>> เที่ยวหมู่บ้านสายหมอก @หมู่บ้านอีต่อง ปิล็อก กาญจนบรี (กทม-กาญ-อีต่อง-กาญ-กทม) เที่ยว 4 วัน แบบไม่มีรถส่วนตัว

เพี้ยนกินมาม่าเพี้ยนรู้สึกเงียบเพี้ยนแหวะminiheartเพี้ยนออกทริป
ยินดีต้อนรับนักเดินทางทุกคน สวัสดีทุกคนที่อ่านกะทู้นี้ ขอเล่าการเดินทางที่ตั้งใจไปมากพร้อมกับการรีวิวสถานที่เที่ยวไปในตัว ชนิดทุกคนน่าจะคิดเหมือนๆกัน ทริปนี้เราเดินทางกัน 2 คน ชิวๆ  5555เพี้ยนปักหมุด
เพี้ยนเย้ ลุยกันเลย เราเริ่มเดินทางออกจากกทมตอน 5 โมงเย็น ขึ้นรถตู้ที่ฝั่งตรงข้ามกับบขส หมอชิต ราคาตั๊วไปกาญจนบุรี 120 บาท ที่ซื้อตั๋วไปกาญจบรีจะอยู่ที่ ช่อง D นะ ใช้วลาประมาณ 3 ชั่วโมง ที่เดินทางเวลาเพราะ เรากลัวจะไปไม่ทันรถสองแถวขึ้นอีต่อง เพราะโทรสอบถามรถสองแถวมักจะไม่ชัวร์กับวันและเวลาในการขึ้นไปอีต่องว่ามีกี่รอบในแต่ละวัน แต่ที่แน่ๆคือ รอบแรก 10.30 โมง บางวันก็มีรถแค่รอบเดียว เลยตัดสินใจไปนอนที่กาญจนบุรี โดยจองที่พักที่คะนาอัน เกสต์เฮาส์ อยู่ใกล้กับบขส เดินไม่ถึง 200 เมตร เน้นนอนง่ายๆ แต่ห้องพักก็อยู่ในระดับดีนะ สำหรับเรานอนง่ายๆก็ถือว่าโอเคเลย ราคาก็ถูก 230 บาท อมยิ้ม17
วันที่ 2 เราตื่นนอน พร้อมเช็กเอ้าท์ 07.00 น. อากาศตอนเช้าดีมาก เดินไปซื้อตั๋วรถไปทองผาภูมิ และรอขึ้นรถ เวลา 07.40 น. ในระหว่างก็ซื้อข้าวกิน และถ่ายรูปเล่นๆกัน 555 ก็สวยดีนะ เพี้ยนขำหนักมาก จากนั้นก็ถึง ถึง ทองผาภูมิ เกือบ 10 โมง รถตู้จะจอดหน้าโรงพยาบาล เราต้องบอกให้เขาจอดให้ตรงตลาด จะได้เดินใกล้หน่อย แต่ก็มีวินมอไซต์นั่งไปตลาดนะ แต่เราเลือกที่จะเดินไป ประมาณเกือบกิโลหนึ่ง เดินเล่นๆ เหมือนไม่รีบ ระหว่างทางก็แวะไหว้พระและแวะร้านกาแฟอมยิ้ม01
และแล้วก็ถึงตลาด แล้วก็เดินหารถสองแถวทันที พอดีทันรถรอบแรก ช่วงเวลานั้นรีบมากเพราะรถจะออกแล้ว ถึงจะรีบแค่ไหนก็อย่าลืมกินข้าว เข้าห้องน้ำนะ รูปภาพช่วงนี้จะไม่มี 555 เพราะไม่มีเวลาถ่าย ตื่นเต้นกับนั่งรถ 555 รถรอบแรกนั้นคนเยอะมากเต็มคัน ส่วนมากก็เป็นชาวบ้านที่บ้านอีต่อง ช่วงต่อไปนี้สำคัญเลยกับการนั่งรถสองแถว โดยส่วนตัวก็ไม่ค่อยชอบนะ แต่มันจำเป็น เส้นทางแรกๆก็สวยงาม นั่งชมวิวเขื่อน นั่งคุยกับป้าๆบนรถ และทราบมาคร่าวๆว่า เป็นชุมชนทำเหมืองแร่ ขุดหาแร่เป็นอาชีพหลัก แต่ปัจจุบันก็อยู่กันเรียบง่าย ค้าขายของให้กับนักท่องเที่ยว 555 พอนั่งไปประมาณ ครึ่งชั่วโมง ลุงคนขับรถจะแวะให้เข้าห้องน้ำ และลุยกันต่อกับ 399 โค้งก่อนถึงบ้านอีต่อง ไม่ต้องคิดไรมาก แค่เตรียมใจ เตรียมยาดม ทุกคนจะไม่เป็นไรหรอก ชิวๆ แต่เราสิ ดีนะมียาดม ลูกอม ก็รอดไป พอนั่งไปสักพักก็ถึงจุดชมวิว สวรรค์!!! ในการลงมาสูดอากาศ

