
#ขั้นตอนการดูแลผิวพรรณ เพื่อคงความขาวกระจ่างใส แบบง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้
สาวๆ หลายคนอาจจะมีผู้ช่วยที่ดีอย่างครีมบำรุงผิวตัวโปรดกันอยู่แล้ว ซึ่งอันที่จริงยังมีอีกหลายวิธีที่สามารถช่วยบำรุงและดูแลผิวให้ขาวขึ้นได้ ด้วย 10 วิธีการทำให้ผิวขาวง่ายๆ ช่วยปกป้องให้ผิวเนียนใสได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
1. สวมเสื้อแขนยาว/พกร่มกันแดด และทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน
ครีมกันแดดเปรียบเสมือนเกราะป้องกันรังสี UV ที่คอยทำร้ายผิวให้ดำคล้ำ ดังนั้นเราควรทาครีมกันแดดให้ทั่วทั้งใบหน้า ลำคอ แขน ขา และส่วนที่พ้นจากร่มผ้า และเสื้อขาวยาวและร่มกันแดดเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันแสงแดดและรังสีอัลตร้าไวโอเลตได้ดีอีกอย่างหนึ่ง หรืออาจจะเลือกใช้วิธีการสวมเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวที่มิดชิดก็สามารถช่วยปกป้องผิวได้เช่นกัน
2 . ขัดผิวอย่างสม่ำเสมอ ด้วยสบู่ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี เช่น สบู่ส้มหรือมะขาม จะช่วยถนอมผิว ลดรอยแดง
เพียงแค่ขัดผิวตนเองกับสบู่ฟอกตัวหรือสบู่ที่มีส่วนประกอบของวิตามินซีอย่างเช่น สบู่ที่ทำจากส้มหรือมะขาม เป็นต้น โดยขัดให้นาน แต่ไม่ควรขัดแรงๆ วิตามินซีจะช่วยถนอมผิวของเราไม่ให้เสียและเป็นรอยแดงอักเสบ รวมถึงไม่เกิดริ้วรอยที่ทำให้ดูแก่ก่อนวัย
3 . ทานคอลลาเจนเปปไทด์ มีประสิทธิภาพในการดูดซึมที่ดียิ่งกว่าคอลลาเจนทั่วไป ช่วยดูแลเซลล์ผิวไม่ให้เสื่อมสภาพ ป้องกันผิวแก่ก่อนวัย
คอลลาเจนที่ผ่านการย่อยด้วยกรด จนได้ขนาดอนุภาคที่เล็กที่สุดหรือที่เรียกอีกชื่อว่า ไฮโดรไลเซตคอลลาเจน คอลลาเจนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ช่วยดูแลเซลล์ผิวไม่ให้เสื่อมสภาพ ป้องกันผิวไม่ให้เราดูแก่ก่อนวัย คอลลาเจนมีใน หมู วัว ปลา เป็นต้น
4 . สารสกัดจากเมล็ดองุ่นดูแลผิว
Grape Seed Extract ประสิทธิภาพมากกว่าวิตามินซีถึง 20 เท่า ช่วยต้านอนุมูลอิสระที่จะทำลายคอลลาเจน
สารสกัดจากเมล็ดองุ่นหรือ Grape Seed Extract เป็นสารสกัดที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าวิตามินซีถึง 20 เท่า และวิตามินอี 50 เท่า ซึ่งสามารถช่วยต้านอนุมูลอิสระที่จะมาทำลายคอลลาเจนในชั้นใต้ผิวหนังของเราได้เป็นอย่างดี
advertising
5 . ทานหรือใช้ครีมที่มีวิตามินอีทำให้ผิวชุ่มชื้น มีส่วนช่วยป้องกันรังสี UV ที่คอยทำลายเซลล์ผิวชั้นนอก พร้อมบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น แลดูเนียนใสเป็นธรรมชาติ
วิตามินอีพบในผลไม้ เช่น ขนุน มะขามเทศ สตรอเบอรี่ มะม่วง มะเขือเทศราชินี แก้วมังกรเนื้อสีชมพู กล้วยไข่ ทับทิม อโวคาโด้ นอกจากผลไม้ที่มีวิตามินอีเหล่านี้แล้ว วิตามินอียังพบได้มากในน้ำมันจากธัญพืชและถั่วเปลือกแข็ง เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกคำฝอย จมูกข้าวสาลี เมล็ดทานตะวัน เมล็ดอัลมอนด์ ผักใบเขียว เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดาว ผักโขม ปวยเล้ง เป็นต้น
