เราก็ไม่คิดว่าชีวิตจะต้องมาเจออะไรแบบนี้
แม่ผ่าคลอดเราเกิดมา พ่อก็ยกเราให้อา(น้องสาว)มาเลี้ยงตั้งแต่เด็ก กลัวน้องสาวไม่มีคนเลี้ยงตอนแก่เพราะเป็นหมันมีลูกไม่ได้ ตอนนั้นอาก็รับเด็กมาเลี้ยงอีกคนเหมือนกันแต่ไม่เต็ม เป็นออทิสติก
แฟนคนแรกของอาป่วยตาย แล้วก็มีแฟนคนใหม่(คนที่2) ตอนนั้นเรายังเด็กมาก ไม่รู้ภาษา
พอเราขึ้นม.2 อามีปัญหาเรื่องงาน เราก็ย้ายกลับไปเรียนกับพ่อแม่ เรามีพี่น้องเพิ่มอีกหลายคนเลย
แต่ก็นะไม่ได้โตมาด้วยกัน มารู้จักกันตอนโตแล้วก็รู้สึกเหมือนคนแปลกหน้ามาทำความรู้จักกันใหม่ แม้แต่พ่อกับแม่ก็เถอะ แต่เราก็ติดต่อโทรไปหาอาบ่อยๆนะ จนเราจบม.6 อยากเรียนต่อ แต่ไม่มีเงินเรียน
พ่อแม่ก็แก่แล้ว พี่น้องก็ต่างมีครอบครัว อาเองก็ไม่ไหวเพราะทำงานรับจ้าง เราเลยตัดสินใจกู้เรียน
เรียนไปสักพักเกรดปี1ออก เราได้เกรด1กว่าๆ รจากที่ม.6 เราได้เกรด3กว่าๆ เราเริ่มเครียดเพราะกู้เรียนในตอนนั้นมันต้องได้เกรด2 ขึ้นไป หลังจากนั้นมาเกรดก็ลดลงเรื่อยๆแต่ยังไม่ติดโปร แต่ที่เราเครียดมากๆคือเราจะเรียนต่อไม่ได้ เราเริ่มป่วยหนักขึ้นๆ ขาดเรียนบ่อย เข้าโรงบาลบ่อยกว่าเข้าห้องเรียนจนถึงขั้นถูกส่งตัวไปพบหมอจิตเวช เราเริ่มควบคุมสติตัวเองไม่ได้ ร้องไห้โทรกลับบ้านคุยกับพี่ แต่พี่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก บอกพี่ว่าถ้าทำเกรดถึง2 ก็จะได้กู้ต่อ พี่ก็บอกว่าลองดูก่อนพี่น้องหลายคนช่วยกันออกเงินก่อนคงได้ เราก็ลองไปคุยกับอาดูบ้าง ซึ่งเราก็เรียกอา(น้องสาวพ่อ)ว่า แม่ แต่เด็กๆ อาบอกว่าไม่มี
เราก็ยิ่งเครียดหนัก กินยานอนหลับที่หมอให้มาก็นอนไม่หลับ นั่งร้องไห้โทรหาพี่น้องคนอื่นไปทั่วจนช็อคเข้าโรงบาลยังดีที่วันนั้นมีรูมเมทอยู่ห้องพาไปหาหมอ ไม่งั้นก็ไม่อยากคิด อาก็รู้ว่าเราเครียดและป่วยบ่อย ใครก็ช่วยไม่ได้ หมอบอกเราเป็นภาวะซึมอีก
เราเลยตัดสินใจจะลาออก เพราะเรื่องเงินมันเรื่องใหญ่เลยโทรบอกที่บ้านให้มารับ ลาออกจากมหาลัยแล้วต้องไปลาออกจากหอพักด้วยเพราะอยู่หอใน คุยกับที่ปรึกษาหอ เขาบอกว่าทำไมไม่มาปรึกษาก่อน แนะนำเรื่องเรียนจนเรารู้สึกมีความหวัง จะให้คนมาช่วยให้กลับเข้าไปเรียนเหมือนเดิม
