
กระทู้เวียดนามใต้ อ่านเพิ่มได้ที่นี่ >>
https://pantip.com/topic/38229235
ทริปนี้เราเน้นสบายๆ สนุกๆ ไปชิวๆ นะคะ
รอบนี้ วันที่ 17-23 มกราคม 2562 ที่ผ่านมาอู๊ดได้มีโอกาสแวะเวียนไปเที่ยวที่ อินเดียยยจ๊ะนายจ๋า กับเพื่อนสาวอีก 3 คน อินเดียเป็นประเทศที่ผู้คนทักมากมายว่า เห้ยยจะดีหรอไปอินเดีย สกปรกนะ คนน่ากลัวนะ เป็นผู้หญิงล้วนไปอินเดียจะไหวหรอ บลา บลา บลา... ทุกคนดูเป็นห่วงพวกเรามากกก โดยเฉพาะพ่อแม่ (เพราะจองตั๋วเครื่องบินกันก่อนแล้วค่อยบอกพ่อแม่)
ทำไมถึงเลือกไปช่วงเดือนมกราคมหละ... เหตุผลเพราะว่าพวกเราอยากเจออากาศเย็น อู๊ดเลยเลือกไปในช่วงฤดูหนาวของอินเดีย อากาศกำลังสบายเลยหละ ถ้าใครอยากไปแต่ไม่อยากร้อน แนะนำให้ไปช่วงฤดูหนาวนะ เพราะจะไม่ค่อยได้กลิ่นตัวแขกเท่าไหร่
"ข้อควรรู้ซักนิสสส ก่อนเดินทางไปอินเดีย"
1.“วีซ่า” อินเดียเราต้องขอวีซ่าด้วยนะ โดยจะทำแบบธรรมดาหรือ E-Visa ก็ได้ ซึ่งราคาของ E-Visa จะถูก และอยากเตือนทุกคนว่าเข้าไปให้ถูกเว็ปนะ >>
https://indianvisaonline.gov.in/evisa/tvoa.html << กรอกที่เว็ปนี้เลย จะเป็นเว็ป Official ของเค้า ณ วันที่อู๊ดไปค่าวีซ่าได้ขึ้นราคาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ราคาค่าวีซ่าอยู่ที่ $80 ต่อ 1 คน (อัพเดท ณ เดือนมกราคม 2562)
แนะนำให้เพื่อนๆ เข้าไปกรอกตามเว็ปที่บอกนะ กรอกวันนี้ พรุ่งนี้ก้ได้เลย ระวังเว็ปปลอม ระวังเว็ป Agency ด้วย ราคาจะแพงกว่านี้เยอะมาก มีคนโดนมาแล้ว!!!!!
2. “ซิม” ไม่แนะนำให้ซื้อซิมที่อินเดียค่ะ เพราะเราอาจจะวุ่นวายก็เป็นได้ เห็นเค้าบอกว่าจะต้องใช้เอกสารวุ่นวายไปหมด แนะนำให้ซื้อจากไทยไปเลย อู๊ดใช้บริการของ Sim2Fly 399 บาท ใช้ได้ 5 GB 8 วัน (เรื่องความเร็วของเนตหน่ะหรอ เหอะ!!! ช้าสุดขีดดจ้า ตอนแรกก็คิดว่าเป็นที่ Sim2Fly สรุปคนอินเดียเองเน็ตก็ช้าจ้า เป็นเหมือนกัน)
3. “ทิชชู่เปียก / ทิชชู่แห้ง” สำคัญมากค่ะ สำหรับการใช้ชีวิตอยู่ที่อินเดีย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าห้องน้ำ หรือเช็ดระหว่างวัน เพราะที่อินเดียรู้สึกได้ว่าฝุ่นค่อนข้างเยอะ มือและเท้าเราจะสกปรกเป็นพิเศษ
4. “อาหาร” อาหารที่นี่อินเดียถ้าสั่งให้ถูกก็อร่อยนะ แต่ถ้าสั่งผิดชีวิตจบไปเลย กินไม่ได้ แนะนำว่าควรสำรองมาม่า หรืออาหารแห้งไปเผื่อหน่อยก็ดีค่ะ
5. “ห้องน้ำ” โดยรวมไม่สะอาด ต้องฮึบก่อนเข้าหลายครั้งมาก เกือบตาย... แต่ก็พอเข้าได้ ถ้าไม่ปวดมากแนะนำให้ไปเข้าที่โรงแรม ไม่ก็ร้านอาหารที่ดีๆ ตอนเราทานข้าว
6. “เวลา” เวลาที่อินเดียจะช้ากว่าบ้านเราประมาณ 1.30 ชม. ค่ะ
