สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้แรกของเราถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ขออภัยด้วยนพคะ
ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่าสาเหตุที่เรามาตั้งหัวข้อกระทู้แบบนี้เพราะอะไร เรากับพ่อแม่ไม่ค่อยสนิทกัน เพราะตากับยายเลี้ยงเรามาจนถึงประถมต้น เราดีใจมากที่พ่อกับแม่จะมาทำงานที่บ้านจะได้อยู่ด้วยกันเหมือนครอบครัวเพื่อนคนอื่นๆ แต่มันไม่เป็นอย่างนั้น เราก็ตามประสาเด็กเรางอแงไม่อยากให้แม่ไปไหนนานๆ หรือบางทีดื้อเรื่องของกิน เมื่อก่อนอยู่กับตายาย ท่านจะบอกเราดีๆว่าอะไรคืออะไร แต่พ่อกลับทำตรงข้าม ตีเราหนักมากเราที่ไม่เคยถึกตีแต่มาโดนคนที่เราคิดถึงมากๆตีด้วยไม้ขนไก่ กับไม้แขวนเสื้อ
เราโดนตีอยู่บ่อยมาก จากตอนแรกที่เราพยายามนอนกอดพ่อเพราะคิดถึงมากเหลือเกิน(เราไม่เคยเจอพ่อแม่เพราะยายเลี้ยงมาแต่เด็ก) ตอนนี้แค่นั่งมอไซเรายังนั่งห่างมาก
พอช่วงประถมปลายเราได้ย้ายไปอยู่กับพ่อแม่อีกจังหวัด ชีวิตเราเปลี่ยนไปทันที จากเป็นเด็กกิจกรรมทำงานรร. ทุกอย่างเราก็ไม่ได้ทำ เพราะพ่อไม่ให้ไปซ้อม จนป.5 เราได้ไปแข่งร้องเพลง เราแข่งหลายรอบจนชนะเป็นตัวแทนจังหวัดอยู่ถึง2ปี จนถึงม.6 ระหว่างนั้นมีซ้อมพ่อจะให้แม่มาดูเราตลอด
พอขึ้นมัธยม เราสอบเข้าได้ลำดับ12หรือ13นี่แหละ เราไม่ได้รับคำชมจากพ่อแม่เลยซักคำ... พอเข้าม.1 เราชอบรำมาก เราเลือกชุมนุมนาฏศิลป์ ด้วยความที่เราสูง เราถูกเลือกให้รำหลายๆงาน เราจึงต้องอยู่ซ้อมหลังเลิกเรียน ได้ไปแข่งบ่อยเราต้องนอนรร.บ้าง จนม.1เทอม2 เรากำลังจะไปแข่งที่กาฬสินธุ์ อีกแค่2วันเท่านั้น พ่อพาเราไปตัดผมสั้นเลย เราทำผมไม่ได้และพ่อให้ออกจากชุมนุม เราน้ำตาตกในพูดอะไรไม่ได้ อาจารย์ต้องหาคนมารำแทนกะทันหัน
... หลังจากนั้นเราก็ได้แต่มองเพื่อนๆ น้องๆรุ่นหลังๆเค้ารำ ใส่ชุดสวยๆ วันนึงเราอยากรำเป็นตัวเด่นบ้างแต่เราก็ได้แค่มอง
เราไม่ท้อนะ เราตั้งใจเรียนมากกว่าเดิมเผื่อพ่อจะเห็นความตั้งใจ เราไม่ทิ้งการเรียนแล้วให้เรากลับไปรำ เราติดท๊อป4 ของห้องตลอด ทุกเทอมเราจะถือใบเกรดยิ้มแป้นกลับบ้านมาอวดพ่อแม่ แต่เรากลับไม่ได้คำชมอะไรเลย มีแค่สายตาหันมามองแล้วหันกลับไป
เราก็น้อยใจแหละแต่ไม่ท้อ พอเข้าม.ปลาย เราแข่งวิชาการทุกอย่างเผื่อพ่อไม่ชอบแนวบรรเทิงงี้ 555 แต่ก็ไม่ พ่อไม่ให้เราไปซ้อมอีกเช่นเคย ม.5 เรากับเพื่อนรวมกลุ่มกันลงประธานรร. แน่นอน แก๊งเราได้เป็นชนะขาด เราทำงานให้รร. ทุกอย่าง ได้รับคำชมจากอาจารย์เยอะแยะ หลังจากนั้นเราไปแข่งบรรยายธรรม เราเริ่มจาก0 เพราะเราขี้อายมาก ตื่นเวทีตื่นไมค์ เราได้รางวัลชมเชยมา ปีหน้าเอาใหม่ ในโครงการชิงถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพฯ. เราชนะได้เหรียญทองของจังหวัดเพื่อไปชิงระดับภาค แต่เราท้อมาก พ่อไม่เข้าใจเวลาซ้อมไม่มี มันเสียความรู้สึก แล้วพอเราไปเราเฟลมาก เราจำลทที่เราเขียนเราท่องไม่ได้ เราลืมทุกอย่าง แน่นอน เรากลับมามือเปล่า เราแพ้....
