เวลาที่ผ่านไปในแต่ละวัน มันช่างรวดเร็วยิ่งนัก รวดเร็วจนบางครั้งก็ไม่ทันที่จะตั้งตัวเพื่อรับกับ ทุก ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาและกำลังจะผ่านไป ต้นใช้ชีวิตในแต่ละวันที่ผ่านไปแบบ ผ่อนคลาย เช้าออกทำงาน พอตอนเย็นเลิกงานกลับบ้าน มีอยู่ช่วงนึงที่ ชีวิตและความเหงาบังเกิดขึ้น ต้นมักจะผ่อนคลายยามเย็น ด้วยการ แวะร้านคาราโอเกะ ร้านนั้นเป็น ร้านนวดแผนโบราณ ข้างล่าง มีคาราโอเกะ มีสาวเสริฟ แต่จุดมุ่งหมายของต้น คือ แค่ต้องการร้องเพลง แค่อยากแหกปาก เพราะต้นเป็นคนที่ค่อนข้างพูดน้อย และชีวิตคนเดียว ที่ไม่มีเพื่อน เป็นคนที่มาจากต่างถิ่น อยู่บ้านนาย ลำพังคนเดียว ในห้องเล็กๆ กลับบ้านก็อาบน้ำเสร็จ ล้มตัวลงนอน ในบางครั้ง เหมือนคำว่าเหงา มันจะเกิดขึ้น ในความรู้สึก บ่อยครั้ง แต่ยังไม่พร้อม ที่จะมีใครไว้ในหัวใจ ด้วยความที่เป็นคน จน เงินมีน้อย ยังไม่อยากเพิ่มภาระให้ชีวิตของตัวเอง
เวลาค่ำหลังเลิกงานต้นแวะที่ร้าน คาราโอเกะ ร้านเดิมทุกวัน สั่งน้ำเปล่าหนึ่งแก้วบางวันก็สั่งข้าวกิน แล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือหยอดตู้เพลง ร้องสลับสับเปลี่ยนกับโต๊ะ อื่น เป็นแบบนี้อยู่เกือบทุกวัน ที่ไปทำงานประจำ ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ต้นได้เพื่อนใหม่ รุ่นลุง ลงแกชอบมาร้องคาราโอเกะ ที่นี่ประจำเหมือนกับต้น เสียงของแกเพราะมาก ถ้าตอนนั้น มี รายการโชว์เสียงเหมือนสมัยนี้ รับรองว่าแก ดังแน่นอน ลุงแกก็มาร้องเพลง สั่งน้ำเปล่า แบบต้นเหมือนกัน ช่วงที่ชีวิตโสดมาเยือน ทำให้ต้น เริ่มมาดูแลตัวเองดีขึ้น เริ่มซื้อของใช้ไฟฟ้าเข้าบ้าน ใหม่ และได้กีตาร์ไฟฟ้าตัวแรก ของชีวิต
ในทุกวันหยุด หลังจากเสร็จ งานในบ้านนาย ต้นจะเอากีตาร์ มาเล่นกับคีย์บอดที่นายเอามาวางไว้ใต้เรือนบ้าน ประจำ บางครั้งนายจะพาเพื่อนมากินเหล้า แล้วให้ต้น เล่นดนตรีกล่อม เป็นแบบนี้หลายเดือน ช่วงนั้น ที่ต้นไปร้านคาราโอเกะ ต้นก็ได้เจอกัน นี สาวม่ายลูกติดแรกเกิด เพราะพ่อเด็กไม่ยอมรับ นีจึงมาอยู่กับแม่ ซึ่งเป็นแม่ครัวประจำร้าน คาราโอเกะ ต้นและนีพูดคุยกันตามประสา คนเห็นใจกันทั่วไป ไม่มีอะไรพิเศษ เพราะต้นยังไม่พร้อมที่จะรักใคร
