สวัสดีค่ะ
นี่เป็นกระทู้รีวิวเที่ยวอันแรกในชีวิตของเราเลยค่ะ ตั้งใจจะเขียนนานมากแล้ว เพราะไปเที่ยวมาค่อนข้างนานแล้วแต่ว่าขี้เกียจ... 5555555 แต่ตอนนี้ไม่แล้ว เข้าเรื่องเลยดีกว่าค่ะ ก่อนอื่นขอเกริ่นก่อนว่าทริปนี้เป็นทริปไปแลกเปลี่ยนแล้วก็ไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกของเรา นั่นก็คือที่เกาหลีนั่นเองค่ะ เราขอเล่าแค่ส่วนของทริปอันน่าประทับใจของเราก่อนนะคะ55555555 เราสัมภาษณ์ได้ทุนไปแลกเปลี่ยนที่เกาหลีเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ก็เลยแพลนกับพี่อีกคนที่ไปด้วยกัน (ไม่รู้จักกันมาก่อน) ว่าหลังจากจบคอร์สก่อนกลับไทย เราจะไปเที่ยวปูซานด้วยกัน เป็นเวลา 2 วัน 1 คืน สั้นมากๆเลยใช่ไหมคะ555555 เราแทบไม่ได้แพลนเลยว่าจะนั่งไปยังไง จะเที่ยวที่ไหนบ้าง เพราะกะจะไปพึ่งบัดดี้คนเกาหลีแนะนำให้ แต่ก็ไม่ได้อะไรกลับมา555555 แต่ว่าเราจองที่พักที่ปูซานไว้เรียบร้อยค่ะ เราเลยไม่ห่วงเรื่องการเดินทางเท่าไหร่ เพราะในเกาหลีก็เดินทางค่อนข้างง่ายอยู่แล้ว เราจองที่พักใน airbnb ค่ะ ชื่อที่พักว่า SOMEDAY inn Haeundae เป็นโฮสเทลแยกชายหญิงค่ะ วันนั้นดีหน่อย ไม่มีแขกเลย เราเลยสบายมากๆ เจ้าของที่ดูแลที่พัก ดูแลดีมากเลยค่ะ ห้องพักสะอาดมากๆ แล้วคือใกล้หาดแฮอุนแด ซับเวย์มากด้วยค่ะ เราจองได้ในราคาประมาณ 500 กว่าบาทไทย เพื่อนต่างชาติเราถามใหญ่เลยค่ะว่าไปหามาจากไหน5555555 แนะนำนะคะ โอปป้าใจดีมากๆค่ะ หล่อด้วย5555555 (ไม่เกี่ยวค่ะ5555) ห้องพักก็จะประมาณนี้นะคะ

แต่ก็มีเหตุการณ์ที่เราคิดไม่ถึงคือ พี่ที่มาแลกเปลี่ยนกับเราต้องกลับไทยกระทันหันก่อนจะจบคอร์สประมาณ 5 วัน ตอนนั้นเรารู้สึกโหวง หน่วงด้วย เพราะอะไรหลายๆอย่าง พอเรามาคิด เอ้า นี่เราต้องไปเที่ยวปูซานคนเดียวหรอ เราเลยลองถามเพื่อนต่างชาติเป็นคนญี่ปุ่นกับคนมาเลเซียเพราะได้ยินมาว่าเค้าจะไปเที่ยวปูซานกัน เราเลยคิดว่าโอเค งั้นเราไปกับเพื่อนละกัน แต่เราต้องกลับไปที่โซลคนเดียวเพราะเพื่อนเราอยู่ที่ปูซานกันหลายวัน เราก็ดีลกับเพื่อนว่า เราจะนั่งรถบัสไปกันเพราะราคาถูกกว่า ktx เราก็ให้เพื่อนคนเกาหลีจองให้เรียบร้อยค่ะ ราคาประมาณ 30000 กว่าๆวอนนะคะ ถ้าจำไม่ผิดเราจำไม่ได้จริงๆ
พอถึงวันที่เราต้องไปปูซาน มันเป็นวันที่เราเก็บของทุกอย่างออกจากหอ แล้วกระเป๋าเราหนักมาก ประมาณ 30 กิโลได้... 5555555555 ละเราก็เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ (?) ไม่รู้เหมือนกันว่าใส่อะไรในกระเป๋า แต่คิดว่าน่าจะเป็นเพราะหนังสือค่ะ แหะๆ แล้วมหาลัยที่เราอยู่ค่อนข้างใกล้จากในตัวเมือง เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเข้าไปในเมือง ปัญหาอย่างแรกมันเป็นเพราะกระเป๋าเรานี่แหละค่ะที่อุปสรรคกับเพื่อนทุกคนมาก เพราะต้องขึ้นลงลิฟต์แล้วมันทำให้ช้ากว่าเดิม