ถ้าสาวๆ ไม่อยากถูกแสงแดดทำร้ายผิวจนหมองคล้ำ วิตามินอีคือผู้ช่วยที่ดีอย่างยิ่ง เพราะสามารถช่วยป้องกันรังสีอัลตร้าไวโอเลตที่คอยทำลายเซลล์ผิวชั้นนอก พร้อมกับบำรุงผิวของเราให้ชุ่มชื้น ผิวพรรณเปล่งปลั่ง แลดูเนียนใสเป็นธรรมชาติ รอยสิวหรือจุดด่างดำจางลงอีกด้วย
6. ใช้ครีมหรือทานอาหารที่มีส่วนผสมของ “โคเอนไซม์คิวเทน” (Q10) จะช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ทำให้ดูอ่อนกว่าวัย และอาหารที่พบ Q10 มี ปลาแซลมอน/ถัวลิสง
สารสำคัญที่ชื่อ “ยูบิควิโนน” หรือที่เรารู้จักกันดีว่า “โคเอนไซม์คิวเทน” (Q10) เป็นสารที่มีความคล้ายกับวิตามิน ซึ่งช่วยสร้างพลังงานของเซลล์ที่ส่งผลให้เซลล์และกล้ามเนื้อทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้ดี Q10 พบได้ใน ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล ปลาทูน่า หรือแม้กระทั่งเครื่องในสัตว์อย่างหัวใจและตับ ก็เป็นอีกหนึ่งแหล่งอาหารที่ช่วยเสริมสร้างวิตามินที่แสนสำคัญนี้ได้ แต่สำหรับใครที่ไม่ชอบรับประทานอาหารในกลุ่มนี้ ก็สามารถรับ Q10 ได้จากพืชบางชนิด เช่น ถั่วลิสง และน้ำมันถั่วเหลือง เป็นต้น
*-*ขั้นตอนการดูแลผิวพรรณ เพื่อคงความขาวกระจ่างใส แบบง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้ ^_^
#ขั้นตอนการดูแลผิวพรรณ เพื่อคงความขาวกระจ่างใส แบบง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้
สาวๆ หลายคนอาจจะมีผู้ช่วยที่ดีอย่างครีมบำรุงผิวตัวโปรดกันอยู่แล้ว ซึ่งอันที่จริงยังมีอีกหลายวิธีที่สามารถช่วยบำรุงและดูแลผิวให้ขาวขึ้นได้ ด้วย 10 วิธีการทำให้ผิวขาวง่ายๆ ช่วยปกป้องให้ผิวเนียนใสได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
1. สวมเสื้อแขนยาว/พกร่มกันแดด และทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน
ครีมกันแดดเปรียบเสมือนเกราะป้องกันรังสี UV ที่คอยทำร้ายผิวให้ดำคล้ำ ดังนั้นเราควรทาครีมกันแดดให้ทั่วทั้งใบหน้า ลำคอ แขน ขา และส่วนที่พ้นจากร่มผ้า และเสื้อขาวยาวและร่มกันแดดเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันแสงแดดและรังสีอัลตร้าไวโอเลตได้ดีอีกอย่างหนึ่ง หรืออาจจะเลือกใช้วิธีการสวมเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวที่มิดชิดก็สามารถช่วยปกป้องผิวได้เช่นกัน
2 . ขัดผิวอย่างสม่ำเสมอ ด้วยสบู่ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี เช่น สบู่ส้มหรือมะขาม จะช่วยถนอมผิว ลดรอยแดง
เพียงแค่ขัดผิวตนเองกับสบู่ฟอกตัวหรือสบู่ที่มีส่วนประกอบของวิตามินซีอย่างเช่น สบู่ที่ทำจากส้มหรือมะขาม เป็นต้น โดยขัดให้นาน แต่ไม่ควรขัดแรงๆ วิตามินซีจะช่วยถนอมผิวของเราไม่ให้เสียและเป็นรอยแดงอักเสบ รวมถึงไม่เกิดริ้วรอยที่ทำให้ดูแก่ก่อนวัย
