อยากจะให้ทุกสำนักแสดงธรรม ตรัสรู้ บรรลุ คืออะไร เชิญทั้งหมดทุกสำนัก

กระทู้คำถาม
ศาสนาพุทธของเรามีอาจารย์หลายสำนัก คนที่จะศึกษาก็งงว่าจะเลือกสำนักไหนดี ตามความเห็นของผมนั้น ก็ต้องตามแต่ความสมัครใจของแต่ละบุคคลเพราะเป็นประชาธิปไตย ผมจึงอยากเชิญชวนทุกสำนักแสดงข้อสนใจของสำนักแต่ละสำนักเพื่อให้คนที่สนใจคัดเลือกเอาเองจะได้ไม่เถียงกันมาก เพราะตัดสินใจกันแล้ว
สำนักกลุ่มพวกผมเป็นสำนักเล็กๆและไม่ต้องการจะเปิดเผยตัวตน ฝึกกันเองแบบเงียบๆธรรมของสำนักมีลักษณะเป็นแบบนี้
-การบรรลุธรรม >หมายถึง การเข้าถึงจุดที่กำหนด เช่น ละเรื่องเพศและละโทสะได้ จะเทียบเท่า อนาคามี ละกิเลสได้หมดทุกชนิด จะเทียบเท่า อรหันต์
-การตรัสรู้>หมายถึง การที่จิตเปลี่ยนแปลงจากจิตของคนที่มีกิเลสไปเป็นจิตของคนที่ไม่มีกิเลส เรียกว่า ตรัสรู้
-ส่วนการฝึกส่วนใหญ่ก็จะคล้ายๆทุกสำนักอยู่ แต่มีข้อแตกต่างอยู่บ้าง
-ใช้การฝึกเน้นสายสมาธิ >การฝึกสมาธิ >คัดเลือกวิธีฝึกของหลวงปู่ดุลย์ เมื่อได้สมาธิแล้วก็ใช้การดูจิตบวกกับการทำวิปัสสนาในขณะที่ได้สมาธิแล้ว
-และเมื่อจิตเป็นสมาธิแล้ว ก็ใช้พิจารณาธรรมทั้งหมด มีตั้งแต่สติปัฎฐาน 4 รวมถึงพระอภิธรรมด้วย
วันนี้เป็นวันตรุษจีน ครอบครัวของผมได้ชวนกันไปเที่ยวกลับมาแล้วจะมาตอบทุกความเห็นครับ
หมายเหตุ ถ้าในอนาคตสำนักของพวกเราเปลี่ยนวิธีฝึกใหม่และบังเอิญไปเหมือนสำนักอื่นๆจะว่ากันไม่ได้นะครับ เพราะสำนักเราเป็นสำนักเรียนรู้พร้อมจะเลียนแบบสำนักอื่นๆตลอด เช่น การฝึกสมาธิก็เลียนแบบของอาจารย์อื่น(ไม่ได้คิดเอง)
คำถามนี้ ไม่มีการโหวต ไม่มีการเลือกพวก ไม่เข้าข้างสำนักใด จุดประสงค์แค่ให้ทุกท่านแสดงธรรมของแต่ละสำนักชักชวนผู้ปฎิบัติธรรมเอาเองและต้องการให้แสดงธรรมแต่ละสำนักออกมา แสดงจุดยืนของแต่ละสำนัก ไม่เกี่ยวกับว่าใครจะถูกหรือผิดครับ(ไม่มีการตัดสินเพราะไม่มีพระพุทธเจ้าอยู่)

ปล.ลืมบอกไป อธิบายยังไม่หมด
-กรณีคนที่ไม่สามารถฝึกสมาธิได้ ทางสำนักของเรา จะใช้วิธีการสังเกตุจิตของตนเองบวกกับพยายามดูจิตของตนเอง แล้วฝึกใช้สติระงับกิเลส ซึ่งภรรยาของผมก็ฝึกโดยใช้หลักการนี้ ซึ่งแต่เดิมภรรยาของผมหงุดหงิดทั้งวัน ทำให้คนในครอบครัวพากันไม่ชอบทั้งนั้น ซึ่งปัจจุบันนี้ภรรยาก็แก้ไขและคุมอารมณ์ได้ดีมาก อารมณ์ที่แย่ๆของภรรยาลดลงเกินครึ่ง
หมายเหตุ ขอเพิ่มเติมเรื่อง การตรัสรู้ หลังจากได้ปรึกษาอาจารย์แล้วอาจารย์ชี้แจงว่า คำสอนในเรื่องภาคปฏิบัติเรื่องการตรัสรู้ หมายถึง ในภาวะที่จิตสงบนิ่งอยู่ทุกเวลาโดยเฉพาะในการใช้ชีวิตประจำวัน(จิตไม่ฟุ้งซ่าน) และให้ใช้ภาวะนี้ทำการพิจารณาในเรื่องของกิเลสต่างๆ เมื่อรู้สึกว่าเกิดความทุกข์จากกิเลสขึ้น ให้ทำการเดินวิปัสสนาในขณะที่ทุกข์เกิดขึ้นมานั้นเลย จนจิตปล่อยวางได้ทั้งหมด สรุป คือ การตรัสรู้ หมายถึง ตรัสรู้ทุกข์(รู้สึกว่าทุกข์กำลังเกิดขึ้นจริง)ในขณะที่จิตไม่ฟุ้งซ่าน ตรงนี้แหละที่สำนักของเราสอนว่าคือ การตรัสรู้ อริยสัจ 4
-หลักปฏิบัติคร่าวๆคือ เน้นการฝึกให้จิตไม่ฟุ้งซ่าน เน้นการจับตาดูขันธ์ 5(ในขณะที่จิตไม่ฟุ้งซ่าน) แบบที่คุณ แม่ชีแก้ว เสียงล้ำ ได้กล่าวไว้ว่า ให้เอาขันธ์ 5 เป็นขันบูชา
-ส่วนเรื่องสมาธินั้น เน้นการตั้งมั่นเป็นอารมณ์เดียว เน้นการไม่ฟุ้งซ่านเป็นลักษณะ ไม่ได้เน้นเป็นฌาน
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่