ททท.ปลื้มผลงาน 1 ปี “นทท.- รายได้” โตตามเป้าแข็งแกร่ง

ททท.ปลื้มผลงาน 1 ปี “นทท.- รายได้” โตตามเป้าแข็งแกร่ง
“วีระศักดิ์” ชูผลงาน 1 ปี “นทท.- รายได้” โตตามเป้า ย้ำเดินหน้าส่งเสริม “ท่องเที่ยวเมืองรอง” เน้นตลาดคุณภาพ สร้างมาตรฐาน“สะดวก สะอาด ปลอดภัย ได้เอกลักษณ์และยั่งยืน”
วันนี้ (28 ม.ค.62) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดแถลงผลงานด้านการท่องเที่ยวรอบปี 2561 นำโดยนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพร้อมด้วยผู้บริหารของกระทรวงฯ ทั้งฝ่ายข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำและรัฐวิสาหกิจณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ

นายวีระศักดิ์ กล่าวว่ารอบ1 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังจะเห็นได้จากประเทศไทยมีโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จำนวน 38.27 ล้านคน ก่อให้เกิดรายได้ 2.01 ล้านล้านบาท และจำนวนนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย 226.08 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 1,068.18 พันล้านบาท โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ตามพันธกิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดซึ่งจากนโยบายสำคัญที่ได้มอบไว้แก่ข้าราชการและบุคลากรของกระทรวงฯ ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2560 คือ 1) การให้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการลดความเหลื่อมล้ำของรายได้2) การท่องเที่ยวต้อง “สะดวก สะอาด ปลอดภัย ได้เอกลักษณ์ และยั่งยืน” 3) การจัดตั้งคลินิกด้านการท่องเที่ยว และ 4) การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ ซึ่งหลายอย่างกำลังเดินหน้าไปด้วยดีในขณะที่การตลาดเน้นนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองและเน้นการตลาดเฉพาะกลุ่มที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง
กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้ใช้การท่องเที่ยวแบบ “วิถีไทย”เป็นตัวขับเคลื่อนด้านการท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม กระจายจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้สู่ชุมชนให้ทั่วถึง เน้นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวด้วยการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย อำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติผ่านกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ พัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการเติบโตด้านการท่องเที่ยว รวมถึงการอบรมอาสาสมัครเพื่อการท่องเที่ยว (เจ้าบ้านที่ดี) ส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด จนปัจจุบันประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นอันดับ 4 ของโลก
นายวีระศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ถึงแม้จะมีปัจจัยท้าทายทั้งในและต่างประเทศก็ตาม ในภาพรวมการท่องเที่ยวของประเทศไทยยังเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายและเป็นการเติบโตในเชิงคุณภาพ โดยดูได้จากอัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้ สูงกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยว การท่องเที่ยวของประเทศไทยมีการพัฒนาและขยายตัวอย่างรวดเร็ว สามารถสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปีที่ผ่านมามีปรากฏการณ์สนับสนุนจากกระแสละครอิงประวัติศาสตร์“บุพเพสันนิวาส”, “นาคี”และ“งานอุ่นไอรัก...คลายความหนาว”ทำให้เกิดการเดินทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์นอกจากการท่องเที่ยวในเมืองหลักแล้วยังมีการกระจายตัวไปยังเมืองรองต่างๆ ตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบพร้อมมีมาตรการสนับสนุนตั้งแต่การลดหย่อนภาษีแก่นักท่องเที่ยว การยกเว้นภาษีกรณีจัดอบรมสัมมนาในจังหวัดเมืองรอง การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองรองต่างๆ มีผลทำให้นักท่องเที่ยวขยายตัวจากปี 2554 จำนวน 50 ล้านคน เป็น 90 ล้านคน ในปี 2561 โดยนักท่องเที่ยวมีการขยายตัวไปในทุกจังหวัด”
