ก่อนอื่นต้องแจ้งก่อนว่านี้เป็นหัวข้อกระทู้ใหม่ที่ จขกท เขียนเพราะแก้ไขหัวข้อกระทู้เก่าไม่ได้
เมื่อไม่นานมานี้ จขกท ได้รับเรื่องและได้รับใบมอบอำนาจให้เดินเรื่องให้ผู้เสียหายกลุ่มหนึ่งที่ได้รับความเดือดร้อนจากการลงทุนในต่างประเทศเพื่อนบ้านใกล้ๆบ้านเรา ชายแดนติดกัน มาเข้าเรื่องโดยละเอียด ทางผู้เสียหายกลุ่มนี้ได้รู้จักกับทางคู่กรณีคือคนขายโครงการหรือเจ้าของใบอนุญาตโครงการพลังงานคนไทยนั้นเองโดยรู้จักผ่านนายหน้าคนไทยผู้เสียหายเป็นคนประเทศLและประเทศไทย(นายหน้าคนเดียวที่จะเป็นพยานได้ว่าใครผิดใครถูก)ผู้เสียหายกลุ่มนี้เล่าว่าตนและพักพวกได้ตกลงซื้อใบอนุญาตก่อสร้างโครงการที่ประเทศCเพราะได้ตรวจสอบแล้วว่าใบอนุญาตนั้นระบุตัวตนได้มีเอกสารประกอบอื่นๆที่สำคัญตรวจสอบได้อยู่4ฉบับและยืนยันจากหน่อยงานภาครัฐประเทศcได้ จึงได้ตกลงที่จะซื้อขายกัน นายหน้าที่เป็นคนกลางได้บอกกับทางผู้เสียหายว่าโครงการนี้เป็นไปได้จริงๆหากทำถูกขั้นตอนและเดินเรื่องที่ละขั้นตอนได้ถูกต้องทางผู้เสียหายจึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่ประเทศCด้วยตนเองอีกครั้ง ว่าโครงการมีตัวตนจริงหรือไม่ สรุปโครงการมีใบอนุญาตจริงๆจากนั้นทางผู้เสียหายจึงได้นัดเจราจาและตกลงจะซื้อจะขายโครงการนี้กับทางผู้ขาย
ในวันที่นัดเจอกับผู้ขายโครงการผู้ขายเป็นชาย อายุ53ปี เป็นคนภูเก็ต ส่วนสูง172ซม ร่างท้วม พุงป่อง ปากห้อย ผู้ขายบอกว่าตนเองนั้นเป็นหน่วยราชการลับ"รีเจ้น" นอกเครื่องแบบ ให้เรียกตนว่า" เสธ " ตนเองสามารถเจรจากับนายทหารใหญ่ๆได้ทั้งประเทศอีกทั้งยังเป็นหน่วยราชการที่ประจำการอยู่ในประเทศCและมีพักพวกเป็นนายทหารชั้นสูงยศพลตรี และพลโทและตนเองนั้นมีทหารอารักขามากมาย วันแรกก็เริ่มอวดศักดาแล้ว ในวันนัดเจอผู้เสียหายนัดเจอกับทางผู้ขายที่ ดอนเมืองและได้คุยเรื่องข้อตกลงการจะซื้อขายใบอนุญาตก่อสร้างโครงการนั้น
เมื่อมีการตกลงจะซื้อจะขายใบอนุญาตโครงการทางผู้เสียหายได้ตกลงพูดคุยกับสมาชิกทุกคนเรื่องแผนพัฒนาโครงการต่อไปอย่างไร
ในวันทำสัญญาซื้อขายทางผู้ซื้อผู้ขายตกลงทำญญาซื้อขายกันที่ดอนเมืองเช่นเดิม สัญญาซื้อขายระบุข้อตกลงการซื้อขายกำลังการผลิต225mwหุ้น100%ที่9,000,000$USDในวันทำสัญญาผู้เสียหายจ่ายเงินให้แก่คนขาย1,240,000$และส่วนที่เหลือจ่ายหลังจากการยื่นกู้ผ่าน แต่ทางผู้เสียหายต้องเป็นคนจ่ายค่าส่วนอื่นๆเองนั้นหมายถึง เอกสารอื่นๆที่ใช้ประกอบการยื่นกู้กับแบงค์ อันได้แก่ โฉนดที่ดิน รง4 ใบอนุญาต
เอกสารที่ได้มามีดังนี้
1.ใบอนุญาตจัดตั้งบริษัท ที่ตอนหลังผู้เสียหายไปจดทะเบียนเปลี่ยชื่อถูกต้องตรวจสอบได้ผ่านคิวอาร์โค้ดที่อยู่บนใบอนุญาต
2.ใบอนุญาตผู้เสียภาษีที่ตอนหลังผู้เสียหายไปจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อถูกต้องตรวจสอบได้ผ่านคิวอาร์โค้ดที่อยู่บนใบอนุญาต