เราได้ไปแข่ง2be1 เราชนะจนเข้ารอบลึก แข่งเต้นของโครงการใหญ่เราก็เป็นตัวแทนภาคอีสาน แต่เราไม่เคยได้รับคำชมเลย เวลาซ้อมก็ไม่มี เพื่อนพี่จะแบนเราออก เพราะเราไม่มาซ้อม ไปก็ไปแป๊บเดียวพ่อแม่มารับ แต่เราขอร้องอยากเต้นจริงๆ เราทั้งถ่ายคลิปเพื่อนมาซ้อมเอง พยายามจนได้ไปแข่ง เพื่อนลงทุนมาซ้อมเต้นให้เราอยู่นอกรั้วบ้านอ่ะ ลงทุนมาก 555
เราจบม.ปลายด้วยใบเกียรติบัตรเยอะมาก เราได้รับอะไรหลายๆอย่างจากอาจารย์ ถึงเราจะทำกิจกรรมแต่การเรียนเราก็ไม่ได้ทิ้ง วันจบเรารีบเอาไปจบไปยืนยิ้มแฉ่งหน้าพ่อแม่ แต่ไม่เห็นมีใครยินดีกับเรา เราไม่เคยแสดงออกไม่พอใจเลยซักครั้ง เราไม่ค่อยมีเพื่อนเพราะพ่อไม่ให้เราไปเล่นกับใครและไม่ให้ใครมาเล่นกับเรา เพื่อนมาหาที่บ้านนี่ไม่พอใจแสดงอาการละ สงกรานต์เราแทบไม่เคยเล่นกับเพื่อนเลย เพื่อนมาหาไล่กลับบ้าน เราต้องเล่นอยุ่กับน้องที่อายุห่างกัน7ปี แต่เราก็ได้แค่น้อยใจไม่ได้แสดงออกอะไร จนจบม.6 ประวัติเราดีมาก ไม่เคยทำอะไรผิด การเรียนดี กิจกรรมดี เรื่องแฟนไม่มี
ตั้งแต่เรามาอยู่กับพ่อแม่ เราขอไปหาตากับยายวันเสาร์อาทิตย์ แต่เราแทบไม่ได้ไปเลย พ่อไม่อนุญาต เราร้องไห้เรื่องนี้ตลอด. เราอยู่ใกล้ท่านแค่นี้ทำไมไปไม่ได้ เราคิดถึง
เราสอบติดมหาลัยได้หลายม. แต่ไม่มีโอกาสได้เลือก เราต้องเรียนใกล้บ้านเท่านั้น เราอยากเรียนครูนาฏศิลป์เพราะเราชอบมากจริงๆ พ่อพูดมาแค่ว่าจะเต้นกินรำกินหรอ เราเฟลไปเลยไม่พูดอะไรต่อ เราเลยเลือกเรียนบช เราไม่ได้ถามอะไรใครทั้งนั้นว่าสาขานี้คืออะไร รู้แต่พ่อให้เรียนได้และหางานง่าย
พอเข้ามหาลัยเราคิดว่าพ่อแม่คงจะไว้ใจ เพราะเราโตแล้ว ไม่เลย เหมือนเดิม เราไปอยู่หอ เราซ้อมลีดดคก ก็โทรมาตามให้กลับหอได้แล้วตลอด เราทำกิจกรรมทุกอย่างเรียกว่าอุทิศตนให้มหาลัยเลยก็ว่าได้ แต่พ่อแม่ก็ยังตาม ปี1เราไม่เที่ยวเลยทั้งที่มีโอกาส เราไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งไม่ดีเลย และเราเรียนไม่ได้เรารู้ตัวมันยากมาก เราไม่เข้าใจเลย เราขอย้าย อาจารย์ขอให้อยู่ต่อเพราะเกรดเราดีมาก พ่อแม่ไม่ให้ย้าย เราจะเรียนการท่องเที่ยวการโรงแรม ท่านบอกถ้าเรียนสายนี้ต้องไปทำงานไกลบ้าน แล้วพ่อแม่บอก สาขาบช พ่อแม่ก็ไม่ได้บังคับเลือกเอง เราทนเรียนต่อ เกรดแย่ลงทุกเทอมๆ ไม่ใช่เพราะเราไม่ตั้งใจ ไม่ใช่เพราะทัวทำกิจกรรมแต่มันยากขึ้นเรื่อยๆ คะแนนเริ่มไปกองที่คะแนนสอบ คะแนนงานมีไม่ค่อยเยอะ เรารุ้แล้วว่าถ้าการเรียนเราแค่พอใช้ เราต้องหาจุดเด่นให้ตัวเอง เราทำกิจกรรมให้สาขา คระ มหาลัย จนทุกคนในมอ รู้จัก อาจารย์ชื่นชม น้องๆเคารพยกมือไหว้และถือเป็นตัวอย่าง
พอเราทำกิจกรรมแล้วก็มีไปสังสรรค์หลังทำงานเสร็จบ้าง จนวันที่เราใกล้จบเรามีเรื่องทะเลาะวิวาทที่ร้านเหล้า โชคร้ายที่อีกฝ่ายไม่ยอมความง่ายๆ เราร้องไห้หนักมาก ไม่กล้าบอกพ่อด้วยความที่เป็นเด็กในกรอบมาตลอด อาจารย์ที่คอยชมเชย ตอนนี้ไม่ช่วยไม่ให้กำลังใจหรือคำแนะนำแต่ดุด่า ตำหนิเราแทน จนจนมุมเราบอกพ่อกับแม่ เราเล่าทุกอย่าง พ่อมาเคลียร์ให้จนจบปัญหา พ่อไม่ได้ว่าอะไร
พอเราเรียนจบเราอยากไปฝึกงานที่ที่เราชอบ แต่พ่อชอบอีกที่ เราจำใจต้องไปตามที่ท่านชอบ ฝึกเสร็จเรายังไม่ได้ใบจบ แต่เราได้งานที่โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด เราทำอยู่ได้แป๊บเดียวก็ออกเนื่องจากค่าแรงน้อยมาก น้อยเกินจริงๆ และไม่มีทางขึ้น เราไปสมัครที่ฮอนด้า เราได้งานอีก แต่เราต้องย้ายกลับมาอยู่บ้านไม่ได้พักหอ เราอยู่บ้านเราได้ยินคำพูดต่างๆ เราเสียใจ กดดันมาก เราลาออกจากงานเพื่อไปหางานที่ไกลกว่านี้(แต่อยู่ในจังหวัด) เราได้งานอีกที่และเงินเดือนเพิ่มขึ้น เราทำงานเสริม พวกmcด้วย ได้ค่อนข้างเยอะเลยล่ะ แต่ไม่คยได้กำลังใจจากที่บ้านเลย
จนเราเรียนจบ มีงานทำ คำชม คำยินดี ไม่เคยออกจากปากพ่อแม่เลย มีแต่คำด่า เราเข้างานกะดึกเราตื่นสายมันเป็นเรื่องปกติเพราะเราต้องเก็บแรงไปทำงานกะดึกต่อ แต่พ่อแม่กลับด่าที่เราตื่นสาย ไม่อายบ้างหรอ กินข้าวลงไปได้ยังไง ไม่ตื่นมาทำงานช่วย เราก็มีงานของเรา บ้างอย่างเราหยิบจับงานที่บ้านช่วยได้เราก็ทำ แต่เราก็งานของเราที่เราต้องรับผิดชอบ (และงานปัจจุบันที่เราทำทางบริษัทแต่ทดลองทำสองกะ ดู ถ้าไม่เวิร์คก็จะเปลี่ยนกลับเหมือนเดิม) แต่เราอาจจะได้ออกก่อนเพราะพ่อแม่ไม่ชอบ อยากให้ไปเป็นครู เป็นตำรวจ แต่เราไม่ได้เรียนสายนี้มา คงามรุ่ไม่มี ไม่เคยได้ไปติว. และเราไม่ชอย. เราชอบงานเอกชน. เราชอบการแข่งขันผลงานเพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงๆ เราอยากให้ตากับยาย พ่อแม่น้องสาวสบาย เพราะตอนเด้กๆเราลำบากมากจริงๆ เราอยากให้ตากับยายพีกได้แล้วเพราะตอนนี้ท่านก้ยังได้หาเงินใช้เอง
