สวัสดีทุกคนนะคะ กระทู้นี้เป็นกระทู้ที่ห้าของเราเห็นจะได้
เรามักจะเขียนเรื่องเล่าสั้นๆ พร้อมกับภาพประกอบเล็กๆ
ที่เป็นเหมือนบันทึกการเดินทางมากกว่าการเขียนรีวิว
อย่างเช่นสองกระทู้นี้
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตในอินเดีย :
https://pantip.com/topic/38493816
ซานตาคลอสที่ไม่ได้มากับกวางเรนเดียร์.. :
https://pantip.com/topic/38368890
.
และกระทู้นี้ก็คงจะเหมือนหลายกระทู้ที่ผ่านมา
เพียงแต่กระทู้นี้ภาพทั้งหมดจะมาจาก 'กล้องฟิล์ม'
ชัดบ้าง เบลอบ้าง.. แต่ถ้าเบลอกว่ารูปก็คงเป็นเรานี่แหละ
ยังไงก็ตาม ฝากติชมรูปภาพ รวมไปถึงข้อความของเรา
และถ้ากระทู้นี้ผิดพลาดยังไง เราต้องขอโทษด้วยนะคะ
ป.ล. ภาพทั้งหมดถ่ายโดยกล้อง : Nikon FE2 | ฟิล์ม : Lomo 100
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

มีคนเคยบอกว่า
'การก้าวเท้าขวาออกจากบ้านก่อนเท้าซ้ายจะโชคดี'
.
แต่สงสัยเราจะทำผิดขั้นตอน..
‘Happy holiday, sweetie’
‘Thank you, happy holiday’
.
บนสนทนาสั้นๆ ระหว่างเรากับคุณป้าคนหนึ่งบนสถานีรถไฟ
การที่ผู้ใหญ่อวยพรตั้งแต่ออกเดินทาง คงเป็นการเริ่มต้นที่ดี
เราใช้เวลานั่งรถไฟไปสนามบินประมาณชั่วโมงกว่าเห็นจะได้
เป็นครั้งแรกที่กำลังจะออกนอกชิคาโก และเป็นการเดินทางคนเดียว
.
เราถึงสนามบิน O'Hare ช่วงบ่ายโมง
เวลาบอร์ดดิ้งคือ บ่ายสองโมงสี่สิบนาที
สักพัก เสียงตามสายประกาศว่าเครื่องดีเลย์เล็กน้อย
จากบ่ายสองโมงสี่สิบ เป็นสี่โมงเย็น..
.
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราไปนิวยอร์ก และนิวยอร์กก็ไม่เคยใจดีกับเราเลย
เรานั่งไถลมือถือจนไม่มีอะไรให้ดู เวลาผ่านไปช้าเหลือเกิน
จนในที่สุดก็ได้ขึ้นเครื่อง..
ตั้งใจว่าจะเอาความง่วงทั้งหมดไปทิ้งบนเครื่องบิน
ตลอดการนั่งเครื่องสองชั่วโมง เหมือนทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี
.
จนกระทั่ง..
.
กัปตันประกาศว่า เรากำลังจะผ่านสภาพอากาศแปรปรวน
พวกคุณทั้งหลายโปรดรัดเข็มขัด และกรุณาอย่าลุกจากที่นั่ง
การนั่งเครื่องสองชั่วโมงในตอนนั้น ความรู้สึกนานเหมือนสองวัน
เครื่องส่ายไปส่ายมา บางครั้งยังสั่นเป็นเพจอีก ความสงบสุขอยู่ไหน..
นั่งตัวเกร็ง ไม่ต้องได้นอนกันพอดี
และไหนจะความรู้สึกคลื่นไส้นี่อีก
.
พัง
และเมื่อกัปตันประกาศว่าเราถึงนิวยอร์กเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เราก็สามารถกลับมาหายใจได้ทั่วท้องอีกครั้ง
ลงจากเครื่องอย่างสิ้นสภาพ ผมกระเจิงเหมือนไม่เคยหวีมาทั้งชีวิต
สติที่แทบไม่มีอยู่ตั้งแต่แรกกลายเป็นติดลบไปโดยทันที
เราเดินไปที่ตู้กดบัตรรถไฟ..