3.ใบอนุญาตกำลังการผลิต10mwฉบับจริง
4.ใบอนุญาตก่อสร้าง
หลังจากทำสัญญาซื้อขายรับเงินไปแล้ว ผู้ขายอ้างว่าจะนำเงินจำนวนดังกล่าวไปให้นาย แต่ที่จริงแล้วผู้ขายได้นำเงินไปซื้อทีดินที่ปากช่องหลายไร่ ซื้อบ้านและคอนโดให้ลูกเมีย และเมียน้อย4คน คนละ1หลังพร้อมรถคนละ1คัน รถเบ็นซ์อีก2คัน นาฬิกาเครื่องประดับอีกมากมาย พร้อมทั้งใช้เงินจ้างทหารมาเป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยที่บ้าน ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่มี
หลังจากนั้นทางผู้ขายได้แจ้งกับทางผู้เสียหายว่า จะต้องนำเงินไปจ่ายค่าที่ดินจำนวน 450เฮกตรา ราคาเฮกตราละ5000$๊USDเป็นเงิน2,250,000$
และนำไปจ่ายค่าใบอนุญาต รง.4 300,000$ ค่าใบอนุญาตเพิ่มกำลังการผลิต225mw 240,000$ ค่าใบอนุญาตซื้อขายพลังงาน ค่าใต้โต๊ะ ค่าอำนาจมืด ค่าซื้อตึก ค่าอื่นๆอีกมากมาย เป็นเงินกว่าหลาย100ล้านบาท เงินดังกว่าได้โอนผ่านธนาคารไทย เข้าหมายเลขบัญชีผู้ขาย ผ่านธนาคาร กสิกรไทย ทั้งหมด
หลังจากที่ให้เงินไปแล้วไม่นานผู้ขายก็นำเอกสารทั้งหมดมาให้ผู้เสียหาย ผู้เสียหายจึงนำเอกสารทั้งหมดไปยื่นขอกู้กับแบงค์ในประเทศC
หลังจากยื่นกู้แบงค์ทางผู้ขายก็ให้มีการจัดการเปิดโครงการแกรนด์โอเพ้นนิ่ง หรือพิธีเปิดโครงการ เปิดมันทั้งๆที่ยังทำเรื่องกู้ไม่เสร็จนั้นแหละ ในวันงานเปิดมีทหารเกษียรราชการจากฝั่งไทยไปร่วมงานมากมายและมีนักข่าวผู้คนอื่นๆที่ผู้เสียหายไม่รู้จักมาร่วมงานเต็มไปหมด อีกทั้งยังมีกลุ่มผู้เสียหายที่ไปร่วมงานพิธีเปิดแบบงง งงว่าจะเปิดทำไมเพราะยังกู้ไม่ผ่าน ในวันเปิดงานมีผู้หลับผู้ใหญ่ไปร่วมงาน และทางผู้เสียหายได้มีการพูดคุยสนทนา บางท่านบอกว่าถูกเชิญมาเพราะได้เงินจ้างบางคนเคยลงทุนซื้อใบอนุญาตเช่นกันแต่เป็นคาสิโน บางคนเป็นนายทุนชุดเก่าที่มาเพราะคนขายอ้างว่าจะได้เงินจริงๆจากโครงการนี้ ซึ้งทางผู้เสียหายบอกว่าตอนนั้นตนเองก็เริ่มคิดมากแล้ว แต่ด้วยเพราะจ่ายเงินไปแล้วไม่รู้จะทำเช่นไร
ในวันจัดงานเปิด วันนั้นทางคนขายโครงการเป็นตัวตั้งตัวตีให้จัด พองานเปิดพิธีจบก็หนีหายไปพร้อมกับแขกที่มางานทิ้งภาระค่าจัดงานให้ทางผู้เสียหาย200,000$ทางผู้เสียหายไม่มีเงินจ่ายจึงถูกทางโรงแรมจับตัวไว้ และให้หาเงินมาจ่ายค่าจัดงานทั้งหมดจึงจะปล่อยตัวไป ทางผู้เสียหายได้ประสานงานกลับไปทางประเทศตนให้หาค่าจัดงาน จึงได้เงินมาจ่ายค่าจัดงานและตนเองถึงได้ออกจากโรงแรมและกลับประเทสได้
