เมื่อทุกชีวิต สามารถลิขิตทางเดินของ ชีวิตตัวเอง ใหม่ได้เสมอ

(ชื่อตัวละครทุกตัวถูกสมมติขึ้นมาเพื่อไม่ให้ดูเป็นการจงใจกล่าวหาผู้ใดให้เสื่อมเสีย )
    เรื่องของ “ต้น กับ สา”
เมื่อปลายปี พ.ศ. 2542 ต้น ได้ลาสิกขาบท ออกมาช่วยแม่ทำงาน ต้น ได้เข้าทำงานที่ บ.อุตสาหกรรมใกล้บ้านเกิด ประมาณ สามเดือนจึงได้ลาออกจากงาน เพราะออกไปช่วยแม่รับจ้าง ทำสวนกับแม่ที่บ้านน้าสาวของต้น ที่ชื่อน้า พา และที่นั่นทำให้ต้นได้รู้จักกับ สา ซึ่ง สา เองก็ทำงานอยู่ใน บ.อุตสาหกรรรมที่เดียวกับ ที่ต้นเคยทำงานอยู่ และเธอก็เป็นเพื่อนเก่าของน้องสาวต้น บ้านของสาอยู่ ที่หน้าบ้านของ น้าพา ด้วยความที่ สา เป็นสาวม่ายป้ายแดง และเธอมีอัธยาศัยดี เข้ากับคนได้ง่าย ชอบไปไหนมาไหนกันผู้ชายอยู่บ่อยๆ จึงทำให้ผู้คนในหมู่บ้าน กล่าวถึงเธอในทางเสื่อมเสียชื่อเสียงบ่อยๆ จริงบ้างเท็จบ้างตามประสา ของชีวิตประจำวันของคนบ้านนอก
ต้นกับสา เจอกันเพราะ สา นั้นสนิทกับ แฟนของน้าพาน้าเขยของต้น สาชอบเดินไปมาหาสู่อยู่บ่อยๆ ตั้งแต่เด็ก ในวันแรกที่เจอกัน ต้น นั่งเล่นกีตาร์อยู่ที่หน้าบ้านน้าพา แล้วสาเดินมาแล้วตกใจ..เฮ้ย..!! ที่เห็นต้น  ต้นนั่งเล่นกีตาร์อยู่ คืนนั้นทั้งสองคนได้พูดคุยกันตามประสา คนเคยทำงานอยู่ บ.เดียวกัน ซึ่งสาบอกว่าเธอเห็นต้นใน บ. ซึ่งต้นเองก็แปลกใจเพราะไม่เคยเห็นเธอมาก่อน สาบอกว่าสาแอบมองต้นอยู่ หลังจากวันนั้น ทุกเย็นวันเสาร์อาทิตย์ สา มักจะเดินมาที่บ้านของ น้าพา บ่อยๆ ต้นรู้สึกเหมือนตกหลุมรัก สาแบบไม่รู้ตัว เพราะต้นเป็นคนขี้อายมาตั้งแต่เด็ก เคยมีแฟน มีคนถูกใจ หลายคน แต่ที่ผ่านมา เหมือนเป็นความรัก ใส ใส แบบ เด็กๆ ไม่กล้า คิดกล้าทำอะไรเกินเลย เพราะอยาก บวชให้แม่ให้เรียบร้อยก่อน จึงทำให้ หวั่นไหว ได้ง่าย เพราะรักไม่เป็น ส่วนสา เธอก็ยอมรับว่า เธอพึงพอใจในตัวต้นอยู่บ้าง ต่อมาเมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2543 ต้นต้องไปคัดเลือกทหารเกณฑ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ทั้งสองนัดกันไว้ว่า จะไปด้วยกัน วันนั้น สา นอน รอต้นเกือบครึ่งวัน จน ทุกอย่างจบ ต้นบอกสาว่าเย็นมากแล้ว กลับไปบ้าน สา คงไม่ทันจึงชวนไปนอนค้างที่บ้านของต้นก่อน ซึ่งบ้านของต้น มีน้องสาว น้องเขย อยู่ที่นั่น สา จึงตกปากรับคำ และไปค้างที่บ้านของต้น คืนนั้นเอง ที่ต้นได้แอบ ย่องเข้าหา สา ทำให้ทั้งคู้ได้เสียกัน แต่ดูท่าทางสา เธออารมณ์เสียกับเหตุการณ์ครั้งนี้เล็กน้อย เธอบอกกับต้นว่า เธอจะไปอยู่ที่อื่น