อยากพาตายายไปเที่ยวบ้าง กินอาหารดีๆแต่ก็ไม่มีโอกาส ขอไปนอนกับตายายบ้างนี่ทะเลาะกันตลอด ตอนนี้เหมือนพ่อแม่หาทางให้เราออกจากงานนี้อยู่. และน่าจะฝากให้เราทำงานข้าราชการตามที่ท่านหวัง
เราเรียนจบมีงานทำ เอาตัวรอดได้ และทุกอย่างที่เราทำเราไมาเคยนึกถึงตัวเองเลย คิดแค่ว่าทำงไจะได้เงินเยอะๆ มาให้ตายายพ่อแม่น้องใช้ อยากให้น้องไปเรียนที่ดีๆ ที่เราไม่มีโอกาสได้ไป เราขอแค่อิสระ เราขอแค่เลือกอนาคตเองได้มั้ย เราแค่อยากทำงานที่ชอบ ทั้งชีวิตเราเลือกอะไรไม่ได้ แต่ครั้งนี้เราอยากเลือกเอง แต่กลับไม่ได้ ไม่มีคำสั่งห้าม แต่มีแรงกดดันบีบให้เราต้องมาทางที่ท่านบอกตลอด เราไม่เคยพาแฟนมาที่บ้าน พ่อแม่ไม่รู้ อาจจะรู้แต่เราไม่เคยบอกว่ามี แฟนเรานางก็น้อยใจนะ แต่เราบอกให้อดทนก่อนนะ ตอนนี้เราอยากทำเพื่อตัวเองบ้าง
อยากเลือกอนาคตเอง เราควรทำยังไงคะ เพราะพ่อแม่ท่านคงไม่มีทางเปิดใจแน่ๆ และไม่มีทางเข้าใจเราด้วย เราคิดจะหนีออกจากบ้านหลายครั้ง แต่กลัวท่านจะเสียใจ กลัวน้องไม่มีที่พึ่ง(น้องก็ไม่ต่างจากเราติดที่น้องเกเรกว่าหน่อย) เราคิดจะฆ่าตัวตายหลายครั้ง ทำแล้วด้วยแต่เราห่วงตายาย เราได้แต่ทนต่อแล้วก้มหน้าร้องไห้แค่นั้น เรากดดันเก็บกดมาก เครียดเป็นไมเกรนอยู่ตลอด แฟนเราบอกเราเหมือนเป็นโรคซึมเศร้าเลย อารมณ์แปรปรวน โมโหแล้วทำได้ทุกอย่าง อยู่ดีๆจะดิ่งเศร้าสุดก็เศร้าจนจะขาดใจ เราหาทางออกไม่ได้ ... ตอนนี้เราเริ่มไม่ไหวแล้วจริงๆ เราต้องทำยังไงต่อไปคะ... เราหมดหนทางแล้ว
ใครเคยหนีออกจากบ้านบ้าง
ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่าสาเหตุที่เรามาตั้งหัวข้อกระทู้แบบนี้เพราะอะไร เรากับพ่อแม่ไม่ค่อยสนิทกัน เพราะตากับยายเลี้ยงเรามาจนถึงประถมต้น เราดีใจมากที่พ่อกับแม่จะมาทำงานที่บ้านจะได้อยู่ด้วยกันเหมือนครอบครัวเพื่อนคนอื่นๆ แต่มันไม่เป็นอย่างนั้น เราก็ตามประสาเด็กเรางอแงไม่อยากให้แม่ไปไหนนานๆ หรือบางทีดื้อเรื่องของกิน เมื่อก่อนอยู่กับตายาย ท่านจะบอกเราดีๆว่าอะไรคืออะไร แต่พ่อกลับทำตรงข้าม ตีเราหนักมากเราที่ไม่เคยถึกตีแต่มาโดนคนที่เราคิดถึงมากๆตีด้วยไม้ขนไก่ กับไม้แขวนเสื้อ
