จากหัวข้อเลยครับ เอาหละ จริงๆถ้าดูสถิย้อนหลังมากกว่า 5 ปี จะพบว่า เฮ้ย ปัญหานี้มันมีมานานคาราคาซัง ซึ่งจริงๆนักวิชาการ แพทย์ นักวิทยาศาสตร์ ก็ออกมาบอกแล้วว่ามันเกิดจากสาเหตุใด และกระทบสุขภาพด้านไหนบ้าง ไม่ได้เป็นเฉพาะรัฐบาลชุดนี้ แต่เป็นทุกๆรัฐที่ผ่านมา แก้ปัญหานี้ไม่ได้เลย คุณอยากรู้ไหมว่าเพราะอะไร
- ปัญหารถเก่าเกิน 7 ปี 10 ปี ห้ามขับ เหมือนต่างประเทศที่แก้ปัญหานี้
- ถ้าขึ้นภาษี พรบ และอื่นๆ เพื่อให้การใช้รถมันแพงขึ้น คนจะได้ไปใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น จะเป็นอย่างไร แล้วรถเมล์ หรือรถขนส่งบ้านเรามีแนวทางการเปลี่ยนใช้พลังงานสะอาด หรือ พลังงานไฟฟ้าแล้วหรือยัง ถ้าเปลี่ยนแล้วค่าโดยสารแพงขึ้น คุณจะว่ายังไร
- ปัญหาร้านอาหารข้างถนน เผา ย่าง ขวันขโมงกันให้ลึ่ม ไม่ใช่แค่ปัญหาการก่อเกิดมลภาวะ อย่างเดียวด้วยนะข้อนี้ แต่ยังส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร และการปรุงอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ทั้งสถานที่ คนประกอบอาหาร การเก็บล้างภาชนะ ทั้งหนูแมลงสาบวิ่งไต่จานยามค่ำคืนกันให้ควัก เพราะไม่มีตู้เก็บจริงจัง น้ำมันก็ใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ภาชนะ ก็ไม่รู้จะล้างตรงไหน ซิงค์น้ำก็ไม่มี ก็เล่นหลายน้ำในกาลามังเดียวเลยละกัน อาหารเอาออกมาเตรียมประกอบอาหารโดยไม่ผ่านการคุมอุณหภูมิ ผู้ประกอบอาหารไม่มีที่ล้างมือ ขายทั้งวันลองนึกภาพเราเองละกันว่าเราทำอะไรบ้างทั้งวัน แคะขี้มูก จามใช้มือบังน้ำมูกเต็มมือ เกาผม ปาดเหงื่อ กินน้ำลาย จับไอนั่นเพื่อปัสสาวะโดยมือ โดยไม่มีที่ล้างและสบู่ฆ่าเชื้อก็ไม่มี เพราะเกิดเป็นคนต้องไอ จาม คัน แคะจมูกอยู่แล้ว แล้วใช้มือนั้นจับเส้น จับหมู จับเนื้อ จับผัก พูดคุยระหว่างประกอบอาหารน้ำลายเข้าอาหาร ยังไม่พูดถึงอาหารที่เอาออกมาภายนอกการความคุมอุณหภูมิอีกนะ คุณจะสั่งให้เขาหยุดขายแบบต่างประเทศหรอ หรือร้านไหนไม่ถูกสุขลักษณะ สั่งปิด? คุณกล้าหรอเพื่อให้แก้ปัญหาสุขภาพ จริงอยู่พวกนี้มันไม่ได้ส่งผลแบบทันทีทันใด แต่อะไรที่ส่งผลระยะยาวนั้น คนไทยไม่เคยกลัว เห่อเป็นพักๆ เพราะค่าแรงมันน้อย และคนค้าขายก็ไม่มีทุนพอที่จะทำให้ถูกสุขลักษณะ คุณกล้าออกกฏควบคุมเหมือนต่างประเทศไหมละ แล้วประชาชนที่กระทบ คุณจะว่ายังไร แต่คุณไม่รู้ว่าพอเกิดโรคนั้นค่ารักษามันหลายแสนถึงหลักล้านซึ่งคนไม่มีเงินส่วนใหญ่ก็ปล่อยตาย คุณจะแก้อย่างไร ปัญหานี้เรื่องใหญ่ที่ไม่มีรัฐบาลไหนกล้าแตะต้อง
