คือเรื่องมีอยู่ว่าเราขายของออนไลน์มาได้ประมาณปีกว่าๆ แล้ว แล้วกฎหมายก็ออกมาให้ธนาคารนำส่งข้อมูลการรับโอนเงิน จ่ายเงิน เกิน 200 ครั้งต่อปี วึ่งเราขายของออนไลน์ ยอดโอนมันกว่าอยู่แล้ว จึงไปปรึกษากับ กรมสรรพพากร จ. ว่าเรามีรายได้เท่านี้ วิธีคิดภาษี จะคิดอย่างไร ต้องจ่ายเท่าไหร่
อันนี้เป็นวิธีคิดที่ สรรพพากร เค้าคิดให้นะคะ (ปล.ถ้าผิดพลาดขั้นตอนไหน ขอโทษด้วยนะคะ)
รายรับ
- เราขายได้วันละ 100 ออเดอร์ ออเดอร์ละ 200 บาท = มีรายได้วันละ 20,000 บาทต่อวัน
เท่ากับว่า 1 ปี (20,000 X 365 ) = 7,300,000 บาท ต่อปี
วิธีคิด 7,300,000 x 60 % = 4,380,000 บาท
ลดหย่อนส่วนตัว = 60,000 บาท
หักลดหย่อนมารดา = 60,000 บาท (พ่อไม่มี เสียชีวิต) มารดาเป็นผู้พิการด้วย
หักลดหย่อนบุตรคนที่ 1 = 30,000 บาท
หักลดหย่อน บุตรคนที่ 2 = 60,000 บาท (บุตรที่เกิดปี2561 ลดได้ 60,000 บาท)
คงเหลือ = 4,170,000 บาท
ต่อไปคือการคิดภาษีเข้าขั้นบันได
ขั้นที่ 1 150,000 0% = - บ. (4,170,000 -150,000=4,020,000)
ขั้นที่ 2 150,001- 300,000 5% = 7500 บ. (300,000-150,000 =150,000 x 5% ) 4,020,000-150,000 =3,870,000
ขั้นที่ 3 300,001 - 500,000 10 % = 27,500 บ. (500,000 -300,000= 200,000 x 10%) 3,870,000 -200,000= 3,670,000
ขั้นที่ 4 500,001 - 750,000 15 % = 37500 บ. (750,000-500,000 = 250,000 x 15 % )3,670,000 - 250,00 =3,420,000
ขั้นที่ 5 750,001 -1,000,000 20% = 50000 บ. (1,000,000-750,000 = 250,000 x 20% ) 3,420,000-250,000 = 3,170,000
ขั้นที่ 6 1,000,001 -2,000,000 25 % = 250,000 บ.( 2,000,000 -1,000,000 = 1,000,000 x 25% ) 3,170,000- 1 M=2,170,000
ขั้นที่ 7 2,000,001- 5,000,000 30% = 651,000 บ. (2,170,000 x30% )
รวมยอด = 1,023,500 บ. (ยอดต้องจ่าย ให้สรรพกร)
เราเห็นยอดแล้วตกใจมาก บ้าไปแล้ว จะหาจากไหนมาจ่ายให้ได้ สรรพพากรบอกว่า น้องมีรายได้ตั้ง 7 ล้าน แค่นี้จ่ายได้อยู่แล้ว
โฮ้ว มาดูค่าใช้จ่าย กันบ้าง เราก็แจงไปเลยคะว่าต้องจ่ายอะไรบ้าง ต่อปี
1 . ต้นทุน ค่าของ 1,825,000 บ.
2. ค่าส่ง ออเดอร์ละ50 บ. 1,825,000 บ.(เราส่งฟรีไม่ได้คิดค่าขนส่งเพิ่ม)
3. ค่ากล่องแพ็คสินค้า 2.5 X 100 /วัน = 91,250 บ.
4. ค่าโฆษณา วันละ 5000x365 = 1,825,000 บ.
รวมยอด ค่าใช้จ่าย 5,566,250 บ. ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆอีกนะคะ สรุป 7,300,000-5,566,250 = 1,733,750 บาท คือได้กำไรเท่านี้ โดนภาษี ๆไปซะ 1,023,500 บ.เหลือ 710,250 บ.