3 . ทานคอลลาเจนเปปไทด์ มีประสิทธิภาพในการดูดซึมที่ดียิ่งกว่าคอลลาเจนทั่วไป ช่วยดูแลเซลล์ผิวไม่ให้เสื่อมสภาพ ป้องกันผิวแก่ก่อนวัย
คอลลาเจนที่ผ่านการย่อยด้วยกรด จนได้ขนาดอนุภาคที่เล็กที่สุดหรือที่เรียกอีกชื่อว่า ไฮโดรไลเซตคอลลาเจน คอลลาเจนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ช่วยดูแลเซลล์ผิวไม่ให้เสื่อมสภาพ ป้องกันผิวไม่ให้เราดูแก่ก่อนวัย คอลลาเจนมีใน หมู วัว ปลา เป็นต้น
4 . สารสกัดจากเมล็ดองุ่นดูแลผิว
Grape Seed Extract ประสิทธิภาพมากกว่าวิตามินซีถึง 20 เท่า ช่วยต้านอนุมูลอิสระที่จะทำลายคอลลาเจน
สารสกัดจากเมล็ดองุ่นหรือ Grape Seed Extract เป็นสารสกัดที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าวิตามินซีถึง 20 เท่า และวิตามินอี 50 เท่า ซึ่งสามารถช่วยต้านอนุมูลอิสระที่จะมาทำลายคอลลาเจนในชั้นใต้ผิวหนังของเราได้เป็นอย่างดี
advertising
5 . ทานหรือใช้ครีมที่มีวิตามินอีทำให้ผิวชุ่มชื้น มีส่วนช่วยป้องกันรังสี UV ที่คอยทำลายเซลล์ผิวชั้นนอก พร้อมบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น แลดูเนียนใสเป็นธรรมชาติ
วิตามินอีพบในผลไม้ เช่น ขนุน มะขามเทศ สตรอเบอรี่ มะม่วง มะเขือเทศราชินี แก้วมังกรเนื้อสีชมพู กล้วยไข่ ทับทิม อโวคาโด้ นอกจากผลไม้ที่มีวิตามินอีเหล่านี้แล้ว วิตามินอียังพบได้มากในน้ำมันจากธัญพืชและถั่วเปลือกแข็ง เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกคำฝอย จมูกข้าวสาลี เมล็ดทานตะวัน เมล็ดอัลมอนด์ ผักใบเขียว เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดาว ผักโขม ปวยเล้ง เป็นต้น
ถ้าสาวๆ ไม่อยากถูกแสงแดดทำร้ายผิวจนหมองคล้ำ วิตามินอีคือผู้ช่วยที่ดีอย่างยิ่ง เพราะสามารถช่วยป้องกันรังสีอัลตร้าไวโอเลตที่คอยทำลายเซลล์ผิวชั้นนอก พร้อมกับบำรุงผิวของเราให้ชุ่มชื้น ผิวพรรณเปล่งปลั่ง แลดูเนียนใสเป็นธรรมชาติ รอยสิวหรือจุดด่างดำจางลงอีกด้วย
6. ใช้ครีมหรือทานอาหารที่มีส่วนผสมของ “โคเอนไซม์คิวเทน” (Q10) จะช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ทำให้ดูอ่อนกว่าวัย และอาหารที่พบ Q10 มี ปลาแซลมอน/ถัวลิสง
สารสำคัญที่ชื่อ “ยูบิควิโนน” หรือที่เรารู้จักกันดีว่า “โคเอนไซม์คิวเทน” (Q10) เป็นสารที่มีความคล้ายกับวิตามิน ซึ่งช่วยสร้างพลังงานของเซลล์ที่ส่งผลให้เซลล์และกล้ามเนื้อทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้ดี Q10 พบได้ใน ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล ปลาทูน่า หรือแม้กระทั่งเครื่องในสัตว์อย่างหัวใจและตับ ก็เป็นอีกหนึ่งแหล่งอาหารที่ช่วยเสริมสร้างวิตามินที่แสนสำคัญนี้ได้ แต่สำหรับใครที่ไม่ชอบรับประทานอาหารในกลุ่มนี้ ก็สามารถรับ Q10 ได้จากพืชบางชนิด เช่น ถั่วลิสง และน้ำมันถั่วเหลือง เป็นต้น