เราเลยโทรหาที่บ้านเล่าให้ฟัง แต่น้ำเสียงเขาดูเหนื่อยกับเรามากเลยบอกว่าเตรียมตัวจะไปรับแล้ว
เราก็เลยไม่รับโอกาสจากที่ปรึกษาหอ พอกลับมาอยู่บ้านได้วันเดียว วันต่อมาพี่ก็ให้ขึ้นมาหางานกับพี่อีกคน ทั้งที่อาการซึมเศร้าก็ยังไม่ดี พี่บอกว่าไม่ได้แล้วก็ทำงานเก็บตังใช้หนี้ที่กู้เรียน เก็บไว้เผื่ออนาคตตัวเอง
พี่บางคนก็บอกว่าไม่เชื่อเขาแต่แรกให้เรียนสายอาชีพ ตอนนี้คงจบแล้ว ในตอนนั้นก่อนที่จะเรียนต่อเราคิดว่าเรียนสายอาชีพ2 ปี ก็ต้องต่ออีก2ปีให้ได้วุฒิป.ตรี
เราเลยเลือกเรียนป.ตรีเลย เพราะเรียน4ปีเท่ากัน แต่ใครจะรู้อนาคตล่ะ ว่าจะเรียนไม่จบ พอได้งานทำ
เราก็ทำงานเริ่มเก็บตังใช้หนี้ที่กู้เรียนก่อนเลย รีบใช้หนี้จนไม่มีตังเก็บ เพราะอยากรีบเก็บตังไปทำอย่างอื่น
วันหยุดเราขอให้พี่เราพาไปเยี่ยมอา เราฟังคำพูดอาประโยคนึงแล้วเราเศร้ามาก อาพูดว่า"จะไม่กลับไปเรียนแล้วใช่ไหม จะได้เอาตังไปทำบ้าน"
น้ำตาเราตกในเลยนะ ทำไมตอนนั้นเราขอ ขอโอกาสเรียนต่อ ทำไมบอกไม่มี 😢
มันแย่นะ อาเอาเรามาเลี้ยงแต่เล็ก เราก็คิดว่าเป็นแม่เราคนนึง ทำไมทำกับเราแบบนี้
พอเราทำงานไปสักพัก อามาถามให้เราเอาสลิปเงินเดือนไปกู้มาทำบ้านให้ได้ไหม ซึ่งฐานเงินเดือนเรายังน้อยกู้ไม่ได้ มาถามกับเราหลายครั้งมาก จนอาเอาเงินเก็บตัวเองไปทำ ซึ่งเราไม่เคยถามเกี่ยวกับทรัพย์สินของอาเลย พอทำบ้านไปแล้วไม่พอ
อาก็โทรมาถามกับเรา เราเหนื่อย เราเครียดมากเลยนะ
ไม่ได้เรียนต่อก็เพราะเงิน ลาออกมาแล้วยังมีปัญหาเรื่องเงินอีก ใช้หนี้กู้เรียนแล้ว ก็อยากเก็บตังจริงจัง
เราก็ทำอะไรไม่ได้อีก เราเคยคิดนะถ้ากรีดแขนเลือดไหลออกมาเป็นเงินได้ เราก็จะทำ
เราโทรกลับบ้านคุยกับพี่ พี่ก็บอกให้ช่วยได้เท่าที่ไหว
เราคิดมีคำถามมาตลอดที่รู้ว่า มีพ่อแม่แท้ๆ ไม่ใช่อาที่เข้าใจมาตลอด ว่าทำไมพี่น้องคนอื่นพ่อแม่เราเลี้ยงได้ แล้วทำไมต้องให้เรามาเป็นลูกคนอื่น
