[CR] รีวิว Singapore ตามหา street art เที่ยวโรงงานทำเบียร์Tiger แล้วไปกินร้านอาหารราคากระเป๋าฉีก

สวัสดีครับชาวพันทิปทุกท่าน มาพาทุกท่านไปเที่ยวกันอีกแล้วครับ รอบนี้ไปใกล้ๆที่สิงคโปร์ ซึ่งผมไปวิ่งรายการ Singapore Marathon อยู่แล้วและแวะเที่ยวอีกนิดหน่อย เอาข้อมูลมาฝากกัน...

กระทู้นี้รวดเดียวจบนะครับ ไม่ยาวมากอ่านตอนกินกาแฟได้เพลินๆ เริ่มเลยครับ


เริ่มที่เรื่องการเดินทางก่อน เที่ยวนี้เราใช้บริการการบินไทย ชั้นธุรกิจ โดยจ่ายเงินค่าตั๋วไป 7,000 กว่าบาท มีคนออกให้เหรอ...เปล่าครับ ใช้ไมล์ที่เก็บสะสมมากับบัตรเครดิต Citi ROP Select ซึ่งข้อดีของบัตรเครดิตที่ร่วมกับสายการบินแบบนี้คือไมล์ที่เก็บสะสมไม่หมดอายุ เที่ยวนี้เราใช้ไมล์ไปคนละ 40,000ไมล์สำหรับตั๋วไป-กลับชั้นธุรกิจ ขอนั่งสบายๆบ้างเถอะ

ขาไป Flight TG413 ใช้เครื่องแบบ Boeing 777-300 ซึ่งอายุการใช้งานเกือบจะ 20 ปีแล้วที่นั่งในชั้นธุรกิจเลยเป็นแบบเก่าสุดของการบินไทยแล้ว ปรับเอนนอนได้แต่ไม่ราบ จะเอียงๆหน่อยนอนแล้วตัวจะไหลๆ ที่นั่งจัดแบบ 2-3-2 กว้างขวาง นั่งสบาย ไม่มีที่วางขา ความเป็นส่วนตัวน้อย

อาหารของเรามื้อนี้นะครับ ภาพบนเป็นฉู่ฉี่ปลาแซลมอนไส้มูสกุ้ง จานล่างเป็นหมูผัดซอสซาฉาแบบจีน แต่จานที่อร่อยสุดเป็นจานที่อยู่มุมซ้ายบนของถาดครับเป็น ทิมเบลเนื้อปูและอโวคาโด อาหารโดยรวมสำหรับผมที่ไม่ใช่คนกินยาก ก็อร่อยครับ กินเกลี้ยงเลย

2 ชั่วโมงต่อมา เราก็มาอยู่ในประเทศที่อากาศร้อนอบอ้าวกับฝนที่พร้อมจะตกได้เสมอ ถึงเราจะไปช่วงต้นเดือนธันวาคม แต่อย่าหวังลมหนาวที่นี่ครับ ไม่มีแม้แต่นิด สำหรับผมสิงคโปร์แทบจะมีฤดูเดียวทั้งปี ร้อนเหนอะๆกับฝนตกเป็นพักๆ

เดินเล่นแถว Marina Bay จนเริ่มค่ำๆ ก็หิวล่ะสิ เดินมาเรื่อยๆเห็นร้านหนึ่งชื่อ Super Loco อยู่ใกล้ๆกับโรงแรม Fullerton Bay เดินไปดูรายการอาหารหน้าร้าน นั่นแน่....มีคราฟเบียร์ด้วย จัดไปสิครับ

จานนี้ชื่อ Arrachera Con Chile Ancho หรือเนื้อAngus ย่างนั่นแหละ คุณภาพเนื้อดีทีเดียว ชุ่มฉ่ำ ไม่เหนียว นอกจากจานนี้เรายังสั่งซัลซ่าอีก 2-3 อย่างมาแกล้มเบียร์

คราฟเบียร์ของที่นี่จะมาจากบริษัท Trouble Brewing ในสิงคโปร์เอง ตรงหน้าเรามีอยู่ 3 ชนิด Pilsner, Dark Ale, Pale Ale เราชิมมันทุกแบบ ผมว่าเบียร์ที่นี่รสชาติเข้มข้นทีเดียว ชอบที่สุดก็คงเป็น Pale Ale หมด มื้อนี้หมดไปร่วมๆ 170เหรียญหรือเป็นเงินไทยประมาณสี่พันบาท(กระเป๋าฉีกอย่างเร็ว)

มารอบนี้นอกจากมาวิ่งแล้ว เราก็แทบไม่รู้จะทำอะไรเพราะนี่ก็ไม่ใช่สิงคโปร์ครั้งแรกของเรา หาข้อมูลจิ้มนู่นจิ้มนี่สักพักเลยมาลงเอยที่ออกไปตามหา Street Art กันเสียหน่อย แหล่ง Street Art ขึ้นชื่อของสิงคโปร์น่าจะเป็น Haji Lane แต่คราวนี้เราจะไปหาที่อื่นกัน

