JJNY : 4in1 อ๋อยอ้อนชาวตรังเลือกทษช./นายกฯออสซี่จี้ปล่อยตัว‘ฮาคีม’/กกต.เรียกหลักฐานโต๊ะจีนเพิ่ม/ฝุ่นรอบเย็นยังไม่จาง

บุกถ้ำเสือ!! 'อ๋อย' นำทีมบุกบ้านนายหัวชวน อ้อนชาวตรังเลือก ทษช.บลั๊ฟ ปชป.ไม่มีปัญญาตั้งรัฐบาล
https://www.matichon.co.th/politics/news_1340499

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 29 มกราคม ที่ จ.ตรัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และบรรดาแกนนำพรรค ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ตรัง และจังหวัดใกล้เคียง เดินทางมาทำกิจกรรมทางการเมือง และเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ณ ตลาดเสริมเจตน์ (สี่แยกอันดามัน) อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งที่ 2 เป็นพื้นที่ของนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หลังจากที่นายจาตุรนต์ และคณะเดินทางมาถึง จ.ตรัง ได้ตรงไปยังอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ มหิศรภักดี (คอซิมบี้) ณ ระนอง อดีตเจ้าเมืองตรัง เพื่อเป็นสิริมงคลกับพรรคด้วยการขอพรให้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ตรัง ทษช.ทั้ง 3 เขต ได้รับเลือกตั้งทั้งหมด

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า การเดินทางมาเปิดเวทีปราศรัย และหาเสียงในพื้นที่ จ.ตรัง ซึ่งเป็นถิ่นของนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ในวันนี้บรรดาแกนนำ ทษช.ได้ยกคณะใหญ่มา และถือโอกาสมาปราศรัยใหญ่ด้วย เพื่อสื่อสารกับพ่อแม่พี่น้องชาวตรังได้เต็มที่ ถึงนโยบายความตั้งใจของ ทษช.จะแก้ปัญหาประเทศชาติ และเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน คิดว่าคนตรังมีบทบาทในการกำหนดรัฐบาล ในการที่จะได้ผู้แทนราษฎรเข้าไปในสภา เพื่อแก้ปัญหาของประเทศ ทษช.จึงขอเสนอตัวมาให้คนตรังได้ช่วยสนับสนุนให้ ทษช.เข้าไปเป็นรัฐบาล ตนเชื่อว่าพัฒนาการทางการเมืองมาถึงวันนี้ เป็นโอกาสที่พี่น้องชาวตรังจะได้มีโอกาสกำหนดผู้ที่จะเข้าไปเป็นรัฐบาล โดยเฉพาะไปเป็นรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตย และเป็นรัฐบาลที่มีแนวคิดนโยบายที่ต้องการพัฒนาประเทศ และพัฒนาภาคใต้ รวมทั้ง จ.ตรังด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายพรรคการเมืองที่มาหาเสียงในพื้นที่ภาคใต้ พยายามปลุกกระแสเปลี่ยนผู้แทนจาก ปชป.นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ตนว่ามีเหตุผล เนื่องจากที่ผ่านมา ปชป.ประสบปัญหา เจอมรสุมทางการเมือง เนื่องจากมีนักการเมืองส่วนหนึ่งที่เป็นแกนนำ ได้เข้าไปร่วมขบวนการล้มรัฐบาลที่มาจากเลือกตั้ง และสนับสนุนให้เกิดรัฐประหาร แล้วกลับมาเข้ามาอยู่ใน ปชป.ประการสำคัญ ปชป.ไม่มีความชัดเจนว่าจะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยเหตุผลที่ว่าลำพัง ปชป.เอง เมื่อดูจากสถิติ ก็ไม่น่าจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า คิดว่า ปชป.มีแนวโน้มสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น ไม่น่าจะตรงกับความต้องการของประชาชนไทย ภาคใต้ รวมทั้ง จ.ตรัง ด้วย ซึ่งจะทำให้นโยบายต่างๆ ที่ ปชป.ประกาศต่อชาวใต้ และชาวตรัง จะไม่สามารถทำได้เลย เนื่องจากจะต้องไปทำตามนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และยุทธศาสตร์ของ พล.อ.ประยุทธ์ ส่วนกระแสเปลี่ยนจะมีแรงกระเพื่อมเพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุผลของการที่ประชาชนพูดกันมากว่า ปชป.กำลังทำความผิดพลาดไปสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ในขณะที่ ทษช.ให้ความสำคัญกับพื้นที่ภาคใต้อย่างมาก ด้วยการเสนอตัวมาเป็นคู่แข่งของ ปชป.ในภาคใต้ทั้งภาค เชื่อว่าเรามีจุดยืนที่ดีกว่า คือไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ พรรคมีแนวความคิด และประสบการณ์ในการพัฒนาปะเทศ ด้วยการรวมคนที่เคยทำงานมาแล้วตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่ไทยรักไทย ก็จะพัฒนาภาคใต้ได้ดีกว่าที่ ปชป.ทำ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเห็นอย่างไรที่ 4 รัฐมนตรีลาออก นายจาตุรนต์ กล่าวว่า เป็นเรื่องดี เมื่อรัฐบาลไม่ได้เป็นรัฐบาลรักษาการ รัฐมนตรีทั้ง 4 คนก็ควรลาออก และควรลาออกมาก่อนหน้านี้แล้ว จะได้ลดความเสียหายที่จะเกิดจากรัฐบาลเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น แต่การที่ 4 รัฐมนตรีลาออก แล้วรัฐมนตรีคนอื่นๆ หรือนายกฯ จะทำอย่างไร ซึ่งเร็วๆ นี้ จะเป็นแคนดิเดตของ พปชร.ถ้าไม่ลาออกจะวางตัวเป็นนายกฯ รัฐบาลรักษาการหรือไม่ เพราะถ้าเป็นรัฐบาลเต็มตัว ก็จะเกิดการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น โดยเฉพาะการให้ทุนให้โทษ และสนับสนุนเอื้อประโยชน์ต่อ พปชร.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น นายจาตุรนต์ และบรรดาแกนนำพรรคได้เดินทางไปเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ที่ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง พื้นที่ของนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย




นายกฯ ออสซี่ จี้ปล่อยตัว ‘ฮาคีม’ ย้ำได้สถานะผู้ลี้ภัยแล้ว บิ๊กตู่ลั่นไปแทรกแซงศาลไม่ได้
https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_2151619

นายกฯ ออสซี่ จี้ปล่อยตัว ‘ฮาคีม’ ย้ำได้สถานะผู้ลี้ภัยแล้ว บิ๊กตู่ลั่นไปแทรกแซงศาลไม่ได้

วันที่ 29 ม.ค. เดอะซิดนีย์มอร์นิงเฮรัลด์ ของออสเตรเลีย รายงานว่า นายสกอตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ส่งหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เรียกร้องให้ทางการไทยปล่อยตัว นายฮาคีม อัล อาไรบี นักฟุตบอลชาวบาห์เรนซึ่งได้สถานะผู้ลี้ภัยในออสเตรเลีย ที่ถูกจับกุมในประเทศไทย และอาจถูกส่งตัวกลับบาห์เรน ตามคำขอของรัฐบาลบาห์เรน

รายงานระบุว่า ในหนังสือของนายมอร์ริสัน ที่ส่งถึง พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อหลายวันก่อน ระบุว่า กรณีของนายฮาคีมไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญของตนเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องสำคัญของรัฐบาลออสเตรเลียและประชาชนออสเตรเลียด้วย โดยนายกฯ ออสเตรเลีย ระบุในหนังสือ ชี้แจงว่า นายฮาคีม มีวีซ่าคุ้มครองถาวรที่ออกให้โดยรัฐบาลออสเตรเลีย และออสเตรเลียจะออกวีซ่าเหล่านี้ให้หลังจากผ่านกระบวนการพิจารณาอย่างรอบครอบแล้วเท่านั้น โดยรัฐบาลออสเตรเลียได้ให้สถานะ ผู้ลี้ภัย แก่นายฮาคีม แล้ว