ตอนนั้นกว่าจะถึงสถานีคือเหลือเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนรถจะออก แล้วทุกคนดันหลงในสถานีเพราะไม่รู้ว่าต้องไปขึ้นรถที่ชานชาลาไหน ชานชาลาอยู่ตรงไหน แต่ก็นั่นแหละค่ะ เพื่อนเราก็เป็นคนหาเจอ แล้วเราก็ได้ขึ้นรถบัสเรียบร้อย เราขึ้นรถเวลา 10.30 จะถึงปูซานตอน 16.15 นั่งยาวๆเลยค่ะ รถค่อนข้างสบาย เราไม่ได้ถ่ายรูปมาเยอะ เพราะเหนื่อยมากๆกับกระเป๋าตัวเอง ฮืออออ
หน้าตาตั๋วรถก็จะประมาณนี้นะคะ อันนี้เพื่อนคนเกาหลีแคปจากโทรศัพท์ให้เรา
อันนี้ข้างบนรถบัสค่ะ ถือว่าโอเคมากๆ

เรื่องตลกเรื่องที่หนึ่งเริ่มขึ้น ก่อนหน้านี้แค่พรีค่ะ555555 รถบัสจะจอดที่ที่พักรถ อารมณ์แบบปั๊มบ้านเรา แต่ใหญ่กว่า เราก็นั่งงงกับเพื่อนว่า เค้าให้เวลาลงไปกินข้าวจนถึง 14.30 ตอนนั้น 14.15 แสดงว่าเรามีเวลาแค่ 15 นาทีใช่มั๊ยคะ แต่เพื่อนทุกคนได้ยินว่า 30 นาที เราก็โอเค 30 นาที รีบกินแล้วก็รีบขึ้นรถเพราะเพื่อนชวนให้ขึ้นไปนั่งรอรถออกดีกว่า พอเรานั่งเท่านั้นแหละค่ะ รถออกทันที เกือบตกรถแล้วเรา5555555 โชคดีไปค่ะรอบนี้
พอถึงที่ปูซาน เราก็นั่ง subway จากตรงที่ลงรถบัสเลยค่ะ ไปลงสถานี haeundae แล้วเราก็เดินค่ะ ลากกระเป๋า 30 กิโลเดินไปเรื่อยๆ จนถึงโฮสเทล ยังไม่พอ ต้องยกกระเป๋าขึ้นชั้นสามเพราะโฮสเทลไม่มีลิฟต์ ดีที่เจ้าของเค้าเห็น เลยมาช่วยเรายกกระเป๋า เค้าก็ถามว่าทำไมกระเป๋าเราหนักแบบนี้5555555 สงสารเค้ามากค่ะ มันหนักจริงๆ หลังจากนั้นเราก็นัดกับเพื่อนเที่ยวรอบๆหาดแฮอุน-ัน ไปกินแนงมยอน 냉면 (บะหมี่เย็น) ด้วยกัน ตอนก่อนแยกย้ายกัน เราก็ตกลงกับเพื่อนคนมาเลว่าเดี๋ยวเราจะไปเที่ยวกับเค้าที่หมู่บ้านกัมชอน Gamcheon Culture Village (감천문화마을) วันถัดไปตอน 11 โมงก่อนที่เราจะกลับไปโซลค่ะ
วันต่อไปเราต้องกลับโซลแล้ว เพราะเราอยู่แค่คืนเดียว ไม่คุ้มมากๆเลยค่ะ แอบเสียดายจนถึงวันนี้555555 แล้วความชหของทริปนี้ก็เริ่มขึ้น เราเป็นคนที่หลงทางง่ายมากๆๆๆ จนเพื่อนเรารู้เลยค่ะว่าเราไปไหนคนเดียวจะต้องหลงทางตลอด โง่ด้วยค่ะ555555 วันนั้นเราแพลนกับตัวเองว่าตอน 8 โมงต้องออกจากโฮสเทลแล้วจะไปซื้อตั๋ว ktx ที่สถานีปูซานละก็ฝากกระเป๋าไว้ที่นั่นด้วย ต้องเผื่อเวลาแบกกระเป๋ากับหลงทางไว้ด้วยค่ะ ตอนที่เราออกจากโฮสเทล ไม่มีใครอยู่ที่นั่นเลยเพราะวันนั้นเราดันเป็นลูกค้าคนเดียว5555555 เจ้าของก็ไม่อยู่ เราเลยต้องออกมาทันทีพร้อมกับนังกระเป๋าสามสิบกิโล ก็แบกลงมาค่ะจากชั้นสาม สารภาพว่าเจ็บเข่ามาก ด้วยความที่เริ่มแก่กับเจ็บเรื้อรังอยู่แล้ว ฮืออ ทรมานมากค่ะ ลืมบอกค่ะช่วงที่เราไปเป็นหน้าร้อน แล้วมันร้อนมากๆๆๆ เราก็ลากกระเป๋าไปค่ะ ขึ้น subway ไปที่สถานีปูซาน ความโง่ครั้งที่ 1 เริ่ม พอถึงสถานี เราหาทางขึ้นลิฟต์ไม่เจอ... เดินวนอยู่แถวนั้นหลายรอบมาก จนเกือบตัดสินใจขึ้นบันได555555 แต่โชคดีค่ะ เราดันหาลิฟต์เจอซะก่อน พอขึ้นไปแล้ว เราก็ลากกระเป๋าไปหาที่ฝากกระเป๋าก่อนเลย ความโง่ครั้งที่ 2 คือตู้ฝากกระเป๋ามันจะให้เปิดแค่ 2 ครั้ง แต่เราไม่รู้.. พอกดฝากเสร็จ เลยอยากลองเปิดดูว่าเปิดได้มั๊ย ก็ลองเปิด โอเค เปิดได้นะ เราก็ลั้นลาเลยค่ะคราวนี้ ไปเข้าห้องน้ำเช็คหน้าตาที่แบบมันมาก เหงื่อเต็มหลัง555555 ดันลืมของในตู้ค่ะ... ก็เลยเปิดตู้ แล้วในจอมันก็เตือนว่าเราต้องเอาของออกให้หมด เราก็แบบตกใจ สรุป...ต้องยอมเอาของออกแล้วจ่ายเงินอีกรอบ จาก 6000 วอน (180บาท) กลายเป็น 12000 วอน (360 บาท) ทันที... เราก็ยอมจ่ายไป ถือว่าเสียค่าโง่ แล้วรีบขึ้นไปซื้อตั๋วรถ ktx ต่อไปเป็นความซวยค่ะ ไม่ใช่โง่555555 เราจะซื้อตั๋วกับเครื่องซื้ออัตโนมัติ พอจะจ่ายเงินมันดันไม่รับบัตรเรา เราก็เลยต้องไปกดเงินสดออกมา กดประมาณ 3 ตู้ค่ะ จนตู้ที่ 4 ถึงกดได้ เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นอะไร ขัดข้องบ้างอะไรบ้าง เราก็ซื้อตั๋วเรียบร้อย รอบ 15.20 จะถึงโซลตอน 17.37 ราคาอยู่ที่ 59800 (ประมาณ 1800 บาท แพงอ่ะ ฮือ) หลังจากนั้นเราก็เดินตัวปลิวเลยค่ะ ก็ขึ้น subway ไปหาเพื่อนแล้วก็ไปเที่ยวกับเพื่อน ก็สนุกดี แต่ร้อนมากๆ ไม่ไหว วันนั้นเราไหม้ทั้งตัวเลยค่ะ จากดำอยู่แล้ว ดำกว่าเดิมอีก555555 หลังจากนั้นเราก็ไปกินบิงซูกับเพื่อน (อีกแล้ว) แล้วรีบไปขึ้นรถไฟค่ะ เดี๋ยวไม่ทันอีก ต้องเผื่อเวลาหลงทางอีก
ขัดจังหวะจุดพีคของทริปนี้ด้วยรูปหมู่บ้านแล้วกันนะคะ มันสวยจริงๆค่ะ เราชอบมากๆ แต่ไม่ชอบอากาศ ถ้าไปฤดูอื่นน่าจะสนกมากๆเลยค่ะ

พอเราถึงสถานีปูซาน ก็รีบไปเอากระเป๋า แล้วก็เอาอีกแล้ว.. เราหาชานชาลาที่จะต้องขึ้นไม่เจอ ก็เลยต้องถามกับประชาสัมพันธ์ จนได้ขึ้นรถที่สุด เย้ ตอนนั้นแบบเหนื่อยมากๆ เสื้อเปียก เหม็นตัวเองมากๆเลยค่ะ หลังจากขึ้นรถสักพัก เราก็คุยกับเพื่อนคนเกาหลีไว้ว่าเรากำลังกลับไปโซลแล้วนะ เพื่อนคนนึงก็เลยชวนเราว่า เออ งั้นไปกินข้าวร้านที่เพื่อนอีกคนนึงที่ทำงานพาร์ทไทม์อยู่ละกัน ซึ่งครัวจะปิดตอนสองทุ่ม เราก็บอก เราถึงโซลเร็วแน่นอน เราแพลนว่าถ้าถึงโรงแรมเราจะอาบน้ำเพราะเหงื่อเยอะมากค่ะ หลังจากนั้นก็ชมวิวแล้วก็หลับตลอดทางเลยค่ะ แบบไม่รู้เรื่องอะไร เพราะเราวันนั้นเราเหนื่อยมากๆ ทั้งลากกระเป๋าทั้งเดินหมู่บ้านที่ชันมากๆ จนความชหบังเกิดขึ้นอีกรอบ อันนี้คือพีคสุดแล้วค่ะ เราตื่นมาสะลึมสะลือหลงจากหลับเหมือนซ้อมตาย แล้วรถไฟก็บอกว่ากำลังจะถึงสถานีอะไรซักอย่าง เราก็ดูนาฬิกาตอนนั้นห้าโมงกว่าๆ เราก็ทำไมถึงไวกว่าเวลาวะ คิดในใจ แล้วพอรถจอด คนข้างๆเราดันลงสถานีนั้นพอดี แล้วคนลงค่อนข้างเยอะ จนเราแบบ เอ้า ชหแล้ว ต้องลงสถานีนี้ป่ะวะ คนอื่นเค้าไปต่อแน่เลย วิ่งเลยค่ะ วิ่งไปเอากระเป๋าแล้วลงรถไฟ โดนรถไฟหนีบอีก กระเป๋าคว่ำด้วยจ้า วงวารตัวเองมากค่ะ ณ จุดๆนั้น พอลงมา ... ก็คิดในใจ ทำไมสถานีมันเงียบๆนะ.. เลยรีบเปิดแมพดู สรุป เราลงผิดสถานีค่ะ... อีก 3-4 สถานี (ของ ktx) เราก็จะถึง seoul station แล้ว เราอยากกรี๊ดตรงนั้นเลย ด้วยความตกใจก็รีบเปิดหา subway มีด้วยค่ะ แต่เป็นต้นสถานี(จำชื่อสถานีไม่ได้ ฮือ) แล้วรถจะออกจากสถานีตอนหกโมงกว่าๆ... แล้วเรานัดกับเพื่อนไว้ตอน 1 ทุ่ม.... ตอนนั้นเราอยากร้องไห้มากๆ โกรธตัวเองด้วย ทำไมถึงโง่ขนาดนี้ เรารีบบอกเพื่อนว่า เออ เราหลงนะ เราลงผิดสถานี เราเลทนะ เราก็ขอโทษเค้าหนักมาก เพื่อนที่ทำงานพาร์ทไทม์ก็ห่วงเรามาก โทรมาถามเราทุกสิบนาทีว่าถึงไหนแล้ว5555555 นั่นแหละค่ะ ยังไม่หมด พอเราถึงสถานี Jongno 3 ที่นัดกับเพื่อน เราก็ดันหลงกับเพื่อนอีก เพราะหาทางออกไม่เจอ5555555 เดินสิคะคราวนี้ เราก็เปิดแมพแล้วเดินทางทางออกที่เพื่อนเรารออยู่ค่ะ เราได้เจอกับเพื่อนแล้วค่ะ เย้ เพื่อนก็ถามว่าทำไมกระเป๋าหนักงี้55555555 เค้าช่วยเราลากกระเป๋าได้พักนึงก็ไม่ไหวค่ะ5555555 เราก็เดินจนถึงโรงแรมเลยค่ะ เราพักอยู่แถว 익선동 (อิกซอนดง) ค่ะ เดี๋ยวแปะโรงแรมไว้ให้นะคะ สรุปเราถึงโรงแรมตอนหนึ่งทุ่ม จากที่ในแพลนจะถึงตอนหกโมง... อยากตีหัวตัวเองให้ตายไปเลยค่ะตอนนั้น555555 ตอนเช็คอิน พนง.ที่เค้าท์เตอร์ดันไม่อยู่ เราก็เช็คอินไม่ได้ค่ะ ทำได้แค่เอากระเป๋าทิ้งไว้ด้านล่าง อดอาบน้ำเลย ตอนนั้นเหม็นตัวเองมากๆ ฮือ หลังจากนั้นเราก็ได้เจอเพื่อนที่ร้านอาหารค่ะ เพื่อนถามใหญ่เลยว่าไปหลงได้ยังไง555555 ร้านเป็นอาหารอิตาลี ขายพวกพาสต้าอะไรประมาณนี้ค่ะ อร่อยมากๆค่ะ แต่ราคาค่อนข้างแรงหน่อย ใครไปแถวนั้นไปอุดหนุนกันได้นะคะ เดี๋ยวแปะร้านไว้ให้นะคะ
หลังจากกินข้าวเสร็จเรียบร้อย เราก็เที่ยวกับเพื่อนแถวอิกซอนดงแหละค่ะ จนถึงตอนส่งที่โรงแรม เพื่อนก็เน้นเรื่องขึ้นรถบัสไปสนามบินมากๆ เพราะวันถัดไปเราต้องไปขึ้นเครื่องกลับไทยตอน 11 โมง ต้องถึงสนามบินตอน 8 โมง เผื่อหลง เพื่อนก็แบบห่วงว่าจะหลงอีก5555555 แต่เราก็ถึงสนามบินโดนปลอดภัย ไม่หลงด้วยค่า ต้องขอบคุณการเดินทางที่เกาหลีจริงๆค่ะ สะดวกมากๆ (เดี๋ยวแปะรายละเอียดรถบัสไว้ให้เนอะ)
เรื่องวันนั้นมันเป็นอะไรที่หนักหน่วงมากสำหรับเรา จนทำให้เราเก็บมาคิดจนถึงทุกวันนี้ ถ้าไม่ได้พูดออกไปหรือว่าแชร์ให้ใครรู้ เราอกแตกแน่เลยค่ะ เรารู้สึกผิดกับตัวเอง รู้สึกโง่มากๆ เหมือนเป็นฝันร้ายของเราจนถึงทุกวันนี้เลยค่ะ 5555555 แต่ยังไงก็ตาม ทุกอย่างที่เราเจอมา มันเป็นประสบการณ์ให้เรารู้ค่ะ ถ้าวันนึงเราไม่หลงเราก็คงไม่รู้ เราไม่รู้ว่าเป็นคนเดียวรึเปล่าที่ไปเที่ยวแล้วต้องหลงทางทุกที55555555 นี่ก็เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้เราจะกลับไปแก้ตัวแน่นอนค่ะ ปูซาน... เจอกันแน่นอนค่า
ขอบคุณที่อ่านจนถึงตรงนี้คะ ❤
[CR] คนอะไรมันจะซวยได้ขนาดนี้ at Busan