เราโดนตีอยู่บ่อยมาก จากตอนแรกที่เราพยายามนอนกอดพ่อเพราะคิดถึงมากเหลือเกิน(เราไม่เคยเจอพ่อแม่เพราะยายเลี้ยงมาแต่เด็ก) ตอนนี้แค่นั่งมอไซเรายังนั่งห่างมาก
พอช่วงประถมปลายเราได้ย้ายไปอยู่กับพ่อแม่อีกจังหวัด ชีวิตเราเปลี่ยนไปทันที จากเป็นเด็กกิจกรรมทำงานรร. ทุกอย่างเราก็ไม่ได้ทำ เพราะพ่อไม่ให้ไปซ้อม จนป.5 เราได้ไปแข่งร้องเพลง เราแข่งหลายรอบจนชนะเป็นตัวแทนจังหวัดอยู่ถึง2ปี จนถึงม.6 ระหว่างนั้นมีซ้อมพ่อจะให้แม่มาดูเราตลอด
พอขึ้นมัธยม เราสอบเข้าได้ลำดับ12หรือ13นี่แหละ เราไม่ได้รับคำชมจากพ่อแม่เลยซักคำ... พอเข้าม.1 เราชอบรำมาก เราเลือกชุมนุมนาฏศิลป์ ด้วยความที่เราสูง เราถูกเลือกให้รำหลายๆงาน เราจึงต้องอยู่ซ้อมหลังเลิกเรียน ได้ไปแข่งบ่อยเราต้องนอนรร.บ้าง จนม.1เทอม2 เรากำลังจะไปแข่งที่กาฬสินธุ์ อีกแค่2วันเท่านั้น พ่อพาเราไปตัดผมสั้นเลย เราทำผมไม่ได้และพ่อให้ออกจากชุมนุม เราน้ำตาตกในพูดอะไรไม่ได้ อาจารย์ต้องหาคนมารำแทนกะทันหัน
... หลังจากนั้นเราก็ได้แต่มองเพื่อนๆ น้องๆรุ่นหลังๆเค้ารำ ใส่ชุดสวยๆ วันนึงเราอยากรำเป็นตัวเด่นบ้างแต่เราก็ได้แค่มอง
เราไม่ท้อนะ เราตั้งใจเรียนมากกว่าเดิมเผื่อพ่อจะเห็นความตั้งใจ เราไม่ทิ้งการเรียนแล้วให้เรากลับไปรำ เราติดท๊อป4 ของห้องตลอด ทุกเทอมเราจะถือใบเกรดยิ้มแป้นกลับบ้านมาอวดพ่อแม่ แต่เรากลับไม่ได้คำชมอะไรเลย มีแค่สายตาหันมามองแล้วหันกลับไป
เราก็น้อยใจแหละแต่ไม่ท้อ พอเข้าม.ปลาย เราแข่งวิชาการทุกอย่างเผื่อพ่อไม่ชอบแนวบรรเทิงงี้ 555 แต่ก็ไม่ พ่อไม่ให้เราไปซ้อมอีกเช่นเคย ม.5 เรากับเพื่อนรวมกลุ่มกันลงประธานรร. แน่นอน แก๊งเราได้เป็นชนะขาด เราทำงานให้รร. ทุกอย่าง ได้รับคำชมจากอาจารย์เยอะแยะ หลังจากนั้นเราไปแข่งบรรยายธรรม เราเริ่มจาก0 เพราะเราขี้อายมาก ตื่นเวทีตื่นไมค์ เราได้รางวัลชมเชยมา ปีหน้าเอาใหม่ ในโครงการชิงถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพฯ. เราชนะได้เหรียญทองของจังหวัดเพื่อไปชิงระดับภาค แต่เราท้อมาก พ่อไม่เข้าใจเวลาซ้อมไม่มี มันเสียความรู้สึก แล้วพอเราไปเราเฟลมาก เราจำลทที่เราเขียนเราท่องไม่ได้ เราลืมทุกอย่าง แน่นอน เรากลับมามือเปล่า เราแพ้....
