สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้แรกของดิฉันหากผิดพลาดในการแท๊กห้อง ดิฉันขอโทษนะคะ
ดิฉันอายุ21ปีค่ะ ผ่านการเรียนมหาวิทยาลัยมาได้ถึงปีสองก็ต้องขอซิ่วเพราะไปต่อไม่ไหว เนื่องด้วยปัญหาดังนี้
1.เป็นโรคซึมเศร้าเรื้อรัง
2.ฝืนเรียนต่อไม่ไหว
ซึ่งด้วยเหตุนี้เราจึงขอทางบ้านเรียนในสิ่งที่ต้องการจริงๆเป็นครั้งสุดท้ายแต่ทางบ้านบังคับจะให้เรียน"แถวบ้าน"ในสาขาและคณะ"อะไรก็ได้" ซึ่งไม่มีสิ่งที่เราชอบเลย โดยปัญหาหลักมาจากค่าใช้จ่ายทางบ้านเลยขอให้เรียนในคณะอะไรก็ได้ที่พอแค่จบๆ
แน่นอนเราไม่เห็นด้วยกับการเรียนเพื่อพอจบๆ
เราจึงเสนอทางแก้ปัญหาโดยการ
1.กู้ยืมเรียน (กรอ.) แล้วจ่ายส่วนต่างเอง ซึ่งไม่เกิน 1หมื่นบาท เพราะคณะเก่าที่เราเรียนค่าเทอม1หมื่นบาทค่ะ
2.ค่ากินอยู่ค่าหอ เมื่อก่อนเราได้เดือนละ5000 ค่าหอเทอมละ18000 แน่นอนทางบ้านอ้างว่าไม่สามารถช่วยได้หากเรียนที่อื่นเพราะแพง เราเลยจะหางานพิเศษทำระหว่างที่เตรียมเป็นเด็ก63และระหว่างเรียนเพื่อหาค่าใช้จ่ายส่วนตัวด้วยรวมถึงค่าหอเช่นกันค่ะ
แต่ทางบ้านไม่โอเคค่ะ เค้าไม่ฟัง ไม่พูด ปัดตกแม้เราจะพูดด้วยเหตุผลแล้วก็ตาม เราหาข้อมูลมาค่ะทั้งทุนช่วยเหลือของม.ที่จะเรียนและการกินอยู่ ราคาหอพักที่เราหามา แต่ก็ไม่ยอมให้เราเรียน รึหาเงินเองแม้กระทั้งตอนนี้ที่เราอยู่บ้านเฉยๆก็ไม่ยอมให้ทำงานค่ะ โดยอ้างว่าถ้าอยู่บ้านเฉยๆจะให้เดือนละ3000บาท แต่ก็ไม่เคยได้ค่ะ
ตอนนี้อยู่ที่บ้านคนเดียว ท่านเป็นข้าราชการ ทำงานต่างจังหวัด ดิฉันถูกยึดรถมอเตอร์ไซค์ ทำให้ออกไปหางานไม่ได้ เอกสารทั้งการเรียนและอื่นๆก็ถูกยึดไปหมด ตอนนี้อยู่บ้านก็ไม่ต่างจากคุกที่เล่นอินเตอร์เน็ตได้ค่ะ และมีวี่แววว่าจะโดนตัดอินเตอร์เน็ตค่ะ
เราคุยดีๆแล้ว ทั้งเหตุผล ความชอบ การเงิน สังคมข้างหน้าที่เราพร้อมเจอ อนาคตที่เราพร้อมเจอ เราเตรียมใจเจอเรื่องร้ายๆไว้แล้ว แต่ท่านก็ไม่ยอมค่ะ
ภูมิหลังของเราไม่ใช่เด็กไม่ดีค่ะ เราเรียนดี พ่อแม่อยากให้เรียนหมอ รึทันตะ เภสัชเพื่อรวยแล้วเอาเงินมาเลี้ยงครอบครัว แต่เราไม่ชอบค่ะ เรารู้ว่าสายงานนี่หนักมากและแบกรับความกดดันสูง รวมทั้งค่าใช้จ่ายระหว่างเรียนที่ทางบ้านไม่ไหวแน่ เราจึงเลือกเรียน อีกคณะหนึ่งซึ่งคิดไปเองว่าจะเรียนไหวนั่นคือมนุษย์ศาสตร์แต่ผลก็คือเราไม่ไหวค่ะ ไม่ใช่เพราะเราไม่ตั้งใจ แต่เราไม่สามารถเข้าใจรึจำได้แม้เราจะอ่านรึท่องทั้งคืน เรากดดันมาตลอดว่าเราล้มเหลวเพราะไม่สามารถเรียนหมอได้ถ้าเรายังล้มเหลวกับคณะนี้อีกเราก็ควรตายจนสุดท้ายเราเกือบได้แอดมิทโดยแผนกจิตเวช
