“เมื่อฉันต้องทำงาน มีชีวิตวนเวียนอยู่กับคนแก่ และฉันก็ต้องแก่ในไม่ช้า”



                       ไม่มีใครไม่แก่ แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เราจะมีชีวิตอยู่กับมันอย่างมีความสุขและสมดุลได้อย่างไร
เมื่อเวลาผ่านไปจากเด็กน้อย เป็นวัยรุ่น วัยทำงานแต่งงานมีครอบครัว วัยชราและลาจากโลกนี้ไป  เราคงปฏิเสธความแก่ไม่ได้เพราะยังไงทุกคนก็ต้องเจอ ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติและกาลเวลา
มาดูคำว่าคนแก่ในความหมายของเราคืออายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปนะคะ แก่ในทางอายุไม่ใช่หน้าตา เพราะรอบตัวหนูอายุ 40 ยังแจ่วกันทุกคน จำความได้และเติบโตมาฉันก็พบว่าคนแก่อยู่รอบกายฉันหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นแม่ใหญ่ (แม่ของยาย) ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา หรือแม้แต่พ่อแม่ที่เลี้ยงดูฉันมา เมื่อเข้าเรียนก็พบครูแก่ ๆ สวมแว่นตาหนา ๆ สอนภาษาไทยและสังคม เมื่อเข้าอุดมศึกษาก็พบครูที่ชราอีกนั่นแหละ เรียนมหาลัยก็เรียนกับคนแก่มีเพื่อนก็เพื่อนแก่คราวพ่อคราวลุง 55 จนทำงานก็ทำงานกับคนแก่ เพื่อนร่วมงานก็แก่อีกเหมือนเดิม แต่หนูกับรู้สึก Very Happy มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


                         เราเคยได้ยินวลีที่ว่า “เด็กไม่เข้าใจคนแก่หรอก จะทำยังไงให้เด็กมาเข้าใจคนแก่บ้าง” ถ้าฝั่งเด็กก็จะบอกว่าทำยังไงคนแก่จะเข้าใจเด็กวัยรุ่นบ้าง ซึ่งมันดูเป็นเหตุผลที่ขัดแย้งกันแบบลงตัว 55 ก็เพราะเมื่อวัยรุ่นอยู่กับคนแก่ ๆ มันไม่มีใครฟังใครไง ซึ่งแต่ละฝ่ายก็ต้องการพูดแต่กลับไม่มีฝ่ายไหนเป็นคนฟัง หลายคนอาจจะบอกว่าก็แล้วทำไมไม่คุยกันให้รู้เรื่องหละ มันมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้คนสองวัยหันหน้ามาคุยกันไม่ได้คือ คนแก่มักมองว่าเป็นเด็กต้องเข้าหาคนแก่ซิ ต่อให้คนแก่จะถูกหรือผิดเด็กก็ต้องเข้าหาก่อน เคารพนบน้อม ดูไม่ค่อยมีเหตุผลใช่ไหมหละ
                        สิ่งสำคัญที่เราทั้งสองฝ่ายต้องเข้าใจคือพฤติกรรมของแต่ละช่วงวัยที่กำลังเป็นอยู่ ไม่อย่างนั้นเราจะไม่มีวันเข้าใจกันได้เลย ในมุมคนแก่ก็บอกว่าหวังดี อยากให้ได้ดี ปรารถนาดี ไม่อยากให้เจอประสบการณ์ร้าย ๆ ที่เคยผ่านมาแล้ว มากกว่าบอกความปรารถนาดีที่ต้องการสื่อสาร เช่น ห่วงใย รัก จนกลายเป็นการบ่น ด่า ว่า ห้ามแทน จนลืมไปว่าธรรมชาติของคนมันต้องได้เรียนรู้และเจอด้วยตัวเอง ต่อให้ประสบการณ์นั้นจะดีหรือร้ายก็ขอให้ได้ลองหรือเจอกับตัวเองก่อน(พระพุทธเจ้ายังบอกว่าห้ามเชื่อเรา จนกว่าจะได้เจอกับตัวเอง) เพราะเด็กไม่เคยแก่ แต่คนแก่ต่างหากที่เคยเป็นเด็กมาก่อนและน่าจะเข้าใจความรู้สึกนั้นดีกว่าใคร  มาถึงตรงนี้ทำให้นึก‘ป้ามล’ - ทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) แห่งบ้านกาญจนาภิเษก ที่ว่า“เด็กทุกคนไม่เคยเป็นผู้ใหญ่มาก่อน แต่ผู้ใหญ่นี่สิเคยเป็นเด็กกันมาแล้วทุกคน” เคยมีบทเรียนแล้ว แสดงว่าเขาหลงลืมบทเรียนหรือลืมบทบาทของตัวเองไปใช่ไหม?