จุดพีคกำลังมาถึง เมื่อธนาคารที่ทางผู้เสียหายยื่นกู้ไปแจ้งกลับมาว่า ไม่สามารถให้กู้ได้เพราะเอกสารที่นำมามีปัญหาตรวจสอบไม่ได้ ทางผู้เสียหายจึงแจ้งไปทางผู้ขายถึงเรื่องเอกสารทั้งหมด ทางผู้ขายอ้างว่า ธนาคารมันโง่ ให้เปลี่ยนแผนการพัฒนาเป็นขายต่อโครงการซะ จะได้จบปัญหาเดี๋ยวจะเป็นคนจัดการให้เอง และนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความสูญเสียและเริ่มเกิดการคัดแย้ง ระหว่าผู้เสียหายและผู้ขาย เมื่อทางผู้ขาย และผู้เสียหาย ได้นำใบอนุญาตโครงการไปเร่ขายให้นายทุน จากต่างชาติ จีนออสเตรเลีย เกาหลี อเมริกา เวียดนาม พม่า ทุกคนเห็นตัวเลขกำลังการผลิตก็สนใจการลงทุนมาก ต่างลงมาตรวจสอบพื้นที่ ทางผู้ขายก็พาไปดูที่ดิน พาไปดูจุดต่างๆ แต่ละเจ้าที่มาดู คนขายพาไปดูที่ดินไม่ซ้ำที่ สร้างความมึนงง และสงสัยต่อทางผู้เสียหายเป็นอย่างมาก นายทุนแต่ละเจ้าเริ่มถอนตัวแบบไร้เหตุผล และล่าสุด นายทุนจากเกาหลีตกลงจะซื้อขายอย่างแน่นอนเมื่อตรวจสอบเอกสารที่อยู่ในมือผู้เสียหายทางผู้เสียหายจึงรีบเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับเงิน และเซ็นเช็คจ่ายเงินให้ทางผู้เสียขาย และลงไปตรวจสอบที่ดินจุดที่จะสร้างพร้อมกับนายทุนเกาหลี และไปคุยกันที่สถานฑูตเกาหลีพร้อมทนาย ก็แจ้งกลับมากับทางผู้เสียหายว่าโฉนดที่ดินนี้มันปลอมและที่มีนี้คือเป็นแค่ใบมัดจำที่ดินเพียงเท่านั้น ต่อมาตรวจสอบใบอนุญาตกำลังการผลิต225mw ก็พบว่าเป็นเอกสารที่ทำออกมาโดยทนายความเท่านั้นและให้ทางราชการเซ็นยืนยันให้ เอกสารจริง คือ 10MW และได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องให้มาสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องก็ไม่มาชี้แจงกลับหนีไม่มาพบบ ว่าเอกสารฉบับนี้ทำออกมาได้อย่างไร เพราะมีตราประทับของราชการ ใบซื้อขายกำลังไฟที่ตรวจสอบไม่ได้อีกทั้งเพราะราคาสูงเกินความจริงเป็นไปไม่ได้ นายทุนเกาหลีจึงยกเลิกการซื้อขายกับทางผู้เสียหาย และให้ผู้เสียหายไปดำเนินการเรื่องเอกสารให้ถูกต้อง
หลังจากนี้เริ่มขัดแย้งกันกับทางผู้ขาย เพราะทางผู้เสียหายจ่ายเงินไปแล้วตามข้อตกลงซื้อขายที่225mw แต่เอกสารมีเพียง10mw และจ่ายค่าที่ดิน ค่าเอกสาร ค่าดำเนินงานไปมากกว่า100ล้านบาทแล้ว ทางผู้เสียหายสอบถามเรื่องเอกสารที่ถูกต้องกับผู้ขายตลอดแต่คำตอบที่ได้ ผู้ขายกลับบอกว่าเงินทั้งหมดที่เอามาเป็นค่าซื้อขายโครงการทั้งๆที่สัญญาระบุชัดเจนว่า การซื้อขายระบุตามข้อตกลงใบอนุญาต225mw แต่ทางผู้ขายผิดสัญญา และทำเอกสารปลอมมาเพื่อหลอกเอาเงินขากทางผู้เสียหาย ดังนั้นทางผู้เสียหายจึงขอยกเลิกสัญญาซื้อขายและเรียกเงินดังกล่าวที่จ่ายไปคืนแต่ทางผู้ขาย อ้างว่าไม่ได้ถ้าคืนจะฟ้องทางผู้เสียหายว่าทำโครงการเสียหายและใช้อำนาจข่มขู่ ผู้เสียหายทุกๆครั้งที่ถามเรื่องเอกสารและการขอยกเลิกสัญญา
