ทริปนี้เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน เราไปสังขละบุรีคนเดียว ตอนนั้นไปช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นหน้าฝน แล้วเป็นการเที่ยวคนเดียวครั้งแรกของเรา การเที่ยวคนเดียวมันทั้งเหงา ทั้งมีความสุข ได้หยุดคิดกับตัวเอง ทำตามใจตัวเอง เรารู้สึกว่า มันดีวะ แต่ถ้าเป็นไปได้มีเพื่อน มีแฟน อยากจะพามาที่นี่ มากันหลายๆคน มันต้องดีแน่ๆเลย แล้วฝันเราก็เป็นจริง ทริปนี้เรามากัน 4 คน


เนื่องจากทริปนี้เกิดขึ้นในวันหยุด ซึ่งคนมหาศาลมาก รูปบางรูปอาจจะไม่ได้สวย บางอย่างอาจจะดูงงๆเหมือนเรา แต่จะบอกว่าทริปนี้เป็นทริปแห่งความทรงจำ ครบรสจริงๆ เราเจอหมด ทั้งแดด ฝน ฟ้าร้อง ไฟดับ หมอก พระอาทิตย์ขึ้น-ตก ไม่พูดเยอะละ ตามมาเลยดีกว่าค่ะ
Day 1: กรุงเทพ – มีนาคาเฟ่ – ทางรถไฟสายมรณะ – สังขละบุรี
Day 2: สังขละบุรี – อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
Day 3: อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ – หมู่บ้านอิต่อง
ค่าใช้จ่ายตลอดทริป จะสรุปให้ทีหลังนะคะ
Day1:
เราเริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพ (พระราม 2) ขับรถมาเรื่อยๆ จนถึงมีนาคาเฟ่
วันที่ไปคนเยอะมากกกก อากาศร้อนมาก แต่ก็มีลมพัดสบาย ทำให้เราไม่เหนียวตัว
ตอนไปไม่ได้ซื้อกาแฟของทางร้านเลย เข้าไปถ่ายรูปแล้วก็ออกมา
จริงๆอยากอุดหนุนมากเลย แต่ด้วยประชากรมหาศาลรอไม่ไหวจริงๆ เพราะทริปเราค่อนข้างจะยาวไกล
บรรยากาศร้อนนี้ให้เต็มเลย ถ้ามาตอนคนน้อยๆ เราจะได้จิบกาแฟ กับวิวทุ่งนา และวิววัดถ้ำเสือ
ป่ะ เดินทางกันต่อ เราไปแวะกินมื้อเที่ยงกันที่ ครัวชุกโดน
ร้านนี้ค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว ร้านตั้งอยู่ริมแม่น้ำกลอง มื้อนี้สั่งมาหลายอย่างมาก ราคาจัดว่าถูกเลย
อย่างแกงคั่วหอมขมนี่ตักไปเจอแต่หอยขม ได้กินหอยแบบเต็มปากเต็มคำในราคาถูก มันก็ฟินแล้ววว

ต่อไปเราก็เดินทางกันต่อ ไปที่เส้นทางรางรถไฟสายมรณะ แวะเข้าไปไหว้พระ และชมรถไฟวิ่งบนราง
ถ้าเป็นไปได้ครั้งหน้าจะกลับมาลองนั่งรถไฟสายมรณะดู น่าจะตื่นเต้นน่าดูเลย
หลังจากที่เราชมวิว กับความร้อนกันเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินทางต่อไปสังขละบุรี
ตอนแรกเราจะแวะชมวิวกันที่ป้อมปี่ แต่คือทางที่ขับไปก็เห็นน้ำจากเขื่อนวชิราลงกรณ์
ส่องแสงเป็นประกายกับพระอาทิตย์แล้ว เราเลยตัดสินใจเดินทางต่อยิงยาวถึงสังขละบุรีเลย
เราไปถึงสังขละบุรีประมาณ 5 โมงเย็น ที่พักเราคืนนี้คือ Haiku guesthouse
อยู่ตรงข้ามกับ P Guesthouse เลยค่ะ นอนได้ห้องละ 2 คน ไม่มีแอร์ แต่ไม่ใช่ปัญหาเลย
แล้วเรากับเพื่อนก็รีบออกมาดูพระทิตย์ตกกันตรงสะพานมอญค่ะ
ครั้งนี้ที่เรามาเจอมัคคุเทศน์น้อยเยอะมาก พร้อมเล่าประวัติสะพานมอญให้ฟัง