7. “ทิป” ที่อินเดียค่อนข้างชอบขอทิปเรา บางทีตามร้านอาหารเด็กเสริฟจะเดินมากระซิบเลยว่า ให้ใส่ทิปไว้ด้วยนะ
8. “ภาษา” สบายใจหายห่วงได้ค่ะ คนอินเดียพูดภาษาอังกฤษกัน แทบจะไม่เจอคนที่พูดไม่ได้เลย แม้แต่เด็กๆ ยังพูดอังกฤษไฟแล่บกว่าเราอีก
9. “ปลั๊กไฟ” ให้เตรียมปลั๊ก International adaptor ไปด้วยนะคะ
10. “สภาพอากาศ” สภาพอากาศ ช่วงที่อู๊ดไปอากาศเย็นสบาย ค่อนไปทางหนาว ไม่ร้อน แนะนำว่าให้ไปช่วงนี้ค่ะ
11. “ยา” สำคัญมากๆ ค่ะ ให้เตรียมยาทุกแขนงไปด้วย โดยเฉพาะยาแก้ท้องเสีย ยาฆ่าเชื้อ ยาแก้แพ้ ยาพารา
รอบนี้อู๊ดเลือกไป 3 เมืองหลักๆ ด้วยกันซึ่งเส้นทางของอู๊ดจะเป็นตามนี้เลยจ้า
Day 1 BKK – Jaipur - Jodhpur
Day 2 Jodhpur
Day 3 Jaipur
Day 4 Jaipur
Day 5 Agra
Day 6 Jaipur

บินไปถึงเราต้องกรอก Arrival Card แบบนี้ค่ะ
ก่อนจะถึงวันเดินทางอู๊ดได้จองทุกอย่างไว้หมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม รถยนต์พร้อมคนขับ (อันนี้ต้องระวังมากๆ กลัวจะโดนแขกหลอกที่สุด) อู๊ดใช้บริการรถยนต์พร้อมคนขับ (หลังไมค์เพื่อสอบถามได้ค่ะ) อู๊ดได้ติดต่อคุยกับ Mr. Singh เกี่ยวกับแพลนการเดินทาง ตกลงราคากัน แจ้งทุกอย่างไปหมด และได้ทักทายไปเรื่อยๆ ทุกครั้งนางจะตอบกลับมาว่า No Problem จนหลังๆ เริ่มกลัวละว่า นี่คุยอยู่กับ ChatBot ปะวะ
อู๊ดไปทั้งหมด 6 วันเต็ม 3 เมือง สาวๆ 4 คน รถที่อู๊ดนั่งจะเป็นยี่ห้อ Toyota Innova ราคาอยู่ที่ 24,000 รูปี (ราคานี้รวมทุกอย่างละนะ ค่ารถ ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าคนขับ) คนขับอู๊ดชื่อ Vinod KC ถ้าสนใจจะใช้คนขับคนเดียวกัน ตอนติดต่อไปก็รีเควสเค้าไปได้นะ
เราบินไปถึงที่ Jaipur ก็เป็นเวลา ตี 2.30 แล้ว ไหนจะเครื่องดีเลย์ รอ ตรวจคนเข้าเมืองนานอีก ซึ่งสนามบินอินเดียตรวจนานมากกกกกกกก พอพ้นจาก ตม. ออกมา (ยังอยู่ในเขต ตม นะ) ก้มีคนดักตรวจอีกรอบนึง ซึ่ง งง มาก ว่าตรวจทำไม เวลาที่เราได้ออกมาจากสนามบินเลทไปประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งคนขับก็ยังรออยู่ พออู๊ดได้เจอกับ Vinod (คนขับ) ก็บอกเค้าทันทีว่า เห้ยู ไอจะไป Jodhour เลยนะ ตามที่ได้แจ้งไปกับ Mr.Singh แล้ว แต่คนขับดูเหมือน งงๆ ไม่รู้เรื่อง เหมือนโดนหลอกให้มาขับให้ 555555 กว่าล้อจะได้หมุนออกจาก Jaipur ก็ใช้เวลาพอสมควรเพราะคนขับกำลังตกใจอยู่ว่านี่ตูต้องขับรถตอน ตี 3 จาก Jaipur ไป Jodhpur เลยหรออ (เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง) คือออระหว่างทางเรา 4 คน นอนหลับตลอดทาง เมื่อยมากกกกกก หลับจนเอวคอดไปหมด และไม่มีการแวะพักใดๆ ทั้งสิ้น จนคนขับตกใจ ยูๆๆ ลงหน่อยเถอะ ไปเข้าห้องน้ำหน่อยไหม เพื่อไม่ให้เค้าเสียใจ ลงหน่อยก็ได้

และนี่คือจัดพักรถจุดที่เท่าไหร่ไม่รู้ แต่คือจุดแรกสำหรับพวกเราที่ลงไปเข้าห้องน้ำ 555
ขับต่อไปอีกหน่อยก็ได้มาถึงเมือง Jodhpur ละ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองสีฟ้า ก่อนที่ Vinod จะไปส่งพวกเราที่โรงแรม นางก็ได้โทรหาทางโรงแรมให้ นางบอกว่าระแวกพวกที่โรงแรมอยู่เยอะๆ รถจะเข้าไปไม่ได้ ต้องใช้รถตุ๊กๆ ไม่ก็เดินเท้าเข้าไป ละนางโทรหาโรงแรมเพื่อให้โรงแรมส่งรถออกมารับพวกเรา พอรถจอด นางก็บอกว่าวันนี้ไอไม่ไหวละนะ ฟรีเดย์ไปเลยนะยูว เดินเล่นระแวกเมืองไปก่อนนะ... และพวกเราก็เดินลงมาเพื่อไปขึ้นตุ๊กๆ ต่อไปยังโรงแรม ระหว่างทางก็เอออ เล็กจริงแหะ ซอยโคดแคบ และก็บีบแตรกันตลอดทาง ไหนจะคนเดิน วัวก็จะเดิน มอไซค์ รถขับ ตุ๊กๆ ก็จะขับ ในซอยวุ่นวายไปหมดดดดดจ้า

แว้นซ์ตุ๊กๆ เข้าโรงแรมซักหน่อย เจ้าของใจดีออกค่ารถให้อีกกก

ถึงแล้วจ้า โรงแรมที่อู๊ดพักที่ Jodhpur ชื่อว่า Shahi Guest House เป็นอารมณ์บ้านๆ เป็นกันเอง ที่ตกแต่งสไตล์อินเดียจ้ะ นายจ๋า พอมาถึงเจ้าของก็อันเชิญพวกเราไปที่ Reception ของนาง พวกเราได้แต่ยืนตะลึงกัน เห้ยนี่หรอวะ Reception ด้านหลังปูด้วยลายเสือ พร้อมหมอน หมอนข้าง พร้อมนอนได้ทุกเมื่อ นางแนะนำว่าอย่าลืมขึ้นไป Rooftop ชั้น 5 นะ วิวสวยมากกกกกก เชื้อเชิญสุดๆ

Reception ที่โรงแรม เอาจริงๆ เหมือนกำลังนั่งดูดวงอยู่แถวบ้าน

เอาภาพในห้องนอนมาฝากซักหน่อยย
เก็บกระเป๋า อาบน้ำเสร็จ ขึ้นไปชมวิว Rooftop ที่นางเชื้อเชิญซักหน่อย... เหยยยย มันดีมากกกอะแกรรรรรร ถ้าใครที่มาเที่ยวที่นี่ แนะนำให้มาเลย

วิวดีมากกกก
วันนี้ไม่มีไรมากแค่เดินเล่นรอบๆ เมืองสีฟ้า อู๊ดก็จะไป ToorjikaJhalra Stepwell/ หอนาฬิกา / เดินชมเมืองสีฟ้า

เริ่มจากหอนาฬิกาประจำเมืองนี้ก่อน ตรงหอนาฬิกาก็จะเป็นตลาดมีของขายมากมาย

เดินจากหอนาฬิกาไปไม่ไกลมากก็จะเห็น ToorjiKaJhalra Step Well เป็น Heritage Building จะมีวัยรุ่น มารวมตัวกันที่นี่ เพื่อนั่งเล่น นั่งคุยกัน ที่นี่สามารถเข้าไปถ่ายรูปได้เลย ไม่เสียค่าเข้าค่ะ แต่อาจจะต้องระวังการตกลงไปในน้ำนิดนึงค่อยข้างเขียวอยู่ แต่มีปลาด้วยค่ะ ก็เลยคิดว่าไม่น่าจะตายถ้าตกลงไป 555555
และแถวนี้มีคาเฟ่อยู่หลายที่ อู๊ดเลือกเดินเข้าไปกินร้าน The Stepwell Café คาเฟ่นี้จะเป็นวิว Stepwell ที่อู๊ดไปถ่ายมาเมื่อกี้ค่ะ อาหารอร่อยใช้ได้เลย สะอาด และไม่แพง

ออกมาจากร้าน ระแวกนั้นจะมีแผนที่เมืองใหญ่ๆ น่ารักดี