นี่เป็นกระทู้รีวิวเที่ยวอันแรกในชีวิตของเราเลยค่ะ ตั้งใจจะเขียนนานมากแล้ว เพราะไปเที่ยวมาค่อนข้างนานแล้วแต่ว่าขี้เกียจ... 5555555 แต่ตอนนี้ไม่แล้ว เข้าเรื่องเลยดีกว่าค่ะ ก่อนอื่นขอเกริ่นก่อนว่าทริปนี้เป็นทริปไปแลกเปลี่ยนแล้วก็ไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกของเรา นั่นก็คือที่เกาหลีนั่นเองค่ะ เราขอเล่าแค่ส่วนของทริปอันน่าประทับใจของเราก่อนนะคะ55555555 เราสัมภาษณ์ได้ทุนไปแลกเปลี่ยนที่เกาหลีเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ก็เลยแพลนกับพี่อีกคนที่ไปด้วยกัน (ไม่รู้จักกันมาก่อน) ว่าหลังจากจบคอร์สก่อนกลับไทย เราจะไปเที่ยวปูซานด้วยกัน เป็นเวลา 2 วัน 1 คืน สั้นมากๆเลยใช่ไหมคะ555555 เราแทบไม่ได้แพลนเลยว่าจะนั่งไปยังไง จะเที่ยวที่ไหนบ้าง เพราะกะจะไปพึ่งบัดดี้คนเกาหลีแนะนำให้ แต่ก็ไม่ได้อะไรกลับมา555555 แต่ว่าเราจองที่พักที่ปูซานไว้เรียบร้อยค่ะ เราเลยไม่ห่วงเรื่องการเดินทางเท่าไหร่ เพราะในเกาหลีก็เดินทางค่อนข้างง่ายอยู่แล้ว เราจองที่พักใน airbnb ค่ะ ชื่อที่พักว่า SOMEDAY inn Haeundae เป็นโฮสเทลแยกชายหญิงค่ะ วันนั้นดีหน่อย ไม่มีแขกเลย เราเลยสบายมากๆ เจ้าของที่ดูแลที่พัก ดูแลดีมากเลยค่ะ ห้องพักสะอาดมากๆ แล้วคือใกล้หาดแฮอุนแด ซับเวย์มากด้วยค่ะ เราจองได้ในราคาประมาณ 500 กว่าบาทไทย เพื่อนต่างชาติเราถามใหญ่เลยค่ะว่าไปหามาจากไหน5555555 แนะนำนะคะ โอปป้าใจดีมากๆค่ะ หล่อด้วย5555555 (ไม่เกี่ยวค่ะ5555) ห้องพักก็จะประมาณนี้นะคะ
แต่ก็มีเหตุการณ์ที่เราคิดไม่ถึงคือ พี่ที่มาแลกเปลี่ยนกับเราต้องกลับไทยกระทันหันก่อนจะจบคอร์สประมาณ 5 วัน ตอนนั้นเรารู้สึกโหวง หน่วงด้วย เพราะอะไรหลายๆอย่าง พอเรามาคิด เอ้า นี่เราต้องไปเที่ยวปูซานคนเดียวหรอ เราเลยลองถามเพื่อนต่างชาติเป็นคนญี่ปุ่นกับคนมาเลเซียเพราะได้ยินมาว่าเค้าจะไปเที่ยวปูซานกัน เราเลยคิดว่าโอเค งั้นเราไปกับเพื่อนละกัน แต่เราต้องกลับไปที่โซลคนเดียวเพราะเพื่อนเราอยู่ที่ปูซานกันหลายวัน เราก็ดีลกับเพื่อนว่า เราจะนั่งรถบัสไปกันเพราะราคาถูกกว่า ktx เราก็ให้เพื่อนคนเกาหลีจองให้เรียบร้อยค่ะ ราคาประมาณ 30000 กว่าๆวอนนะคะ ถ้าจำไม่ผิดเราจำไม่ได้จริงๆ
พอถึงวันที่เราต้องไปปูซาน มันเป็นวันที่เราเก็บของทุกอย่างออกจากหอ แล้วกระเป๋าเราหนักมาก ประมาณ 30 กิโลได้... 5555555555 ละเราก็เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ (?) ไม่รู้เหมือนกันว่าใส่อะไรในกระเป๋า แต่คิดว่าน่าจะเป็นเพราะหนังสือค่ะ แหะๆ แล้วมหาลัยที่เราอยู่ค่อนข้างใกล้จากในตัวเมือง เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเข้าไปในเมือง ปัญหาอย่างแรกมันเป็นเพราะกระเป๋าเรานี่แหละค่ะที่อุปสรรคกับเพื่อนทุกคนมาก เพราะต้องขึ้นลงลิฟต์แล้วมันทำให้ช้ากว่าเดิม