สวัสดีค่ะ!!ขอเริ่มเล่าเรื่องเลยแล้วกันนะคะตั้งแต่อายุ2ขวบกว่าๆเราก็ไม่ได้อยู่กับแม่เพราะพ่อแม่เราแยกทางกันเราอยู่กับพ่อแต่ก็ยังได้ไปหาแม่ช่วงปิดเทอมทุกๆปิดเทอมในตอนเด็กๆเราถามแม่ตลอดว่าแม่ยังรักพ่ออยู่มั้ย....แม่ก็จะบอกเสมอว่ายังรักพ่ออยู่
**พอท่านทั้งสองแยกทางกันแม่เป็นฝ่ายที่หาสามีใหม่ก่อนเราก็เคยไปอยู่กับเขาพักนึ่งช่วงปิดเทอมหลังจากนั้นไม่นานพ่อเราก็มีภรรยาใหม่**แม่เราสอนเราดีมากๆเลยท่านเป็นแม่ที่น่ารักสอนให้เราพูดเพราะสอนให้เราน่ารักสอนให้เด็กดีสอนให้อย่าไว้ใจผู้ชายให้รักนวลสงวนตัวตั้งแต่เด็กเราเป็นเด็กร่าเริงเพราะเราไม่รู้สึกขาดหาย(ตอนที่อยู่กับพ่อแม่เลี้ยงเราก็เป็นคนใจดีแล้วก็น่ารักมากๆ)
แล้วพ่อเราก็เสียตอนเราอยู่ป.3=จุดเปลี่ยนขอชีวิตอีกจุด
**หลังจากที่พ่อเราเสียลุงกับป้าก็มาดูแลเราแทนซึ่งป้าเป็นพี่สาวแท้ๆของพ่อและลุงคือสามีของป้า**
-ทั้งลุงและป้าดูแลเราดีมากดีในที่นี้ก็คือสอนให้เราทำกับข้าวหุงข้าวล้างจานทำการบ้านเป็นพาเราไปขายฝรั่ง(ผลไม้)ต่างจังหวัดเลี้ยงน้องดูแลน้องแล้วก็ส่งเราไปเรียนที่อุบลซึ่งทำให้เราได้ประสบการณ์ดีๆทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นจนจบป.6ซึ่งลุงกับป้าดูแลเรามาก็ประมาณ 6ปีจ่ายทุกอย่างดูทุกอย่าง
.
.
.
**แล้วม.1-ม.3เราก็ได้เรียนรร.ประจำเพราะความคิดเห็นของลุงอีกคน(พี่ชายแท้ๆของพ่อ)ตอนนั้นเรารู้สึกมีความสุขนะเวลาอยู่กับเพื่อนแต่เราไม่อยากเรียนรร.ประจำต่อเเล้วทางบ้านเราก็จะบังคับให้เรามาเรียนรร.ที่เราไม่อยากเรียน(ที่เราไม่อยากรร.ที่เค้าอยากให้เรียนเพราะมันรู้สึกแย่ที่จะต้องกลับบ้าน)เพราะลุงที่เป็นพี่ชายแท้ๆของพ่อเรามาอยู่ที่บ้านคนในบ้านก็ไม่กินข้าวด้วยกันเลยเหมือนบ้านไม่มีความสุขมีแต่การพูดเสียดสีกัน เราจึงขอไปอยู่กับแม่...ย่าเราเลยบอกว่าถ้าไปอยู่กับแม่จะไม่ให้ตังสักบาท(ย่าเราไม่ชอบแม่เรา)
.
.
.
แล้วเราก็ไปต่อม.4ที่สุรินทร์ไปอยู่กับแม่ซึ่งตอนนี้แม่เรามีสามีใหม่อีกแล้วซึ่งเราก็ไม่ได้อยู่บ้านเดี่ยวกันกับแม่อะเราอยู่ห้องเช่าอีกหลังกับพี่สะใภ้(ภรรยาของพี่ชายเรา)=[(ลูกของลุง=หลานของแม่เรา)]คือพี่สะใภ้เราอะต้องเลี้ยงลูกคนเดียวเพราะพี่ชายเราติดข้อหายาเสพติดพี่สะใภ้เราต้องทำหลายอย่างมากๆเลยสงสารแกมากแต่แกก็มีไปเที่ยวไรบ้างแหละตอนกลางคืนช่วงเเรกก็ฝากลูกไว้กับเราพอพักหลังก็มีหลานแกมาอยู่ด้วย
.
.
.