สิ่งที่ผู้เสียหายต้องแบกรับระหว่าที่ตามขอยกเลิกสัญญา คือการจ่ายดอกเบี้ยค่าจำนองที่ดินและทรัพย์สินอื่นๆที่พวกตนได้นำไปจำนองและบางคนก็ถูกเจ้าหนี้ตามจับ และต้องเสียบ้าน ที่ดินให้แก่เจ้าหนี้เมื่อระยะเวลาผ่านไปเรื่อยๆจนเข้า2ปีทางผู้เสียหายก็หมดเนื้อหมดตัวเพราะโครงการที่นำเงินไปลงทุนไม่สามารถก่อสร้างได้ และไม่สามารถขายต่อให้นายทุนอื่นๆได้ เงินก็ไม่มีจ่ายหนี้สิน อยู่ก็เหมือนตายทั้งเป็น บางคนครอบครัวแตกแยก เสียครอบครัวที่เป็นที่รัก
ทั้งนี้ทางคนขายยังคงนิ่งเฉยไม่รับผิดชอบในๆต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นเลย และยังขู่ฆ่าผู้เสียหายทุกๆครั้งที่ผู้เสียหายเค้าไปตรวจสอบและทางผู้ขายยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ยังได้ใช้อำนาจปลอมแปลงเอกสารสำคัญ4ฉบับเพื่อยึดเงินและหุ้นเพียงผู้เดียวและจะนำโครงการดังกล่าวไปขายต่อให้นายทุนทั้งนี้การกระทำของผู้ขายยังสร้างความเสียหายต่อโครงการเป้นอย่างมาก เมื่อผู้ขายได้ทำเว็บไซด์ปลอมขึ้นมาและเอาใบอนุญาตที่ปลอมแปลงมาไปติดในเว็บ โครงการและยื่นขอเปลี่ยนแปลงใบจัดตั้งโครงการจากชื่อผู้เสียหายและคณะ เป็นนอมินี ที่ตนตั้งมา และได้นำโครงการไปเร่ขายให้กับการ กฟผ จนวันหนึ่งเรื่องแดงเพราะทาง กฟผ แจ้งมาทางผู้เสียหายว่าเอกสารฉบับนี้ที่ทางผู้ขายนำมาเป็นของปลอม ให้ทางผู้เสียหายตรวจสอบบุคคลกรหุ้นส่วนและบุคคลภายใน ว่าใครเป็นคนทำ
เรื่องทั้งหมดจึงมีการตรวจสอบและติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องทุกๆคน และเอกสารที่เกี่ยวข้องทุกๆฉบับร่วมถึงหลักฐานคำบันทึกข้อมูลของพยานทุกคนและผู้เสียหาย อีกทั้งยังมี คลิปเสียงการสนทนาของผู้ขายที่ข่มขู่ฆ่า และอ้างผู้มีอำนาจ และ คำพูดที่ยอมรับว่าเป็นคนปลอมแปลงเอกสารและ ใช้อำนาจการปลอมแปลง และปลอมเว็บ และคลิปเสียงว่าตนปลอมเอกสาร225 และตั้งใจโกงผู้เสียหาย อีกทั้งตอนนี้ จขกท ก็โดนข่มขู่ขู่ฆ่า และทางผู้ขายแจ้งว่าจะให้ (ผบDSI)เสนิทกับคนขายโครงการเป้นคนจัดการ รวบตัวจขกท เหตุผลที่จะแจ้งจับเพราะ จขกท เป็นพวกอังยี้ ซ่องโจร ทวงนี้โหด ข่มขู่ผู้ขายให้จ่ายเงิน คืนผู้เสียหาย จริงๆด้วยเหตุเพราะจขกทเข้าไปยุ้งและไปช่วยผู้เสียหายเดินเรื่อง หากว่าจขกท ไม่ช่วยทางผู้เสียหายคงไม่มีใครกล้าต่อปากต่อคำกับคนขาย อีกทั้งไม่มีเงินเหลือในการเดินเรื่องในไทย และที่สำคัญผู้เสียหายไม่รู้เรื่องกฎหมายไทย
ทั้งนี้ จ ข ก ท หวังว่าจะเจอตัวผู้เสียหายคนอื่นๆเพิ่มและ ได้เจอกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เพิ่มอีก
รวมถึง จขกท จะบอกว่าเหตุการนี้เป็นภัยและขอลงเพื่อเตือนภัย อีกทั้งเรื่องนี้ทำให้เกิดความเสียหาย ถึง3ประเทศ หวังอย่างมากว่าจะได้คำแนะนำที่ดีที่จะจัดการกับคนที่ทำเรื่องเลวๆแบบนี้โดยไม่กลัวความผิดหรือกฎหมายอะไร ทั้งๆที่ผู้เสียหายจำนวนมากเดือดร้อนกับเรื่องนี้ จนเจียนตาย
