เป็นข่าวดีวาเลนไทน์ปีนี้วัยรักวัยเรียนกัมพูชาคิด "เรื่องอย่างว่า" เพียงนี้ด..เดียว


MGR ออนไลน์ -- เป็นเรื่องที่น่ายินดี เทศกาลวาเลนไทน์ปีนี้ มีผลงานวิจัยพบว่าหนุ่มสาวในวัยรักวัยเรียนในกรุงพนมเปญ มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปมากหากเทียบกับเมื่อ 10 ปีที่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือกลุ่มที่เคยหมกมุ่นคิดจะมีเพศสัมพันธ์กับคนรักเป็นครั้งแรกให้ได้นั้น มีจำนวนลดลงครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว ถึงแม้ว่ากลุ่มที่ฝักใฝ่ในเรื่องนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเพศชาย จะมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปในทางลบอย่างน่าเป็นห่วงก็ตาม

ผลการวิจัยปี 2562 นี้พบว่าหนุ่มสาวกลุ่มตัวอย่าง มีความสนใจวันวาเลนไทน์น้อยลงเกือบครึ่งหนึ่ง คือ เพียง 33.9% เทียบกับ 61.2% เมื่อปี 2552 โดยไม่จัดให้เป็น "วันสำคัญ" อีกต่อไป -- กลุ่มตัวอย่างจำนวนมากมีแผนการจะออกเที่ยวในวันวาเลนไทน์ปีนี้เช่นเดียวกัน แต่ได้เปลี่ยนสถานที่จากร้านคาราโอเกะ ร้านกินดื่ม หรือเที่ยวเธคตามโรงแรม ไปเป็นการเดินห้าง หรือ เข้าโรงภาพยนตร์แทน

นั่นหมายความว่า หนุ่มสาวได้เปลี่ยนวิถีการแสดงความรักโรแมนติกในทางที่สร้างสรรค์ยิ่งขึ้น -- สถานที่ใหม่คือ ห้างสรรพสินค้ากับโรงภาพยนตร์ ทำให้โอกาสที่จะมีเพศสัมพันธ์ในวันนี้ลดน้อยลง -- หนุ่มมหาบัณฑิตชาวเขมรที่เรียนสำเร็จจากสหรัฐ เขียนในผลสรุปงานวิจัยของเขาที่ชื่อ Love and Sexual Relationship a Decade Later อันเป็นการเปรียบเทียบพฤติกรรมและทัศนะต่อวันวาเลเลนไทน์ของหนุ่มสาวในเมืองหลวง

หลายคนเชื่อว่าผลการวิจัยที่ออกมาในทางบวกนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากการรณรงค์อันยาวนานของทางการไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการต่อเนื่องมาทุกปี สร้างความเข้าใจให้แก่นักเรียนนักศึกษา มิให้เชื่อหรือหลงใหลอย่างผิดๆ เกี่ยวกับเทศกาลแห่งความรัก และ หันมาแสดงความรักอย่างสอดคล้องกับขนบธรรมเนียมประเพณีของชนชาติ

ผลงานล่าสุดที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ข่าวภาษาเขมร ในช่วงข้ามวันมานี้เป็นการสำรวจและศึกษาเก็บข้อมูลต่อเนื่อง จากผลการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantative Research) ในเรื่องเดียวกันเมื่อปี 2552 และ 2557 โดยใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นหนุ่มสาวกลุ่มที่มีอันจะกินอายุ 15-24 ปี ในกรุงพนมเปญ ซึ่งเป็นช่วงอายุ "วัยรักวัยเรียน" นั่นเอง -- ในนั้นเป็นชาย 502 คน (42.7%) หญิงอีก 674 คน (57.3%)

เมื่อว่าด้วยเรื่องของขวัญของฝาก กลุ่มตัวอย่างที่ยังคิดจะซื้อดอกไม้ฝากคนรัก (ที่ส่วนใหญ่เป็นดอกกุหลาบสีแดง) ก็มีจำนวนลดลงเกือบ 2 ใน 3 (56.3% เมื่อปี 2552 เทียบกับ 21.6% ปีนี้) -- แนวโน้มใหม่ของหนุ่มสาวก็คือ ซื้อของขวัญที่มีราคาสูงขึ้นเพื่อฝากคนรัก

ถึงแม้ว่าหนุ่มสาววัยเรียนเหล่านี้ ยังคงมีแผนการ "ออกเดท" ในวันวาเลนไทน์อยู่เหมือนเดิม เปอร์เซ็นต์ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่ผลการวิจัยพบว่า หนุ่มสาวที่คิดจะมีเซ็กส์กับคนรักเนื่องในวันแห่งความรักนั้น มีเปอร์เซ็นต์ลดลงอย่างน่าสนใจ คือ จาก 12.4% เมื่อสิบปีที่แล้ว เป็นเพียง 5.4% ในปีนี้

เมื่อวัดเชิงทัศนคติเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาก็ได้ผลเช่นเดียวกันกล่าวคือ กลุ่มที่จ้องจะมีเซ็กซ์กับคนรักให้ได้ ในวันสำคัญอันเป็นพิเศษนี้ลดลงกว่าครึ่ง ระหว่างปี 2552 กับปี 2562 -- แต่กระนั้นก็ตาม "กลุ่มฮาร์ดคอร์" (ที่มีเปอร์เซ็นต์เพียงน้อยนิด) ที่ยืนยันจะต้องมีเซ็กส์ให้ได้นั้น กลับมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปในทางลบ คือ ปีนี้จะไม่สวมถุงยางอนามัยป้องกันใดๆ -- กลุ่มนี้คิดเป็นเปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้นสองเท่าตัวจาก 10 ปีที่แล้ว คือ 15.6 และ 37.5