ตอนนั้นกว่าจะถึงสถานีคือเหลือเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนรถจะออก แล้วทุกคนดันหลงในสถานีเพราะไม่รู้ว่าต้องไปขึ้นรถที่ชานชาลาไหน ชานชาลาอยู่ตรงไหน แต่ก็นั่นแหละค่ะ เพื่อนเราก็เป็นคนหาเจอ แล้วเราก็ได้ขึ้นรถบัสเรียบร้อย เราขึ้นรถเวลา 10.30 จะถึงปูซานตอน 16.15 นั่งยาวๆเลยค่ะ รถค่อนข้างสบาย เราไม่ได้ถ่ายรูปมาเยอะ เพราะเหนื่อยมากๆกับกระเป๋าตัวเอง ฮืออออ
หน้าตาตั๋วรถก็จะประมาณนี้นะคะ อันนี้เพื่อนคนเกาหลีแคปจากโทรศัพท์ให้เรา
อันนี้ข้างบนรถบัสค่ะ ถือว่าโอเคมากๆ
เรื่องตลกเรื่องที่หนึ่งเริ่มขึ้น ก่อนหน้านี้แค่พรีค่ะ555555 รถบัสจะจอดที่ที่พักรถ อารมณ์แบบปั๊มบ้านเรา แต่ใหญ่กว่า เราก็นั่งงงกับเพื่อนว่า เค้าให้เวลาลงไปกินข้าวจนถึง 14.30 ตอนนั้น 14.15 แสดงว่าเรามีเวลาแค่ 15 นาทีใช่มั๊ยคะ แต่เพื่อนทุกคนได้ยินว่า 30 นาที เราก็โอเค 30 นาที รีบกินแล้วก็รีบขึ้นรถเพราะเพื่อนชวนให้ขึ้นไปนั่งรอรถออกดีกว่า พอเรานั่งเท่านั้นแหละค่ะ รถออกทันที เกือบตกรถแล้วเรา5555555 โชคดีไปค่ะรอบนี้
พอถึงที่ปูซาน เราก็นั่ง subway จากตรงที่ลงรถบัสเลยค่ะ ไปลงสถานี haeundae แล้วเราก็เดินค่ะ ลากกระเป๋า 30 กิโลเดินไปเรื่อยๆ จนถึงโฮสเทล ยังไม่พอ ต้องยกกระเป๋าขึ้นชั้นสามเพราะโฮสเทลไม่มีลิฟต์ ดีที่เจ้าของเค้าเห็น เลยมาช่วยเรายกกระเป๋า เค้าก็ถามว่าทำไมกระเป๋าเราหนักแบบนี้5555555 สงสารเค้ามากค่ะ มันหนักจริงๆ หลังจากนั้นเราก็นัดกับเพื่อนเที่ยวรอบๆหาดแฮอุน-ัน ไปกินแนงมยอน 냉면 (บะหมี่เย็น) ด้วยกัน ตอนก่อนแยกย้ายกัน เราก็ตกลงกับเพื่อนคนมาเลว่าเดี๋ยวเราจะไปเที่ยวกับเค้าที่หมู่บ้านกัมชอน Gamcheon Culture Village (감천문화마을) วันถัดไปตอน 11 โมงก่อนที่เราจะกลับไปโซลค่ะ
วันต่อไปเราต้องกลับโซลแล้ว เพราะเราอยู่แค่คืนเดียว ไม่คุ้มมากๆเลยค่ะ แอบเสียดายจนถึงวันนี้555555 แล้วความชหของทริปนี้ก็เริ่มขึ้น เราเป็นคนที่หลงทางง่ายมากๆๆๆ จนเพื่อนเรารู้เลยค่ะว่าเราไปไหนคนเดียวจะต้องหลงทางตลอด โง่ด้วยค่ะ555555 วันนั้นเราแพลนกับตัวเองว่าตอน 8 โมงต้องออกจากโฮสเทลแล้วจะไปซื้อตั๋ว ktx ที่สถานีปูซานละก็ฝากกระเป๋าไว้ที่นั่นด้วย ต้องเผื่อเวลาแบกกระเป๋ากับหลงทางไว้ด้วยค่ะ ตอนที่เราออกจากโฮสเทล ไม่มีใครอยู่ที่นั่นเลยเพราะวันนั้นเราดันเป็นลูกค้าคนเดียว5555555 เจ้าของก็ไม่อยู่ เราเลยต้องออกมาทันทีพร้อมกับนังกระเป๋าสามสิบกิโล ก็แบกลงมาค่ะจากชั้นสาม สารภาพว่าเจ็บเข่ามาก ด้วยความที่เริ่มแก่กับเจ็บเรื้อรังอยู่แล้ว ฮืออ ทรมานมากค่ะ ลืมบอกค่ะช่วงที่เราไปเป็นหน้าร้อน แล้วมันร้อนมากๆๆๆ เราก็ลากกระเป๋าไปค่ะ ขึ้น subway ไปที่สถานีปูซาน ความโง่ครั้งที่ 1 เริ่ม พอถึงสถานี เราหาทางขึ้นลิฟต์ไม่เจอ... เดินวนอยู่แถวนั้นหลายรอบมาก จนเกือบตัดสินใจขึ้นบันได555555 แต่โชคดีค่ะ เราดันหาลิฟต์เจอซะก่อน พอขึ้นไปแล้ว เราก็ลากกระเป๋าไปหาที่ฝากกระเป๋าก่อนเลย ความโง่ครั้งที่ 2 คือตู้ฝากกระเป๋ามันจะให้เปิดแค่ 2 ครั้ง แต่เราไม่รู้.. พอกดฝากเสร็จ เลยอยากลองเปิดดูว่าเปิดได้มั๊ย ก็ลองเปิด โอเค เปิดได้นะ เราก็ลั้นลาเลยค่ะคราวนี้ ไปเข้าห้องน้ำเช็คหน้าตาที่แบบมันมาก เหงื่อเต็มหลัง555555 ดันลืมของในตู้ค่ะ... ก็เลยเปิดตู้ แล้วในจอมันก็เตือนว่าเราต้องเอาของออกให้หมด เราก็แบบตกใจ สรุป...ต้องยอมเอาของออกแล้วจ่ายเงินอีกรอบ จาก 6000 วอน (180บาท) กลายเป็น 12000 วอน (360 บาท) ทันที... เราก็ยอมจ่ายไป ถือว่าเสียค่าโง่ แล้วรีบขึ้นไปซื้อตั๋วรถ ktx ต่อไปเป็นความซวยค่ะ ไม่ใช่โง่555555 เราจะซื้อตั๋วกับเครื่องซื้ออัตโนมัติ พอจะจ่ายเงินมันดันไม่รับบัตรเรา เราก็เลยต้องไปกดเงินสดออกมา กดประมาณ 3 ตู้ค่ะ จนตู้ที่ 4 ถึงกดได้ เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นอะไร ขัดข้องบ้างอะไรบ้าง เราก็ซื้อตั๋วเรียบร้อย รอบ 15.20 จะถึงโซลตอน 17.37 ราคาอยู่ที่ 59800 (ประมาณ 1800 บาท แพงอ่ะ ฮือ) หลังจากนั้นเราก็เดินตัวปลิวเลยค่ะ ก็ขึ้น subway ไปหาเพื่อนแล้วก็ไปเที่ยวกับเพื่อน ก็สนุกดี แต่ร้อนมากๆ ไม่ไหว วันนั้นเราไหม้ทั้งตัวเลยค่ะ จากดำอยู่แล้ว ดำกว่าเดิมอีก555555 หลังจากนั้นเราก็ไปกินบิงซูกับเพื่อน (อีกแล้ว) แล้วรีบไปขึ้นรถไฟค่ะ เดี๋ยวไม่ทันอีก ต้องเผื่อเวลาหลงทางอีก
ขัดจังหวะจุดพีคของทริปนี้ด้วยรูปหมู่บ้านแล้วกันนะคะ มันสวยจริงๆค่ะ เราชอบมากๆ แต่ไม่ชอบอากาศ ถ้าไปฤดูอื่นน่าจะสนกมากๆเลยค่ะ
พอเราถึงสถานีปูซาน ก็รีบไปเอากระเป๋า แล้วก็เอาอีกแล้ว.. เราหาชานชาลาที่จะต้องขึ้นไม่เจอ ก็เลยต้องถามกับประชาสัมพันธ์ จนได้ขึ้นรถที่สุด เย้ ตอนนั้นแบบเหนื่อยมากๆ เสื้อเปียก เหม็นตัวเองมากๆเลยค่ะ หลังจากขึ้นรถสักพัก เราก็คุยกับเพื่อนคนเกาหลีไว้ว่าเรากำลังกลับไปโซลแล้วนะ เพื่อนคนนึงก็เลยชวนเราว่า เออ งั้นไปกินข้าวร้านที่เพื่อนอีกคนนึงที่ทำงานพาร์ทไทม์อยู่ละกัน ซึ่งครัวจะปิดตอนสองทุ่ม เราก็บอก เราถึงโซลเร็วแน่นอน เราแพลนว่าถ้าถึงโรงแรมเราจะอาบน้ำเพราะเหงื่อเยอะมากค่ะ หลังจากนั้นก็ชมวิวแล้วก็หลับตลอดทางเลยค่ะ แบบไม่รู้เรื่องอะไร เพราะเราวันนั้นเราเหนื่อยมากๆ ทั้งลากกระเป๋าทั้งเดินหมู่บ้านที่ชันมากๆ จนความชหบังเกิดขึ้นอีกรอบ อันนี้คือพีคสุดแล้วค่ะ เราตื่นมาสะลึมสะลือหลงจากหลับเหมือนซ้อมตาย แล้วรถไฟก็บอกว่ากำลังจะถึงสถานีอะไรซักอย่าง เราก็ดูนาฬิกาตอนนั้นห้าโมงกว่าๆ เราก็ทำไมถึงไวกว่าเวลาวะ คิดในใจ แล้วพอรถจอด คนข้างๆเราดันลงสถานีนั้นพอดี แล้วคนลงค่อนข้างเยอะ จนเราแบบ เอ้า ชหแล้ว ต้องลงสถานีนี้ป่ะวะ คนอื่นเค้าไปต่อแน่เลย วิ่งเลยค่ะ วิ่งไปเอากระเป๋าแล้วลงรถไฟ โดนรถไฟหนีบอีก กระเป๋าคว่ำด้วยจ้า วงวารตัวเองมากค่ะ ณ จุดๆนั้น พอลงมา ... ก็คิดในใจ ทำไมสถานีมันเงียบๆนะ.. เลยรีบเปิดแมพดู สรุป เราลงผิดสถานีค่ะ... อีก 3-4 สถานี (ของ ktx) เราก็จะถึง seoul station แล้ว เราอยากกรี๊ดตรงนั้นเลย ด้วยความตกใจก็รีบเปิดหา subway มีด้วยค่ะ แต่เป็นต้นสถานี(จำชื่อสถานีไม่ได้ ฮือ) แล้วรถจะออกจากสถานีตอนหกโมงกว่าๆ... แล้วเรานัดกับเพื่อนไว้ตอน 1 ทุ่ม.... ตอนนั้นเราอยากร้องไห้มากๆ โกรธตัวเองด้วย ทำไมถึงโง่ขนาดนี้ เรารีบบอกเพื่อนว่า เออ เราหลงนะ เราลงผิดสถานี เราเลทนะ เราก็ขอโทษเค้าหนักมาก เพื่อนที่ทำงานพาร์ทไทม์ก็ห่วงเรามาก โทรมาถามเราทุกสิบนาทีว่าถึงไหนแล้ว5555555 นั่นแหละค่ะ ยังไม่หมด พอเราถึงสถานี Jongno 3 ที่นัดกับเพื่อน เราก็ดันหลงกับเพื่อนอีก เพราะหาทางออกไม่เจอ5555555 เดินสิคะคราวนี้ เราก็เปิดแมพแล้วเดินทางทางออกที่เพื่อนเรารออยู่ค่ะ เราได้เจอกับเพื่อนแล้วค่ะ เย้ เพื่อนก็ถามว่าทำไมกระเป๋าหนักงี้55555555 เค้าช่วยเราลากกระเป๋าได้พักนึงก็ไม่ไหวค่ะ5555555 เราก็เดินจนถึงโรงแรมเลยค่ะ เราพักอยู่แถว 익선동 (อิกซอนดง) ค่ะ เดี๋ยวแปะโรงแรมไว้ให้นะคะ สรุปเราถึงโรงแรมตอนหนึ่งทุ่ม จากที่ในแพลนจะถึงตอนหกโมง... อยากตีหัวตัวเองให้ตายไปเลยค่ะตอนนั้น555555 ตอนเช็คอิน พนง.ที่เค้าท์เตอร์ดันไม่อยู่ เราก็เช็คอินไม่ได้ค่ะ ทำได้แค่เอากระเป๋าทิ้งไว้ด้านล่าง อดอาบน้ำเลย ตอนนั้นเหม็นตัวเองมากๆ ฮือ หลังจากนั้นเราก็ได้เจอเพื่อนที่ร้านอาหารค่ะ เพื่อนถามใหญ่เลยว่าไปหลงได้ยังไง555555 ร้านเป็นอาหารอิตาลี ขายพวกพาสต้าอะไรประมาณนี้ค่ะ อร่อยมากๆค่ะ แต่ราคาค่อนข้างแรงหน่อย ใครไปแถวนั้นไปอุดหนุนกันได้นะคะ เดี๋ยวแปะร้านไว้ให้นะคะ
หลังจากกินข้าวเสร็จเรียบร้อย เราก็เที่ยวกับเพื่อนแถวอิกซอนดงแหละค่ะ จนถึงตอนส่งที่โรงแรม เพื่อนก็เน้นเรื่องขึ้นรถบัสไปสนามบินมากๆ เพราะวันถัดไปเราต้องไปขึ้นเครื่องกลับไทยตอน 11 โมง ต้องถึงสนามบินตอน 8 โมง เผื่อหลง เพื่อนก็แบบห่วงว่าจะหลงอีก5555555 แต่เราก็ถึงสนามบินโดนปลอดภัย ไม่หลงด้วยค่า ต้องขอบคุณการเดินทางที่เกาหลีจริงๆค่ะ สะดวกมากๆ (เดี๋ยวแปะรายละเอียดรถบัสไว้ให้เนอะ)
เรื่องวันนั้นมันเป็นอะไรที่หนักหน่วงมากสำหรับเรา จนทำให้เราเก็บมาคิดจนถึงทุกวันนี้ ถ้าไม่ได้พูดออกไปหรือว่าแชร์ให้ใครรู้ เราอกแตกแน่เลยค่ะ เรารู้สึกผิดกับตัวเอง รู้สึกโง่มากๆ เหมือนเป็นฝันร้ายของเราจนถึงทุกวันนี้เลยค่ะ 5555555 แต่ยังไงก็ตาม ทุกอย่างที่เราเจอมา มันเป็นประสบการณ์ให้เรารู้ค่ะ ถ้าวันนึงเราไม่หลงเราก็คงไม่รู้ เราไม่รู้ว่าเป็นคนเดียวรึเปล่าที่ไปเที่ยวแล้วต้องหลงทางทุกที55555555 นี่ก็เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้เราจะกลับไปแก้ตัวแน่นอนค่ะ ปูซาน... เจอกันแน่นอนค่า
ขอบคุณที่อ่านจนถึงตรงนี้คะ ❤
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้