้ที่บ้านแล้วพี่ชายผมก็ไม่พอใจดึงกีตาร์จากมือผมแล้วผมก็ดึงกลับพี่ชายก็โมโหเสียงดังแล้วพ่อก็ด่าผมว่า พี่ชายเป็นแบบนี้จะให้ทำยังไงทำไมไม่ตามใจพี่ชายจะได้ไม่ต้องเสียงดังแบบนี้ ตอนนั้นพ่อผมคิดแบบนี้ แต่ผมคิดกลับกันถ้าเราไม่ปรับพฤติกรรมที่เอาแต่ใจแบบนี้จนเขาเคยชินอีกหน่อยเราจะสอนอะไรเขาได้เพราะเรื่องประมาณนี้ทำให้ผมทะเลาะกับพ่อผมบ่อยมาก จนจบ ม.3 ผมเลยย้ายไปเรียนที่อื่นที่ไกลบ้านผมไม่อยากทำหน้าที่ดูแลพี่ในแบบของผมเลยถ้าถามว่าผมเคยปรับพฤติกรรมพี่ไหม เคยครับ เช่นเรื่องการเทน้ำใส่แก้ว ปกติพี่ผมจะให้คนในครอบครัวเทน้ำให้แล้วเขาจะเอียงแก้วทำให้สามารถเทน้ำใส่แก้วได้นิดเดียวผมจึงค่อยๆให้พี่ผมวางแก้วลงกับพื้น แรกๆก็ยากหน่อย หลังๆมาเหมือนเขาจะรู้ถ้าไม่วางแก้วลงพื้นผมจะไม่เทน้ำให้ เขาก็เกิดการเรียนรู้ผมจะสอนแค่เรื่องเล็กๆน้อย เรื่องพฤติกรรมใหญ่ๆ ผมไม่ยุ่งครับเพราะจะทำให้ผมทะเลาะกับพ่อผมได้ ผมถึงได้ย้ายไปเรียนที่อื่น จนถึงตอนนี้ผมใกล้เรียนจบแล้ว พ่อกับแม่อยากให้ผมรับราชการเหมือนท่าน ผมก็เรียนทางนั้นมาโดยตรงอยู่แล้ว ประเด็นหลักๆที่ผมมีปัญหาก็คือ
ตอนนี้ผมอายุ 22 ถ้าอีก 20ปี ผมอายุ 42 พ่อผมอายุ 75 แม่ผมอายุ 70
ตอนนี้มีย่า อายุ 70 กว่าๆ ที่ดูแลพี่อยู่

สมมุติว่าถ้าวันหนึ่ง พ่อ แม่ ย่า ของผมไม่อยู่แล้ว โดยตอนนั้นผม อายุ 42 ผมยังหาทางออกไม่เจอเลยครับ ว่าจะหาเวลาไหนมาดูแลพี่ชายผมถ้าผมทำงานอยู่ มีคนบอกจ้างคนมาสิ จ้างอ่ะจ้างได้ครับ ไม่มีปัญหาหรอกแล้วแต่ว่าใครจะมาทนกับพฤติกรรมที่พี่ชายผมเป็นมีใครจะมาทนป้อนข้าว ล้างขี้ ล้างเยี่ยวบ้างครับ  ไหนจะพฤติกรรมที่ทุปตีอีก
ผมคิดไม่ออกเลยครับว่าถึงตอนนั้นผมต้องทำยังไงผมไม่มีพี่น้องแล้วครับมีกันแค่นี้ผมคิดมาตั้งแต่เด็กถ้าเราต้องดูแลพี่ชายคนนี้คนเดียวเราต้องทำยังไง ผมวางแผนชีวิตไม่ได้เลยครับตอนนี้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่