เด็กๆจะมาถ่ายรูปกับเราด้วยค่ะ แล้วเด็กจะพูดคำนึง #แล้วแต่จะให้ น่ารักดี
แต่เด็กจะถามเรา ถ้าเราไม่สนใจก็บอกไปค่ะว่าไม่เป็นไรค่ะ น้องๆก็จะไม่ตื้อเรานะคะ
พระอาทิตย์เริ่มจะลับขอบฟ้า

พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วว สวยจริงๆ ความเหงายามพลบค่ำ
หลังจากเดินถ่ายรูปจนหนำใจแล้ว ท้องเริ่มร้อง กองทัพต้องเดินด้วยท้องอ่ะ เราต้องกิน เราต้องกิน
ป้ะ เราบอกชื่อร้านเพื่อนไปว่า ร้านแพประสานมิตร เพื่อนหากันใหญ่เลย 5555 สรุปชื่อร้านผิด
มันต้องร้านแพมิตรสัมพันธ์ สั่งปลาแรดทอดไป ถึงกับอึ้งกับปลาตัวใหญ่เว่อร์
อาหารโอเคเลยค่ะ แซบมากเว่อร์สำหรับน้ำพริกปลาย่าง คือ ดี

หลังจากที่เราอิ่มหนำสำราญกันแล้ว ก็มาเดินที่ตลาดกลางคืนกันค่ะ
วันที่เราไปเป็นวันศุกร์ พี่คนขายบอกว่าถ้าอยากมาเดินถนนคนเดินแบบ full option ต้องพรุ่งนี้
แต่เราว่าวันนี้ของก็ขายเยอะแล้วนะ ไม่ได้ลองหมูจุ่มพม่า ไม่ไหวจริงๆ เดินยังจะไม่ไหว 555
ป้ะ กลับห้องนอนพักผ่อน พรุ่งนี้รอตื่นมาตักบาตรตอนเช้า
Day 2: สังขละบุรี – อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
นาฬิกาปลุกตั้งแต่ไก่ยังไม่ขัน ไม่รู้จะรีบตื่นมาทำไม ตี 5!! ตอนทำงานก็ไม่ได้ตื่นเร็วแบบนี้นะ 555
เช้านี้ เราจะไปตักบาตรฝั่งมอญกัน เราขับรถไปจอดกันที่ฝั่งมอญเลย
ซื้อชุดตักบาตรชุดละ 99 บาท แล้วยืนรอพระตักบาตรได้เลยค่ะ

เราว่าถ้าเป็นไปได้อยากให้ซื้อพวกแกงถุง หรือโจ๊กใส่บาตรดีกว่าค่ะ
เพราะเท่าที่เห็นชุดตักบาตรคือ มีข้าวขาว และขนมเยอะมากจริงๆ
พอเราตักบาตรกันเสร็จ ท้องเริ่มร้อง เราเลยแวะกินโจ๊กกัน มีปาท่องโก๋
โรตีอบโอ่ง ราดน้ำแกงฮังเลแบบมอญ

หลังจากนั้นเรากับเพื่อนก็เดินไปหาเช่าเรือค่ะ ไปถามกับพี่คนนึงเค้าบอก 3 วัด 500 บาท
เราก็แบบ เห้ยย เมื่อวานถาม 3 วัด 300 ฮืออ พี่เค้าบอกว่ามันเป็นคิวเรือ จะราคานี้
แต่พี่แกก็ใจดีนะคะ ไปหามาให้แบบ 3 วัด 300 คือ เหมือนเรือเค้าไม่ได้เข้าชมรมอะไรสักอย่าง
เลยไม่ต้องเสียค่าคิว แล้วก็เรือมีประกันเหมือนกันนะคะ เลยตกลงไป
จุดลงเรือของเราค่ะ

ตอนนั่งเรือ อากาศดีมาก เราอยากเจอหมอกมาก มองไปไกลๆก็เจอหมอกบนยอดเขา
นั่งหลับตาสูดอากาศเข้าปอด ให้สมองโล่งๆสักนิด ปกติก็โล่งนะ แต่ตอนนี้โล่งกว่า 555

นั่งได้แปบเดียว ก็ถึงวัดจมน้ำแล้ว พี่คนเรือก็เล่าประวัติ เราจำไม่ค่อยได้หรอกก บอกแล้วโล่ง
ประวัติของวัด หาอ่านเอาในอากู๋นะ 5555
วัดก็เรียงกันเลยค่ะ ตอนนั่งเรือเราก็มึนๆนะ สรุปไปครบวัดรึป่าวเนี่ย 555 แต่ไม่เป็นไร
แค่ได้นั่งเรือ หลับตา สูดอากาศก็คุ้มละ

