จขกท ทำงานอยู่ธนาคารเเห่งนึงค่ะ น้องที่จบมาจากที่เดียวกันก็ทำงานที่นี่เหมือนกัน เธอเพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนปี 2561 ที่ผ่านมานี่เอง แต่อยู่กันคนละแผนกเธออยู่ฝ่ายนิติกรรม ส่วนฉันอยู่ฝ่ายสินเชื่อรถยนต์ เธอเล่าให้ฟังว่ามีพี่ผู้หญิงคนนึงนั่งโต๊ะติดกับเธอและเป็นคนสอนงาน เธอชอบพี่คนนี้เพราะเป็นคนใจเย็นไม่ดุ เวลาเธอไม่เข้าใจงานตรงไหนก็จะถามแต่พี่คนนี้คนเดียว เนื่องจากคนอื่นจะค่อนข้างดุทำให้เธอไม่กล้าถามมาก แต่ข้อเสียของพี่คนนี้คือชอบหยุดงานบ่อยๆ เธอเล่าให้ฟังว่าเมื่อวันที่ 26 ธันวาเป็นวันที่ตรงกับวันที่เเม่ของพี่คนนี้เธอเสีย พี่คนนี้ก็ขอลาเพื่อที่จะไปทำบุญให้แม่ ซึ่งตามความคิดฉันตอนนั้นมันเป็นช่วงใกล้ปีใหม่ อีกไม่กี่วันก็จะได้หยุดยาวเเล้ว ทำไมไม่ไปตอนช่วงปีใหม่ไปเลยทีเดียว วันที่ 27 ธันวาพี่คนนี้ก็ลาเพื่อไปดูลูกเล่นกีฬาสีที่โรงเรียนอีก แล้ววันทำงานวันสุดท้ายของปีซึ่งตรงกับวันที่ 28 เธอก็ขอหยุดอีกวันโดยไม่บอกสาเหตุ เท่ากับช่วงสิ้นปีเธอหยุดไปทั้งหมด 3 วัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้บอกว่าจะหยุดเเค่วันที่ 26 วันเดียว ตามความคิดของฉันคือก็เข้าใจนะ อย่างเรื่องทำบุญเขาอาจจะอยากไปทำให้ตรงวัน แต่ ณ ตอนนั้นมีน้องเพิ่งเข้ามาทำงานแค่เดือนเดียว น้องเขายังไม่ค่อยคล่องกับระบบงาน น่าจะมาอยู่ดูแลเขาสักระยะนึงก่อนจนกว่าเขาจะคล่องตัว
ยกตัวอย่างอาจารย์ที่สอนอภิธรรมฉันคนนึง เขาก็ต้องการไปทำบุญให้พ่อแม่เขาทุกๆปีเหมือนกัน แต่บังเอิญปีนั้นวันที่พ่อหรือแม่เขาเสียมันตรงกับวันเสาร์ที่เขาต้องไปสอนพอดีเขายังเลื่อนไปวันอาทิตย์เลย คืออย่างถ้าธุระไหนที่มันสำคัญและมีความจำเป็นจริงๆก็ไม่ได้ติดใจอะไรนะคะ เช่น ลาไปทำบัตรประชาชนเป็นต้น อันนั้นก็เข้าใจว่ามันจำเป็นต้องไปทำในวันเวลาราชการ หรือผ่าตัดจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล อย่างฉันถ้าไม่สบายเเค่นิดๆหน่อยก็ไม่ลาป่วยนะคะ นอกจากว่าเป็นหนักจนลุกไม่ไหวจริงๆเท่านั้นถึงจะลา เเต่อย่างไปทำบุญให้แม่เช่นพี่คนนี้ ถ้ามันตรงกับวันธรรมดาที่ต้องทำงานก็เลื่อนไปเสาร์-อาทิตย์แทนก็ได้นี่ ไม่จำเป็นว่าต้องไปให้ตรงวันเป๊ะๆ แล้วอย่างการที่เธอลางานเพื่อไปดูลูกเล่นกีฬา ฉันว่ามันไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ เหมือนเธอไม่ลำดับความสำคัญเลยว่าอะไรควรมาก่อนมาหลัง ทำไมไม่อธิบายลูกให้เข้าใจว่าแม่มีงานต้องทำ เพื่อนๆเคยสงสัยไหมคะว่าทำไมคนส่วนมากเช่นพี่คนนี้เป็นต้น ถึงเห็นเเก่ธุระส่วนตัวมากกว่าสิ่งที่จำเป็นมากกว่า ทั้งๆที่คนเราควรจะลำดับความสำคัญสิว่าอะไรควรมาก่อนอะไรควรมาหลัง โตจนทำงานขนาดนี้แล้วความรับผิดชอบต้องมีสิ อย่างฉันเองก็จะให้ความสำคัญกับงานมากกว่าเรื่องส่วนตัวนะ
ทำไมคนส่วนมากถึงเห็นเเก่ธุระส่วนตัวมากกว่าสิ่งที่จำเป็นมากกว่า
ยกตัวอย่างอาจารย์ที่สอนอภิธรรมฉันคนนึง เขาก็ต้องการไปทำบุญให้พ่อแม่เขาทุกๆปีเหมือนกัน แต่บังเอิญปีนั้นวันที่พ่อหรือแม่เขาเสียมันตรงกับวันเสาร์ที่เขาต้องไปสอนพอดีเขายังเลื่อนไปวันอาทิตย์เลย คืออย่างถ้าธุระไหนที่มันสำคัญและมีความจำเป็นจริงๆก็ไม่ได้ติดใจอะไรนะคะ เช่น ลาไปทำบัตรประชาชนเป็นต้น อันนั้นก็เข้าใจว่ามันจำเป็นต้องไปทำในวันเวลาราชการ หรือผ่าตัดจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล อย่างฉันถ้าไม่สบายเเค่นิดๆหน่อยก็ไม่ลาป่วยนะคะ นอกจากว่าเป็นหนักจนลุกไม่ไหวจริงๆเท่านั้นถึงจะลา เเต่อย่างไปทำบุญให้แม่เช่นพี่คนนี้ ถ้ามันตรงกับวันธรรมดาที่ต้องทำงานก็เลื่อนไปเสาร์-อาทิตย์แทนก็ได้นี่ ไม่จำเป็นว่าต้องไปให้ตรงวันเป๊ะๆ แล้วอย่างการที่เธอลางานเพื่อไปดูลูกเล่นกีฬา ฉันว่ามันไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ เหมือนเธอไม่ลำดับความสำคัญเลยว่าอะไรควรมาก่อนมาหลัง ทำไมไม่อธิบายลูกให้เข้าใจว่าแม่มีงานต้องทำ เพื่อนๆเคยสงสัยไหมคะว่าทำไมคนส่วนมากเช่นพี่คนนี้เป็นต้น ถึงเห็นเเก่ธุระส่วนตัวมากกว่าสิ่งที่จำเป็นมากกว่า ทั้งๆที่คนเราควรจะลำดับความสำคัญสิว่าอะไรควรมาก่อนอะไรควรมาหลัง โตจนทำงานขนาดนี้แล้วความรับผิดชอบต้องมีสิ อย่างฉันเองก็จะให้ความสำคัญกับงานมากกว่าเรื่องส่วนตัวนะ