คนไทยอ้างเป็นผู้มีอำนาจและเป็นหน่วยราชลับ'รีเจ้น'หลอกขายใบอนุญาตก่อสร้างโครงการพลังงาน225mwเหยื่อเสียเงินมากกว่า100ล้าน
เมื่อไม่นานมานี้ จขกท ได้รับเรื่องและได้รับใบมอบอำนาจให้เดินเรื่องให้ผู้เสียหายกลุ่มหนึ่งที่ได้รับความเดือดร้อนจากการลงทุนในต่างประเทศเพื่อนบ้านใกล้ๆบ้านเรา ชายแดนติดกัน มาเข้าเรื่องโดยละเอียด ทางผู้เสียหายกลุ่มนี้ได้รู้จักกับทางคู่กรณีคือคนขายโครงการหรือเจ้าของใบอนุญาตโครงการพลังงานคนไทยนั้นเองโดยรู้จักผ่านนายหน้าคนไทยผู้เสียหายเป็นคนประเทศLและประเทศไทย(นายหน้าคนเดียวที่จะเป็นพยานได้ว่าใครผิดใครถูก)ผู้เสียหายกลุ่มนี้เล่าว่าตนและพักพวกได้ตกลงซื้อใบอนุญาตก่อสร้างโครงการที่ประเทศCเพราะได้ตรวจสอบแล้วว่าใบอนุญาตนั้นระบุตัวตนได้มีเอกสารประกอบอื่นๆที่สำคัญตรวจสอบได้อยู่4ฉบับและยืนยันจากหน่อยงานภาครัฐประเทศcได้ จึงได้ตกลงที่จะซื้อขายกัน นายหน้าที่เป็นคนกลางได้บอกกับทางผู้เสียหายว่าโครงการนี้เป็นไปได้จริงๆหากทำถูกขั้นตอนและเดินเรื่องที่ละขั้นตอนได้ถูกต้องทางผู้เสียหายจึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่ประเทศCด้วยตนเองอีกครั้ง ว่าโครงการมีตัวตนจริงหรือไม่ สรุปโครงการมีใบอนุญาตจริงๆจากนั้นทางผู้เสียหายจึงได้นัดเจราจาและตกลงจะซื้อจะขายโครงการนี้กับทางผู้ขาย
ในวันที่นัดเจอกับผู้ขายโครงการผู้ขายเป็นชาย อายุ53ปี เป็นคนภูเก็ต ส่วนสูง172ซม ร่างท้วม พุงป่อง ปากห้อย ผู้ขายบอกว่าตนเองนั้นเป็นหน่วยราชการลับ"รีเจ้น" นอกเครื่องแบบ ให้เรียกตนว่า" เสธ " ตนเองสามารถเจรจากับนายทหารใหญ่ๆได้ทั้งประเทศอีกทั้งยังเป็นหน่วยราชการที่ประจำการอยู่ในประเทศCและมีพักพวกเป็นนายทหารชั้นสูงยศพลตรี และพลโทและตนเองนั้นมีทหารอารักขามากมาย วันแรกก็เริ่มอวดศักดาแล้ว ในวันนัดเจอผู้เสียหายนัดเจอกับทางผู้ขายที่ ดอนเมืองและได้คุยเรื่องข้อตกลงการจะซื้อขายใบอนุญาตก่อสร้างโครงการนั้น
เมื่อมีการตกลงจะซื้อจะขายใบอนุญาตโครงการทางผู้เสียหายได้ตกลงพูดคุยกับสมาชิกทุกคนเรื่องแผนพัฒนาโครงการต่อไปอย่างไร
ในวันทำสัญญาซื้อขายทางผู้ซื้อผู้ขายตกลงทำญญาซื้อขายกันที่ดอนเมืองเช่นเดิม สัญญาซื้อขายระบุข้อตกลงการซื้อขายกำลังการผลิต225mwหุ้น100%ที่9,000,000$USDในวันทำสัญญาผู้เสียหายจ่ายเงินให้แก่คนขาย1,240,000$และส่วนที่เหลือจ่ายหลังจากการยื่นกู้ผ่าน แต่ทางผู้เสียหายต้องเป็นคนจ่ายค่าส่วนอื่นๆเองนั้นหมายถึง เอกสารอื่นๆที่ใช้ประกอบการยื่นกู้กับแบงค์ อันได้แก่ โฉนดที่ดิน รง4 ใบอนุญาต
เอกสารที่ได้มามีดังนี้
1.ใบอนุญาตจัดตั้งบริษัท ที่ตอนหลังผู้เสียหายไปจดทะเบียนเปลี่ยชื่อถูกต้องตรวจสอบได้ผ่านคิวอาร์โค้ดที่อยู่บนใบอนุญาต