ต้นรู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ต้นกลัวไม่ได้พบเจอ สา อีก น้ำตาของลูกผู้ชายคนนึงที่ชื่อต้น ไหลออกมา แบบไม่รู้ตัว เพราะเป็นครั้งแรกที่ต้นได้เสียความเป็นลูกผู้ชายหลังจากที่เก็บมา 20 ปี และหลังจากเหตุกาณ์วันนั้น สาก็ไม่ไปหา ต้น ที่บ้านน้าพา เหมือนเคย และหลังจากนั้น ช่วงหลังสงกรานต์ ประมาณ วันที่ 23 เมษายน ต้นได้ยินเสียง ของสา มีอาการ อาเจียน และแม่ของสามักถาม อยู่บ่อยๆ แต่สา ก็บอกกับที่บ้านว่าเธอไม่สบาย แต่พอหลายวันเข้า สาจึงแอบไปตรวจแล้วพบว่าเธอตั้งท้อง และเข้ามาพูดคุยกับต้น ต้นเอง รู้อยู่แก่ใจแล้วว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่เธอจะแพ้ท้องได้เร็วขนาดนั้น แต่ก็พยายามมองโลกในแง่ดี ว่าอาจจะมีบางคนที่โอกาสจะเป็นไปได้และด้วยอานุภาพความรักที่มีให้สา..  สา บอกกับต้นว่า สา จะเอาเด็กออก ต้นไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ต้นเองก็พยายามที่จะห้ามเธอทุกครั้ง และสาปแช่งกับเธอว่าหากเธอทำแบบนั้น ขอให้ ตายตกตามกัน ไป ส่วนผู้คนในหมู่บ้านเริ่มพูดถึงความผิดปกติของสามากขึ้น มากขึ้น  หลังจากนั้นเอง ต้นได้ ออกอุบายกับสาว่า จะพาเธอไปทำแท้ง แต่ต้องเดินทาง ไปต่างจังหวัด ต้นพาสาไปสืบว่า อาไท อาของต้นพักอยู่ที่จังหวัดไหน และต้นก็ได้ข้อมูลที่อยู่ของอาไท ต้นและสาจึงนัดกัน เพื่อเดินทางไปต่างจังหวัดที่บ้านอาไท ต้นตั้งใจว่าจะไปสมัครงานและทำงานที่นั่นสักพักก่อน
หลังจากที่เดินทางถึงบ้านของอาไท ต้นกับสาพักอยู่ที่นั่น  6 วัน และอาไทแนะนำให้ไปอยู่กับ อาสาวของต้นอีกคน ที่จังหวัดใกล้เคียงกันนั้น เพราะงานหมดเป็นช่วงที่ บ.ที่อาไท ทำงานอยู่ยังไม่รับคน ต้นจึงพาสา ไปอยู่ที่บ้านของ อาสาว ชื่อว่า อากี่      อากี่เป็นคนใจดี มีอาชีพทำขนมขายส่ง ให้กับพ่อค้าแม่ค้า ตามสถานที่ราชการในตัวจังหวัด ช่วงแรก อากี่ให้ต้นช่วยทำขนมและคอยวิ่งส่งให้ ต้นเอาใจสาทุกอย่าง ซักผ้าถุง กางเกงใน เสื้อใน ต้นทำเองหมดแต่อากี่ เรียกต้นไปตำหนิ ว่า บางเรื่องควรให้ สาทำเอง เดี๋ยวจะทำมาหากินไม่ขึ้น ตันจึง ทำตามที่อากี่บอก เชื่อมั้ยครับบางครั้ง ความรัก ทำให้เรามองข้ามสิ่งที่เราเรียกว่า “กำแพง”ไปได้แบบไม่มีเหตุผล ต้นไม่เคย สร้างกำแพงเพื่อ ปิดกั้นการแสดงออกถึงความรัก ระหว่าง ต้นกับสา แต่ต้น กลับทำลายกำแพง ที่อยู่ในใจตัวเอง กำแพงที่มาจากคนรอบข้าง และคนในครอบครัวของตัวเองมาตลอด  อยู่มาไม่นาน อากี่ ก็ติดต่องาน ให้ต้นไปสมัคร ซึ่งเป็นงาน รักษาความปลอดภัย ของ ศูนย์มะเร็ง ที่ต้นเคยวิ่งส่งขนม ช่วงนั้นพนักงานขาด ต้นจึงไปสมัคร ด้วยความที่ผู้จัดการ สงสารและเห็นว่าต้นอยากทำงานจริงจึงรับต้นไว้ เพราะต้นเป็นคนรูปร่างเล็ก และความสูงไม่ถึงเกณฑ์ ที่ บ.