เอาล่ะ ปัญหาเดิม ทำไมจะต้องมีปัญหากับตู้อะไรแบบนี้ตลอด
ด้วยความเกรงใจคนข้างหลัง เราเลยให้เขาไปก่อน
.
หลังจากเขากดบัตรเสร็จก็หันมาถามเราด้วยสายตาแบบ.. จะรอดมั้ย
‘Do you need help?’
‘Yes, please’
เขาถามรายละเอียดทั้งหมดตามแพลนของเราว่าอยู่กี่วัน
เสียเงินสามสิบห้าดอลแลกกับบัตรพลาสติก . สบายใจ
หลังจากได้บัตรรถไฟมา เขาก็หันมาถามว่าจะไปไหนต่อ
สรุปว่าไปทางเดียวกัน . ที่ตลกคือนั่งไฟท์เดียวกันด้วย
ขอบคุณพระเจ้าที่หาเพื่อนร่วมชะตากรรมมาให้
รอดตายด้วยคุณนักเรียนแลกเปลี่ยนจากไต้หวัน
ชวนคุยสารพัดล้านแปดคำถาม พร้อมอธิบายวิธีใช้ซับเวย์ตลอดทาง
.
ก่อนจาก ยังไม่ลืมหันไปขอบคุณเขาอีกครั้ง
ถ้าไม่ได้คุณ ตอนนั้นเราคงยังอยู่ในสนามบินแน่นอน เชื่อเถอะ
.
.
ทั้งหมดนั้น คือความประทับใจแรกกับการเดินทางไปนิวยอร์กคนเดียวของเรา
บ่นไปเยอะพอสมควร ไปดูภาพถ่ายของเรากันดีกว่าเนอะ

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
ฝากติดตามเรื่องอื่นของเราได้ในเพจ :
http://www.facebook.com/NEWKID.OTB/
และเราขอบคุณทุกคนที่หลงเข้ามาอ่าน ขอให้มีความสุขกับเรื่องที่เราเขียนนะคะ : D
เรา | นิคอน และภาพฟิล์มในนิวยอร์ก
เรามักจะเขียนเรื่องเล่าสั้นๆ พร้อมกับภาพประกอบเล็กๆ
ที่เป็นเหมือนบันทึกการเดินทางมากกว่าการเขียนรีวิว
อย่างเช่นสองกระทู้นี้
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตในอินเดีย : https://pantip.com/topic/38493816
ซานตาคลอสที่ไม่ได้มากับกวางเรนเดียร์.. : https://pantip.com/topic/38368890
.
และกระทู้นี้ก็คงจะเหมือนหลายกระทู้ที่ผ่านมา
เพียงแต่กระทู้นี้ภาพทั้งหมดจะมาจาก 'กล้องฟิล์ม'
ชัดบ้าง เบลอบ้าง.. แต่ถ้าเบลอกว่ารูปก็คงเป็นเรานี่แหละ
ยังไงก็ตาม ฝากติชมรูปภาพ รวมไปถึงข้อความของเรา
และถ้ากระทู้นี้ผิดพลาดยังไง เราต้องขอโทษด้วยนะคะ
ป.ล. ภาพทั้งหมดถ่ายโดยกล้อง : Nikon FE2 | ฟิล์ม : Lomo 100
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
มีคนเคยบอกว่า
'การก้าวเท้าขวาออกจากบ้านก่อนเท้าซ้ายจะโชคดี'
.
แต่สงสัยเราจะทำผิดขั้นตอน..
‘Happy holiday, sweetie’
‘Thank you, happy holiday’
.
บนสนทนาสั้นๆ ระหว่างเรากับคุณป้าคนหนึ่งบนสถานีรถไฟ
การที่ผู้ใหญ่อวยพรตั้งแต่ออกเดินทาง คงเป็นการเริ่มต้นที่ดี
เราใช้เวลานั่งรถไฟไปสนามบินประมาณชั่วโมงกว่าเห็นจะได้
เป็นครั้งแรกที่กำลังจะออกนอกชิคาโก และเป็นการเดินทางคนเดียว
.