เมืองรองที่นักท่องเที่ยวมีการขยายตัวสูงสุด 2 อันดับแรก คือ ราชบุรี และชัยนาท และยังพบว่ามีจำนวน 18 เมืองรองที่รายได้จากการท่องเที่ยวขยายตัวสูงกว่าภาพรวมของเมืองรองทั้งหมดโดยเฉพาะจังหวัดบุรีรัมย์ มีการเติบโตของผู้มาเยี่ยมเยือนสูงสุด ประมาณ 21%จากการจัดแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก (MotoGP) รายการพีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์2018 สนามที่ 15 ซึ่ง นับเป็นกิจกรรม Sports Tourism ที่ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งเพราะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมการแข่งขันมากกว่า 205,000 คน ก่อให้เกิดรายได้แก่จังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดในพื้นที่ใกล้เคียงมากกว่า 3,100 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มการท่องเที่ยวปี 2562 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้คาดการณ์แนวโน้มโดยการวิเคราะห์อนุกรมเวลา (Time Series) ซึ่งใช้ฐานข้อมูลเชิงปริมาณที่จัดเก็บโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานำมาแปลงข้อเท็จจริงในอดีตไปพยากรณ์คาดการณ์แนวโน้มการท่องเที่ยวในอนาคต โดยคาดการณ์ว่าปี 2562 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 41.1 ล้านคน (+7.5%) สร้างรายได้ 2.21 ล้านล้านบาท (+10%) โดยแนวโน้มรายสัญชาติคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากจีน 11.69 ล้านคน (+11%) จากประเทศในอาเซียน 11.31 ล้านคน (+10%) และจากยุโรป 6.90 ล้านคน (+2%)
“ถึงวันนี้ผลพวงที่ผมได้มอบเป็นนโยบายแก่ข้าราชการผู้ใต้บังคับบัญชาไว้เมื่อตอนเข้ามารับตำแหน่งเริ่มผลิดอกออกผล ให้ปรากฏเห็นเป็นรูปธรรม เป็นความงดงามของเมืองรอง เป็นรอยยิ้มกว้างๆ ของผู้คนในชุมชนท้องถิ่นที่มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการมีโอกาสนำผลิตภัณฑ์งานฝีมือตลอดถึงของกินของใช้ มาอวดโชว์นักท่องเที่ยวและคนต่างถิ่น นี่คือความสุขที่ได้กระจายตัวออกไปอย่างทั่วถึง...อย่างแท้จริง” รมว.วีระศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย
http://www.banmuang.co.th/news/economy/139863
ปี 2561 การท่องเที่ยวไทยแข็งแกร่ง มีนักท่องเที่ยว 38.27 ล้านคน
น่าปลื้มแทนกระทรวงท่องเที่ยวและรัฐบาลนะคะ
ลุงตู่ทำให้บ้านเมืองสงบ ใครๆก็อย่างเข้ามาเที่ยว
ประเทศไทยสวยงาม มีอาหารการกินเพียบพร้อม อร่อยที่สุด
แค่นี้ก็ไปได้สวยงามแล้วค่ะ
ปรบมือให้รัฐบาลลุงตู่นะคะ



วัดที่ภาคอีสานสวยงามค่ะ วัดอะไรคะ..?
✡✡มาลาริน/ประเทศไทยไม่ต้องให้ทักษิณเสนอหน้าแนะนำกลัวติดเชื้อโกง...ททท.ปลื้มผลงาน 1 ปี “นทท.- รายได้” โตตามเป้าแข็งแกร่ง
ททท.ปลื้มผลงาน 1 ปี “นทท.- รายได้” โตตามเป้าแข็งแกร่ง
ททท.ปลื้มผลงาน 1 ปี “นทท.- รายได้” โตตามเป้าแข็งแกร่ง
“วีระศักดิ์” ชูผลงาน 1 ปี “นทท.- รายได้” โตตามเป้า ย้ำเดินหน้าส่งเสริม “ท่องเที่ยวเมืองรอง” เน้นตลาดคุณภาพ สร้างมาตรฐาน“สะดวก สะอาด ปลอดภัย ได้เอกลักษณ์และยั่งยืน”
วันนี้ (28 ม.ค.62) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดแถลงผลงานด้านการท่องเที่ยวรอบปี 2561 นำโดยนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพร้อมด้วยผู้บริหารของกระทรวงฯ ทั้งฝ่ายข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำและรัฐวิสาหกิจณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ
นายวีระศักดิ์ กล่าวว่ารอบ1 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังจะเห็นได้จากประเทศไทยมีโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จำนวน 38.27 ล้านคน ก่อให้เกิดรายได้ 2.01 ล้านล้านบาท และจำนวนนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย 226.08 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 1,068.18 พันล้านบาท โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ตามพันธกิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดซึ่งจากนโยบายสำคัญที่ได้มอบไว้แก่ข้าราชการและบุคลากรของกระทรวงฯ ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2560 คือ 1) การให้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการลดความเหลื่อมล้ำของรายได้2) การท่องเที่ยวต้อง “สะดวก สะอาด ปลอดภัย ได้เอกลักษณ์ และยั่งยืน” 3) การจัดตั้งคลินิกด้านการท่องเที่ยว และ 4) การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ ซึ่งหลายอย่างกำลังเดินหน้าไปด้วยดีในขณะที่การตลาดเน้นนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองและเน้นการตลาดเฉพาะกลุ่มที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง
กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้ใช้การท่องเที่ยวแบบ “วิถีไทย”เป็นตัวขับเคลื่อนด้านการท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม กระจายจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้สู่ชุมชนให้ทั่วถึง เน้นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวด้วยการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย อำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติผ่านกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ พัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการเติบโตด้านการท่องเที่ยว รวมถึงการอบรมอาสาสมัครเพื่อการท่องเที่ยว (เจ้าบ้านที่ดี) ส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด จนปัจจุบันประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นอันดับ 4 ของโลก
นายวีระศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ถึงแม้จะมีปัจจัยท้าทายทั้งในและต่างประเทศก็ตาม ในภาพรวมการท่องเที่ยวของประเทศไทยยังเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายและเป็นการเติบโตในเชิงคุณภาพ โดยดูได้จากอัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้ สูงกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยว การท่องเที่ยวของประเทศไทยมีการพัฒนาและขยายตัวอย่างรวดเร็ว สามารถสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปีที่ผ่านมามีปรากฏการณ์สนับสนุนจากกระแสละครอิงประวัติศาสตร์“บุพเพสันนิวาส”, “นาคี”และ“งานอุ่นไอรัก...คลายความหนาว”ทำให้เกิดการเดินทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์นอกจากการท่องเที่ยวในเมืองหลักแล้วยังมีการกระจายตัวไปยังเมืองรองต่างๆ ตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบพร้อมมีมาตรการสนับสนุนตั้งแต่การลดหย่อนภาษีแก่นักท่องเที่ยว การยกเว้นภาษีกรณีจัดอบรมสัมมนาในจังหวัดเมืองรอง การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองรองต่างๆ มีผลทำให้นักท่องเที่ยวขยายตัวจากปี 2554 จำนวน 50 ล้านคน เป็น 90 ล้านคน ในปี 2561 โดยนักท่องเที่ยวมีการขยายตัวไปในทุกจังหวัด”
เมืองรองที่นักท่องเที่ยวมีการขยายตัวสูงสุด 2 อันดับแรก คือ ราชบุรี และชัยนาท และยังพบว่ามีจำนวน 18 เมืองรองที่รายได้จากการท่องเที่ยวขยายตัวสูงกว่าภาพรวมของเมืองรองทั้งหมดโดยเฉพาะจังหวัดบุรีรัมย์ มีการเติบโตของผู้มาเยี่ยมเยือนสูงสุด ประมาณ 21%จากการจัดแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก (MotoGP) รายการพีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์2018 สนามที่ 15 ซึ่ง นับเป็นกิจกรรม Sports Tourism ที่ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งเพราะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมการแข่งขันมากกว่า 205,000 คน ก่อให้เกิดรายได้แก่จังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดในพื้นที่ใกล้เคียงมากกว่า 3,100 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มการท่องเที่ยวปี 2562 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้คาดการณ์แนวโน้มโดยการวิเคราะห์อนุกรมเวลา (Time Series) ซึ่งใช้ฐานข้อมูลเชิงปริมาณที่จัดเก็บโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานำมาแปลงข้อเท็จจริงในอดีตไปพยากรณ์คาดการณ์แนวโน้มการท่องเที่ยวในอนาคต โดยคาดการณ์ว่าปี 2562 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 41.1 ล้านคน (+7.5%) สร้างรายได้ 2.21 ล้านล้านบาท (+10%) โดยแนวโน้มรายสัญชาติคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากจีน 11.69 ล้านคน (+11%) จากประเทศในอาเซียน 11.31 ล้านคน (+10%) และจากยุโรป 6.90 ล้านคน (+2%)
“ถึงวันนี้ผลพวงที่ผมได้มอบเป็นนโยบายแก่ข้าราชการผู้ใต้บังคับบัญชาไว้เมื่อตอนเข้ามารับตำแหน่งเริ่มผลิดอกออกผล ให้ปรากฏเห็นเป็นรูปธรรม เป็นความงดงามของเมืองรอง เป็นรอยยิ้มกว้างๆ ของผู้คนในชุมชนท้องถิ่นที่มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการมีโอกาสนำผลิตภัณฑ์งานฝีมือตลอดถึงของกินของใช้ มาอวดโชว์นักท่องเที่ยวและคนต่างถิ่น นี่คือความสุขที่ได้กระจายตัวออกไปอย่างทั่วถึง...อย่างแท้จริง” รมว.วีระศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย
http://www.banmuang.co.th/news/economy/139863
ปี 2561 การท่องเที่ยวไทยแข็งแกร่ง มีนักท่องเที่ยว 38.27 ล้านคน
น่าปลื้มแทนกระทรวงท่องเที่ยวและรัฐบาลนะคะ
ลุงตู่ทำให้บ้านเมืองสงบ ใครๆก็อย่างเข้ามาเที่ยว
ประเทศไทยสวยงาม มีอาหารการกินเพียบพร้อม อร่อยที่สุด
แค่นี้ก็ไปได้สวยงามแล้วค่ะ
ปรบมือให้รัฐบาลลุงตู่นะคะ
วัดที่ภาคอีสานสวยงามค่ะ วัดอะไรคะ..?