พอขึ้นจากเรือเสร็จ เราก็แวะไปวัดวังวิเวกการมต่อ กับวัด... ฮือ ลืมชื่ออ่ะ แต่อยู่แยกซ้ายกับขวาเลยค่ะ

กลับมาที่พักเก็บของ ออกเดินทางต่อ อ้อ เราแวะตลาดซื้อของสดกันด้วย
เพราะเพื่อนเราเอาเตาปิ๊กนิคกันมา กะจะไปต้มๆ ปิ้งๆกันที่อุทยาน
เราเดินทางจากสังขละบุรี ขึ้นมาทองผาภูมิใช้เวลาไปประมาณ 3 ชม. กว่าๆเลย
ขับหลุมหลมดาวอังคารกันสนุกเลย เนื่องด้วยเป็นรถเก๋งด้วย
ถ้าใครเอารถกระบะมา หรือรถที่ยกสูงหน่อย สบายเลยค่ะ มันมาก
ขับกันมาผ่านทางสำไล้เล็ก 399 โค้ง แต่เรามีแวะพักโค้งกันที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
นกเงือกประจำอุทยานมาต้อนรับเลยค่ะ

เราจองที่พักไว้ เป็นบ้านชมดอย 3 จริงๆอยากได้บ้านต้นไม้มาก แต่ไม่ทัน TT
ออ ลืมบอก จะต้องโทรจองกับอุทยานล่วงหน้า 15 วันนะคะ สายติดค่อนข้างง่ายค่ะ
ส่วนใครอยากจองบ้านต้นไม้ เราเห็นมีให้จองในเวบนะ แต่เราไม่ได้จอง คิดว่าโทรจองดีกว่า สรุปนก 555

บ้านชมดอยก็ดีนะ ส่วนตัวมาก เรามาถึงคนยังไม่เยอะ ก็เข้าห้อง จัดเตรียมของกัน
ตามมาๆ ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว เย้ๆ มื้อนี้เราทำกินกันเองแบบง่ายๆ เลยค่ะ

กิน กิน กิน รีบกินค่ะ กินเสร็จ อาบน้ำ
ที่นี่ใช้ไฟฟ้าจากโซราเซลค่ะ จะจ่ายไฟให้ใช้ได้แค่ตอน 18.00 - 21.00 น. เท่านั้น
ในบ้านที่พักก็จะมีแค่ไฟส่องสว่างค่ะ มีปลั๊กไฟ แต่ใช้ไม่ได้ค่ะ เนื่องจากไฟไม่เพียงพอ