เราถึงสนามบิน O'Hare ช่วงบ่ายโมง
เวลาบอร์ดดิ้งคือ บ่ายสองโมงสี่สิบนาที
สักพัก เสียงตามสายประกาศว่าเครื่องดีเลย์เล็กน้อย
จากบ่ายสองโมงสี่สิบ เป็นสี่โมงเย็น..
.
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราไปนิวยอร์ก และนิวยอร์กก็ไม่เคยใจดีกับเราเลย
เรานั่งไถลมือถือจนไม่มีอะไรให้ดู เวลาผ่านไปช้าเหลือเกิน
จนในที่สุดก็ได้ขึ้นเครื่อง..
ตั้งใจว่าจะเอาความง่วงทั้งหมดไปทิ้งบนเครื่องบิน
ตลอดการนั่งเครื่องสองชั่วโมง เหมือนทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี
.
จนกระทั่ง..
.
กัปตันประกาศว่า เรากำลังจะผ่านสภาพอากาศแปรปรวน
พวกคุณทั้งหลายโปรดรัดเข็มขัด และกรุณาอย่าลุกจากที่นั่ง
การนั่งเครื่องสองชั่วโมงในตอนนั้น ความรู้สึกนานเหมือนสองวัน
เครื่องส่ายไปส่ายมา บางครั้งยังสั่นเป็นเพจอีก ความสงบสุขอยู่ไหน..
นั่งตัวเกร็ง ไม่ต้องได้นอนกันพอดี
และไหนจะความรู้สึกคลื่นไส้นี่อีก
.
พัง
และเมื่อกัปตันประกาศว่าเราถึงนิวยอร์กเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เราก็สามารถกลับมาหายใจได้ทั่วท้องอีกครั้ง
ลงจากเครื่องอย่างสิ้นสภาพ ผมกระเจิงเหมือนไม่เคยหวีมาทั้งชีวิต
สติที่แทบไม่มีอยู่ตั้งแต่แรกกลายเป็นติดลบไปโดยทันที
เราเดินไปที่ตู้กดบัตรรถไฟ..
เอาล่ะ ปัญหาเดิม ทำไมจะต้องมีปัญหากับตู้อะไรแบบนี้ตลอด
ด้วยความเกรงใจคนข้างหลัง เราเลยให้เขาไปก่อน
.
หลังจากเขากดบัตรเสร็จก็หันมาถามเราด้วยสายตาแบบ.. จะรอดมั้ย
‘Do you need help?’
‘Yes, please’
เขาถามรายละเอียดทั้งหมดตามแพลนของเราว่าอยู่กี่วัน
เสียเงินสามสิบห้าดอลแลกกับบัตรพลาสติก . สบายใจ
หลังจากได้บัตรรถไฟมา เขาก็หันมาถามว่าจะไปไหนต่อ
สรุปว่าไปทางเดียวกัน . ที่ตลกคือนั่งไฟท์เดียวกันด้วย
ขอบคุณพระเจ้าที่หาเพื่อนร่วมชะตากรรมมาให้
รอดตายด้วยคุณนักเรียนแลกเปลี่ยนจากไต้หวัน
ชวนคุยสารพัดล้านแปดคำถาม พร้อมอธิบายวิธีใช้ซับเวย์ตลอดทาง
.
ก่อนจาก ยังไม่ลืมหันไปขอบคุณเขาอีกครั้ง
ถ้าไม่ได้คุณ ตอนนั้นเราคงยังอยู่ในสนามบินแน่นอน เชื่อเถอะ
.
.
ทั้งหมดนั้น คือความประทับใจแรกกับการเดินทางไปนิวยอร์กคนเดียวของเรา
บ่นไปเยอะพอสมควร ไปดูภาพถ่ายของเรากันดีกว่าเนอะ
ฝากติดตามเรื่องอื่นของเราได้ในเพจ : http://www.facebook.com/NEWKID.OTB/
และเราขอบคุณทุกคนที่หลงเข้ามาอ่าน ขอให้มีความสุขกับเรื่องที่เราเขียนนะคะ : D