แล้วอยู่มาวันหนึ่ง พี่พร ก็มาพูดคุยกับต้น แกบอกต้นว่าจะติดต่อหลานสาวให้ และบ้านของพี่พร อยู่ติดกับที่ทำการสถาบันการเงินที่ต้นทำงานอยู่ ซึ่งแกจะเห็นต้นทำงานทุกวัน แล้วแกจะทักเป็นประจำทุกวัน เพราะแกไม่ได้ทำงานเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกอยู่บ้านจึงมีเวลาว่างค่อนข้างเยอะ วันหนึ่ง หลานสาวพี่สาก็มาเที่ยวหา เธอมีชื่อว่า ตา ตาเธอป็นนักศึกษาพยาบาลเธอเรียนใกล้จะจบ พ่อกับแม่ของเธอมีอาชีพ รับจ้างกรีดยาง ทางภาคใต้ส่งให้เธอเรียน เธอมาเที่ยวบ้านพี่พร เพราะน้าสาวของเธอนัดกับเธอว่าจะพาไปเที่ยวที่บ้านน้าชาย อีกคนที่รับราชการต่างจังหวัด แล้วพี่พรก็นัดกับต้นไว้ก่อนหน้านั้นอาทิตย์หนึ่งว่าให้ ต้นช่วยขับรถพาแกไปบ้านพี่ชาย ที่ต่างจังหวัด ให้หน่อย แกพาหลานสาวและลูกๆไปด้วย ต้นจึงได้ขับรถพาน้าพรและตาไปที่บ้าน ของน้าชายของตาและค้างที่นั่น 1 คืน ตั้งแต่วันนั้น ต้นกับ ตา ก็ได้เริ่มทำความรู้จักและคุยกัน ต้นโทรตาทุกคืนที่ตาว่างต้นจะ กล่อมเธอ ร้องเพลงเล่นดนตรีให้เธอฟังก่อนนอน บ่อยๆ แล้วตาก็เริ่ม ไปฝึกงานที่โรงพยาบาลในกรุงเทพ หลังจากฝึกงานครบกำหนดแล้วตาก็ ทำงานที่นั่นเลยหลังฝึกงานเสร็จ แล้วเรียนต่อวันหยุด ช่วงนั้น ตา เริ่มใช้เงินเยอะ เธอขอยืมเงินต้นใช้ บ่อยๆ ช่วงนั้นต้นเองก็ค่าใช้จ่ายเริ่มมากขึ้น บางครั้งต้องกู้ยืมเพื่อให้ตา เรียน ต้น เคยนัดเที่ยวกับ ตาไม่กี่ครั้ง หลังจากคบกัน หนึ่งปี ต้นรู้สึกว่า ตาคือคนที่ต้นรัก และอยากตาคิดเช่นเดียวกัน ต้นคิดเสมอว่า จะเป็นคนดีของเธอให้ดีที่สุด วันหนึ่งต้นไปหาตาที่ทำงานเธอและต้นไปหาและซื้อ แหวนให้ตาหนึ่งวง มันเป็นแหวงทองที่วงไม่ใหญ่นัก แต่มีคุณค่าที่จะจดจำ ว่าครั้งหนึ่งในชีวิต ต้นซื้อแหวนให้กับผู้หญิง คนหนึ่ง คนนี้ และตาก็เป็นคนแรกคนนั้น ตลอดเวลาที่คบกัน ต้นไม่เคยล่วงเกินตาเลย แม้กระทั่งจับมือ เวลาไปดูหนัง ตาจะพาเพื่อนไปด้วยทุกครั้ง ระยะหลัง โทรศัพท์ของตาเสียต้นก็ส่งโทรศัพท์ไปให้ตาใช้ ส่วนต้น ก็ไปหาซื้อโทรศัพท์มือสองมาใช้ บางครั้งต้นโทรไปตาจะบอกว่าไม่ค่อยว่างจนกระทั่ง วันนั้น ซึ่งเป็นวันลอยกระทง ต้นบอก ตาว่าจะไปหาแล้วลอยกระทงด้วยกัน ต้นนั่งรถทัวน์ เดินทางไปหาตา ที่ไกลเกินกว่า 100 กม. ต้นโทรไปหาตาก่อนจะเดินทางถึงตาบอกว่าวันนี้มีเคสเข้ามาช่วยพักนึง แล้วต้นจึงบอกว่า ได้งั้นเดี๋ยวพี่ไปรอละกันนะ วันนั้นต้นจำเวลาที่ลงรถเมล์ได้ไม่เคยลืม เป็นเวลา 11.35 ต้นถึงที่นั่นและนั่งรอตาด้านในโรงพยาบาลแห่งนั้น ตั้งแต่ 11.40 และโทรบอกตาว่า พี่รอละกัน จวบจนถึงเวลา 17.30 ต้นโทรถามตาว่าอยู่ที่ไหน พี่รอยู่ ไม่เห็นสักที ตาบอกต้นว่า อ้าวพี่ ตามาอีกฝั่งหนึ่งแล้ว นนบุรี ต้นบอกว่าแถวไหนเดี๋ยวพี่ตามไป ตาเธอตอบกลับมาว่า มันไกลนะพี่ เอาไว้วันหน้านะ วันนี้ตาขอโทษ หลังจากฟังคำนั้นจบ ต้นรู้สึกเหมือน ชีวิตและความรู้สึกดีๆ มันหายไปรู้สึกห่อเหี่ยวจิตใจมากที่สุด หมดแรงแม้จะก้าวเดินออกจากที่นั่น ต้นตัดสินใจนั่งรถกลับ เมื่อถึงจังหวัดที่ต้นอยู่ ประมาณ สองทุ่ม ต้นเดินจากลงรถเพื่อกลับบ้าน ไม่โบกรถเมล์คันไหนเลย เดินหมดกำลังใจ หัวใจห่อเหี่ยวในวันที่ผู้คน คนอื่นๆต่างกันครื้นเครงเพราะงานลอยกระทง แต่ต้นต้องเศร้าและผิดหวัง ที่ไม่มีโอกาสแม้แต่เห็นหน้าผู้หญิงที่ตัวเองรัก ผู้หญิงที่คิดถึงมากที่สุด แค่ได้เห็นหน้าเธอ สองนาที แค่นี้ต้นก็ดีใจ แต่กลายเป็นเหมือนเราอยู่ห่างกันคนละโลก เดินทางไปถึงที่ที่เธออยู่ แต่ยังไม่มีโอกาสแม้ได้พบ มันช่างน่าเศร้าใจเป็นที่สุด....ต้นเดินไปเรื่อยๆถึงบ้านเกือบเที่ยงคืน เพื่อให้ตัวเองได้คิดพิจารณากับทุกอย่าง พยายามคิดไปว่า ตาคงไม่ได้ตั้งใจ เมื่อเดินถึงบ้านแล้วหลับตานอน หลังจากตื่นมา ต้นก็หายท้อแท้ พยายามที่จะเป็นคนดีของตาต่อไปให้อภัยตาทุกเรื่อง แต่ตาก็ยัง ไม่ค่อยมีเวลาเหมือนเคยส่วนใหญ่ต้นจะรอเวลาที่ตาเลิกกะ เกือบๆเที่ยงคืนแต่ก็ โทรศัพท์คุยกันน้อยลง เวลาที่ตาโทรมาเรื่องเงินต้นจะรู้สึกดีใจมาก คิดแต่อยากคุยกับเธอมากกว่าเรื่องอื่น จนมาถึงวัน เกิด ของตา วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ต้นไปหาตาที่ทำงาน วันนั้นฝนตก เสื้อของต้นเปียกฝน ต้นไปซื้อเค็กใน เซเว่น กับเทียนหนี่งเล่ม รอเธอที่หน้าโรงพยาลทีเธอทำงาน เพื่อรอเป่าเค้กให้เธอ แล้วก็เดินทางกลับ จากบ้านระยะทางที่ไปหาเธอ จะไกลสักแค่ไหน ต้นไม่เคยหวั่น แค่เราได้เป่าเค้กแล้วก็แยกย้ายกลับบ้าน เพราะตาต้องเข้าหอพัก คืนนั้นเราคุยกันแค่สองสามคำ แต่ต้นจำรอยยิ้มของตาได้ดี ดูเธอยิ้มอย่างมีความสุข หรืออาจจะเขิน ก็ไม่อาจจะแน่ใจได้แต่ ก็ทำให้ต้น มีความสุขมากที่สุดและไม่เคยย่อท้อ ที่จำทำดีกับเธอต่อไป
แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่ง วันที่ต้นไม่เคยคาดคิดก็มาถึง วันนั้นต้นโทรหา ตา หลังเลิกงานเช่นเดิม วันนั้นตาบอกต้นว่า พี่ต้น เดี๋ยวแค่นี้ก่อนนะ ตาง่วงแล้ว แล้วตาก็รีบวางไป แต่โทรศัพท์ของต้น ยังไม่ได้วาง อยู่ๆก็มีเสียงของผู้ชาย พูดขึ้นมา คุยกับผู้หญิงจีบกันหวานแหวว..ใช่แล้วเสียงของตา กำลังคุยกับผู้ชายอีกคน ดังผ่านหูของต้นไป เสียงผู้ชายบอกว่าเดี๋ยวจะให้แม่ไปขอ ผู้หญิงก็ตอบแบบยั่วยวน......ตอนนี้หัวใจของต้น เต้นจังหวะรัวๆ เต้นแรงมากขึ้น มากขึ้น ต้นพยายามควบคุมและตั้งใจฟังอย่างเงียบเงียบ แต่ในที่สุดก็ทนไม่ไหว สิ่งที่ต้นทำวันนั้นคือ ต้นร้องเพลงไปหนึ่งท่อนครับ บ้ามากครับ ร้องเพลงใส่ ใครฟังแล้วก็คง งง แต่ใช่แล้วครับ ต้นทำแบบนั้นจริงๆ เสียงปลายสาย รีบถามกันให้วุ่นเสียงใคร เสียงใครอ่ะ แล้วโทรศัพท์ก็ตัดไป ต้นนั่งทำใจอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจ โทรไปบอก ตา ว่า ตา พี่ขอโทษนะ พี่ไม่ได้อยากแอบฟังหรอก แต่ตา เธอตอบกลับมาว่า พี่จะขอโทษทำไม ตาสิต้องขอโทษพี่ ตาเธอยอมรับว่า เธอชอบหลอกผู้ชาย แต่เธอบอกต้นว่า เธอไม่หลอกต้น เพราะต้นเป็นคนดี แต่ความรู้สึกของต้นตอนนี้ มันแย่ครับ มันเจ็บ เจ็บที่ใจ ต้นพยายามคิดทบทวนตัวเองเสมอ ว่า ต้นอาจยังดีไม่พอ ถ้าย้อนกลับไปได้ ต้นจะดีกับตาให้มากกว่านี้ เวลาต้นร้องเพลงกล่อมตานอน บางครั้งตาเผลอหลับไป เสียงตาเงียบไปต้นจะปลุกตาอีกรอบ ถ้าหากมันแก้ไขได้ ต้นจะปล่อยให้ตาหลับไปไม่รบกวนเธอให้ตื่น หรือเธออาจจะรำคาญ ที่ต้องมานอนฟังเสียงคนร้องเพลงกล่อม เวลา ตากับต้นไปดูหนัง ต้นกลัวตาอายคนอื่นที่เดินกับต้น ต้นมักจะเดินห่างๆเธอเสมอ
ต้นเชื่อเสมอว่าการที่ใครสักคนหยุดที่เราไม่ได้ แสดงว่า เราอาจยังดีไม่พอ เวลานี้ต้นเข้มแข็งกว่าที่เคยเป็นมา เพราะสา ทำให้ต้นเป็นคนเข้มแข็ง ต้องขอบคุณเธอที่ทำให้วันนี้ ต้นไม่มีน้ำตา หลังจากนั้น ตากับต้นไม่ค่อยได้ติดต่อกัน เวลาที่คุยกันน้อยลง แต่ยังคงติดต่อกันบ้าง จวบจนทุกวันนี้ ตาก็ยังคงเป็นตา ที่อยู่ในใจของต้นเสมอ ต้นไม่เคยโกรธเธอแม้สักครั้งเดียว อาจเป็นเพราะต้นยังไม่อาจดีให้มากพอ หรืออาจเป็นเพราะวาสนา ที่เรามีต่อกัน มันมีแค่นั้น เราจึงได้พบและรู้จักกันได้น้อยเสียเหลือเกิน...
เวลาต้นมีปัญหา ต้นมักไปคุยกับพี่ ที่ทำงานคนหนึ่ง แกเป็นคนเดียวที่รับรู้เรื่องของต้น แกมักบอกเสมอว่า ต้น เธออะ อย่าทำตัวเป็นพระเอกลิเกเกินไปสิ !!
มันทำให้ต้นอดคิดและขำไม่ได้ ต้องขอบคุณพี่มากที่ทำให้ต้นคนนี้ได้มีที่ปรึกษาปัญหาชีวิต ในทุกๆช่วงชีวิตตลอด
หลังจากนั้นต้นเริ่มมาทำ วงดนตรีกับเพื่อน ต้นผ่อนกลองชุด เอากีตาร์ตัวเอง ไปให้เพื่อน ซ้อม ส่วนตัวเอง ก็ร้องนำ โชคดีที่ช่วงนั้น มีพี่นักดนตรีคนหนึ่ง แกเปิดร้าน ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ให้ยืมสถานที่ชั้นบนของร้าน ทำห้องซ้อม ต้นกับเพื่อนจึงช่วยกันทำห้องซ้อมและซ้อมเพลงบ่อยๆคลายเครียด
รักพี่มีแต่ให้
เวลาค่ำหลังเลิกงานต้นแวะที่ร้าน คาราโอเกะ ร้านเดิมทุกวัน สั่งน้ำเปล่าหนึ่งแก้วบางวันก็สั่งข้าวกิน แล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือหยอดตู้เพลง ร้องสลับสับเปลี่ยนกับโต๊ะ อื่น เป็นแบบนี้อยู่เกือบทุกวัน ที่ไปทำงานประจำ ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ต้นได้เพื่อนใหม่ รุ่นลุง ลงแกชอบมาร้องคาราโอเกะ ที่นี่ประจำเหมือนกับต้น เสียงของแกเพราะมาก ถ้าตอนนั้น มี รายการโชว์เสียงเหมือนสมัยนี้ รับรองว่าแก ดังแน่นอน ลุงแกก็มาร้องเพลง สั่งน้ำเปล่า แบบต้นเหมือนกัน ช่วงที่ชีวิตโสดมาเยือน ทำให้ต้น เริ่มมาดูแลตัวเองดีขึ้น เริ่มซื้อของใช้ไฟฟ้าเข้าบ้าน ใหม่ และได้กีตาร์ไฟฟ้าตัวแรก ของชีวิต
ในทุกวันหยุด หลังจากเสร็จ งานในบ้านนาย ต้นจะเอากีตาร์ มาเล่นกับคีย์บอดที่นายเอามาวางไว้ใต้เรือนบ้าน ประจำ บางครั้งนายจะพาเพื่อนมากินเหล้า แล้วให้ต้น เล่นดนตรีกล่อม เป็นแบบนี้หลายเดือน ช่วงนั้น ที่ต้นไปร้านคาราโอเกะ ต้นก็ได้เจอกัน นี สาวม่ายลูกติดแรกเกิด เพราะพ่อเด็กไม่ยอมรับ นีจึงมาอยู่กับแม่ ซึ่งเป็นแม่ครัวประจำร้าน คาราโอเกะ ต้นและนีพูดคุยกันตามประสา คนเห็นใจกันทั่วไป ไม่มีอะไรพิเศษ เพราะต้นยังไม่พร้อมที่จะรักใคร
แล้วอยู่มาวันหนึ่ง พี่พร ก็มาพูดคุยกับต้น แกบอกต้นว่าจะติดต่อหลานสาวให้ และบ้านของพี่พร อยู่ติดกับที่ทำการสถาบันการเงินที่ต้นทำงานอยู่ ซึ่งแกจะเห็นต้นทำงานทุกวัน แล้วแกจะทักเป็นประจำทุกวัน เพราะแกไม่ได้ทำงานเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกอยู่บ้านจึงมีเวลาว่างค่อนข้างเยอะ วันหนึ่ง หลานสาวพี่สาก็มาเที่ยวหา เธอมีชื่อว่า ตา ตาเธอป็นนักศึกษาพยาบาลเธอเรียนใกล้จะจบ พ่อกับแม่ของเธอมีอาชีพ รับจ้างกรีดยาง ทางภาคใต้ส่งให้เธอเรียน เธอมาเที่ยวบ้านพี่พร