การที่พรรคเพื่อไทยมอบตำแหน่งประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ให้กับ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
เท่ากับเป็นการมอบความไว้วางใจเป็นอย่างสูง
1 หมายความว่ามอบชะตากรรมของพรรคเพื่อไทยไว้ในการ บริหารจัดการของ “คุณหญิง”
ขณะเดียวกัน 1 ก็แสดงความหมายโดยปริยายว่าเมื่อมีการ เสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค
ชื่อของ”คุณหญิง”จะเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆ
กระนั้น การนำเสนอเหล่านี้ก็เสมอเป็นเพียงมติของพรรคเพื่อไทย ในที่สุดแล้วประชาชนต่างหากจะเป็น
ผู้ตัดสินชี้ขาดในความเหมาะสม
เสียงสะท้อนจาก“ประชาชน”จึงมีความสำคัญเป็นอย่างสูง
ขณะที่ด้านหนึ่ง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อยู่ในบทเป็นผู้นำของพรรคเพื่อไทย แต่ด้านหนึ่งก็ปรากฏ
นาม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ โดดเด่นขึ้นมา
เป็นความโดดเด่นโดยนาม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เอง
เป็นความโดดเด่นโดยการเปิดโอกาสให้ด้วยจิตใจอันกว้าง ขวาง มองการณ์ไกลของ คุณหญิงสุดารัตน์
เกยุราพันธุ์ ในฐานะ ประธานคณะกรรมการยุทธ์ศาสตร์ของพรรค
สภาพการณ์เช่นนี้ไม่เพียงแต่พรรคเพื่อไทยก็เข้าใจ หากกระ ทั่งในสังคมก็มีความเข้าใจ
การพิจารณา “กรณี” จึงต้องเริ่มจากสภาพความเป็นจริง
ข้อเรียกร้องในทางสังคมจึงเริ่มกดดันเข้าไปยังภายในพรรค เพื่อไทยให้เห็นบทบาทและความหมายของ
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มากยิ่งขึ้น
กระทั่งอาจโดดเด่นเหนือกว่าบทบาทและความหมายของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ด้วยซ้ำไป
จึงถึงเวลาที่พรรคเพื่อไทยจักต้องตัดสินใจเป็น”มติ”ออกมา
การจัดวางสถานะระหว่าง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กับ นาย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในทางการเมือง
จึงเป็นปัญหาอันแหลมคมอีกวา ระหนึ่งของพรรคเพื่อไทย
เป้าหมายมิใช่เพื่อเห็นแก่หน้าตาของใครคนใดคนหนึ่ง
ตรงกันข้าม เป้าหมายในยุทธศาสตร์ของการเลือกตั้งก็คือนามของใครจะเสริมปัจจัยแห่ง”ชัยชนะ”ได้
มากกว่ากัน เพราะการตัดสินใจนี้มีลักษณะในทาง
”ยุทธศาสตร์”
https://www.khaosod.co.th/hot-topics/news_2139676
FootNote : การตัดสินใจ เชิง”ยุทธศาสตร์” กรณี สุดารัตน์ กับ ชัชชาติ ... ข่าวสดออนไลน์ .../sao..เหลือ..noi
เท่ากับเป็นการมอบความไว้วางใจเป็นอย่างสูง
1 หมายความว่ามอบชะตากรรมของพรรคเพื่อไทยไว้ในการ บริหารจัดการของ “คุณหญิง”
ขณะเดียวกัน 1 ก็แสดงความหมายโดยปริยายว่าเมื่อมีการ เสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค
ชื่อของ”คุณหญิง”จะเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆ
กระนั้น การนำเสนอเหล่านี้ก็เสมอเป็นเพียงมติของพรรคเพื่อไทย ในที่สุดแล้วประชาชนต่างหากจะเป็น
ผู้ตัดสินชี้ขาดในความเหมาะสม
เสียงสะท้อนจาก“ประชาชน”จึงมีความสำคัญเป็นอย่างสูง
ขณะที่ด้านหนึ่ง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อยู่ในบทเป็นผู้นำของพรรคเพื่อไทย แต่ด้านหนึ่งก็ปรากฏ
นาม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ โดดเด่นขึ้นมา
เป็นความโดดเด่นโดยนาม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เอง
เป็นความโดดเด่นโดยการเปิดโอกาสให้ด้วยจิตใจอันกว้าง ขวาง มองการณ์ไกลของ คุณหญิงสุดารัตน์
เกยุราพันธุ์ ในฐานะ ประธานคณะกรรมการยุทธ์ศาสตร์ของพรรค
สภาพการณ์เช่นนี้ไม่เพียงแต่พรรคเพื่อไทยก็เข้าใจ หากกระ ทั่งในสังคมก็มีความเข้าใจ
การพิจารณา “กรณี” จึงต้องเริ่มจากสภาพความเป็นจริง
ข้อเรียกร้องในทางสังคมจึงเริ่มกดดันเข้าไปยังภายในพรรค เพื่อไทยให้เห็นบทบาทและความหมายของ
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มากยิ่งขึ้น
กระทั่งอาจโดดเด่นเหนือกว่าบทบาทและความหมายของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ด้วยซ้ำไป
จึงถึงเวลาที่พรรคเพื่อไทยจักต้องตัดสินใจเป็น”มติ”ออกมา
การจัดวางสถานะระหว่าง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กับ นาย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในทางการเมือง
จึงเป็นปัญหาอันแหลมคมอีกวา ระหนึ่งของพรรคเพื่อไทย
เป้าหมายมิใช่เพื่อเห็นแก่หน้าตาของใครคนใดคนหนึ่ง
ตรงกันข้าม เป้าหมายในยุทธศาสตร์ของการเลือกตั้งก็คือนามของใครจะเสริมปัจจัยแห่ง”ชัยชนะ”ได้
มากกว่ากัน เพราะการตัดสินใจนี้มีลักษณะในทาง”ยุทธศาสตร์”
https://www.khaosod.co.th/hot-topics/news_2139676