เดินเล่นชมวิวเมืองสีฟ้ากัน
แพลนวันถัดมาตามนี้เลยจ้า
-- Jaswant Thada – Mehrangah Fort – The Rock Restaurant – Umaid Bhawan Palace – Mandore Garden --

เช้านี้มุ่งหน้าไปเลยจ้า Jaswant Thada เป็นจุดแรกของวัน ตรงจุดนี้เราสามารถมองเห็นวิวของป้อม Mehrangah Fort ได้ เป็นมุมกว้างๆ สวยทีเดียวเลยหละ
Jaswant Thada เป็นอนุสรณ์สถาน ตั้งอยู่ห่างจากป้อมเมห์รานการห์ ไปประมาณ 1 กิโลเมตร อนุสรณ์นี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1899 เพื่ออุทิศให้กับมหาราชาจัสวันต์ ซิงห์ที่ 2 (Maharaja Jaswant Singh II) หลังจากเสียชีวิตไปแล้ว 4 ปี โดยเป็นมหาราชาที่ได้การนับถือจากประชาชนมากมาย เป็นทั้งผู้ริเริ่มโครงการชลประทาน จัสวันต์ธาดาสร้างจากหินอ่อน จากแหล่งเดียวกับที่นาไปสร้างทัชมาฮาล
ปิด 4 โมงเย็น มีค่าเข้าคนละ 25 รูปีจ้า
ฝากติดตามเพจได้ที่ >>
www.facebook.com/aoodaround
[CR] India No Problem : 4 สาวบอบบาง (หรอ??) ณ อินเดีย เหมือนจะไม่รอดแต่ก็รอดมาได้ (จัยเปอร์ - จ๊อดปูร์ - อักรา)
กระทู้เวียดนามใต้ อ่านเพิ่มได้ที่นี่ >> https://pantip.com/topic/38229235
ทริปนี้เราเน้นสบายๆ สนุกๆ ไปชิวๆ นะคะ
รอบนี้ วันที่ 17-23 มกราคม 2562 ที่ผ่านมาอู๊ดได้มีโอกาสแวะเวียนไปเที่ยวที่ อินเดียยยจ๊ะนายจ๋า กับเพื่อนสาวอีก 3 คน อินเดียเป็นประเทศที่ผู้คนทักมากมายว่า เห้ยยจะดีหรอไปอินเดีย สกปรกนะ คนน่ากลัวนะ เป็นผู้หญิงล้วนไปอินเดียจะไหวหรอ บลา บลา บลา... ทุกคนดูเป็นห่วงพวกเรามากกก โดยเฉพาะพ่อแม่ (เพราะจองตั๋วเครื่องบินกันก่อนแล้วค่อยบอกพ่อแม่)
ทำไมถึงเลือกไปช่วงเดือนมกราคมหละ... เหตุผลเพราะว่าพวกเราอยากเจออากาศเย็น อู๊ดเลยเลือกไปในช่วงฤดูหนาวของอินเดีย อากาศกำลังสบายเลยหละ ถ้าใครอยากไปแต่ไม่อยากร้อน แนะนำให้ไปช่วงฤดูหนาวนะ เพราะจะไม่ค่อยได้กลิ่นตัวแขกเท่าไหร่
"ข้อควรรู้ซักนิสสส ก่อนเดินทางไปอินเดีย"
1.“วีซ่า” อินเดียเราต้องขอวีซ่าด้วยนะ โดยจะทำแบบธรรมดาหรือ E-Visa ก็ได้ ซึ่งราคาของ E-Visa จะถูก และอยากเตือนทุกคนว่าเข้าไปให้ถูกเว็ปนะ >> https://indianvisaonline.gov.in/evisa/tvoa.html << กรอกที่เว็ปนี้เลย จะเป็นเว็ป Official ของเค้า ณ วันที่อู๊ดไปค่าวีซ่าได้ขึ้นราคาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ราคาค่าวีซ่าอยู่ที่ $80 ต่อ 1 คน (อัพเดท ณ เดือนมกราคม 2562)
แนะนำให้เพื่อนๆ เข้าไปกรอกตามเว็ปที่บอกนะ กรอกวันนี้ พรุ่งนี้ก้ได้เลย ระวังเว็ปปลอม ระวังเว็ป Agency ด้วย ราคาจะแพงกว่านี้เยอะมาก มีคนโดนมาแล้ว!!!!!