- ปัญหาการก่อสร้างที่ไม่ถูกหลัก ถ้าเครื่องป้องกันเอย ที่คลุมอาคารเอย ระบบ safty คนงานเอย ไม้แบบที่ถูกต้องมีทางเดินมีราวจับประหว่างการก่อสร้างเอย ผ้าคลุมอาคารกันฝั่งฟุ้งเอย คุณกล้าให้ออกกฏให้ถูกต้องไหมหละ ราคาของก็จะแพงขึ้น คุณโอเคไหมเพื่อระยะยาว รัฐบาลชุดไหนก็ไม่กล้าแตะ เพราะคนในรัฐบาลมีถือหุ้นอีก กรรมจริงๆ
- ผลักดันรถไฟฟ้า พลังงานสะอาด
- โรงงานอุตสาหกรรมปล่อยควันเสีย ปิดโรงงาน กล้าทำไหม
และที่เล่ามาคือปัญหาที่กระทบต่อสุขภาพระยะยาวทั้งนั้น ที่ต้องแก้เพื่อส่งผลระยะยาว แต่ไม่มีรัฐบาลชุดไหนกล้าแตะต้องเลย ผมถึงบอกว่ารัฐบาลชุดนี้ควรทำได้เพราะยึดมาเพื่อปฎิรูปให้ประเทศดีขึ้น ก็ควรใช้อำนาจเด็ดขาดไปเลยในการเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าทำไม่ได้เพราะกลัวฐานเสียง แบบนี้ก็ไม่ได้ต่างกับรัฐไหนๆเลยนะท่าน ถ้าท่านทำได้ผมคนนึงก็จะสนับสนุน เพราะมันเกิดผลดีระยะยาว อ่าวแล้วคนที่กระทบทำไงละ
การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีย่อมมีการกระทบอยู่แล้ว ไม่ว่าจะทำอะไร ดีกว่ามาแก้ปลายเหตุพ่นน้ำเนี่ย คนที่ทุนไม่ไหวก็กลับไปตั้งใจทำงาน คนที่ธุรกิจไปได้ดีอยู่แล้ว กำไรน้อยลงหน่อยเพื่อสุขภาพผู้บริโภคในระยะยาว แล้วปัญหาถ้าถูกอนามัยหมด ราคาของแพงขึ้น พนักงานใช้จ่ายไม่ไหวทำอย่างไร นั่นเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องแก้เรื่องค่าแรงหรือเปล่า ถ้าผมคิดให้หมด ผมคงเป็นนายกแล้ว 555
แต่ทางที่แก้ปัญหาระยะยาว ส่วนตัวคือเสนอแนวทางนี้แหละครับ
คุณคิดว่าปัญหาฝุ่นPM 2.5 นี่กระทบสุขภาพปัญหาเดียวที่เป็นปัญหาใหญ่หรอครับ ในไทยยังมีปัญหาเพียบ รัฐชุดนี้ควรจัดการได้เพราะ
- ปัญหารถเก่าเกิน 7 ปี 10 ปี ห้ามขับ เหมือนต่างประเทศที่แก้ปัญหานี้
- ถ้าขึ้นภาษี พรบ และอื่นๆ เพื่อให้การใช้รถมันแพงขึ้น คนจะได้ไปใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น จะเป็นอย่างไร แล้วรถเมล์ หรือรถขนส่งบ้านเรามีแนวทางการเปลี่ยนใช้พลังงานสะอาด หรือ พลังงานไฟฟ้าแล้วหรือยัง ถ้าเปลี่ยนแล้วค่าโดยสารแพงขึ้น คุณจะว่ายังไร
- ปัญหาร้านอาหารข้างถนน เผา ย่าง ขวันขโมงกันให้ลึ่ม ไม่ใช่แค่ปัญหาการก่อเกิดมลภาวะ อย่างเดียวด้วยนะข้อนี้ แต่ยังส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร และการปรุงอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ทั้งสถานที่ คนประกอบอาหาร การเก็บล้างภาชนะ ทั้งหนูแมลงสาบวิ่งไต่จานยามค่ำคืนกันให้ควัก เพราะไม่มีตู้เก็บจริงจัง น้ำมันก็ใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ภาชนะ ก็ไม่รู้จะล้างตรงไหน ซิงค์น้ำก็ไม่มี ก็เล่นหลายน้ำในกาลามังเดียวเลยละกัน อาหารเอาออกมาเตรียมประกอบอาหารโดยไม่ผ่านการคุมอุณหภูมิ ผู้ประกอบอาหารไม่มีที่ล้างมือ ขายทั้งวันลองนึกภาพเราเองละกันว่าเราทำอะไรบ้างทั้งวัน แคะขี้มูก จามใช้มือบังน้ำมูกเต็มมือ เกาผม ปาดเหงื่อ กินน้ำลาย จับไอนั่นเพื่อปัสสาวะโดยมือ โดยไม่มีที่ล้างและสบู่ฆ่าเชื้อก็ไม่มี เพราะเกิดเป็นคนต้องไอ จาม คัน แคะจมูกอยู่แล้ว แล้วใช้มือนั้นจับเส้น จับหมู จับเนื้อ จับผัก พูดคุยระหว่างประกอบอาหารน้ำลายเข้าอาหาร ยังไม่พูดถึงอาหารที่เอาออกมาภายนอกการความคุมอุณหภูมิอีกนะ คุณจะสั่งให้เขาหยุดขายแบบต่างประเทศหรอ หรือร้านไหนไม่ถูกสุขลักษณะ สั่งปิด? คุณกล้าหรอเพื่อให้แก้ปัญหาสุขภาพ จริงอยู่พวกนี้มันไม่ได้ส่งผลแบบทันทีทันใด แต่อะไรที่ส่งผลระยะยาวนั้น คนไทยไม่เคยกลัว เห่อเป็นพักๆ เพราะค่าแรงมันน้อย และคนค้าขายก็ไม่มีทุนพอที่จะทำให้ถูกสุขลักษณะ คุณกล้าออกกฏควบคุมเหมือนต่างประเทศไหมละ แล้วประชาชนที่กระทบ คุณจะว่ายังไร แต่คุณไม่รู้ว่าพอเกิดโรคนั้นค่ารักษามันหลายแสนถึงหลักล้านซึ่งคนไม่มีเงินส่วนใหญ่ก็ปล่อยตาย คุณจะแก้อย่างไร ปัญหานี้เรื่องใหญ่ที่ไม่มีรัฐบาลไหนกล้าแตะต้อง
- ปัญหาการก่อสร้างที่ไม่ถูกหลัก ถ้าเครื่องป้องกันเอย ที่คลุมอาคารเอย ระบบ safty คนงานเอย ไม้แบบที่ถูกต้องมีทางเดินมีราวจับประหว่างการก่อสร้างเอย ผ้าคลุมอาคารกันฝั่งฟุ้งเอย คุณกล้าให้ออกกฏให้ถูกต้องไหมหละ ราคาของก็จะแพงขึ้น คุณโอเคไหมเพื่อระยะยาว รัฐบาลชุดไหนก็ไม่กล้าแตะ เพราะคนในรัฐบาลมีถือหุ้นอีก กรรมจริงๆ
- ผลักดันรถไฟฟ้า พลังงานสะอาด
- โรงงานอุตสาหกรรมปล่อยควันเสีย ปิดโรงงาน กล้าทำไหม
และที่เล่ามาคือปัญหาที่กระทบต่อสุขภาพระยะยาวทั้งนั้น ที่ต้องแก้เพื่อส่งผลระยะยาว แต่ไม่มีรัฐบาลชุดไหนกล้าแตะต้องเลย ผมถึงบอกว่ารัฐบาลชุดนี้ควรทำได้เพราะยึดมาเพื่อปฎิรูปให้ประเทศดีขึ้น ก็ควรใช้อำนาจเด็ดขาดไปเลยในการเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าทำไม่ได้เพราะกลัวฐานเสียง แบบนี้ก็ไม่ได้ต่างกับรัฐไหนๆเลยนะท่าน ถ้าท่านทำได้ผมคนนึงก็จะสนับสนุน เพราะมันเกิดผลดีระยะยาว อ่าวแล้วคนที่กระทบทำไงละ
การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีย่อมมีการกระทบอยู่แล้ว ไม่ว่าจะทำอะไร ดีกว่ามาแก้ปลายเหตุพ่นน้ำเนี่ย คนที่ทุนไม่ไหวก็กลับไปตั้งใจทำงาน คนที่ธุรกิจไปได้ดีอยู่แล้ว กำไรน้อยลงหน่อยเพื่อสุขภาพผู้บริโภคในระยะยาว แล้วปัญหาถ้าถูกอนามัยหมด ราคาของแพงขึ้น พนักงานใช้จ่ายไม่ไหวทำอย่างไร นั่นเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องแก้เรื่องค่าแรงหรือเปล่า ถ้าผมคิดให้หมด ผมคงเป็นนายกแล้ว 555
แต่ทางที่แก้ปัญหาระยะยาว ส่วนตัวคือเสนอแนวทางนี้แหละครับ