เราได้ไปแข่ง2be1 เราชนะจนเข้ารอบลึก แข่งเต้นของโครงการใหญ่เราก็เป็นตัวแทนภาคอีสาน แต่เราไม่เคยได้รับคำชมเลย เวลาซ้อมก็ไม่มี เพื่อนพี่จะแบนเราออก เพราะเราไม่มาซ้อม ไปก็ไปแป๊บเดียวพ่อแม่มารับ แต่เราขอร้องอยากเต้นจริงๆ เราทั้งถ่ายคลิปเพื่อนมาซ้อมเอง พยายามจนได้ไปแข่ง เพื่อนลงทุนมาซ้อมเต้นให้เราอยู่นอกรั้วบ้านอ่ะ ลงทุนมาก 555
เราจบม.ปลายด้วยใบเกียรติบัตรเยอะมาก เราได้รับอะไรหลายๆอย่างจากอาจารย์ ถึงเราจะทำกิจกรรมแต่การเรียนเราก็ไม่ได้ทิ้ง วันจบเรารีบเอาไปจบไปยืนยิ้มแฉ่งหน้าพ่อแม่ แต่ไม่เห็นมีใครยินดีกับเรา เราไม่เคยแสดงออกไม่พอใจเลยซักครั้ง เราไม่ค่อยมีเพื่อนเพราะพ่อไม่ให้เราไปเล่นกับใครและไม่ให้ใครมาเล่นกับเรา เพื่อนมาหาที่บ้านนี่ไม่พอใจแสดงอาการละ สงกรานต์เราแทบไม่เคยเล่นกับเพื่อนเลย เพื่อนมาหาไล่กลับบ้าน เราต้องเล่นอยุ่กับน้องที่อายุห่างกัน7ปี แต่เราก็ได้แค่น้อยใจไม่ได้แสดงออกอะไร จนจบม.6 ประวัติเราดีมาก ไม่เคยทำอะไรผิด การเรียนดี กิจกรรมดี เรื่องแฟนไม่มี
ตั้งแต่เรามาอยู่กับพ่อแม่ เราขอไปหาตากับยายวันเสาร์อาทิตย์ แต่เราแทบไม่ได้ไปเลย พ่อไม่อนุญาต เราร้องไห้เรื่องนี้ตลอด. เราอยู่ใกล้ท่านแค่นี้ทำไมไปไม่ได้ เราคิดถึง
เราสอบติดมหาลัยได้หลายม. แต่ไม่มีโอกาสได้เลือก เราต้องเรียนใกล้บ้านเท่านั้น เราอยากเรียนครูนาฏศิลป์เพราะเราชอบมากจริงๆ พ่อพูดมาแค่ว่าจะเต้นกินรำกินหรอ เราเฟลไปเลยไม่พูดอะไรต่อ เราเลยเลือกเรียนบช เราไม่ได้ถามอะไรใครทั้งนั้นว่าสาขานี้คืออะไร รู้แต่พ่อให้เรียนได้และหางานง่าย
พอเข้ามหาลัยเราคิดว่าพ่อแม่คงจะไว้ใจ เพราะเราโตแล้ว ไม่เลย เหมือนเดิม เราไปอยู่หอ เราซ้อมลีดดคก ก็โทรมาตามให้กลับหอได้แล้วตลอด เราทำกิจกรรมทุกอย่างเรียกว่าอุทิศตนให้มหาลัยเลยก็ว่าได้ แต่พ่อแม่ก็ยังตาม ปี1เราไม่เที่ยวเลยทั้งที่มีโอกาส เราไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งไม่ดีเลย และเราเรียนไม่ได้เรารู้ตัวมันยากมาก เราไม่เข้าใจเลย เราขอย้าย อาจารย์ขอให้อยู่ต่อเพราะเกรดเราดีมาก