นายมอรร์ริสัน ยังระบุในหนังสือว่า รัฐบาลออสเตรเลียเชื่อว่า หากรัฐบาลไทยส่งตัวนายฮาคีมไปบาห์เรน จะเป็นการละเมิดสิทธิของนายฮาคีมภายใต้กฎหมายสิทธิมนุษยชนนานาชาติ

ทั้งนี้ นายฮาคีม ได้หนีออกมาจากบาห์เรน เมื่อปี 2557 และได้รับสถานะผู้ลี้ภัยจากประเทศออสเตรเลียเมื่อปี 2560 โดยเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ได้เดินทางมาที่ประเทศไทยกับภรรยาเพื่อท่องเที่ยวช่วงฮันนีมูน ก่อนจะถูกทางการไทยจับกุมตัว โดยระบุว่า นายฮาคีมมีหมายแดงขององค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ หรือ อินเตอร์โพล โดยมีความเป็นไปได้ว่าจะถูกส่งตัวกลับบาห์เรน ซึ่งที่นั่น นายฮาคีม อาจถูกคุมขังและทรมาน ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ที่ผ่านมา เดอะซิดนีย์มอร์นิงเฮรัลด์ ยังได้รายงานด้วยว่า หลังเกิดเหตุ อินเตอร์โพล ได้ถอนหมายจับออกแล้ว

ขณะที่ วันนี้ (29 ม.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณี ฟาตมา ซามูรา เลขาธิการสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ส่งหนังสือขอพูดคุยกับตนเพื่อให้ปล่อยตัว นายฮาคีม นักฟุตบอลผู้ลี้ภัยชาวบาห์เรน ที่ถูกจับกุมที่ไทยว่า เราต้องเคารพกฎหมายของเราเองด้วย ในเมื่อเข้ากระบวนการมาแล้ว อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลยุติธรรมของเราว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป จึงเป็นเรื่องที่ต้องหารือกัน เพราะเราไปแทรกแซงการทำงานของศาลไม่ได้ เจ้าหน้าที่ไทยต้องทำตามกฎหมายทุกประการ แต่อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับบาห์เรนและฟีฟ่า ทำอย่างไรจะหาทางออกให้ได้ ซึ่งตนเข้าใจในความเป็นห่วงและกังวลของทุกคน

ด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  กล่าวว่า ไทยเราเป็นเพียงทางผ่าน คู่กรณีจริงๆ คือ ออสเตรเลียกับบาห์เรน ไทยเป็นเพียงประเทศที่เขาเดินทางมาท่องเที่ยว ดังนั้น หากเราต้องตัดสิน ต้องอยู่ที่ข้อมูลหลักฐานทั้งหลาย ว่าสมควรจะไปอยู่ที่ไหน และหากติดตามข่าวสารตั้งแต่ต้นจะพบว่าบาห์เรน ที่แจ้งเรื่องนี้เรามา จากนั้นออสเตรเลียก็แจ้งมาเช่นกัน ซึ่งวันนี้เรื่องอยู่ที่ศาลไม่ใช่อยู่ที่กระทรวงต่างประเทศ จึงต้องรอกระบวนการของศาล อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าไม่ว่าคำตัดสินออกมาอย่างไร ย่อมมีผลต่อความสัมพันธ์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เราเอาใจทุกคนไม่ได้ตลอดเวลา จึงต้องให้ศาลดูพยานหลักฐาน และความชัดเจนเป็นสำคัญ

“ผมเห็นว่าที่เหมาะสมที่สุดคือ ให้ออสเตรเลียกับบาห์เรนคุยกัน ซึ่งไทยเคยแจ้งให้เขาทราบไปแล้ว ว่าถ้าท่านมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันก็คุยกันเถอะ น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เท่าที่ทราบเขามีโอกาสได้คุยกันแล้ว แต่ว่าจะไปแค่ไหนอย่างไรก็ต้องรอฟัง” นายดอน กล่าว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่