เพราะน้าสาวของเธอนัดกับเธอว่าจะพาไปเที่ยวที่บ้านน้าชาย อีกคนที่รับราชการต่างจังหวัด แล้วพี่พรก็นัดกับต้นไว้ก่อนหน้านั้นอาทิตย์หนึ่งว่าให้ ต้นช่วยขับรถพาแกไปบ้านพี่ชาย ที่ต่างจังหวัด ให้หน่อย แกพาหลานสาวและลูกๆไปด้วย ต้นจึงได้ขับรถพาน้าพรและตาไปที่บ้าน ของน้าชายของตาและค้างที่นั่น 1 คืน ตั้งแต่วันนั้น ต้นกับ ตา ก็ได้เริ่มทำความรู้จักและคุยกัน ต้นโทรตาทุกคืนที่ตาว่างต้นจะ กล่อมเธอ ร้องเพลงเล่นดนตรีให้เธอฟังก่อนนอน บ่อยๆ แล้วตาก็เริ่ม ไปฝึกงานที่โรงพยาบาลในกรุงเทพ หลังจากฝึกงานครบกำหนดแล้วตาก็ ทำงานที่นั่นเลยหลังฝึกงานเสร็จ แล้วเรียนต่อวันหยุด ช่วงนั้น ตา เริ่มใช้เงินเยอะ เธอขอยืมเงินต้นใช้ บ่อยๆ ช่วงนั้นต้นเองก็ค่าใช้จ่ายเริ่มมากขึ้น บางครั้งต้องกู้ยืมเพื่อให้ตา เรียน ต้น เคยนัดเที่ยวกับ ตาไม่กี่ครั้ง หลังจากคบกัน หนึ่งปี ต้นรู้สึกว่า ตาคือคนที่ต้นรัก และอยากตาคิดเช่นเดียวกัน ต้นคิดเสมอว่า จะเป็นคนดีของเธอให้ดีที่สุด วันหนึ่งต้นไปหาตาที่ทำงานเธอและต้นไปหาและซื้อ แหวนให้ตาหนึ่งวง มันเป็นแหวงทองที่วงไม่ใหญ่นัก แต่มีคุณค่าที่จะจดจำ ว่าครั้งหนึ่งในชีวิต ต้นซื้อแหวนให้กับผู้หญิง คนหนึ่ง คนนี้ และตาก็เป็นคนแรกคนนั้น ตลอดเวลาที่คบกัน ต้นไม่เคยล่วงเกินตาเลย แม้กระทั่งจับมือ เวลาไปดูหนัง ตาจะพาเพื่อนไปด้วยทุกครั้ง ระยะหลัง โทรศัพท์ของตาเสียต้นก็ส่งโทรศัพท์ไปให้ตาใช้ ส่วนต้น ก็ไปหาซื้อโทรศัพท์มือสองมาใช้ บางครั้งต้นโทรไปตาจะบอกว่าไม่ค่อยว่างจนกระทั่ง วันนั้น ซึ่งเป็นวันลอยกระทง ต้นบอก ตาว่าจะไปหาแล้วลอยกระทงด้วยกัน ต้นนั่งรถทัวน์ เดินทางไปหาตา ที่ไกลเกินกว่า 100 กม. ต้นโทรไปหาตาก่อนจะเดินทางถึงตาบอกว่าวันนี้มีเคสเข้ามาช่วยพักนึง แล้วต้นจึงบอกว่า ได้งั้นเดี๋ยวพี่ไปรอละกันนะ วันนั้นต้นจำเวลาที่ลงรถเมล์ได้ไม่เคยลืม เป็นเวลา 11.35 ต้นถึงที่นั่นและนั่งรอตาด้านในโรงพยาบาลแห่งนั้น ตั้งแต่ 11.40 และโทรบอกตาว่า พี่รอละกัน จวบจนถึงเวลา 17.30 ต้นโทรถามตาว่าอยู่ที่ไหน พี่รอยู่ ไม่เห็นสักที ตาบอกต้นว่า อ้าวพี่ ตามาอีกฝั่งหนึ่งแล้ว นนบุรี ต้นบอกว่าแถวไหนเดี๋ยวพี่ตามไป ตาเธอตอบกลับมาว่า มันไกลนะพี่ เอาไว้วันหน้านะ วันนี้ตาขอโทษ หลังจากฟังคำนั้นจบ ต้นรู้สึกเหมือน ชีวิตและความรู้สึกดีๆ มันหายไปรู้สึกห่อเหี่ยวจิตใจมากที่สุด