มารับผิดชอบปัญหาชีวิตคนอื่น เราเหนื่อยเราไม่อยากฟังเรื่องเงินอีกแล้ว อาก็โทรมาถามมาบ่นแต่เรื่องเงิน พี่ก็พูดปลอบว่า ชาติที่แล้วเป็นลูกเขา ชาตินี้เขามีลูกไม่ได้ เลยฝากท้องเขามาเกิด
เราฟังแล้วต้องรู้สึกยังไงหรอ ดีใจอย่างนั้นใช่ไหม 😞
ตั้งแต่ลาออกมาผ่านมาหลายปีได้คุยกับเพื่อนที่กู้เรียนเหมือนกัน ถามเรื่องเกรดบอกไม่ถึง2 ทำไมยังกู้เรียนได้ เพื่อนบอกเขาอนุโลมให้กู้ต่อได้
พอวางสายจากเพื่อน เราก็นั่งร้องไห้ พอเห็นเพื่อนบางคนลงรูปจบรับปริญญาเรายิ่งเศร้า
เราอยากมีความสุขนะ แต่เราลบเรื่องรางปัญหาออกไปไม่ได้ แม้แต่ชีวิตก็เลือกเองไม่ได้ตั้งแต่ถูกเลือกให้มาเป็นลูกคนอื่นแล้ว ป่วยแทบตายแก้ปัญหาแค่ลาออกกลับมาอยู่บ้านแค่วันเดียว
หมอก็ไม่หา ไม่รักษาต่อ สู้กับโรคด้วยตัวเอง
อยากจบชีวิตตัวเองก็หลายครั้ง แต่ยังทำไม่ได้
เราเหนื่อย พี่บอกให้เรามองคนที่เขาแย่กว่า เรายิ่งรู้สึกหดหู่ยิ่งกว่าเดิม เราไม่มีกำลังใจ ไม่มีแรงผลักดันอะไรเลย เหมือนตัวคนเดียว แก้ปัญหารักษาอาการซึมเศร้าด้วยตัวเองมาตลอด จนตอนนี้ก็ 4 ปีแล้ว😔😔
อยากมีชีวิตที่มีความสุข ควรเริ่มต้นยังไงดี 😒
แม่ผ่าคลอดเราเกิดมา พ่อก็ยกเราให้อา(น้องสาว)มาเลี้ยงตั้งแต่เด็ก กลัวน้องสาวไม่มีคนเลี้ยงตอนแก่เพราะเป็นหมันมีลูกไม่ได้ ตอนนั้นอาก็รับเด็กมาเลี้ยงอีกคนเหมือนกันแต่ไม่เต็ม เป็นออทิสติก
แฟนคนแรกของอาป่วยตาย แล้วก็มีแฟนคนใหม่(คนที่2) ตอนนั้นเรายังเด็กมาก ไม่รู้ภาษา
พอเราขึ้นม.2 อามีปัญหาเรื่องงาน เราก็ย้ายกลับไปเรียนกับพ่อแม่ เรามีพี่น้องเพิ่มอีกหลายคนเลย
แต่ก็นะไม่ได้โตมาด้วยกัน มารู้จักกันตอนโตแล้วก็รู้สึกเหมือนคนแปลกหน้ามาทำความรู้จักกันใหม่ แม้แต่พ่อกับแม่ก็เถอะ แต่เราก็ติดต่อโทรไปหาอาบ่อยๆนะ จนเราจบม.6 อยากเรียนต่อ แต่ไม่มีเงินเรียน
พ่อแม่ก็แก่แล้ว พี่น้องก็ต่างมีครอบครัว อาเองก็ไม่ไหวเพราะทำงานรับจ้าง เราเลยตัดสินใจกู้เรียน