                                              
                มาถึงตรงนี้คิดว่าคนแก่หลายคนที่อ่านอยู่คงจะรู้สึกดี ขัดใจบ้าง หนูขอเป็นตัวแทนคนแก่เพื่อสื่อสารให้เด็ก ลูกหลานวัยรุ่นได้เข้าใจว่า“คนแก่ก็มีหัวใจ โกรธง่ายและหิวเป็น”บางส่วนบอกเล่าเรื่องราวจากประสบการณ์ที่ได้ทำงาน คลุกคลี ในหมู่คนแก่หลากหลายช่วงวัย  และหนูเองก็พอที่จะสามารถปรับตัวรับมือและอยู่กับคนแก่ได้อย่างมีความสุขบ้างแต่ก็ไม่ตลอดเวลา คือ
1.    คนแก่มักรู้สึกขลาดกลัว การจากลาและถูกทอดทิ้งให้อยู่คนเดียว  
2.    ติดที่ติดบ้าน หวงสิ่งของทรัพย์สมบัติ น้อยมากแล้วแต่คน
3.    ขี้บ่นย้ำคิดย้ำทำแต่เรื่องเดิม ๆ
4.    กินน้อย นอนแต่หัวค่ำและตื่นเช้ามากกกกกกกกกกกกก
5.    ชอบให้คนเอาใจพูดคุยด้วย เห็นความสำคัญ
6.    ไม่มีเหตุผล มีแต่อารมณ์และความรู้สึกถ้าชอบก็ทำให้หมด ถ้าไม่ชอบอย่ามาพูดด้วยเลยแม้แต่ชื่อก็น่าจะไม่อยากได้ยิน
7.    ชอบเล่าภูมิหลังความหลังที่ตัวเองเคยประสบมา
8.    หูตึง ตาฟางไม่ได้ขะมักเขม้นเหมือนสมัยเป็นหนุ่มเป็นสาว
9.    ชอบพูดมากกว่าฟัง พูดแล้วทุกคนต้องฟัง ถ้าไม่ฟังก็น้อยใจ(นอย) ไม่มีสมาธิฟังคนอื่นได้นาน ๆ
10.    ขี้น้อยใจ
11.    บางคนก็เก็บตัว ไม่ไปไหน ไม่สุงสิงกับใคร
12.    ชอบเข้าวัดฟังธรรม บางคน
13.    ชอบไปเที่ยว ไปไหนมาไหนกับลูกหลาน บางคน
14.    ชอบอยู่กับวัยรุ่นดูกระชุ่มกระชวยทันตา
15.    ปลงระลึกได้ถึงการตาย การเป็นอยู่ของชีวิต อาจจะบางคน
                 ลักษณะอาการแบบนี้อาจจะไม่ได้เป็นเหมือนกันทุกคน ขึ้นอยู่ที่การปรับตัว นิสัยส่วนตัวของแต่ละบุคคล ส่วนมากก็เห็นเป็นประมาณนี้55 เราจะปรับตัวอย่างไร อยู่กับมันได้อย่างไรในฐานะวัยรุ่น ลูกหลานคนหนึ่งที่ยังไม่แก่ แต่ต้องเผชิญและอยู่กับสิ่งเหล่านี้ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาระดับชาติ ไม่อย่างนั้นคงไม่เกิดกรณีคนแก่ถูกทอดทิ้ง ปล่อยทิ้งไว้บ้านพักคนชรา หรือปล่อยให้อยู่คนเดียวตามลำพัง

