ไม่สงสัยแล้วว่าทำไมละครทีวีซีนยุคหลังๆถึงไม่ประสบความสำเร็จเลย ฟังสัมภาษณ์ผู้จัดแต่ละครั้งโทษทุกอย่างรอบด้านยกเว้นตัวเอง
เริ่มจากการเลือกเรื่องที่จะมาทำละคร
ทีวีซีนมักเลือกเรื่องที่เข้าใจยากมาทำเป็นละคร ถามว่าผิดมั๊ย ก็ไม่ผิด แต่แค่คุณทำไม่ถึง
อย่างเรื่องล่าสุด คนดูเบื่อละครข้ามภพข้ามชาติ ทีวีซีนขอ3-4 ชาติไปเลยจ้า เฮ้อ
การเลือกคนเขียนบทและผู้กำกับ
ซ้ำซากมาก ผลงานที่ผ่านๆมาก็อย่างที่เห็น เอื่อยๆเนื่อยๆ ยิ่งตัวละครเยอะมันยิ่งต้องเข้มข้น แต่ก็นะ...ไม่เปลี่ยนแปลง
การแคสตัวละคร
อยากจะ เฮ้อๆๆๆ ไม่ได้เบื่อนักแสดงนะ แต่เบื่อการจับคู่ ทีวีซีนฟังแต่เสียงแฟนคลับ(ส่วนนึง) หลงไปกับเสียงชื่นชมแต่ไม่เคยดูภาพรวม
ที่สำคัญทีวีซีนไม่ค่อยให้ความสำคัญกับนักแสดงรุ่นใหญ่ เปิดชื่อมานักแสดงคุณภาพตัวพ่อตัวแม่ทั้งนั้น แต่คุณทำอะไรกับพวกเขา? ต้องการแค่เอาชื่อมาประดับละครเท่านั้นหรือ แต่คุณดูบทด้วย บทของคุณดับนักแสดงมานักต่อนักแล้ว
ในฐานะผู้จัดละครไม่เปรี้ยงคุณก็แค่เปิดเรื่องใหม่ แล้วนักแสดงที่ต้องมารับบทที่คุณยื่นให้ล่ะ? ละครพังนักแสดงรับเละ
ทีวีซีนหลังๆไม่เคยฟังเสียงคนดูที่เป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่เลย ถ้าฟังผลงานหลังๆคงไม่เป็นแบบนี้....
"ทีวีซีน" เมื่อคุณทำอะไรแบบเดิมๆ ก็จะได้ผลลัพธ์แบบเดิมๆ
เริ่มจากการเลือกเรื่องที่จะมาทำละคร
ทีวีซีนมักเลือกเรื่องที่เข้าใจยากมาทำเป็นละคร ถามว่าผิดมั๊ย ก็ไม่ผิด แต่แค่คุณทำไม่ถึง
อย่างเรื่องล่าสุด คนดูเบื่อละครข้ามภพข้ามชาติ ทีวีซีนขอ3-4 ชาติไปเลยจ้า เฮ้อ
การเลือกคนเขียนบทและผู้กำกับ
ซ้ำซากมาก ผลงานที่ผ่านๆมาก็อย่างที่เห็น เอื่อยๆเนื่อยๆ ยิ่งตัวละครเยอะมันยิ่งต้องเข้มข้น แต่ก็นะ...ไม่เปลี่ยนแปลง
การแคสตัวละคร
อยากจะ เฮ้อๆๆๆ ไม่ได้เบื่อนักแสดงนะ แต่เบื่อการจับคู่ ทีวีซีนฟังแต่เสียงแฟนคลับ(ส่วนนึง) หลงไปกับเสียงชื่นชมแต่ไม่เคยดูภาพรวม
ที่สำคัญทีวีซีนไม่ค่อยให้ความสำคัญกับนักแสดงรุ่นใหญ่ เปิดชื่อมานักแสดงคุณภาพตัวพ่อตัวแม่ทั้งนั้น แต่คุณทำอะไรกับพวกเขา? ต้องการแค่เอาชื่อมาประดับละครเท่านั้นหรือ แต่คุณดูบทด้วย บทของคุณดับนักแสดงมานักต่อนักแล้ว
ในฐานะผู้จัดละครไม่เปรี้ยงคุณก็แค่เปิดเรื่องใหม่ แล้วนักแสดงที่ต้องมารับบทที่คุณยื่นให้ล่ะ? ละครพังนักแสดงรับเละ
ทีวีซีนหลังๆไม่เคยฟังเสียงคนดูที่เป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่เลย ถ้าฟังผลงานหลังๆคงไม่เป็นแบบนี้....