เรียนไปสักพักเกรดปี1ออก เราได้เกรด1กว่าๆ รจากที่ม.6 เราได้เกรด3กว่าๆ เราเริ่มเครียดเพราะกู้เรียนในตอนนั้นมันต้องได้เกรด2 ขึ้นไป หลังจากนั้นมาเกรดก็ลดลงเรื่อยๆแต่ยังไม่ติดโปร แต่ที่เราเครียดมากๆคือเราจะเรียนต่อไม่ได้ เราเริ่มป่วยหนักขึ้นๆ ขาดเรียนบ่อย เข้าโรงบาลบ่อยกว่าเข้าห้องเรียนจนถึงขั้นถูกส่งตัวไปพบหมอจิตเวช เราเริ่มควบคุมสติตัวเองไม่ได้ ร้องไห้โทรกลับบ้านคุยกับพี่ แต่พี่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก บอกพี่ว่าถ้าทำเกรดถึง2 ก็จะได้กู้ต่อ พี่ก็บอกว่าลองดูก่อนพี่น้องหลายคนช่วยกันออกเงินก่อนคงได้ เราก็ลองไปคุยกับอาดูบ้าง ซึ่งเราก็เรียกอา(น้องสาวพ่อ)ว่า แม่ แต่เด็กๆ อาบอกว่าไม่มี
เราก็ยิ่งเครียดหนัก กินยานอนหลับที่หมอให้มาก็นอนไม่หลับ นั่งร้องไห้โทรหาพี่น้องคนอื่นไปทั่วจนช็อคเข้าโรงบาลยังดีที่วันนั้นมีรูมเมทอยู่ห้องพาไปหาหมอ ไม่งั้นก็ไม่อยากคิด อาก็รู้ว่าเราเครียดและป่วยบ่อย ใครก็ช่วยไม่ได้ หมอบอกเราเป็นภาวะซึมอีก
เราเลยตัดสินใจจะลาออก เพราะเรื่องเงินมันเรื่องใหญ่เลยโทรบอกที่บ้านให้มารับ ลาออกจากมหาลัยแล้วต้องไปลาออกจากหอพักด้วยเพราะอยู่หอใน คุยกับที่ปรึกษาหอ เขาบอกว่าทำไมไม่มาปรึกษาก่อน แนะนำเรื่องเรียนจนเรารู้สึกมีความหวัง จะให้คนมาช่วยให้กลับเข้าไปเรียนเหมือนเดิม
เราเลยโทรหาที่บ้านเล่าให้ฟัง แต่น้ำเสียงเขาดูเหนื่อยกับเรามากเลยบอกว่าเตรียมตัวจะไปรับแล้ว
เราก็เลยไม่รับโอกาสจากที่ปรึกษาหอ พอกลับมาอยู่บ้านได้วันเดียว วันต่อมาพี่ก็ให้ขึ้นมาหางานกับพี่อีกคน ทั้งที่อาการซึมเศร้าก็ยังไม่ดี พี่บอกว่าไม่ได้แล้วก็ทำงานเก็บตังใช้หนี้ที่กู้เรียน เก็บไว้เผื่ออนาคตตัวเอง
พี่บางคนก็บอกว่าไม่เชื่อเขาแต่แรกให้เรียนสายอาชีพ ตอนนี้คงจบแล้ว ในตอนนั้นก่อนที่จะเรียนต่อเราคิดว่าเรียนสายอาชีพ2 ปี ก็ต้องต่ออีก2ปีให้ได้วุฒิป.ตรี
เราเลยเลือกเรียนป.ตรีเลย เพราะเรียน4ปีเท่ากัน แต่ใครจะรู้อนาคตล่ะ ว่าจะเรียนไม่จบ พอได้งานทำ
เราก็ทำงานเริ่มเก็บตังใช้หนี้ที่กู้เรียนก่อนเลย รีบใช้หนี้จนไม่มีตังเก็บ เพราะอยากรีบเก็บตังไปทำอย่างอื่น
วันหยุดเราขอให้พี่เราพาไปเยี่ยมอา เราฟังคำพูดอาประโยคนึงแล้วเราเศร้ามาก อาพูดว่า"จะไม่กลับไปเรียนแล้วใช่ไหม จะได้เอาตังไปทำบ้าน"