2. “ซิม” ไม่แนะนำให้ซื้อซิมที่อินเดียค่ะ เพราะเราอาจจะวุ่นวายก็เป็นได้ เห็นเค้าบอกว่าจะต้องใช้เอกสารวุ่นวายไปหมด แนะนำให้ซื้อจากไทยไปเลย อู๊ดใช้บริการของ Sim2Fly 399 บาท ใช้ได้ 5 GB 8 วัน (เรื่องความเร็วของเนตหน่ะหรอ เหอะ!!! ช้าสุดขีดดจ้า ตอนแรกก็คิดว่าเป็นที่ Sim2Fly สรุปคนอินเดียเองเน็ตก็ช้าจ้า เป็นเหมือนกัน)
3. “ทิชชู่เปียก / ทิชชู่แห้ง” สำคัญมากค่ะ สำหรับการใช้ชีวิตอยู่ที่อินเดีย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าห้องน้ำ หรือเช็ดระหว่างวัน เพราะที่อินเดียรู้สึกได้ว่าฝุ่นค่อนข้างเยอะ มือและเท้าเราจะสกปรกเป็นพิเศษ
4. “อาหาร” อาหารที่นี่อินเดียถ้าสั่งให้ถูกก็อร่อยนะ แต่ถ้าสั่งผิดชีวิตจบไปเลย กินไม่ได้ แนะนำว่าควรสำรองมาม่า หรืออาหารแห้งไปเผื่อหน่อยก็ดีค่ะ
5. “ห้องน้ำ” โดยรวมไม่สะอาด ต้องฮึบก่อนเข้าหลายครั้งมาก เกือบตาย... แต่ก็พอเข้าได้ ถ้าไม่ปวดมากแนะนำให้ไปเข้าที่โรงแรม ไม่ก็ร้านอาหารที่ดีๆ ตอนเราทานข้าว
6. “เวลา” เวลาที่อินเดียจะช้ากว่าบ้านเราประมาณ 1.30 ชม. ค่ะ
7. “ทิป” ที่อินเดียค่อนข้างชอบขอทิปเรา บางทีตามร้านอาหารเด็กเสริฟจะเดินมากระซิบเลยว่า ให้ใส่ทิปไว้ด้วยนะ
8. “ภาษา” สบายใจหายห่วงได้ค่ะ คนอินเดียพูดภาษาอังกฤษกัน แทบจะไม่เจอคนที่พูดไม่ได้เลย แม้แต่เด็กๆ ยังพูดอังกฤษไฟแล่บกว่าเราอีก
9. “ปลั๊กไฟ” ให้เตรียมปลั๊ก International adaptor ไปด้วยนะคะ
10. “สภาพอากาศ” สภาพอากาศ ช่วงที่อู๊ดไปอากาศเย็นสบาย ค่อนไปทางหนาว ไม่ร้อน แนะนำว่าให้ไปช่วงนี้ค่ะ
11. “ยา” สำคัญมากๆ ค่ะ ให้เตรียมยาทุกแขนงไปด้วย โดยเฉพาะยาแก้ท้องเสีย ยาฆ่าเชื้อ ยาแก้แพ้ ยาพารา
รอบนี้อู๊ดเลือกไป 3 เมืองหลักๆ ด้วยกันซึ่งเส้นทางของอู๊ดจะเป็นตามนี้เลยจ้า
Day 1 BKK – Jaipur - Jodhpur
Day 2 Jodhpur
Day 3 Jaipur
Day 4 Jaipur
Day 5 Agra
Day 6 Jaipur
บินไปถึงเราต้องกรอก Arrival Card แบบนี้ค่ะ
ก่อนจะถึงวันเดินทางอู๊ดได้จองทุกอย่างไว้หมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม รถยนต์พร้อมคนขับ (อันนี้ต้องระวังมากๆ กลัวจะโดนแขกหลอกที่สุด) อู๊ดใช้บริการรถยนต์พร้อมคนขับ (หลังไมค์เพื่อสอบถามได้ค่ะ) อู๊ดได้ติดต่อคุยกับ Mr. Singh เกี่ยวกับแพลนการเดินทาง ตกลงราคากัน แจ้งทุกอย่างไปหมด และได้ทักทายไปเรื่อยๆ ทุกครั้งนางจะตอบกลับมาว่า No Problem จนหลังๆ เริ่มกลัวละว่า นี่คุยอยู่กับ ChatBot ปะวะ