“ตามหางานของ Yip Yew Chung”

    ได้โจทย์ของเราแล้ว แล้วอาจารย์ยิปนี่ใคร...อาจารย์ยิปเป็นคนเชื้อสายจีน เกิดที่ฝอซาน หลังจากนั้นย้ายมาฮ่องกง ความสามารถของอาจารย์ถึงขนาดมาสร้างเป็นหนังตั้ง 3 ภาค...เดี๋ยวๆ นั่นมัน ยิป มัน...เอาใหม่ คุณยิป เป็นชาวสิงคโปร์นี่แหละ เรียนจบบัญชี ทำงานบัญชี อายุ48 คุณยิปวาดภาพบนกำแพงครั้งแรกบนกำแพงบ้านเพื่อนบ้าน

Tiong Bahru
    แพะนี่ไม่ใช่งานคุณยิปหรอกครับ เป็นภาพหลังตลาด Tiong Bahru ที่เราจะไปหาภาพของคุณยิปต่างหาก ตลาด Tiong Bahru ห่างจากสถานี MRT Tiong Bahru เกือบกิโล ถ้านั่งรถประจำทางจะสะดวกกว่ามาก รถประจำทางสารพัดสายผ่านที่นี่

“Pasar and the Fortune teller”
    ภาพแรกที่เราเจอที่นี่ อยู่ที่ 73 Eng Watt Street ภาพนี้วาดขึ้นตั้งแต่ปี 2016 จุดเด่นอย่างหนึ่งของงานคุณยิปคือเป็นภาพชีวิตความเป็นอยู่และชุมชนต่างๆในยุค 70 และ 80 ภาพนี้มีร้านขายของ และหมอดู คุณยิปจะใช้เวลาตั้งแต่ 1-20 วันในการสร้างผลงานแต่ละชิ้น ขึ้นอยุ่กับขนาดและรายละเอียด

“Home”
    ภาพนี้ชื่อง่ายๆว่าบ้าน อยู่ที่ 74 Tiong Poh road ภาพนี้เป็นภาพบ้านของชาวจีน สิ่งต่างๆที่อยู่ในภาพสะท้อนความเป็นอยู่ของชาวจีนสมัยก่อน ภาพนี้คุณยิปได้แรงบันดาลใจจากบ้านเดิมของคุณยิปซึ่งเป็นเชื้อสายจีนเหมือนกัน

“Bird Singing Corner”
    ภาพนี้เป็นภาพ ชุมชนในย่านนี้ที่เคยเลี้ยงนกและนำมาร้องแข่งกัน ตามข้อมูลที่เขียนไว้ข้างๆของภาพพอเข้าใจได้ว่าวัฒนธรรมการเลี้ยงนกในย่านนี้หายไปช่วงประมาณปี 2003 คุณยิปจึงเขียนภาพนี้เพื่อรำลึกถึงชุมชนเลี้ยงนกดั้งเดิม

Everton
    อีกจุดหนึ่งที่มีผลงานของคุณยิปอยู่หลายชิ้นคือที่ถนน Everton ซึ่งถ้าไปด้วยรถไฟใต้ดินสถานีที่ใกล้ที่สุดคือ Outram Park และต้องเดินมาอีกประมาณเกือบกิโล...แน่นอนว่าเรานั่งรถประจำทาง ลงรถเดินต่ออีกร้อยเมตรก็ถึงแล้ว

“Amah”
    ภาพนี้อยู่ที่ 40 Everton road ภาพนี้เป็นภาพแรกที่คุณยิปนำเสนอในที่สาธารณะ เป็นภาพที่วาดไว้ตั้งแต่ปี 2015 สะท้อนวิถีชีวิตชาวเปอรานากันซึ่งเป็นชนพื้นเมืองของสิงคโปร์ที่อาศัยอยู่ในย่าน Blair Plain ใกล้ๆกับถนน Everton นั่นแหละ

“Barber”
    39 Everton road คือที่ตั้งของภาพนี้ ใกล้ๆภาพตะกี้ ภาพนี้สะท้อนภาพตอนเด็กๆของคุณยิปที่ใช้ชีวิตอยู่ใน Sago Lane และ Smith Street  ชอบรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่อยู่ในภาพเช่นกระป๋องนมและซองจดหมายที่ใช้ท่อน้ำเป็นส่วนประกอบ

“Provision Shop”
    ภาพนี้อยู่ที่ 8 Spottiswoode Park Road ใกลจากภาพอื่นๆหน่อยแต่ยังอยู่ใน Everton ภาพนี้เป็นภาพร้านขายของชำของชาวจีนในสมัยก่อน สะท้อนให้เห็นว่าขายแทบทุกอย่างที่ขายได้ หลังภาพนี้ไปหาอะไรกินกันดีกว่า จริงๆแล้วเดินจากถนนเส้นนี้ไปที่ Blair Road จะมีผลงานของคุณพัชรพล แตงรื่น หรือ Alex Face คนไทยเจ้าของเด็กสามตานั่นเอง