ทุกวันนี้ทางบ้านไม่เคยเล่าให้ใครเลยว่ามีเราเป็นลูกเค้าอับอายมากที่ดิฉันไม่สามารถเรียนให้ประสบความสำเร็จรวมทั้งเป็นโรคทางจิตเวช
ดิฉันมีความสามารถในด้านการวาดภาพและใช้โปรแกรมด้านกราฟฟิค แต่ท่านไม่เคยสนับสนุนมาตั้งแต่ม.ต้น แต่ดิฉันก็ฝึก จนสุดท้ายต้องมาเททิ้งตอนม.หกเพราะเค้าบังคับให้เป็นหมอ แม้จะอธิบายเรื่องสิ่งที่ชอบว่าสามารถต่อยอดไปงานสายไหนได้ เค้าก็ไม่ฟังแล้วยัดเยียดแค่หมอกับข้าราชการให้เเค่นี้
สุดท้ายเรื่องนี้อาจไม่เกี่ยวกับการที่พ่อของดิฉันไม่สนับสนุนและยัดเยียดความคิดให้แต่ก็อยากเล่าค่ะคือน้องชายของพ่อดิฉันจบหมอค่ะและเป็นหมอตำรวจ ตอนนี้ดิฉันไม่แน่ใจว่ายศไหนแต่คงสูงแน่ค่ะ เพราะชอบหยิบมาเทียบและให้ดิฉันเอาอย่าง
เรื่องที่เล่าค่อนข้างยาวค่ะเพราะเราต้องการให้ทุกคนเห็นปัญหาในหลายๆมุม ทั้งมุมมองจากทางพ่อแม่ที่ลำบากเรื่องเงินและดิฉันที่ต้องการอะไร แม้บางท่านอาจมองมุมต่างรึในมุมอื่นๆที่ดิฉันคิดไม่ถึง ดิฉันน้อมรับฟังค่ะ แม้จะตรงจนดิฉันใจหาย
ขอบคุณที่สละเวลาอ่านและหากจะกรุณาชี้แนะ
ขอบพระคุณมากค่ะ
พ่อแม่ไม่สนับสนุนการเรียนในสิ่งที่ต้องการ ควรพูดอย่างไรดีคะ?
ดิฉันอายุ21ปีค่ะ ผ่านการเรียนมหาวิทยาลัยมาได้ถึงปีสองก็ต้องขอซิ่วเพราะไปต่อไม่ไหว เนื่องด้วยปัญหาดังนี้
1.เป็นโรคซึมเศร้าเรื้อรัง
2.ฝืนเรียนต่อไม่ไหว
ซึ่งด้วยเหตุนี้เราจึงขอทางบ้านเรียนในสิ่งที่ต้องการจริงๆเป็นครั้งสุดท้ายแต่ทางบ้านบังคับจะให้เรียน"แถวบ้าน"ในสาขาและคณะ"อะไรก็ได้" ซึ่งไม่มีสิ่งที่เราชอบเลย โดยปัญหาหลักมาจากค่าใช้จ่ายทางบ้านเลยขอให้เรียนในคณะอะไรก็ได้ที่พอแค่จบๆ
แน่นอนเราไม่เห็นด้วยกับการเรียนเพื่อพอจบๆ
เราจึงเสนอทางแก้ปัญหาโดยการ
1.กู้ยืมเรียน (กรอ.) แล้วจ่ายส่วนต่างเอง ซึ่งไม่เกิน 1หมื่นบาท เพราะคณะเก่าที่เราเรียนค่าเทอม1หมื่นบาทค่ะ
2.ค่ากินอยู่ค่าหอ เมื่อก่อนเราได้เดือนละ5000 ค่าหอเทอมละ18000 แน่นอนทางบ้านอ้างว่าไม่สามารถช่วยได้หากเรียนที่อื่นเพราะแพง เราเลยจะหางานพิเศษทำระหว่างที่เตรียมเป็นเด็ก63และระหว่างเรียนเพื่อหาค่าใช้จ่ายส่วนตัวด้วยรวมถึงค่าหอเช่นกันค่ะ