[CR] ::lll สังขละบุรี – อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ – อิต่อง 2018 lll::
เนื่องจากทริปนี้เกิดขึ้นในวันหยุด ซึ่งคนมหาศาลมาก รูปบางรูปอาจจะไม่ได้สวย บางอย่างอาจจะดูงงๆเหมือนเรา แต่จะบอกว่าทริปนี้เป็นทริปแห่งความทรงจำ ครบรสจริงๆ เราเจอหมด ทั้งแดด ฝน ฟ้าร้อง ไฟดับ หมอก พระอาทิตย์ขึ้น-ตก ไม่พูดเยอะละ ตามมาเลยดีกว่าค่ะ
Day 2: สังขละบุรี – อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
Day 3: อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ – หมู่บ้านอิต่อง
ค่าใช้จ่ายตลอดทริป จะสรุปให้ทีหลังนะคะ
Day1:
เราเริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพ (พระราม 2) ขับรถมาเรื่อยๆ จนถึงมีนาคาเฟ่
วันที่ไปคนเยอะมากกกก อากาศร้อนมาก แต่ก็มีลมพัดสบาย ทำให้เราไม่เหนียวตัว
ตอนไปไม่ได้ซื้อกาแฟของทางร้านเลย เข้าไปถ่ายรูปแล้วก็ออกมา
จริงๆอยากอุดหนุนมากเลย แต่ด้วยประชากรมหาศาลรอไม่ไหวจริงๆ เพราะทริปเราค่อนข้างจะยาวไกล
บรรยากาศร้อนนี้ให้เต็มเลย ถ้ามาตอนคนน้อยๆ เราจะได้จิบกาแฟ กับวิวทุ่งนา และวิววัดถ้ำเสือ
ป่ะ เดินทางกันต่อ เราไปแวะกินมื้อเที่ยงกันที่ ครัวชุกโดน
ร้านนี้ค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว ร้านตั้งอยู่ริมแม่น้ำกลอง มื้อนี้สั่งมาหลายอย่างมาก ราคาจัดว่าถูกเลย
อย่างแกงคั่วหอมขมนี่ตักไปเจอแต่หอยขม ได้กินหอยแบบเต็มปากเต็มคำในราคาถูก มันก็ฟินแล้ววว
ต่อไปเราก็เดินทางกันต่อ ไปที่เส้นทางรางรถไฟสายมรณะ แวะเข้าไปไหว้พระ และชมรถไฟวิ่งบนราง
ถ้าเป็นไปได้ครั้งหน้าจะกลับมาลองนั่งรถไฟสายมรณะดู น่าจะตื่นเต้นน่าดูเลย
หลังจากที่เราชมวิว กับความร้อนกันเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินทางต่อไปสังขละบุรี
ตอนแรกเราจะแวะชมวิวกันที่ป้อมปี่ แต่คือทางที่ขับไปก็เห็นน้ำจากเขื่อนวชิราลงกรณ์
ส่องแสงเป็นประกายกับพระอาทิตย์แล้ว เราเลยตัดสินใจเดินทางต่อยิงยาวถึงสังขละบุรีเลย
อยู่ตรงข้ามกับ P Guesthouse เลยค่ะ นอนได้ห้องละ 2 คน ไม่มีแอร์ แต่ไม่ใช่ปัญหาเลย
แล้วเรากับเพื่อนก็รีบออกมาดูพระทิตย์ตกกันตรงสะพานมอญค่ะ
ครั้งนี้ที่เรามาเจอมัคคุเทศน์น้อยเยอะมาก พร้อมเล่าประวัติสะพานมอญให้ฟัง
เด็กๆจะมาถ่ายรูปกับเราด้วยค่ะ แล้วเด็กจะพูดคำนึง #แล้วแต่จะให้ น่ารักดี
แต่เด็กจะถามเรา ถ้าเราไม่สนใจก็บอกไปค่ะว่าไม่เป็นไรค่ะ น้องๆก็จะไม่ตื้อเรานะคะ
พระอาทิตย์เริ่มจะลับขอบฟ้า
พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วว สวยจริงๆ ความเหงายามพลบค่ำ
ป้ะ เราบอกชื่อร้านเพื่อนไปว่า ร้านแพประสานมิตร เพื่อนหากันใหญ่เลย 5555 สรุปชื่อร้านผิด
มันต้องร้านแพมิตรสัมพันธ์ สั่งปลาแรดทอดไป ถึงกับอึ้งกับปลาตัวใหญ่เว่อร์
อาหารโอเคเลยค่ะ แซบมากเว่อร์สำหรับน้ำพริกปลาย่าง คือ ดี
หลังจากที่เราอิ่มหนำสำราญกันแล้ว ก็มาเดินที่ตลาดกลางคืนกันค่ะ
วันที่เราไปเป็นวันศุกร์ พี่คนขายบอกว่าถ้าอยากมาเดินถนนคนเดินแบบ full option ต้องพรุ่งนี้
แต่เราว่าวันนี้ของก็ขายเยอะแล้วนะ ไม่ได้ลองหมูจุ่มพม่า ไม่ไหวจริงๆ เดินยังจะไม่ไหว 555