พ่อแม่ไม่ให้ย้าย เราจะเรียนการท่องเที่ยวการโรงแรม ท่านบอกถ้าเรียนสายนี้ต้องไปทำงานไกลบ้าน แล้วพ่อแม่บอก สาขาบช พ่อแม่ก็ไม่ได้บังคับเลือกเอง เราทนเรียนต่อ เกรดแย่ลงทุกเทอมๆ ไม่ใช่เพราะเราไม่ตั้งใจ ไม่ใช่เพราะทัวทำกิจกรรมแต่มันยากขึ้นเรื่อยๆ คะแนนเริ่มไปกองที่คะแนนสอบ คะแนนงานมีไม่ค่อยเยอะ เรารุ้แล้วว่าถ้าการเรียนเราแค่พอใช้ เราต้องหาจุดเด่นให้ตัวเอง เราทำกิจกรรมให้สาขา คระ มหาลัย จนทุกคนในมอ รู้จัก อาจารย์ชื่นชม น้องๆเคารพยกมือไหว้และถือเป็นตัวอย่าง
พอเราทำกิจกรรมแล้วก็มีไปสังสรรค์หลังทำงานเสร็จบ้าง จนวันที่เราใกล้จบเรามีเรื่องทะเลาะวิวาทที่ร้านเหล้า โชคร้ายที่อีกฝ่ายไม่ยอมความง่ายๆ เราร้องไห้หนักมาก ไม่กล้าบอกพ่อด้วยความที่เป็นเด็กในกรอบมาตลอด อาจารย์ที่คอยชมเชย ตอนนี้ไม่ช่วยไม่ให้กำลังใจหรือคำแนะนำแต่ดุด่า ตำหนิเราแทน จนจนมุมเราบอกพ่อกับแม่ เราเล่าทุกอย่าง พ่อมาเคลียร์ให้จนจบปัญหา พ่อไม่ได้ว่าอะไร
พอเราเรียนจบเราอยากไปฝึกงานที่ที่เราชอบ แต่พ่อชอบอีกที่ เราจำใจต้องไปตามที่ท่านชอบ ฝึกเสร็จเรายังไม่ได้ใบจบ แต่เราได้งานที่โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด เราทำอยู่ได้แป๊บเดียวก็ออกเนื่องจากค่าแรงน้อยมาก น้อยเกินจริงๆ และไม่มีทางขึ้น เราไปสมัครที่ฮอนด้า เราได้งานอีก แต่เราต้องย้ายกลับมาอยู่บ้านไม่ได้พักหอ เราอยู่บ้านเราได้ยินคำพูดต่างๆ เราเสียใจ กดดันมาก เราลาออกจากงานเพื่อไปหางานที่ไกลกว่านี้(แต่อยู่ในจังหวัด) เราได้งานอีกที่และเงินเดือนเพิ่มขึ้น เราทำงานเสริม พวกmcด้วย ได้ค่อนข้างเยอะเลยล่ะ แต่ไม่คยได้กำลังใจจากที่บ้านเลย
จนเราเรียนจบ มีงานทำ คำชม คำยินดี ไม่เคยออกจากปากพ่อแม่เลย มีแต่คำด่า เราเข้างานกะดึกเราตื่นสายมันเป็นเรื่องปกติเพราะเราต้องเก็บแรงไปทำงานกะดึกต่อ แต่พ่อแม่กลับด่าที่เราตื่นสาย ไม่อายบ้างหรอ กินข้าวลงไปได้ยังไง ไม่ตื่นมาทำงานช่วย เราก็มีงานของเรา บ้างอย่างเราหยิบจับงานที่บ้านช่วยได้เราก็ทำ แต่เราก็งานของเราที่เราต้องรับผิดชอบ (และงานปัจจุบันที่เราทำทางบริษัทแต่ทดลองทำสองกะ ดู ถ้าไม่เวิร์คก็จะเปลี่ยนกลับเหมือนเดิม) แต่เราอาจจะได้ออกก่อนเพราะพ่อแม่ไม่ชอบ อยากให้ไปเป็นครู เป็นตำรวจ แต่เราไม่ได้เรียนสายนี้มา คงามรุ่ไม่มี ไม่เคยได้ไปติว. และเราไม่ชอย. เราชอบงานเอกชน. เราชอบการแข่งขันผลงานเพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงๆ เราอยากให้ตากับยาย พ่อแม่น้องสาวสบาย เพราะตอนเด้กๆเราลำบากมากจริงๆ เราอยากให้ตากับยายพีกได้แล้วเพราะตอนนี้ท่านก้ยังได้หาเงินใช้เอง
อยากพาตายายไปเที่ยวบ้าง กินอาหารดีๆแต่ก็ไม่มีโอกาส ขอไปนอนกับตายายบ้างนี่ทะเลาะกันตลอด ตอนนี้เหมือนพ่อแม่หาทางให้เราออกจากงานนี้อยู่. และน่าจะฝากให้เราทำงานข้าราชการตามที่ท่านหวัง
เราเรียนจบมีงานทำ เอาตัวรอดได้ และทุกอย่างที่เราทำเราไมาเคยนึกถึงตัวเองเลย คิดแค่ว่าทำงไจะได้เงินเยอะๆ มาให้ตายายพ่อแม่น้องใช้ อยากให้น้องไปเรียนที่ดีๆ ที่เราไม่มีโอกาสได้ไป เราขอแค่อิสระ เราขอแค่เลือกอนาคตเองได้มั้ย เราแค่อยากทำงานที่ชอบ ทั้งชีวิตเราเลือกอะไรไม่ได้ แต่ครั้งนี้เราอยากเลือกเอง แต่กลับไม่ได้ ไม่มีคำสั่งห้าม แต่มีแรงกดดันบีบให้เราต้องมาทางที่ท่านบอกตลอด เราไม่เคยพาแฟนมาที่บ้าน พ่อแม่ไม่รู้ อาจจะรู้แต่เราไม่เคยบอกว่ามี แฟนเรานางก็น้อยใจนะ แต่เราบอกให้อดทนก่อนนะ ตอนนี้เราอยากทำเพื่อตัวเองบ้าง
อยากเลือกอนาคตเอง เราควรทำยังไงคะ เพราะพ่อแม่ท่านคงไม่มีทางเปิดใจแน่ๆ และไม่มีทางเข้าใจเราด้วย เราคิดจะหนีออกจากบ้านหลายครั้ง แต่กลัวท่านจะเสียใจ กลัวน้องไม่มีที่พึ่ง(น้องก็ไม่ต่างจากเราติดที่น้องเกเรกว่าหน่อย) เราคิดจะฆ่าตัวตายหลายครั้ง ทำแล้วด้วยแต่เราห่วงตายาย เราได้แต่ทนต่อแล้วก้มหน้าร้องไห้แค่นั้น เรากดดันเก็บกดมาก เครียดเป็นไมเกรนอยู่ตลอด แฟนเราบอกเราเหมือนเป็นโรคซึมเศร้าเลย อารมณ์แปรปรวน โมโหแล้วทำได้ทุกอย่าง อยู่ดีๆจะดิ่งเศร้าสุดก็เศร้าจนจะขาดใจ เราหาทางออกไม่ได้ ... ตอนนี้เราเริ่มไม่ไหวแล้วจริงๆ เราต้องทำยังไงต่อไปคะ... เราหมดหนทางแล้ว