ผมมีแฟนคนนึงครับเค้าไม่ค่อยทำงานบ้านอย่างมากก็แค่กวาดบ้าน ชอบไปขี้รถเรือยเปลื่อยไปข้างนอก ทำงานมาก็เอาแต่นอน ไม่ช่วยผมดูลูกหรือทำงานบ้านบางเลยครับ เวลาซื่อของก็ชอบซื่อของแพงๆ รถชาลีคันละ 15000 แต่ไปไหนไกลๆไม่ได้เครื่องจะเสีย นั่งได้สบายๆแค่ 2คน ต้องใช่ให้ผมไปส่งที่ทำงานอีกครับ โทรศัพท์ก็ชอบซื่อเครื่องเป็นหมื่นกว่าๆ ไม่ช่วยออกค่าใช่จ่ายของลูกหรือของใช่ในบ้าน ผมต้องออกคนเดียว เค้าออกแค่ค่าบ้านคนละครึ่ง บางที่เค้าก็ซื่อของกินเอง แต่บ่อยมากๆ ทั่ชอบมาตอดเงินผมกิน หรืออ้างว่าไม่มีเงินมาขอเงินผม เค้าทำงานได้เงิน10000 นิดๆ แต่เป็นหนี้ 30000 กว่าๆ แล้วยังจะให้ลูกเรียนโรงเรียน ค่าเทอม 10000 กว่าๆอีก ไม่รวมค่าชุดค่าต่างๆ ผมแทบไม่ได้ใช่เงินคัวเองชักเท่าไร ไม่เคยซื่อของให้ตัวเองเลย ผมขยันทำงานมา3ปี ตั้งใจขายของให้ธุระกิจมันโตขึ้นเรือยๆ แต่การใช่จ่ายของเมียผมมันก็โตตามมา เค้าหาเรืองให้ผมเสียเงินได้ตลอด มีเวลาว่างผมยังเป็นพนักงานเงินเดือนด้วยนะ เพราะค่าใช่จ่ายไม่พอ ต้องหางานเสริม รายได้ผม 2 ปีที่แล้วประมาณ 30000-40000 แต่ตอนนี้รายได้ผมที่ทำงานธุระกิจตัวเองอย่างเดียว 43000+ อัพแล้ว ผมก็เลยลองไม่ให้เมียใช่เงินรวมด้วยดู บอกเค้าว่าเราไม่มีของขาย ไม่มีเงินใช่ เมียผมก็เลยทำเป็นอดข้าว ขอของเหลือคนอืนกิน บ่นนู้นนี้นั้น (ไม่มีเมียช่วยใช่ผมมีเงินเก็บเดือนละ23000+อัพ และยังคงใช่เงินจ่ายค่าบ้าน และค่าใช่จ่ายลูกๆ2คนด้วยครับ ) ผมดูแล้วว่าอนาคตไปด้วยกันยาก หรือผมคิดผิดครับ มันอาจจะเป็นที่ผมเองหรือเปล่าที่คิดมาก ทั้งหมดนี้ผมแค่อยากรู้ว่า เป็นเพราะผมที่ไม่มีหัวคิดแบบคนรวย ไม่ขยัน แล้วโทษเมีย หรือเป็นเพราะผมมีคู่ไม่ดีกันแน่ครับ ปล.ผม อายุแค่ 19ปี ตอนนี้ศึกษาอสังหา ทอง หุ้นอยู่ เมียผมอายุ 27 ปี มีลูกติด 1 คน ทำงานเดียว ครับ
คนแบบนี้ที่ผมอยู่ด้วยเพราะรัก หรือผมแค่ผูกพันครับ