นี่หรือที่ว่า ออกกฎหมายมาไม่ได้จะมาขูดรีด เงินจากประชาชน หาแถบตาย เหนื่อยแทบตายกว่าจะได้เงินมาแต่ละบาท รัฐบาลไม่ได้ช่วยอะไรเลย ไม่ได้ทำอะไรเลย เข้ามาโกงกินเงินภาษีเราด้วยซ้ำ ได้ไปเลย ชิว เป้นล้าน ถามว่าใช่เรามีรายได้ ก็ต้องจ่ายภาษี เหมือนกับคนอื่น แต่คนที่รับจีอบอื่นเค้าใช้วิชาชีพที่เคยค้าเรียนมา จะออกกฎหมายมาช่วยดูด้วยว่ารายจ่ายเยอะขนาดไหน ไม่ใช่เห็นเงินแล้วตาลุกวาว จะเอาอย่างเดียว เค้าไม่ได้มีรายจ่ายสูงเช่น แม่ค้าออนไลน์ เค้าไม่ต้องลงทุน เค้าแค่ลงแรงและสมอง ถ้าเค้าหาได้ขนาดนี้ ต้นทุนก็ คงไม่ขนาดเราหรอก เราตกใจมาก พอคุยกับสรรพพากรเสร็จ ท้อเลย ไม่อยากทำต่อเลย เพราะเหมือนหาเงินให้คนอื่นใช้ เราก็ยังแอบคิดในใจนะว่า เค้าคิดผิดหรือเปล่า ย้ำแล้วย้ำอีก ว่า เราขายของออนไลน์ไม่ได้มีกำไรเยอะ นะคะ เค้าก็บอกว่าเค้าไม่ได้ดูกำไร เค้าดูรายได้ รายได้คือ รายรับคะ เค้าไม่ดุรายจ่ายเราเลยอะ สรรพากร บอกว่า ถ้าจะให้หักรายจ่ายก็ เวลาจ่ายค่าโฆณา ก็เฟสบุค ทำใบกำกับหักภาษี ณ ที่จ่ายมา ซื้อของร้านไหน ก็ให้ร้านออกใบกำกับ หักภาษี ณ ที่จ่ายมา คือมันไม่ได้อยู่แล้ว เพราะเฟสบุค เจ้าของเค้าอยู่เมกาโน่น ร้านที่สั่งของก็สั่งมาจากจีน
สรรพากร เลยบอกว่า ช่วยไม่ได้ เพราะ ว่า เราต้องแบกภาระคนเดียว ก็ เลิกขายไปคะ ง่ายดี (อันนี้สรรพากรพูดนะคะ พูดง่ายมากกก )
สรุปแล้ว สรรพากรคิดถูกไหมหรือว่าอย่างไร ตอนนี้เราร้อนใจมากเลยคะ เพราะถ้าต้องจ่ายขนาดนี้คงไม่ไหว หาคนเดียวเลี้ยงทั้งครอบครัว มันสู้ไม่ไหวจริงๆกับภาษีขนาดนี้ มีใครพอมีวิธีแนะนำบ้างคะ เครียดมากเลย ตอนนี้
ว่าด้วยเรื่องภาษีแม่ค้าออนไลน์
อันนี้เป็นวิธีคิดที่ สรรพพากร เค้าคิดให้นะคะ (ปล.ถ้าผิดพลาดขั้นตอนไหน ขอโทษด้วยนะคะ)
รายรับ
- เราขายได้วันละ 100 ออเดอร์ ออเดอร์ละ 200 บาท = มีรายได้วันละ 20,000 บาทต่อวัน
เท่ากับว่า 1 ปี (20,000 X 365 ) = 7,300,000 บาท ต่อปี
วิธีคิด 7,300,000 x 60 % = 4,380,000 บาท
ลดหย่อนส่วนตัว = 60,000 บาท
หักลดหย่อนมารดา = 60,000 บาท (พ่อไม่มี เสียชีวิต) มารดาเป็นผู้พิการด้วย
หักลดหย่อนบุตรคนที่ 1 = 30,000 บาท
หักลดหย่อน บุตรคนที่ 2 = 60,000 บาท (บุตรที่เกิดปี2561 ลดได้ 60,000 บาท)
คงเหลือ = 4,170,000 บาท
ต่อไปคือการคิดภาษีเข้าขั้นบันได
ขั้นที่ 1 150,000 0% = - บ. (4,170,000 -150,000=4,020,000)
ขั้นที่ 2 150,001- 300,000 5% = 7500 บ. (300,000-150,000 =150,000 x 5% ) 4,020,000-150,000 =3,870,000
ขั้นที่ 3 300,001 - 500,000 10 % = 27,500 บ. (500,000 -300,000= 200,000 x 10%) 3,870,000 -200,000= 3,670,000
ขั้นที่ 4 500,001 - 750,000 15 % = 37500 บ. (750,000-500,000 = 250,000 x 15 % )3,670,000 - 250,00 =3,420,000
ขั้นที่ 5 750,001 -1,000,000 20% = 50000 บ. (1,000,000-750,000 = 250,000 x 20% ) 3,420,000-250,000 = 3,170,000
ขั้นที่ 6 1,000,001 -2,000,000 25 % = 250,000 บ.( 2,000,000 -1,000,000 = 1,000,000 x 25% ) 3,170,000- 1 M=2,170,000
ขั้นที่ 7 2,000,001- 5,000,000 30% = 651,000 บ. (2,170,000 x30% )
รวมยอด = 1,023,500 บ. (ยอดต้องจ่าย ให้สรรพกร)
เราเห็นยอดแล้วตกใจมาก บ้าไปแล้ว จะหาจากไหนมาจ่ายให้ได้ สรรพพากรบอกว่า น้องมีรายได้ตั้ง 7 ล้าน แค่นี้จ่ายได้อยู่แล้ว
โฮ้ว มาดูค่าใช้จ่าย กันบ้าง เราก็แจงไปเลยคะว่าต้องจ่ายอะไรบ้าง ต่อปี
1 . ต้นทุน ค่าของ 1,825,000 บ.