น้ำตาเราตกในเลยนะ ทำไมตอนนั้นเราขอ ขอโอกาสเรียนต่อ ทำไมบอกไม่มี 😢
มันแย่นะ อาเอาเรามาเลี้ยงแต่เล็ก เราก็คิดว่าเป็นแม่เราคนนึง ทำไมทำกับเราแบบนี้
พอเราทำงานไปสักพัก อามาถามให้เราเอาสลิปเงินเดือนไปกู้มาทำบ้านให้ได้ไหม ซึ่งฐานเงินเดือนเรายังน้อยกู้ไม่ได้ มาถามกับเราหลายครั้งมาก จนอาเอาเงินเก็บตัวเองไปทำ ซึ่งเราไม่เคยถามเกี่ยวกับทรัพย์สินของอาเลย พอทำบ้านไปแล้วไม่พอ
อาก็โทรมาถามกับเรา เราเหนื่อย เราเครียดมากเลยนะ
ไม่ได้เรียนต่อก็เพราะเงิน ลาออกมาแล้วยังมีปัญหาเรื่องเงินอีก ใช้หนี้กู้เรียนแล้ว ก็อยากเก็บตังจริงจัง
เราก็ทำอะไรไม่ได้อีก เราเคยคิดนะถ้ากรีดแขนเลือดไหลออกมาเป็นเงินได้ เราก็จะทำ
เราโทรกลับบ้านคุยกับพี่ พี่ก็บอกให้ช่วยได้เท่าที่ไหว
เราคิดมีคำถามมาตลอดที่รู้ว่า มีพ่อแม่แท้ๆ ไม่ใช่อาที่เข้าใจมาตลอด ว่าทำไมพี่น้องคนอื่นพ่อแม่เราเลี้ยงได้ แล้วทำไมต้องให้เรามาเป็นลูกคนอื่น
มารับผิดชอบปัญหาชีวิตคนอื่น เราเหนื่อยเราไม่อยากฟังเรื่องเงินอีกแล้ว อาก็โทรมาถามมาบ่นแต่เรื่องเงิน พี่ก็พูดปลอบว่า ชาติที่แล้วเป็นลูกเขา ชาตินี้เขามีลูกไม่ได้ เลยฝากท้องเขามาเกิด
เราฟังแล้วต้องรู้สึกยังไงหรอ ดีใจอย่างนั้นใช่ไหม 😞
ตั้งแต่ลาออกมาผ่านมาหลายปีได้คุยกับเพื่อนที่กู้เรียนเหมือนกัน ถามเรื่องเกรดบอกไม่ถึง2 ทำไมยังกู้เรียนได้ เพื่อนบอกเขาอนุโลมให้กู้ต่อได้
พอวางสายจากเพื่อน เราก็นั่งร้องไห้ พอเห็นเพื่อนบางคนลงรูปจบรับปริญญาเรายิ่งเศร้า
เราอยากมีความสุขนะ แต่เราลบเรื่องรางปัญหาออกไปไม่ได้ แม้แต่ชีวิตก็เลือกเองไม่ได้ตั้งแต่ถูกเลือกให้มาเป็นลูกคนอื่นแล้ว ป่วยแทบตายแก้ปัญหาแค่ลาออกกลับมาอยู่บ้านแค่วันเดียว
หมอก็ไม่หา ไม่รักษาต่อ สู้กับโรคด้วยตัวเอง
อยากจบชีวิตตัวเองก็หลายครั้ง แต่ยังทำไม่ได้
เราเหนื่อย พี่บอกให้เรามองคนที่เขาแย่กว่า เรายิ่งรู้สึกหดหู่ยิ่งกว่าเดิม เราไม่มีกำลังใจ ไม่มีแรงผลักดันอะไรเลย เหมือนตัวคนเดียว แก้ปัญหารักษาอาการซึมเศร้าด้วยตัวเองมาตลอด จนตอนนี้ก็ 4 ปีแล้ว😔😔