อู๊ดไปทั้งหมด 6 วันเต็ม 3 เมือง สาวๆ 4 คน รถที่อู๊ดนั่งจะเป็นยี่ห้อ Toyota Innova ราคาอยู่ที่ 24,000 รูปี (ราคานี้รวมทุกอย่างละนะ ค่ารถ ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าคนขับ) คนขับอู๊ดชื่อ Vinod KC ถ้าสนใจจะใช้คนขับคนเดียวกัน ตอนติดต่อไปก็รีเควสเค้าไปได้นะ
เราบินไปถึงที่ Jaipur ก็เป็นเวลา ตี 2.30 แล้ว ไหนจะเครื่องดีเลย์ รอ ตรวจคนเข้าเมืองนานอีก ซึ่งสนามบินอินเดียตรวจนานมากกกกกกกก พอพ้นจาก ตม. ออกมา (ยังอยู่ในเขต ตม นะ) ก้มีคนดักตรวจอีกรอบนึง ซึ่ง งง มาก ว่าตรวจทำไม เวลาที่เราได้ออกมาจากสนามบินเลทไปประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งคนขับก็ยังรออยู่ พออู๊ดได้เจอกับ Vinod (คนขับ) ก็บอกเค้าทันทีว่า เห้ยู ไอจะไป Jodhour เลยนะ ตามที่ได้แจ้งไปกับ Mr.Singh แล้ว แต่คนขับดูเหมือน งงๆ ไม่รู้เรื่อง เหมือนโดนหลอกให้มาขับให้ 555555 กว่าล้อจะได้หมุนออกจาก Jaipur ก็ใช้เวลาพอสมควรเพราะคนขับกำลังตกใจอยู่ว่านี่ตูต้องขับรถตอน ตี 3 จาก Jaipur ไป Jodhpur เลยหรออ (เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง) คือออระหว่างทางเรา 4 คน นอนหลับตลอดทาง เมื่อยมากกกกกก หลับจนเอวคอดไปหมด และไม่มีการแวะพักใดๆ ทั้งสิ้น จนคนขับตกใจ ยูๆๆ ลงหน่อยเถอะ ไปเข้าห้องน้ำหน่อยไหม เพื่อไม่ให้เค้าเสียใจ ลงหน่อยก็ได้
และนี่คือจัดพักรถจุดที่เท่าไหร่ไม่รู้ แต่คือจุดแรกสำหรับพวกเราที่ลงไปเข้าห้องน้ำ 555
ขับต่อไปอีกหน่อยก็ได้มาถึงเมือง Jodhpur ละ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองสีฟ้า ก่อนที่ Vinod จะไปส่งพวกเราที่โรงแรม นางก็ได้โทรหาทางโรงแรมให้ นางบอกว่าระแวกพวกที่โรงแรมอยู่เยอะๆ รถจะเข้าไปไม่ได้ ต้องใช้รถตุ๊กๆ ไม่ก็เดินเท้าเข้าไป ละนางโทรหาโรงแรมเพื่อให้โรงแรมส่งรถออกมารับพวกเรา พอรถจอด นางก็บอกว่าวันนี้ไอไม่ไหวละนะ ฟรีเดย์ไปเลยนะยูว เดินเล่นระแวกเมืองไปก่อนนะ... และพวกเราก็เดินลงมาเพื่อไปขึ้นตุ๊กๆ ต่อไปยังโรงแรม ระหว่างทางก็เอออ เล็กจริงแหะ ซอยโคดแคบ และก็บีบแตรกันตลอดทาง ไหนจะคนเดิน วัวก็จะเดิน มอไซค์ รถขับ ตุ๊กๆ ก็จะขับ ในซอยวุ่นวายไปหมดดดดดจ้า
แว้นซ์ตุ๊กๆ เข้าโรงแรมซักหน่อย เจ้าของใจดีออกค่ารถให้อีกกก