2.ใบอนุญาตผู้เสียภาษีที่ตอนหลังผู้เสียหายไปจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อถูกต้องตรวจสอบได้ผ่านคิวอาร์โค้ดที่อยู่บนใบอนุญาต
3.ใบอนุญาตกำลังการผลิต10mwฉบับจริง
4.ใบอนุญาตก่อสร้าง
หลังจากทำสัญญาซื้อขายรับเงินไปแล้ว ผู้ขายอ้างว่าจะนำเงินจำนวนดังกล่าวไปให้นาย แต่ที่จริงแล้วผู้ขายได้นำเงินไปซื้อทีดินที่ปากช่องหลายไร่ ซื้อบ้านและคอนโดให้ลูกเมีย และเมียน้อย4คน คนละ1หลังพร้อมรถคนละ1คัน รถเบ็นซ์อีก2คัน นาฬิกาเครื่องประดับอีกมากมาย พร้อมทั้งใช้เงินจ้างทหารมาเป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยที่บ้าน ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่มี
หลังจากนั้นทางผู้ขายได้แจ้งกับทางผู้เสียหายว่า จะต้องนำเงินไปจ่ายค่าที่ดินจำนวน 450เฮกตรา ราคาเฮกตราละ5000$๊USDเป็นเงิน2,250,000$
และนำไปจ่ายค่าใบอนุญาต รง.4 300,000$ ค่าใบอนุญาตเพิ่มกำลังการผลิต225mw 240,000$ ค่าใบอนุญาตซื้อขายพลังงาน ค่าใต้โต๊ะ ค่าอำนาจมืด ค่าซื้อตึก ค่าอื่นๆอีกมากมาย เป็นเงินกว่าหลาย100ล้านบาท เงินดังกว่าได้โอนผ่านธนาคารไทย เข้าหมายเลขบัญชีผู้ขาย ผ่านธนาคาร กสิกรไทย ทั้งหมด
หลังจากที่ให้เงินไปแล้วไม่นานผู้ขายก็นำเอกสารทั้งหมดมาให้ผู้เสียหาย ผู้เสียหายจึงนำเอกสารทั้งหมดไปยื่นขอกู้กับแบงค์ในประเทศC
หลังจากยื่นกู้แบงค์ทางผู้ขายก็ให้มีการจัดการเปิดโครงการแกรนด์โอเพ้นนิ่ง หรือพิธีเปิดโครงการ เปิดมันทั้งๆที่ยังทำเรื่องกู้ไม่เสร็จนั้นแหละ ในวันงานเปิดมีทหารเกษียรราชการจากฝั่งไทยไปร่วมงานมากมายและมีนักข่าวผู้คนอื่นๆที่ผู้เสียหายไม่รู้จักมาร่วมงานเต็มไปหมด อีกทั้งยังมีกลุ่มผู้เสียหายที่ไปร่วมงานพิธีเปิดแบบงง งงว่าจะเปิดทำไมเพราะยังกู้ไม่ผ่าน ในวันเปิดงานมีผู้หลับผู้ใหญ่ไปร่วมงาน และทางผู้เสียหายได้มีการพูดคุยสนทนา บางท่านบอกว่าถูกเชิญมาเพราะได้เงินจ้างบางคนเคยลงทุนซื้อใบอนุญาตเช่นกันแต่เป็นคาสิโน บางคนเป็นนายทุนชุดเก่าที่มาเพราะคนขายอ้างว่าจะได้เงินจริงๆจากโครงการนี้ ซึ้งทางผู้เสียหายบอกว่าตอนนั้นตนเองก็เริ่มคิดมากแล้ว แต่ด้วยเพราะจ่ายเงินไปแล้วไม่รู้จะทำเช่นไร
ในวันจัดงานเปิด วันนั้นทางคนขายโครงการเป็นตัวตั้งตัวตีให้จัด พองานเปิดพิธีจบก็หนีหายไปพร้อมกับแขกที่มางานทิ้งภาระค่าจัดงานให้ทางผู้เสียหาย200,000$ทางผู้เสียหายไม่มีเงินจ่ายจึงถูกทางโรงแรมจับตัวไว้ และให้หาเงินมาจ่ายค่าจัดงานทั้งหมดจึงจะปล่อยตัวไป ทางผู้เสียหายได้ประสานงานกลับไปทางประเทศตนให้หาค่าจัดงาน จึงได้เงินมาจ่ายค่าจัดงานและตนเองถึงได้ออกจากโรงแรมและกลับประเทสได้