2. ค่าส่ง ออเดอร์ละ50 บ. 1,825,000 บ.(เราส่งฟรีไม่ได้คิดค่าขนส่งเพิ่ม)
3. ค่ากล่องแพ็คสินค้า 2.5 X 100 /วัน = 91,250 บ.
4. ค่าโฆษณา วันละ 5000x365 = 1,825,000 บ.
รวมยอด ค่าใช้จ่าย 5,566,250 บ. ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆอีกนะคะ สรุป 7,300,000-5,566,250 = 1,733,750 บาท คือได้กำไรเท่านี้ โดนภาษี ๆไปซะ 1,023,500 บ.เหลือ 710,250 บ.
นี่หรือที่ว่า ออกกฎหมายมาไม่ได้จะมาขูดรีด เงินจากประชาชน หาแถบตาย เหนื่อยแทบตายกว่าจะได้เงินมาแต่ละบาท รัฐบาลไม่ได้ช่วยอะไรเลย ไม่ได้ทำอะไรเลย เข้ามาโกงกินเงินภาษีเราด้วยซ้ำ ได้ไปเลย ชิว เป้นล้าน ถามว่าใช่เรามีรายได้ ก็ต้องจ่ายภาษี เหมือนกับคนอื่น แต่คนที่รับจีอบอื่นเค้าใช้วิชาชีพที่เคยค้าเรียนมา จะออกกฎหมายมาช่วยดูด้วยว่ารายจ่ายเยอะขนาดไหน ไม่ใช่เห็นเงินแล้วตาลุกวาว จะเอาอย่างเดียว เค้าไม่ได้มีรายจ่ายสูงเช่น แม่ค้าออนไลน์ เค้าไม่ต้องลงทุน เค้าแค่ลงแรงและสมอง ถ้าเค้าหาได้ขนาดนี้ ต้นทุนก็ คงไม่ขนาดเราหรอก เราตกใจมาก พอคุยกับสรรพพากรเสร็จ ท้อเลย ไม่อยากทำต่อเลย เพราะเหมือนหาเงินให้คนอื่นใช้ เราก็ยังแอบคิดในใจนะว่า เค้าคิดผิดหรือเปล่า ย้ำแล้วย้ำอีก ว่า เราขายของออนไลน์ไม่ได้มีกำไรเยอะ นะคะ เค้าก็บอกว่าเค้าไม่ได้ดูกำไร เค้าดูรายได้ รายได้คือ รายรับคะ เค้าไม่ดุรายจ่ายเราเลยอะ สรรพากร บอกว่า ถ้าจะให้หักรายจ่ายก็ เวลาจ่ายค่าโฆณา ก็เฟสบุค ทำใบกำกับหักภาษี ณ ที่จ่ายมา ซื้อของร้านไหน ก็ให้ร้านออกใบกำกับ หักภาษี ณ ที่จ่ายมา คือมันไม่ได้อยู่แล้ว เพราะเฟสบุค เจ้าของเค้าอยู่เมกาโน่น ร้านที่สั่งของก็สั่งมาจากจีน
สรรพากร เลยบอกว่า ช่วยไม่ได้ เพราะ ว่า เราต้องแบกภาระคนเดียว ก็ เลิกขายไปคะ ง่ายดี (อันนี้สรรพากรพูดนะคะ พูดง่ายมากกก )
สรุปแล้ว สรรพากรคิดถูกไหมหรือว่าอย่างไร ตอนนี้เราร้อนใจมากเลยคะ เพราะถ้าต้องจ่ายขนาดนี้คงไม่ไหว หาคนเดียวเลี้ยงทั้งครอบครัว มันสู้ไม่ไหวจริงๆกับภาษีขนาดนี้ มีใครพอมีวิธีแนะนำบ้างคะ เครียดมากเลย ตอนนี้