เพี้ยนเขิน
จากนั้นก็ไปกันต่อเลยลูกพี่ อีกแค่ 20 กิโลเมตร เบาๆ สุดท้ายเราก้มาถึงหมู่บ้านอีต่อง เย้++++ จากนั้นเราก็เดินไปหาที่พักเพราะไม่ได้จองไป จริงๆไม่ต้องจองไปก็ได้นะ แทบจะทุกหลังเป็นโฮมสเตย์ เราได้ที่พักตรงตลาด ราคา 800 บาท/ 2 คน พร้อมอาหารเช้า ไปดูห้องพักกัน



หลังจากที่เข้าถึงห้องพักดูเวลาประมาณ บ่ายโมง ก็นอนพักเอาแค่ เปิดพัดลมเย็นๆ ก่อนที่จะไม่ได้เปิดมัน อากาศเวลานั้นก็ร้อนนะถึงร้อนมาก ภายในห้องพักมีไวไฟให้ มีน้ำดื่ม กาแฟ แต่ว่าเราจำชื่อไม่ได้ ลืม แต่จะใกล้กับ ใบบุญโฮมสเตย์ เป็นร้านขายของด้วยข้างล่าง เพี้ยนโบ๊ะหน้า
เวลาบ่าย 3 โมง เริ่มออกล่าเหยือ 555 ไม่ใช่เลยเริ่มออกไปถ่ายรูปเก็บบรรยายกาศ เราออกเร็วหน่อยเพราะพรุ่งนี้ก็ต้องกลับแล้ว มุ่งหน้าไปที่สะพานเลยตรงที่เขาเขียนป้ายไม้กัน


เพี้ยนแหวะ
จากนั้นก็ไปเช่ารถมอไซด์เที่ยว ที่ร้านตรงทางเข้าหมู่บ้าน เป็นขายเติมน้ำมันด้วย ราคา 250 บาท น้ำมันเต็มถัง ส่วนมากเป็นคนที่เกียร์นะ ฮอนด้าเวฟ ไรงี้ แล้วเราก็ขับย้อนไปที่น้ำตกจ๊อกกระดิ่น ที่นี่น้ำเย็นโคตร



ข้อควรระวังในกับขับมอไซด์ เส้นทางชันมากๆๆๆๆ กรุณาใช้เกียร์ 1 อยากให้ทุกคนระมัดระวังมากๆ
และสถานที่ต่อไปเราแวะที่หมู่บ้านอีปู้ เป็นอีกสถานที่ห้ามพลาด อยู่ตรงข้ามกับสถานีตำรวมปิล๊อก ที่นี่ก็ให้บริการกางเต้นท์ สำหรับกลุ่มที่มากับเพื่อน และชอบความเป้นส่วนตัว และอยากสัมผัสอากาศเย็นๆ พร้อมกับได้ยินเสียงน้ำไหล


จากนั้นไปต่อที่เนินช้างศึก เส้นทางก็ค่อยจะดี โปรดระมัดระวัง แต่บรรยากาศ วิว ที่นี่สวยมากๆ คือชอบที่สุดที่มาอีต่องเลยอ่ะ



เพี้ยนลอย
สถานที่นี้จริงๆควรไปตอนหกโมงเย็น เพื่อไปดูพระอาทิตย์ตกเย็น แต่เราเลือกที่จะเดินทางก็มืด เพราะกลัว ยิ่งขับมอไซด์เส้นทางก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ที่หมู่มีบริการรถนำเที่ยวนะ คนละ 200 บาท น่าจะไปที่น้ำตก เนินช้างศึก เนินเสาธง แต่เราก็เลือกที่จะเช่ารถ เพราะอยากจะแวะที่ไหนก็ได้ ส่วนตัวดีมั้ง และจากนั้นก็ไปที่เนินเสาธง ที่นี่ก็จะเห็นวิวประเทศพม่านะ ก็สวยดี