ผลวิจัยก็ยังพบอีกว่ากลุ่มตัวอย่างเพศชาย ที่ยืนยันจะต้องมีเซ็กส์ครั้งแรกในวันวาเลนไทน์ (ไม่ว่าแฟนสาวของเขาจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม) ก็มีจำนวนลดลง -- จาก 25 ในปี 2552 เป็น 12 ในปีนี้ -- หนุ่มๆที่ไม่เคยคิดเรื่องนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ก็ยังคิดอยู่เหมือนเดิมคือ "เซ็กส์ไม่ต้อง เที่ยวสนุกอย่างเดียวก็พอ"

อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่ฝักใฝ่จะต้องมีเพศสัมพันธ์กับคนรักให้ได้นั้น สามารถหาเหตุผลได้มากขึ้นในการชักจูงแฟนสาวให้ร่วมตกล่องปล่องชิ้น เช่น "ถ้าไม่หลับนอนกันก็แสดงว่าเราไม่ได้รักกันจริง" -- "ผมจะพาออกนอกเมืองไปไกลๆ แล้วหาทางจัดการเธอ" -- เรื่องแบบนี้ไม่เคยเห็นในการสำรวจครั้งแรก แต่เพิ่งได้เห็นในการวิจัยเมื่อปี 2557 และ 2562

แต่ก็ยังพอมีเปอร์เซ็นต์บวกให้เห็น -- อย่างน้อยที่สุดราวครึ่งหนึ่งของกลุ่มตัวอย่างเพศชาย ที่แสดงความปรารถนาจะมีเพศสัมพันธ์กับแฟนสาวให้จงได้นั้น บอกว่า แทนการบังคับ พวกเขาจะซื้อของฝากอย่างดีราคาแพง เพื่อให้พวกเธอโอนอ่อนผ่อนตาม

เจ้าของงานวิจัยชิ้นนี้ได้สรุปผล ขอให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องเอาใจใส่ต่อพฤติกรรมการไม่สวมถุงยางอนามัยของคนวัยรักวัยเรียนอย่างเป็นพิเศษ และ ให้ความสนใจต่อพ่อแม่ผู้ปกครอง ที่รับรู้เรื่องพวกนี้น้อยลง ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่พบจากการวิจัยปีนี้

สัปดาห์ที่แล้วกระทรวงศึกษาธิการกัมพูชา ได้ออกเอกสารแนะนำวิธีปฏิบัติสำหรับครูบาอาจารย์ ในการอบรมนักเรียนนักศึกษาให้ปรับเปลี่ยนทัศนคติต่อวันวาเลนไทน์ โดยหันมาฉลองเทศกาลตามวิถีวัฒนธรรมชาวเขมร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพศหญิงที่ควรจะรักษาศักดิ์ศรีของสตรีชาวเขมร กระทรวงฯ ยังออกข้อแนะนำสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง ให้เอาใจใส่สอดส่องดูและติดตามพฤติกรรมของบุตรหลานในช่วงวันที่ 13-14 ก.พ.นี้

วันที่ 13 ก.พ.ปีที่แล้ว นายกรัฐมนตรีกัมพูชาฮุนเซนได้ออกโรงด้วยตนเอง เตือนหนุ่มสาววัยรักวัยเรียน มิให้แปลความหมายของวันวาเลนไทน์อย่างผิดๆ พร้อมชี้ให้เห็นว่า วันนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับวัฒนธรรมประเพณีของกัมพูชา หากเป็นอิทธิพลทางวัฒนธธรมต่างชาติ ทั้งเตือนไปยังสาวๆ มิให้ "พลีกาย" แก่เพื่อนชาย ทั้งแนะนำให้ฉลองเทศกาลนี้กับครอบครัว พ่อแม่ผู้ปกครองแทน

"14 ก.พ.วันวาเลนไทน์ เป็นวันแห่งความรัก มันหมายถึงความรักต่อประเทศชาติ ต่อครอบครัว กับเพื่อนฝูง อย่าพลีร่างกายให้แก่ผู้ชายคนไหนเป็นอันขาด ขอให้มีความสุขในวันนี้กับครอบครัวและขอให้ประสบความสำเร็จในชีวิต" ผู้นำกล่าวประโยคเหล่านี้ ระหว่างปราศรัยต่อนักศึกษามหาวิทยาลัยเวสเทิร์น (Western University) ในพนมเปญ

ตามรายงานของสำนักข่าวกัมพูชา ในวันเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว คณะกรรมการโอลิมปิกสากลกัมพูชาได้จัดนิทรรศการวันวันวาเลนไทน์ขึ้นที่เกาะพิช (เกาะเพชร) และจัดวิ่งการกุศล -- "วิ่งเพื่อความรัก" (Run For Love) ของหนุ่มสาว โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 3,400 คน.



ผลการวิจัยปีนี้ได้พบว่า หนุ่มสาวชาวเขมรมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปในทางบวกมากขึ้น ฝักใฝ่ในทางเพศน้อยลง และ ตั้งใจจะเปลี่ยนจากกุหลาบสีแดง ซื้อของขวัญของฝากที่มีค่าสำหรับคนรักแทน.


นับเป็นข่าวร้ายสำหรับแม่ค้าดอกไม้กับชาวสวน.


ข่าวจาก : MGR Online
https://mgronline.com/indochina/detail/9620000015253
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่