ถึงแล้วจ้า โรงแรมที่อู๊ดพักที่ Jodhpur ชื่อว่า Shahi Guest House เป็นอารมณ์บ้านๆ เป็นกันเอง ที่ตกแต่งสไตล์อินเดียจ้ะ นายจ๋า พอมาถึงเจ้าของก็อันเชิญพวกเราไปที่ Reception ของนาง พวกเราได้แต่ยืนตะลึงกัน เห้ยนี่หรอวะ Reception ด้านหลังปูด้วยลายเสือ พร้อมหมอน หมอนข้าง พร้อมนอนได้ทุกเมื่อ นางแนะนำว่าอย่าลืมขึ้นไป Rooftop ชั้น 5 นะ วิวสวยมากกกกกก เชื้อเชิญสุดๆ
Reception ที่โรงแรม เอาจริงๆ เหมือนกำลังนั่งดูดวงอยู่แถวบ้าน
เอาภาพในห้องนอนมาฝากซักหน่อยย
เก็บกระเป๋า อาบน้ำเสร็จ ขึ้นไปชมวิว Rooftop ที่นางเชื้อเชิญซักหน่อย... เหยยยย มันดีมากกกอะแกรรรรรร ถ้าใครที่มาเที่ยวที่นี่ แนะนำให้มาเลย
วิวดีมากกกก
วันนี้ไม่มีไรมากแค่เดินเล่นรอบๆ เมืองสีฟ้า อู๊ดก็จะไป ToorjikaJhalra Stepwell/ หอนาฬิกา / เดินชมเมืองสีฟ้า
เริ่มจากหอนาฬิกาประจำเมืองนี้ก่อน ตรงหอนาฬิกาก็จะเป็นตลาดมีของขายมากมาย
เดินจากหอนาฬิกาไปไม่ไกลมากก็จะเห็น ToorjiKaJhalra Step Well เป็น Heritage Building จะมีวัยรุ่น มารวมตัวกันที่นี่ เพื่อนั่งเล่น นั่งคุยกัน ที่นี่สามารถเข้าไปถ่ายรูปได้เลย ไม่เสียค่าเข้าค่ะ แต่อาจจะต้องระวังการตกลงไปในน้ำนิดนึงค่อยข้างเขียวอยู่ แต่มีปลาด้วยค่ะ ก็เลยคิดว่าไม่น่าจะตายถ้าตกลงไป 555555
และแถวนี้มีคาเฟ่อยู่หลายที่ อู๊ดเลือกเดินเข้าไปกินร้าน The Stepwell Café คาเฟ่นี้จะเป็นวิว Stepwell ที่อู๊ดไปถ่ายมาเมื่อกี้ค่ะ อาหารอร่อยใช้ได้เลย สะอาด และไม่แพง
ออกมาจากร้าน ระแวกนั้นจะมีแผนที่เมืองใหญ่ๆ น่ารักดี
เดินเล่นชมวิวเมืองสีฟ้ากัน
แพลนวันถัดมาตามนี้เลยจ้า
-- Jaswant Thada – Mehrangah Fort – The Rock Restaurant – Umaid Bhawan Palace – Mandore Garden --
เช้านี้มุ่งหน้าไปเลยจ้า Jaswant Thada เป็นจุดแรกของวัน ตรงจุดนี้เราสามารถมองเห็นวิวของป้อม Mehrangah Fort ได้ เป็นมุมกว้างๆ สวยทีเดียวเลยหละ
Jaswant Thada เป็นอนุสรณ์สถาน ตั้งอยู่ห่างจากป้อมเมห์รานการห์ ไปประมาณ 1 กิโลเมตร อนุสรณ์นี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1899 เพื่ออุทิศให้กับมหาราชาจัสวันต์ ซิงห์ที่ 2 (Maharaja Jaswant Singh II) หลังจากเสียชีวิตไปแล้ว 4 ปี โดยเป็นมหาราชาที่ได้การนับถือจากประชาชนมากมาย เป็นทั้งผู้ริเริ่มโครงการชลประทาน จัสวันต์ธาดาสร้างจากหินอ่อน จากแหล่งเดียวกับที่นาไปสร้างทัชมาฮาล
ปิด 4 โมงเย็น มีค่าเข้าคนละ 25 รูปีจ้า
ฝากติดตามเพจได้ที่ >> www.facebook.com/aoodaround
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้