ตั้งไว้ ...อากี่ให้ต้นยืมมอเตอร์ไซด์ เก่าๆคันนึงไว้วิ่งทำงาน ต้นพยายามใช้เงินทุกบาทอย่างประหยัด กับข้าว ถุงละ 10 บาท ต้นกินได้สามมื้อ เพื่อเก็บเงินไว้ให้มากที่สุด หลังจากนั้นไม่นานต้นก็ได้ รับมอบหมายงานบ่อยๆ ควงเวรแทนคนขาด เพราะบ.ที่ต้นทำรับงานไว้หลายที่ รวมถึง ที่ทำการสำนักงานเขต ของสถาบันการเงินแห่งหนึ่งในจังหวัด ไม่นานนัก ผู้จัดการก็ให้ต้น ย้ายไปประจำที่นั่น ต้นได้ทำงานอย่างตั้งใจ พนักงานทุกคนมัก ให้ต้น รับจ้างล้างรถ ในทุก ๆ วันศุกร์ตอนเย็น ก่อนงานหยุด เพื่อเป็นรายได้พิเศษ อีกทาง ต้นทำงานไม่เคยบ่นว่าเหนื่อย ท้อแท้ ง่วงนอน หรืออะไรก็ตาม
ยิ่งนับวัน ท้องของสาเริ่มใหญ่ขึ้น ๆ ต้น จึง พาสาไปไหว้ขอขมา แม่กับพ่อ และญาติผู้ใหญ่ ของสา ที่ชาวบ้านเรียกพิธีนี้ว่า “การส่งตัว” หลังจากนั้นต้นก็กลับมาทำงาน ที่เดิมเพียงคนเดียว ส่วนสา อยู่กับพ่อแม่ก่อนเพราะท้องเริ่มใหญ่ ทำอะไรไม่ค่อยไหว ไม่มีคนดูแล ช่วงที่ต้นกลับมาทำงาน รักษาความปลอดภัย ที่สถาบันการเงินแห่งนั้น ผู้จัดการสาขาเขต ของที่นั่น ชักชวนต้น ไปอยู่ด้วย ท่านรับปากว่าจะฝากเข้าทำงานเป็นพนักงานขับรถ และให้ไปอยู่ พักและดูแลบ้านให้ท่าน ที่ปลูกไว้ติดริมแม่น้ำใหญ๋ ต้นก็ ตกปากรับคำ นาย ว่าจะไป ระหว่าง ที่ต้นอยู่คนเดียว ต้นได้เพื่อนรุ่นพี่ ที่ทำงาน อยู่สำนักงานเขตนั้นเป็นเพื่อน พาไปเที่ยวบ่อยๆ วันหนึ่ง เพื่อนของต้น พาต้น เข้าสถานบริการ ด้วยความที่ ทนความรบเร้าของเพื่อนไม่ไหวด้วยความเกรงใจ คืนนั้น ต้น ตกลงที่จะนอนค้าง ในสถานบริการแห่งนั้น กับสาวที่สวยที่สุด ของที่นั่น ต้นพยายามพูดคุยกับเธอแบบกันเอง เธอมักจะตอบเป็นประโยคที่สุดฮอตว่า ทางบ้านเดือดร้อน ต้องหาเงินไปดูแลพ่อแม่ เธอบอกต้นว่า จะทำเลยไหม เธอจะได้กินยานอน เพราะต้นเหมาเธอไว้ทั้งคืนไม่ต้องรับแขกเพิ่มอีก แต่จิตใจต้น ว้าวุ้นอยู่ที่สากับลูก ต้นจึงแกลังบอกไปว่า ทำอะไรเหรอ ไม่เป็นไรนอนเถอะ ต้นลองจับที่ต้นแขนของเธอ แขนของเธอ ทั้งเย็นและนิ่มมากเกินไป แต่ต้นจึงแค่นอนค้างกับ สาวบริการคนนั้น แบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น ใครจะเชื่อได้ละครับ ว่าจะมีคนแบบนี้บนโลกใบนี้ คนที่บ้าตามเพื่อน ยอมเสียเงิน ฟรีๆ แลกกับการนอนหลับเฉยๆกับหญิงสาวแปลกหน้าที่เพิ่งพบเจอ ไม่กี่นาทีก่อน แต่มีจริงครับ ต้นคนนี้เป็นคนนึงที่เคยเป็นมาแล้วในวันนั้น ตอนเช้าตรู่ ต้นรีบลุกเดินไปเรียกเพื่อน ที่นอนอีกห้องเพื่อนบอกรอแปบ พร้อมเสียงเตียงขยับไปมา และมีเสียงครวญครางของหญิงสาวดังออกมาเป็นระยะ สาวบริการเดินมาที่ต้นถามว่าจะกลับแล้วเหรอ ต้นจึงบอกว่ากลับแล้ว และเดินไปรอเพื่อนที่รถ  
ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2544 ญาติ ของสา โทรมาบอกว่า สา คลอดลูกแล้วได้ลูกชาย  ซึ่งทำให้ต้นอดสงสัย สิ่งที่ค้างคาในใจ มาหลายเดือนไม่ได้ ว่า เธอมีอายุครรภ์ แค่ 8 เดือน ที่ไม่เคยมีใคร เป็นมาก่อน ถ้านับจากวัน ที่ 4 เมษายน – วันที่ 4 ธันวาคม เท่ากับลูกของต้น แปดเดือน พอดีไม่ขาด แต่นั่นต้น ไม่เคยบอกหรือเล่าให้ใครฟัง เพราะต้นรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้ว ต้นยินดีที่จะไปไปแจ้งเกิด ลูกชาย ให้ใช้นามสกุลของต้นด้วยความเต็มใจ และยินดีที่จะเรียกว่าลูก ต้น ลางานกลับบ้านไปดูแล สาและ ลูก หนึ่งอาทิตย์ แต่ต้น ไปรวมแล้ว 10 วัน และได้ตัดสินใจว่า กลับมาเก็บเสื้อผ้า เพื่อกลับไปอยู่กับ สาและลูก แต่วันที่ต้น เดินทางมาถึง ต้น ลงรถเมล์ ที่ บริเวณหน้าสถานที่ราชการ ที่ต้นเคยมารักษาความปลอดภัยที่นั่น ต้นได้เจอกับ ผู้จัดการ คนที่รับต้นเข้างาน ท่านขอให้ต้นช่วยอยู่เวรเพราะพนักงานลางาน ทำให้คนไม่พอ ต้นจึงรับปากทำงานต่อ เพราะความเกรงใจ ผู้จัดการ ต้นคิดว่าช่วยอีกไม่กี่วันจะลาออก และหลังจากนั้นไม่กี่วัน ทางผู้จัดการเขต ท่านเรียกต้นไปถามให้แน่นอนว่า ตกลงต้นจะไปอยู่ที่ทำงานใหม่หรือเปล่า แกให้เวลาตัดสินใจแล้วไปบอกแกทีหลัง พี่ๆพนักงานทุกคน ที่นั่น แนะนำว่าอยากให้ต้นทำงานนี้ เพราะอาจมีอนาคตที่จะเป็นคนประจำได้ เพราะที่ทำงานมีคนที่ปรับขึ้นไปประจำสาขา เพียงแต่ต้นต้องย้ายที่อยู่ใหม่เป็นจังหวัดใกล้เคียงกันและย้ายชื่อเข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านท่านซึ่งเป็น จังหวัดเดียวกันกับที่ อาไทอยู่ แต่คนละอำเภอ ต้นจึงตกปากรับคำ ว่าจะไปอยู่กับท่าน ต้น โทรบอกสา และไปรับ สากับลูกมาอยู่ด้วยกันเพื่ออนาคตที่ดี  วันจันทร์ถึงศุกร์ ต้นจะไปขับรถให้ผู้จัดการสาขา ที่นายฝากให้ไปทำและประจำสาขาที่นั่น ซึ่งห่างออกไปอีกอำเภอหนึ่งที่ทำงาน ห่างจากบ้าน ประมาณ เกือบ 20 กม. ช่วงแรก ต้นเอารถที่ทำงาน วิ่งไปกลับ เพราะยังไม่มีรถ นายจึงให้เอารถที่สาขาใช้ไปก่อน