จุดพีคกำลังมาถึง เมื่อธนาคารที่ทางผู้เสียหายยื่นกู้ไปแจ้งกลับมาว่า ไม่สามารถให้กู้ได้เพราะเอกสารที่นำมามีปัญหาตรวจสอบไม่ได้ ทางผู้เสียหายจึงแจ้งไปทางผู้ขายถึงเรื่องเอกสารทั้งหมด ทางผู้ขายอ้างว่า ธนาคารมันโง่ ให้เปลี่ยนแผนการพัฒนาเป็นขายต่อโครงการซะ จะได้จบปัญหาเดี๋ยวจะเป็นคนจัดการให้เอง และนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความสูญเสียและเริ่มเกิดการคัดแย้ง ระหว่าผู้เสียหายและผู้ขาย เมื่อทางผู้ขาย และผู้เสียหาย ได้นำใบอนุญาตโครงการไปเร่ขายให้นายทุน จากต่างชาติ จีนออสเตรเลีย เกาหลี อเมริกา เวียดนาม พม่า ทุกคนเห็นตัวเลขกำลังการผลิตก็สนใจการลงทุนมาก ต่างลงมาตรวจสอบพื้นที่ ทางผู้ขายก็พาไปดูที่ดิน พาไปดูจุดต่างๆ แต่ละเจ้าที่มาดู คนขายพาไปดูที่ดินไม่ซ้ำที่ สร้างความมึนงง และสงสัยต่อทางผู้เสียหายเป็นอย่างมาก นายทุนแต่ละเจ้าเริ่มถอนตัวแบบไร้เหตุผล และล่าสุด นายทุนจากเกาหลีตกลงจะซื้อขายอย่างแน่นอนเมื่อตรวจสอบเอกสารที่อยู่ในมือผู้เสียหายทางผู้เสียหายจึงรีบเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับเงิน และเซ็นเช็คจ่ายเงินให้ทางผู้เสียขาย และลงไปตรวจสอบที่ดินจุดที่จะสร้างพร้อมกับนายทุนเกาหลี และไปคุยกันที่สถานฑูตเกาหลีพร้อมทนาย ก็แจ้งกลับมากับทางผู้เสียหายว่าโฉนดที่ดินนี้มันปลอมและที่มีนี้คือเป็นแค่ใบมัดจำที่ดินเพียงเท่านั้น ต่อมาตรวจสอบใบอนุญาตกำลังการผลิต225mw ก็พบว่าเป็นเอกสารที่ทำออกมาโดยทนายความเท่านั้นและให้ทางราชการเซ็นยืนยันให้ เอกสารจริง คือ 10MW และได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องให้มาสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องก็ไม่มาชี้แจงกลับหนีไม่มาพบบ ว่าเอกสารฉบับนี้ทำออกมาได้อย่างไร เพราะมีตราประทับของราชการ ใบซื้อขายกำลังไฟที่ตรวจสอบไม่ได้อีกทั้งเพราะราคาสูงเกินความจริงเป็นไปไม่ได้ นายทุนเกาหลีจึงยกเลิกการซื้อขายกับทางผู้เสียหาย และให้ผู้เสียหายไปดำเนินการเรื่องเอกสารให้ถูกต้อง
หลังจากนี้เริ่มขัดแย้งกันกับทางผู้ขาย เพราะทางผู้เสียหายจ่ายเงินไปแล้วตามข้อตกลงซื้อขายที่225mw แต่เอกสารมีเพียง10mw และจ่ายค่าที่ดิน ค่าเอกสาร ค่าดำเนินงานไปมากกว่า100ล้านบาทแล้ว ทางผู้เสียหายสอบถามเรื่องเอกสารที่ถูกต้องกับผู้ขายตลอดแต่คำตอบที่ได้ ผู้ขายกลับบอกว่าเงินทั้งหมดที่เอามาเป็นค่าซื้อขายโครงการทั้งๆที่สัญญาระบุชัดเจนว่า การซื้อขายระบุตามข้อตกลงใบอนุญาต225mw แต่ทางผู้ขายผิดสัญญา และทำเอกสารปลอมมาเพื่อหลอกเอาเงินขากทางผู้เสียหาย ดังนั้นทางผู้เสียหายจึงขอยกเลิกสัญญาซื้อขายและเรียกเงินดังกล่าวที่จ่ายไปคืนแต่ทางผู้ขาย อ้างว่าไม่ได้ถ้าคืนจะฟ้องทางผู้เสียหายว่าทำโครงการเสียหายและใช้อำนาจข่มขู่ ผู้เสียหายทุกๆครั้งที่ถามเรื่องเอกสารและการขอยกเลิกสัญญา