พอเรามาอยู่สุรินทร์เราถึงรู้ว่าแม่เราเปลี่ยนไปแล้วเราเคยภูมิใจในแม่เรามากแต่วันนึ่งเเม่เรานั่งดื่มอยู่แล้วเป็นวันที่ลูกขอพี่สะใภ้ไม่สบายแต่แกกลับหนีไปเที่ยวเราไปบ้านแม่ทีกำลังนั่งดื่มกับสามีอยู่แล้วพูดถึงเรื่องพี่สะใภ้เราด้วยความที่เราาสงสารแกส่วนนึ่งด้วยเราเลยพูดเล็กๆน้อยๆแต่แม่คิดว่าเราพูดเข้าข้างพี่สะใภ้เรา**แม่พูดกูกับเราครั้งแรก ทั้งๆที่เราภูมิใจที่แม่สอนให้พูดเพราะ แม่พูดว่า"กูจะพูดถึงมันไม่ได้เลยใช่มั้ย ปกป้องมันดีจัง กูน่ะมันไม่ใช่แม่ที่ดีหรอก กูไม่เคยพูดกับแบบนี้หรอก ถ้าไม่รักกูไม่รักแม่กูก็ไปอยู่ที่อื่นเลย ไม่เคยจะเห็นหัวกูหรอก ไปขอเงินอี**ใช้นุ่นไปไม่ต้องมาขอกู ตอนเด็กกูถนุถนอมอย่างดีรู้ยังงี้กุไม่ให้เกิดมาหรอก...."

เราก็สามารถทนฟังอยู่ได้แค่นี้แหละ)แล้วเราก็ร้องไห้วิ่งกลับไปห้องเช่าแล้วก็นอนร้องไห้ทั้งคืนตื่นมาก็ร้องคำพูดที่แม่พูดกับเรามันพุดขั้นมาบนตัวตลอดเวลาเลยร้องไห้อยู่ทั้งวันไม่มีแรงจะทำอะไรเลยเรารูเสึกว่าเราไม่ใช่ลูกเค้าเลยหลังจากวันนั้นมาเราก็ไม่กล้ามองหน้าแม่อีกเลยมันเหมือนว่าเราไม่ดีเองหรือป่าวแต่ในทางกลับกันเรากลับคิดว่าทำมั้ยแม่ต้องพูดกับเราขนาดนั้นด้วย รู้สึกไม่สำคัญ เลยย
'
'
'
ยายบอกว่าเราไม่ควรหัวแข็งใส่แม่เราไม่ได้อยากจะไม่พูดไม่คุยแต่แม่พูดกับเราก่อนบ้างไม่ได้หรอแม่ไม่รักหนูแล้วจริงๆหรอ
เรื่องนี้หนูไม่รู้ว่าควรพูดกับใครดีช่วยหนูด้วยคะยายบอกว่าหนูจะบาปนะแต่ไม่รู้สิหนูรุ้สึกว่าแม่ที่รักหนูเค้าหายไปแล้ว.......จบแล้วคร้าไม่รูว่าต้องทำไรต่อ
หนูรู้สึกดีที่ได้ทำเรื่องดีๆข้างนอกแต่พอกลับบ้านมาต้องมานั่งร้องไห้ทุกครั้งเลยด้วยคำที่ยายบอกว่าเป็นลูกอย่าหัวแข็งใส่แม่ จนหนูรู้สึกว่าไม่อยากอยู่บ้านแล้วคะ เฮ้อ!!!
เหนื่อยจังทุกคน"ปรึกษาหน่อยค่ะ"
**พอท่านทั้งสองแยกทางกันแม่เป็นฝ่ายที่หาสามีใหม่ก่อนเราก็เคยไปอยู่กับเขาพักนึ่งช่วงปิดเทอมหลังจากนั้นไม่นานพ่อเราก็มีภรรยาใหม่**แม่เราสอนเราดีมากๆเลยท่านเป็นแม่ที่น่ารักสอนให้เราพูดเพราะสอนให้เราน่ารักสอนให้เด็กดีสอนให้อย่าไว้ใจผู้ชายให้รักนวลสงวนตัวตั้งแต่เด็กเราเป็นเด็กร่าเริงเพราะเราไม่รู้สึกขาดหาย(ตอนที่อยู่กับพ่อแม่เลี้ยงเราก็เป็นคนใจดีแล้วก็น่ารักมากๆ)
แล้วพ่อเราก็เสียตอนเราอยู่ป.3=จุดเปลี่ยนขอชีวิตอีกจุด
**หลังจากที่พ่อเราเสียลุงกับป้าก็มาดูแลเราแทนซึ่งป้าเป็นพี่สาวแท้ๆของพ่อและลุงคือสามีของป้า**
-ทั้งลุงและป้าดูแลเราดีมากดีในที่นี้ก็คือสอนให้เราทำกับข้าวหุงข้าวล้างจานทำการบ้านเป็นพาเราไปขายฝรั่ง(ผลไม้)ต่างจังหวัดเลี้ยงน้องดูแลน้องแล้วก็ส่งเราไปเรียนที่อุบลซึ่งทำให้เราได้ประสบการณ์ดีๆทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นจนจบป.6ซึ่งลุงกับป้าดูแลเรามาก็ประมาณ 6ปีจ่ายทุกอย่างดูทุกอย่าง
.