สา มาอยู่กับต้นได้ สักพักใหญ่ ทั้งคู่เริ่มมีปากเสียงกัน เพราะสา อยากออกไปเที่ยวข้างนอกบ้าง เพราะต้นทำแต่งาน วันหยุดเสาร์อาทิตย์ ต้นต้องดูแลบ้าน นาย ตัดหญ้า รดน้ำต้นไม้ บางครั้งนาย จะให้ต้นช่วยทำกรงนกหลังใหญ่ ๆ เพราะนายชอบเลี้ยงนก ที่หายาก นายชอบน้ำตก แกให้ต้นช่วยแก้ไข น้ำตกที่ช่างทำมาหลายรุ่นแต่ไม่เสร็จ..งานไฟฟ้า ปะปา ต่างๆ ต้นจะเป็นคนทำเพราะบ้านนายปลูกใหม่ ยังไม่เรียบร้อยเท่าที่ควร นี่จึงทำให้สารู้สึกเบื่อ เพราะเลี้ยงลูกอยู่บ้าน ไม่ค่อยได้ออกไปไหน มีนานๆครั้งจะได้ไปเดินเที่ยวห้างบ้าง แต่ไม่บ่อยนักพอลูกเริ่มคลานได้ สาจึงบอกต้นว่าจะไปอยู่กับแม่จะได้ช่วยกันทำงาน สาไปอยู่กับแม่ของต้นพักนึง ส่วนลูกก็ให้ แม่ของสาเลี้ยง แต่ทำได้ไม่นาน สาก็ย้ายกลับไป บ้าน และเข้าไปสมัครงาน ที่ บ.อุตสาหกรรม ที่เคยทำมาหลายปี เพราะอยู่ใกล้บ้านสามากกว่า และมีหอพักให้เป็นบ.เดียวกับที่สาได้พบกับต้นนั่นเอง หลังจากนั้นไม่นาน น้า พา ที่อยู่หน้าบ้านของต้น โทร มาบอกต้นว่า สาเริ่มมีผู้ชายมาชอบ ให้ต้นระวังไว้ ต้นเริ่ม มีวิตกเรื่องนี้บ้าง แต่ ต้นคิดเสมอว่า คนเรา มีโอกาสที่จะเปลี่ยน ไม่มีใคร ที่จะเป็นคนไม่ดีไปตลอด และน้า ของต้นก็ยัง โทรมาพูดถึงเรื่องนี้บ่อยขึ้น  ต้นไม่ได้วิตกมากนักเพราะต้นคิดเสมอว่า ต้นจะฟังจากปาก ของสาเอง จนถึงวันหยุด ซึ้งเป็นวันสงกรานต์ ต้นจึงเดินทางกลับบ้าน แต่ต้นไปเยี่ยมแม่ก่อน ต้นถึงบ้านแม่ต้นช่วงเช้ามืด เพราะว่าต้องใชระยะเวลาในการเดินทางนาน หลาย ชม.ต้นจึงอยู่เพื่อพูดคุยกับแม่และพี่น้องก่อน เพราะต้องมาลงรถที่นั่นสะดวกที่สุด และต้นเป็นคนชอบดูหนัง หลังจากลงรถต้นนั่งดูหนังข้ามวันข้ามคืนคืน ต้นไม่ได้นอนเลย ตกตอนเย็นน้องชายต้น พาไปเล่นสนุกเกอร์พักนึงก่อนเพราะไม่ได้เจอกันนานมาก และวันนั้นต้นดื่มเบียร์ไปหนึ่งขวด ตกเย็นประมาณหนึ่งทุ่ม ต้นจึงขับมอเตอร์ไซด์ เพื่อไปหา สา กับลูก ใส่หมวกกันน็อค เก่าๆหนึ่งใบ แต่อยู่ๆเหมือนทุกอย่างหายไป ต้นรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเห็นพระจันทร์ พร้อมกับพบว่า ตัวของต้น นอนอยู่ในพงหญ้า รองเท้าหายไปข้างนึ่ง แขนมีร่องรอยของหญ้าบาดเล็กน้อย แสบบริเวณใบหน้า หมวกกันน็อค หายไป ต้นจึงลุกขี้นเดินสำรวจ และพยายามนึกและจับใจความจึงรู้ว่าตัวเองขับ รถมอเตอร์ไซด์ ตกข้างทางซึ่งเป็น ถนนบายพาสเลี่ยงเมือง โชคดีที่บริเวณนั้นมีต้นไม้ใหญ่ห่างๆกันไม่กี่ต้นจึงแค่ขับเสียหลักเพราะหลับในลงไปในแอ่ง ที่มีเพียงกอหญ้าคาเท่านั้นจึงไม่เป็นอะไรมาก เสร็จแล้วต้นรู้สึกว่าตัวเองไปต่อไม่ไหว จึงล้มตัวลงนอนสักพัก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่