สิ่งที่ผู้เสียหายต้องแบกรับระหว่าที่ตามขอยกเลิกสัญญา คือการจ่ายดอกเบี้ยค่าจำนองที่ดินและทรัพย์สินอื่นๆที่พวกตนได้นำไปจำนองและบางคนก็ถูกเจ้าหนี้ตามจับ และต้องเสียบ้าน ที่ดินให้แก่เจ้าหนี้เมื่อระยะเวลาผ่านไปเรื่อยๆจนเข้า2ปีทางผู้เสียหายก็หมดเนื้อหมดตัวเพราะโครงการที่นำเงินไปลงทุนไม่สามารถก่อสร้างได้ และไม่สามารถขายต่อให้นายทุนอื่นๆได้ เงินก็ไม่มีจ่ายหนี้สิน อยู่ก็เหมือนตายทั้งเป็น บางคนครอบครัวแตกแยก เสียครอบครัวที่เป็นที่รัก
ทั้งนี้ทางคนขายยังคงนิ่งเฉยไม่รับผิดชอบในๆต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นเลย และยังขู่ฆ่าผู้เสียหายทุกๆครั้งที่ผู้เสียหายเค้าไปตรวจสอบและทางผู้ขายยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ยังได้ใช้อำนาจปลอมแปลงเอกสารสำคัญ4ฉบับเพื่อยึดเงินและหุ้นเพียงผู้เดียวและจะนำโครงการดังกล่าวไปขายต่อให้นายทุนทั้งนี้การกระทำของผู้ขายยังสร้างความเสียหายต่อโครงการเป้นอย่างมาก เมื่อผู้ขายได้ทำเว็บไซด์ปลอมขึ้นมาและเอาใบอนุญาตที่ปลอมแปลงมาไปติดในเว็บ โครงการและยื่นขอเปลี่ยนแปลงใบจัดตั้งโครงการจากชื่อผู้เสียหายและคณะ เป็นนอมินี ที่ตนตั้งมา และได้นำโครงการไปเร่ขายให้กับการ กฟผ จนวันหนึ่งเรื่องแดงเพราะทาง กฟผ แจ้งมาทางผู้เสียหายว่าเอกสารฉบับนี้ที่ทางผู้ขายนำมาเป็นของปลอม ให้ทางผู้เสียหายตรวจสอบบุคคลกรหุ้นส่วนและบุคคลภายใน ว่าใครเป็นคนทำ
เรื่องทั้งหมดจึงมีการตรวจสอบและติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องทุกๆคน และเอกสารที่เกี่ยวข้องทุกๆฉบับร่วมถึงหลักฐานคำบันทึกข้อมูลของพยานทุกคนและผู้เสียหาย อีกทั้งยังมี คลิปเสียงการสนทนาของผู้ขายที่ข่มขู่ฆ่า และอ้างผู้มีอำนาจ และ คำพูดที่ยอมรับว่าเป็นคนปลอมแปลงเอกสารและ ใช้อำนาจการปลอมแปลง และปลอมเว็บ และคลิปเสียงว่าตนปลอมเอกสาร225 และตั้งใจโกงผู้เสียหาย อีกทั้งตอนนี้ จขกท ก็โดนข่มขู่ขู่ฆ่า และทางผู้ขายแจ้งว่าจะให้ (ผบDSI)เสนิทกับคนขายโครงการเป้นคนจัดการ รวบตัวจขกท เหตุผลที่จะแจ้งจับเพราะ จขกท เป็นพวกอังยี้ ซ่องโจร ทวงนี้โหด ข่มขู่ผู้ขายให้จ่ายเงิน คืนผู้เสียหาย จริงๆด้วยเหตุเพราะจขกทเข้าไปยุ้งและไปช่วยผู้เสียหายเดินเรื่อง หากว่าจขกท ไม่ช่วยทางผู้เสียหายคงไม่มีใครกล้าต่อปากต่อคำกับคนขาย อีกทั้งไม่มีเงินเหลือในการเดินเรื่องในไทย และที่สำคัญผู้เสียหายไม่รู้เรื่องกฎหมายไทย
ทั้งนี้ จ ข ก ท หวังว่าจะเจอตัวผู้เสียหายคนอื่นๆเพิ่มและ ได้เจอกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เพิ่มอีก
รวมถึง จขกท จะบอกว่าเหตุการนี้เป็นภัยและขอลงเพื่อเตือนภัย อีกทั้งเรื่องนี้ทำให้เกิดความเสียหาย ถึง3ประเทศ หวังอย่างมากว่าจะได้คำแนะนำที่ดีที่จะจัดการกับคนที่ทำเรื่องเลวๆแบบนี้โดยไม่กลัวความผิดหรือกฎหมายอะไร ทั้งๆที่ผู้เสียหายจำนวนมากเดือดร้อนกับเรื่องนี้ จนเจียนตาย