.
.
**แล้วม.1-ม.3เราก็ได้เรียนรร.ประจำเพราะความคิดเห็นของลุงอีกคน(พี่ชายแท้ๆของพ่อ)ตอนนั้นเรารู้สึกมีความสุขนะเวลาอยู่กับเพื่อนแต่เราไม่อยากเรียนรร.ประจำต่อเเล้วทางบ้านเราก็จะบังคับให้เรามาเรียนรร.ที่เราไม่อยากเรียน(ที่เราไม่อยากรร.ที่เค้าอยากให้เรียนเพราะมันรู้สึกแย่ที่จะต้องกลับบ้าน)เพราะลุงที่เป็นพี่ชายแท้ๆของพ่อเรามาอยู่ที่บ้านคนในบ้านก็ไม่กินข้าวด้วยกันเลยเหมือนบ้านไม่มีความสุขมีแต่การพูดเสียดสีกัน เราจึงขอไปอยู่กับแม่...ย่าเราเลยบอกว่าถ้าไปอยู่กับแม่จะไม่ให้ตังสักบาท(ย่าเราไม่ชอบแม่เรา)
.
.
.
แล้วเราก็ไปต่อม.4ที่สุรินทร์ไปอยู่กับแม่ซึ่งตอนนี้แม่เรามีสามีใหม่อีกแล้วซึ่งเราก็ไม่ได้อยู่บ้านเดี่ยวกันกับแม่อะเราอยู่ห้องเช่าอีกหลังกับพี่สะใภ้(ภรรยาของพี่ชายเรา)=[(ลูกของลุง=หลานของแม่เรา)]คือพี่สะใภ้เราอะต้องเลี้ยงลูกคนเดียวเพราะพี่ชายเราติดข้อหายาเสพติดพี่สะใภ้เราต้องทำหลายอย่างมากๆเลยสงสารแกมากแต่แกก็มีไปเที่ยวไรบ้างแหละตอนกลางคืนช่วงเเรกก็ฝากลูกไว้กับเราพอพักหลังก็มีหลานแกมาอยู่ด้วย
.
.
.
พอเรามาอยู่สุรินทร์เราถึงรู้ว่าแม่เราเปลี่ยนไปแล้วเราเคยภูมิใจในแม่เรามากแต่วันนึ่งเเม่เรานั่งดื่มอยู่แล้วเป็นวันที่ลูกขอพี่สะใภ้ไม่สบายแต่แกกลับหนีไปเที่ยวเราไปบ้านแม่ทีกำลังนั่งดื่มกับสามีอยู่แล้วพูดถึงเรื่องพี่สะใภ้เราด้วยความที่เราาสงสารแกส่วนนึ่งด้วยเราเลยพูดเล็กๆน้อยๆแต่แม่คิดว่าเราพูดเข้าข้างพี่สะใภ้เรา**แม่พูดกูกับเราครั้งแรก ทั้งๆที่เราภูมิใจที่แม่สอนให้พูดเพราะ แม่พูดว่า"กูจะพูดถึงมันไม่ได้เลยใช่มั้ย ปกป้องมันดีจัง กูน่ะมันไม่ใช่แม่ที่ดีหรอก กูไม่เคยพูดกับแบบนี้หรอก ถ้าไม่รักกูไม่รักแม่กูก็ไปอยู่ที่อื่นเลย ไม่เคยจะเห็นหัวกูหรอก ไปขอเงินอี**ใช้นุ่นไปไม่ต้องมาขอกู ตอนเด็กกูถนุถนอมอย่างดีรู้ยังงี้กุไม่ให้เกิดมาหรอก...."
'
'
'
ยายบอกว่าเราไม่ควรหัวแข็งใส่แม่เราไม่ได้อยากจะไม่พูดไม่คุยแต่แม่พูดกับเราก่อนบ้างไม่ได้หรอแม่ไม่รักหนูแล้วจริงๆหรอ
เรื่องนี้หนูไม่รู้ว่าควรพูดกับใครดีช่วยหนูด้วยคะยายบอกว่าหนูจะบาปนะแต่ไม่รู้สิหนูรุ้สึกว่าแม่ที่รักหนูเค้าหายไปแล้ว.......จบแล้วคร้าไม่รูว่าต้องทำไรต่อ
หนูรู้สึกดีที่ได้ทำเรื่องดีๆข้างนอกแต่พอกลับบ้านมาต้องมานั่งร้องไห้ทุกครั้งเลยด้วยคำที่ยายบอกว่าเป็นลูกอย่าหัวแข็งใส่แม่ จนหนูรู้สึกว่าไม่อยากอยู่บ้านแล้วคะ เฮ้อ!!!