หมดแรงแม้จะก้าวเดินออกจากที่นั่น ต้นตัดสินใจนั่งรถกลับ เมื่อถึงจังหวัดที่ต้นอยู่ ประมาณ สองทุ่ม ต้นเดินจากลงรถเพื่อกลับบ้าน ไม่โบกรถเมล์คันไหนเลย เดินหมดกำลังใจ หัวใจห่อเหี่ยวในวันที่ผู้คน คนอื่นๆต่างกันครื้นเครงเพราะงานลอยกระทง แต่ต้นต้องเศร้าและผิดหวัง ที่ไม่มีโอกาสแม้แต่เห็นหน้าผู้หญิงที่ตัวเองรัก ผู้หญิงที่คิดถึงมากที่สุด แค่ได้เห็นหน้าเธอ สองนาที แค่นี้ต้นก็ดีใจ แต่กลายเป็นเหมือนเราอยู่ห่างกันคนละโลก เดินทางไปถึงที่ที่เธออยู่ แต่ยังไม่มีโอกาสแม้ได้พบ มันช่างน่าเศร้าใจเป็นที่สุด....ต้นเดินไปเรื่อยๆถึงบ้านเกือบเที่ยงคืน เพื่อให้ตัวเองได้คิดพิจารณากับทุกอย่าง พยายามคิดไปว่า ตาคงไม่ได้ตั้งใจ เมื่อเดินถึงบ้านแล้วหลับตานอน หลังจากตื่นมา ต้นก็หายท้อแท้ พยายามที่จะเป็นคนดีของตาต่อไปให้อภัยตาทุกเรื่อง แต่ตาก็ยัง ไม่ค่อยมีเวลาเหมือนเคยส่วนใหญ่ต้นจะรอเวลาที่ตาเลิกกะ เกือบๆเที่ยงคืนแต่ก็ โทรศัพท์คุยกันน้อยลง เวลาที่ตาโทรมาเรื่องเงินต้นจะรู้สึกดีใจมาก คิดแต่อยากคุยกับเธอมากกว่าเรื่องอื่น จนมาถึงวัน เกิด ของตา วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ต้นไปหาตาที่ทำงาน วันนั้นฝนตก เสื้อของต้นเปียกฝน ต้นไปซื้อเค็กใน เซเว่น กับเทียนหนี่งเล่ม รอเธอที่หน้าโรงพยาลทีเธอทำงาน เพื่อรอเป่าเค้กให้เธอ แล้วก็เดินทางกลับ จากบ้านระยะทางที่ไปหาเธอ จะไกลสักแค่ไหน ต้นไม่เคยหวั่น แค่เราได้เป่าเค้กแล้วก็แยกย้ายกลับบ้าน เพราะตาต้องเข้าหอพัก คืนนั้นเราคุยกันแค่สองสามคำ แต่ต้นจำรอยยิ้มของตาได้ดี ดูเธอยิ้มอย่างมีความสุข หรืออาจจะเขิน ก็ไม่อาจจะแน่ใจได้แต่ ก็ทำให้ต้น มีความสุขมากที่สุดและไม่เคยย่อท้อ ที่จำทำดีกับเธอต่อไป
แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่ง วันที่ต้นไม่เคยคาดคิดก็มาถึง วันนั้นต้นโทรหา ตา หลังเลิกงานเช่นเดิม วันนั้นตาบอกต้นว่า พี่ต้น เดี๋ยวแค่นี้ก่อนนะ ตาง่วงแล้ว แล้วตาก็รีบวางไป แต่โทรศัพท์ของต้น ยังไม่ได้วาง อยู่ๆก็มีเสียงของผู้ชาย พูดขึ้นมา คุยกับผู้หญิงจีบกันหวานแหวว..ใช่แล้วเสียงของตา กำลังคุยกับผู้ชายอีกคน ดังผ่านหูของต้นไป เสียงผู้ชายบอกว่าเดี๋ยวจะให้แม่ไปขอ ผู้หญิงก็ตอบแบบยั่วยวน......