ป้ะ กลับห้องนอนพักผ่อน พรุ่งนี้รอตื่นมาตักบาตรตอนเช้า
Day 2: สังขละบุรี – อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
นาฬิกาปลุกตั้งแต่ไก่ยังไม่ขัน ไม่รู้จะรีบตื่นมาทำไม ตี 5!! ตอนทำงานก็ไม่ได้ตื่นเร็วแบบนี้นะ 555
เช้านี้ เราจะไปตักบาตรฝั่งมอญกัน เราขับรถไปจอดกันที่ฝั่งมอญเลย
ซื้อชุดตักบาตรชุดละ 99 บาท แล้วยืนรอพระตักบาตรได้เลยค่ะ
เราว่าถ้าเป็นไปได้อยากให้ซื้อพวกแกงถุง หรือโจ๊กใส่บาตรดีกว่าค่ะ
เพราะเท่าที่เห็นชุดตักบาตรคือ มีข้าวขาว และขนมเยอะมากจริงๆ
พอเราตักบาตรกันเสร็จ ท้องเริ่มร้อง เราเลยแวะกินโจ๊กกัน มีปาท่องโก๋
โรตีอบโอ่ง ราดน้ำแกงฮังเลแบบมอญ
หลังจากนั้นเรากับเพื่อนก็เดินไปหาเช่าเรือค่ะ ไปถามกับพี่คนนึงเค้าบอก 3 วัด 500 บาท
เราก็แบบ เห้ยย เมื่อวานถาม 3 วัด 300 ฮืออ พี่เค้าบอกว่ามันเป็นคิวเรือ จะราคานี้
แต่พี่แกก็ใจดีนะคะ ไปหามาให้แบบ 3 วัด 300 คือ เหมือนเรือเค้าไม่ได้เข้าชมรมอะไรสักอย่าง
เลยไม่ต้องเสียค่าคิว แล้วก็เรือมีประกันเหมือนกันนะคะ เลยตกลงไป
จุดลงเรือของเราค่ะ
ตอนนั่งเรือ อากาศดีมาก เราอยากเจอหมอกมาก มองไปไกลๆก็เจอหมอกบนยอดเขา
นั่งหลับตาสูดอากาศเข้าปอด ให้สมองโล่งๆสักนิด ปกติก็โล่งนะ แต่ตอนนี้โล่งกว่า 555
นั่งได้แปบเดียว ก็ถึงวัดจมน้ำแล้ว พี่คนเรือก็เล่าประวัติ เราจำไม่ค่อยได้หรอกก บอกแล้วโล่ง
ประวัติของวัด หาอ่านเอาในอากู๋นะ 5555
วัดก็เรียงกันเลยค่ะ ตอนนั่งเรือเราก็มึนๆนะ สรุปไปครบวัดรึป่าวเนี่ย 555 แต่ไม่เป็นไร
แค่ได้นั่งเรือ หลับตา สูดอากาศก็คุ้มละ
พอขึ้นจากเรือเสร็จ เราก็แวะไปวัดวังวิเวกการมต่อ กับวัด... ฮือ ลืมชื่ออ่ะ แต่อยู่แยกซ้ายกับขวาเลยค่ะ
กลับมาที่พักเก็บของ ออกเดินทางต่อ อ้อ เราแวะตลาดซื้อของสดกันด้วย
เพราะเพื่อนเราเอาเตาปิ๊กนิคกันมา กะจะไปต้มๆ ปิ้งๆกันที่อุทยาน
เราเดินทางจากสังขละบุรี ขึ้นมาทองผาภูมิใช้เวลาไปประมาณ 3 ชม. กว่าๆเลย
ขับหลุมหลมดาวอังคารกันสนุกเลย เนื่องด้วยเป็นรถเก๋งด้วย
ถ้าใครเอารถกระบะมา หรือรถที่ยกสูงหน่อย สบายเลยค่ะ มันมาก
ขับกันมาผ่านทางสำไล้เล็ก 399 โค้ง แต่เรามีแวะพักโค้งกันที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
นกเงือกประจำอุทยานมาต้อนรับเลยค่ะ
เราจองที่พักไว้ เป็นบ้านชมดอย 3 จริงๆอยากได้บ้านต้นไม้มาก แต่ไม่ทัน TT
ออ ลืมบอก จะต้องโทรจองกับอุทยานล่วงหน้า 15 วันนะคะ สายติดค่อนข้างง่ายค่ะ
ส่วนใครอยากจองบ้านต้นไม้ เราเห็นมีให้จองในเวบนะ แต่เราไม่ได้จอง คิดว่าโทรจองดีกว่า สรุปนก 555
บ้านชมดอยก็ดีนะ ส่วนตัวมาก เรามาถึงคนยังไม่เยอะ ก็เข้าห้อง จัดเตรียมของกัน
ตามมาๆ ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว เย้ๆ มื้อนี้เราทำกินกันเองแบบง่ายๆ เลยค่ะ
กิน กิน กิน รีบกินค่ะ กินเสร็จ อาบน้ำ
ที่นี่ใช้ไฟฟ้าจากโซราเซลค่ะ จะจ่ายไฟให้ใช้ได้แค่ตอน 18.00 - 21.00 น. เท่านั้น
ในบ้านที่พักก็จะมีแค่ไฟส่องสว่างค่ะ มีปลั๊กไฟ แต่ใช้ไม่ได้ค่ะ เนื่องจากไฟไม่เพียงพอ
ต่อด้านล่างน๊าา
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้