จากนั้นเราก็เอารถไปคืน ราคา 250 ถือว่าคุ้มมากก เราก็หาอะไรกินก่อนที่จะมืด ของขายเยอะมาก ไม่ต้องกลัวจะไม่อิ่ม และก็มีเสียงดนตรีสดให้ฟัง จนถึง 3-4 ทุ่มเลยแหละ ดีนะที่พักมีน้ำอุ่น ตอนเย็นอากาศเริ่มหนาวละ กินข้าว อาบน้ำเสร็จก็ลงมาเดินเล่นที่ตลาดอีกรอบ จากนั้นก็นอน
วันที่ 3 เราตื่นนอนกันตอน 6 โมงเช้า รีบอาบน้ำแต่งตัว แล้วไปเดินถ่ายรูปเล่นแถวหมู่บ้านก่อนกลับบ้าน ถ้าใครจะกลับต้องรีบๆนะ เพราะรถรอบสุดท้าย 8 โมงตรง





จากนั้นก็มาเก็บกระเป๋า กินข้าวเช้า รอใส่บาตร และก็บอกลาหมู่บ้านอีต่อง ปิล๊อก จริงๆที่หมู่บ้านนี้กลายเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวไปแล้ว คือชาวบ้านค้าขาย ทำโฮมสเตย์ สิ่งที่ประทับใจของที่นี่คือ ธรรมชาติ ที่ถ่ายรูป เต็ม 10 ให้ 7 คะแนน เพราะถือว่าเหมาะแก่การมาถ่ายรูป มากกว่ามาเที่ยวพักผ่อน เราก็คิดนะถ้าไม่มีนักท่องเที่ยวอีต่องจะเป็นยังไง แต่ชาวบ้านก็คงอยู่กับอย่างเรียบง่ายๆ เรามาถึงทองผาภูมิก็ต่อรถตู้ไปกาญจบุรีเลย และก็ไปเช่ามอไซด์ที่คะนาอันเก็ทเฮาส์ และหาที่พัก ซึ่งคืนที่ 3 เราก็นอนที่ มายโฮมเก็ทเฮาส์ เพราคะนาอันเต็มแล้วว แล้วเราก็ไปเที่ยวกันต่อเลยที่เมืองมัลลิกา ที่นี่มีค่าเข้าคนละ 200 บาท ค่าเช่าชุดอีก ซึ่งราคาก็ต่างกัน มาเที่ยวเมืองกาญทั้งทีก็ห้ามพลาดเมืองมัลลิกา ที่นี่จะมีร้านอาหารและของฝาก แต่จะต้องแลกตังค์ห้เป็นเงินสมัยโบราณ



และเราก็ไปเดินตลาดคนเดินกันต่อ ไปกินหมูกะทะที่เจ้คิด แล้วก็กลับมาพักผ่อน สงสารร่างกายมากแต่มาทั้งทีต้องเก็บให้ได้เยอะๆ
วันที่ 4 เราตื่น 8 โมงเช้า แล้วก็ไปเที่ยวที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว แล้วก็ไปวัดถ้ำเสือ ต่อด้วยร้านกาแฟมีนาคาแฟ่

จากนั้นเราก็เดินทางกลับกทม แล้วก็ไปพักผ่อนก่อนที่จะไปทำงานต่อในวันพรุ่งนี้
ค่าใช้จ่ายคร่าวๆ
ค่ารถกทม-กาญ 120 บาท กาญ-ทองผาภูมิ 150 บาท ทองผาภูมิ-อีต่อง 70 บาท คูณ 2 เพราะไปกลับ
ค่าที่พักคะนาอัน 230 บาท ค่าที่พักอีต่อง 800 บาท ค่าที่พักมายโฮม 250 บาท
ค่าเช่ามอไซด์อีต่อง 250 บาท ค่าเช่ามอไซด์ที่กาญ 250 บาท เติมน้ำมัน 60 บาท
ค่ากินค่าช้อปก็นับไม่ถ้วน เยอะ!!!เพี้ยนชนะเลิศ
สำหรับที่นี้ก็ให้คะแนน อีต่อง 7 คะแนน มัลลิกา 8 คะแนน อื่นๆก็ตามภาพ ขอบคุณที่อ่านจนจบคับ เพี้ยนหลงรัก

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่