แต่ทางบ้านไม่โอเคค่ะ เค้าไม่ฟัง ไม่พูด ปัดตกแม้เราจะพูดด้วยเหตุผลแล้วก็ตาม เราหาข้อมูลมาค่ะทั้งทุนช่วยเหลือของม.ที่จะเรียนและการกินอยู่ ราคาหอพักที่เราหามา แต่ก็ไม่ยอมให้เราเรียน รึหาเงินเองแม้กระทั้งตอนนี้ที่เราอยู่บ้านเฉยๆก็ไม่ยอมให้ทำงานค่ะ โดยอ้างว่าถ้าอยู่บ้านเฉยๆจะให้เดือนละ3000บาท แต่ก็ไม่เคยได้ค่ะ
ตอนนี้อยู่ที่บ้านคนเดียว ท่านเป็นข้าราชการ ทำงานต่างจังหวัด ดิฉันถูกยึดรถมอเตอร์ไซค์ ทำให้ออกไปหางานไม่ได้ เอกสารทั้งการเรียนและอื่นๆก็ถูกยึดไปหมด ตอนนี้อยู่บ้านก็ไม่ต่างจากคุกที่เล่นอินเตอร์เน็ตได้ค่ะ และมีวี่แววว่าจะโดนตัดอินเตอร์เน็ตค่ะ
เราคุยดีๆแล้ว ทั้งเหตุผล ความชอบ การเงิน สังคมข้างหน้าที่เราพร้อมเจอ อนาคตที่เราพร้อมเจอ เราเตรียมใจเจอเรื่องร้ายๆไว้แล้ว แต่ท่านก็ไม่ยอมค่ะ
ภูมิหลังของเราไม่ใช่เด็กไม่ดีค่ะ เราเรียนดี พ่อแม่อยากให้เรียนหมอ รึทันตะ เภสัชเพื่อรวยแล้วเอาเงินมาเลี้ยงครอบครัว แต่เราไม่ชอบค่ะ เรารู้ว่าสายงานนี่หนักมากและแบกรับความกดดันสูง รวมทั้งค่าใช้จ่ายระหว่างเรียนที่ทางบ้านไม่ไหวแน่ เราจึงเลือกเรียน อีกคณะหนึ่งซึ่งคิดไปเองว่าจะเรียนไหวนั่นคือมนุษย์ศาสตร์แต่ผลก็คือเราไม่ไหวค่ะ ไม่ใช่เพราะเราไม่ตั้งใจ แต่เราไม่สามารถเข้าใจรึจำได้แม้เราจะอ่านรึท่องทั้งคืน เรากดดันมาตลอดว่าเราล้มเหลวเพราะไม่สามารถเรียนหมอได้ถ้าเรายังล้มเหลวกับคณะนี้อีกเราก็ควรตายจนสุดท้ายเราเกือบได้แอดมิทโดยแผนกจิตเวช
ทุกวันนี้ทางบ้านไม่เคยเล่าให้ใครเลยว่ามีเราเป็นลูกเค้าอับอายมากที่ดิฉันไม่สามารถเรียนให้ประสบความสำเร็จรวมทั้งเป็นโรคทางจิตเวช
ดิฉันมีความสามารถในด้านการวาดภาพและใช้โปรแกรมด้านกราฟฟิค แต่ท่านไม่เคยสนับสนุนมาตั้งแต่ม.ต้น แต่ดิฉันก็ฝึก จนสุดท้ายต้องมาเททิ้งตอนม.หกเพราะเค้าบังคับให้เป็นหมอ แม้จะอธิบายเรื่องสิ่งที่ชอบว่าสามารถต่อยอดไปงานสายไหนได้ เค้าก็ไม่ฟังแล้วยัดเยียดแค่หมอกับข้าราชการให้เเค่นี้
สุดท้ายเรื่องนี้อาจไม่เกี่ยวกับการที่พ่อของดิฉันไม่สนับสนุนและยัดเยียดความคิดให้แต่ก็อยากเล่าค่ะคือน้องชายของพ่อดิฉันจบหมอค่ะและเป็นหมอตำรวจ ตอนนี้ดิฉันไม่แน่ใจว่ายศไหนแต่คงสูงแน่ค่ะ เพราะชอบหยิบมาเทียบและให้ดิฉันเอาอย่าง
เรื่องที่เล่าค่อนข้างยาวค่ะเพราะเราต้องการให้ทุกคนเห็นปัญหาในหลายๆมุม ทั้งมุมมองจากทางพ่อแม่ที่ลำบากเรื่องเงินและดิฉันที่ต้องการอะไร แม้บางท่านอาจมองมุมต่างรึในมุมอื่นๆที่ดิฉันคิดไม่ถึง ดิฉันน้อมรับฟังค่ะ แม้จะตรงจนดิฉันใจหาย
ขอบคุณที่สละเวลาอ่านและหากจะกรุณาชี้แนะ
ขอบพระคุณมากค่ะ