1.ต้องทำใจอันนี้เป็นลำดับต้น ๆ พยายามเข้าใจธรรมชาติของแต่ละช่วงวัย ถึงแม้ตอนแรก ๆ มันอาจจะดูยากและหงุดหงิดมากก็เถอะ
2.ฟัง ฟังอย่างตั้งใจไม่แสดงท่าทีก้าวร้าว
3.ไม่โต้ตอบโดยทันที หรือรอให้พูดจบก่อน
4.ไม่ตัดสิน อันนี้ยากมากที่สุดสำหรับเราเอง เพราะมันจะเกิดคำถามว่าทำไม เพราะอะไร ฉันผิดอะไร ทำไมไม่เข้าใจฉันบ้าง ก็เพราะคนแก่ไม่มีเหตุผลไง แต่เรากลับไปถามหาแต่เหตุผลอยู่นั่นแหละ55
5.ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็ขอให้เดินออกมาจากเหตุการณ์นั้นก่อน ออกมาสงบสติอารมณ์เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายหรือรู้สึกแย่ไปกว่าเดิม
6.บอกเงื่อนไขของตัวเราให้ทราบ อันนี้ดูเหมือนง่ายแต่การจะเดินไปพูดมันยากมาก ต้องลองฝึกนะคะ
7.ถ้ามีเหตุการณ์ที่รุนแรงถึงขั้นมีปากเสียง ทะเลาะกันอาจจะต้องใช้เวลาหลายวันแต่อย่าให้นาน ขอให้รีบเคลียร์ความรู้สึกให้ไวเพราะมันจะทับถมรอวันระเบิด ซึ่งเราไม่รู้ว่าวันไหนมันจะปะทุออกมา
8.ท่องไว้ให้ขึ้นใจว่าเดี๋ยวก็จากกัน ไม่เราก็เขาทำเป็นมองไม่เห็นบ้างก็ได้ เพื่อให้เรารู้สึกดีขึ้น



                หากถามว่าเราทำได้ทั้งหมดไหม ตอบเลยว่าไม่เพราะอารมณ์ของคนเราไม่ได้ดีตลอดเวลา เราจึงใช้วิธีดูใจตัวเอง ฝึกใจตัวเองโดยใช้สถานการณ์รอบตัวนี่แหละเป็นครูฝึกที่ดี แล้วเราจะสุขง่าย ทุกข์ยาก เพราะเราเจอเรื่องยาก ๆ มาเยอะแล้ว อย่าลืมเพิ่มพลังและหาแรงบันดาลใจในแบบของคุณนะค่ะ
               ปล.ความในใจของผู้เขียนเอง คนแก่ไม่ได้น่ารำคาญเหมือนกันหมด วัยไหนทุกคนก็มีคุณค่าและน่านับถือเหมือนกัน อย่างคนแก่ที่อยู่รอบตัวเราก็มีแต่คนที่น่านับถือ บางคนก็เป็นตัวอย่างที่ดีให้เราหลายเรื่อง บางคนเป็นครูบาร์อาจารย์ที่น่ายกย่องและเราก็เอาคำสอนการปฏิบัติตัวมาเป็นแบบอย่างตั้งหลายคน ขอบคุณคนแก่ทุกท่านที่ทำให้หนูเห็นอนาคตของตัวเอง เข้าใจคนแก่ในแบบของหนูจริง ๆ และได้เรียนรู้วิธีการจัดการกับอารมณ์ ความรู้สึกของตัวเอง จนเกิดเป็นวิธีการจัดการที่สร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด หนูไม่ต้องมานั่งทุกข์ใจต่อว่า ด่าทอและโทษใคร ๆรอบตัว อนาคตหนูก็ยังตอบไม่ได้หรอกว่าหนูจะไม่ทำมีพฤติกรรมที่น่ารำคาญ แต่หนูก็มั่นใจว่าหนูจะเป็นคนแก่อย่างมีคุณค่า ชราอย่างมีศักดิ์ศรี เหมือนลุง ๆ ป้า ๆ ครูบาร์อาจารย์แน่นอน
                                                                                                                    
                                                                                                                    ด้วยรักจากหัวใจของวัยทำงานที่มีเพื่อนเป็นป้าคนนี้
                                                                                                                            ขอบคุณรูปภาพจาก : https://pixabay.com
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่