Chinatown
    ย่านนี้ก็มีผลงานคุณยิปอยู่ 1 ชิ้นเป็นชิ้นพิเศษเสียด้วย

“Thian Hock Keng Mural”
    ภาพนี้อยู่บนกำแพงวัด Thian Hock Keng ถนน Amoy st ซึ่งเป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 170ปี ภาพนี้ยาวกว่า 40 เมตร บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของชาวจีนฮกเกี้ยนในสิงคโปร์ที่อยู่อาศัยในย่าน Boat Quay ถ้ามองภาพจากขวาไปซ้ายจะมองจากอดีตมาปัจจุบัน หากมองจากซ้ายไปขวาจะมองย้อนอดีต

ภาพนี้ถ่ายให้เห็นครบในภาพเดียวยากครับ ด้วยความยาวของภาพและกำแพงที่ติดถนนมาก รถจอดเต็มไปหมดแต่ภาพบอกเรื่องราวได้ดีทีเดียว ภาพนี้เป็นภาพสุดท้ายของคุณยิปที่เราไปตามหากันในครั้งนี้แล้วครับ แต่มีภาพอีกมากที่ยังรอให้คุณไปชมด้วยตาตัวเอง ไปศึกษาประวัติศาสตร์สิงคโปร์ผ่านภาพวาดของชายวัย 48 ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่ https://yipyc.com  ครับ

“The Working Capital”
    งานชิ้นนี้อยู่ที่ 1 Koeng Saik road แถวๆตึก Chinatown Complex ภาพนี้เป็นผลงานของ Ripple root ซึ่งเป็นภาพของ Samsui women ที่หมายถึงหญิงชาวจีนที่เข้ามาอยู่ในมาเลเซียและสิงคโปร์ในช่วง 1920-1940 เป็นการแสดงถึงความมุมานะของหญิงชาวจีนที่ร่วมสร้างความเจริญตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคตข้างหน้า

ภาพนี้อยู่ในบริเวณตึก Chinatown complex เช่นเดียวกันแต่ไม่มีชื่อภาพและหาข้อมูลชื่อภาพไม่ได้ แม้ในเวปไซท์ของผู้วาดก็ไม่ได้ระบุไว้ ภาพนี้วาดโดย Berlinda Low ที่ได้รับอิทธิพลด้านงานศิลปะรูปแบบ post-impressionism จากงานของ Van Gogh และนี่เป็นภาพที่มีชื่อเสียงของเธอ ภาพนี้เป็น 1 ในโครงการ Colouring Banda Street ร่วมกับบริษัท PriceWaterHouse Coopers เป็นภาพวาดเกี่ยวกับ Samsui Women เช่นเดียวกัน

ไม่น่าเชื่อว่างานเขียนภาพริมกำแพงจะบอกเล่าเรื่องราวได้มากขนาดนี้ ยังมีภาพอีกเยอะในสิงคโปร์ครับ ใครไปเที่ยวลองไปตามหา ไปอ่านแนวความคิดของแต่ละภาพดูครับ เจ๋งจริงๆ

หาอะไรกินที่ Chinatown เลยแล้วกัน ร้านนี้อยู่ที่ Smith St มีที่นั่งและหลังคาอย่างดีเห็นร้านนี้คนเยอะ เอาร้านนี้แล้วกัน

จานนี้เป็นบะหมี่เป็ด อร่อยใช้ได้เลย เป็ดหนังกรอบ เนื้อนุ่มไม่แห้ง บะหมี่รสชาติทั่วๆไปแต่ให้มาเยอะ น้ำราดเค็มๆหวานๆ หมดจานนี้อิ่มเลย...แต่ขออีกหน่อยแล้วกัน

ร้านหอยทอดข้างๆกันนั่นแหละ รสชาติไม่เหมือนหอยทอดบ้านเราเสียทีเดียว ออกจะเป็นหอยนางรมผัดไข่มากกว่า หอยตัวไม่ใหญ่นัก กินได้เพลินๆ

คอแห้งก็ต้องหาน้ำกินเสียหน่อย เอา Sugar Tiger ร้านชานมไข่มุกชื่อดังจากไต้หวันนี่แล้วกัน ร้านที่เราไปกินกันเป็นสาขา Capital Plaza ช่วงที่ไปร้านเปิดเพิ่มอีกสาขาที่ Chinatown เห็นคนต่อแถวกันยาว น่าจะอร่อย

ปกติผมไม่กินชานมไข่มุก แต่นี่อร่อยมาก รสชาติหวานแต่ไม่หวานจนแสบคอ ชาเองก็ออกหวานเล็กน้อย เขย่ารวมกันได้กลิ่นหอมของน้ำตาล และกลิ่นจะยังอยู่ถึงจะดื่มไปเรื่อยๆ หลังจากกลับมาผมลองไปหาชานมไข่มุกสารพัดยี่ห้อ ไม่มียี่ห้อใหนเหมือนจริงๆ
ชื่อสินค้า:   Singapore
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่