ตอนนี้หัวใจของต้น เต้นจังหวะรัวๆ เต้นแรงมากขึ้น มากขึ้น ต้นพยายามควบคุมและตั้งใจฟังอย่างเงียบเงียบ แต่ในที่สุดก็ทนไม่ไหว สิ่งที่ต้นทำวันนั้นคือ ต้นร้องเพลงไปหนึ่งท่อนครับ บ้ามากครับ ร้องเพลงใส่ ใครฟังแล้วก็คง งง แต่ใช่แล้วครับ ต้นทำแบบนั้นจริงๆ เสียงปลายสาย รีบถามกันให้วุ่นเสียงใคร เสียงใครอ่ะ แล้วโทรศัพท์ก็ตัดไป ต้นนั่งทำใจอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจ โทรไปบอก ตา ว่า ตา พี่ขอโทษนะ พี่ไม่ได้อยากแอบฟังหรอก แต่ตา เธอตอบกลับมาว่า พี่จะขอโทษทำไม ตาสิต้องขอโทษพี่ ตาเธอยอมรับว่า เธอชอบหลอกผู้ชาย แต่เธอบอกต้นว่า เธอไม่หลอกต้น เพราะต้นเป็นคนดี แต่ความรู้สึกของต้นตอนนี้ มันแย่ครับ มันเจ็บ เจ็บที่ใจ ต้นพยายามคิดทบทวนตัวเองเสมอ ว่า ต้นอาจยังดีไม่พอ ถ้าย้อนกลับไปได้ ต้นจะดีกับตาให้มากกว่านี้ เวลาต้นร้องเพลงกล่อมตานอน บางครั้งตาเผลอหลับไป เสียงตาเงียบไปต้นจะปลุกตาอีกรอบ ถ้าหากมันแก้ไขได้ ต้นจะปล่อยให้ตาหลับไปไม่รบกวนเธอให้ตื่น หรือเธออาจจะรำคาญ ที่ต้องมานอนฟังเสียงคนร้องเพลงกล่อม เวลา ตากับต้นไปดูหนัง ต้นกลัวตาอายคนอื่นที่เดินกับต้น ต้นมักจะเดินห่างๆเธอเสมอ
ต้นเชื่อเสมอว่าการที่ใครสักคนหยุดที่เราไม่ได้ แสดงว่า เราอาจยังดีไม่พอ เวลานี้ต้นเข้มแข็งกว่าที่เคยเป็นมา เพราะสา ทำให้ต้นเป็นคนเข้มแข็ง ต้องขอบคุณเธอที่ทำให้วันนี้ ต้นไม่มีน้ำตา หลังจากนั้น ตากับต้นไม่ค่อยได้ติดต่อกัน เวลาที่คุยกันน้อยลง แต่ยังคงติดต่อกันบ้าง จวบจนทุกวันนี้ ตาก็ยังคงเป็นตา ที่อยู่ในใจของต้นเสมอ ต้นไม่เคยโกรธเธอแม้สักครั้งเดียว อาจเป็นเพราะต้นยังไม่อาจดีให้มากพอ หรืออาจเป็นเพราะวาสนา ที่เรามีต่อกัน มันมีแค่นั้น เราจึงได้พบและรู้จักกันได้น้อยเสียเหลือเกิน...
เวลาต้นมีปัญหา ต้นมักไปคุยกับพี่ ที่ทำงานคนหนึ่ง แกเป็นคนเดียวที่รับรู้เรื่องของต้น แกมักบอกเสมอว่า ต้น เธออะ อย่าทำตัวเป็นพระเอกลิเกเกินไปสิ !!
มันทำให้ต้นอดคิดและขำไม่ได้ ต้องขอบคุณพี่มากที่ทำให้ต้นคนนี้ได้มีที่ปรึกษาปัญหาชีวิต ในทุกๆช่วงชีวิตตลอด
หลังจากนั้นต้นเริ่มมาทำ วงดนตรีกับเพื่อน ต้นผ่อนกลองชุด เอากีตาร์ตัวเอง ไปให้เพื่อน ซ้อม ส่วนตัวเอง ก็ร้องนำ โชคดีที่ช่วงนั้น มีพี่นักดนตรีคนหนึ่ง แกเปิดร้าน ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ให้ยืมสถานที่ชั้นบนของร้าน ทำห้องซ้อม ต้นกับเพื่อนจึงช่วยกันทำห้องซ้อมและซ้อมเพลงบ่อยๆคลายเครียด