ปัญหาฝุ่นละออง ต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมที่ทุกคนต้องจ่าย

ว่าจะนั่งนิ่งๆ แต่เห็นคนบ่นกันมากว่า ทำไมรัฐบาลไม่ทำอะไร ก็คิดว่าอยากสนทนาด้วย

ปัญหาบางอย่างแก้ได้ แก้ไม่ได้ แก้แบบอ้อมๆ หลายรูปแบบ ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็รเรื่องที่เรา มนุษย์สร้างกันขึ้นมาเอง สั่งสมกันมาเป็นร้อย เป็นพันปี แต่ก่อนมันยังมีความสมดุลย์ที่สูงมากๆ ผลกระทบเลยไม่แสดงออกมา ตอนนี้มันเปราะบาง มันก็เลยชัดเจนมากขึ้น ลมไม่พัด กับมีฝุ่น ถ้าแบ่งออกเป็นสองสิ่ง เรื่องลมไม่พัด เราแก้ไม่ได้ สั่งให้พัดไม่ได้ (จริงๆ เมืองไทยอยู่บนความสมบูรณ์ของธรรมชาติมาจนเคย บางทีไม่ได้ทำอะไรแต่ธรรมชาติช่วยก็เลยรอดมาหลายครั้ง พอธรรมชาติไม่ช่วย ก็แย่) เราเหลือตัวแปรเรื่องฝุ่น  ฝุ่นก็แบ่งออกเป็น ฝุ่นเราสร้างเอง กับ ฝุ่นมาจากเพื่อนบ้าน ...  เจาะเฉพาะ ฝุ่นเราสร้างเอง

คงรู้กันอยู่ดีแล้วว่าระดับฝุ่นที่ปกคลุมมันสูงถึง 9,000 ฟุต หรือ 2.7 กิโลเมตร ... ใครจะไปทำอะไรกับมันได้ ส่วนตัวผมว่าไม่มีทาง สิ่งที่ทำได้คือปล่อยให้มันหายไปเอง และไม่สร้างขึ้นมาใหม่ การไม่สร้างคือการควบคุม สิ่งที่เรากำลังพูดกันนักหนาว่า ไม่ทำอะไรกันเลยหรือ นี่คือ แปลได้ว่า “ ช่วยออกกฎมาสั่ง มาบังคับผมหน่อย ” ... ผมคิดว่าคนระดับมันสมองน่ะ คิดออกแน่ๆ ว่าจะไม่สร้างฝุ่นใหม่จะต้องทำอย่างไร พูดกันมากเรื่องรถไฟฟ้า ซึ่งก็เห็นด้วย แต่พอจะนึกออกไหมว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจ ปัญหากสรจ้างแรงงาน (ที่อยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีเดิม ที่อาจตกงาน) กลุ่มเทคโนโลยีใหม่ที่ยังไม่ได้เตรียมตัว การเร่งรัดให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เช่นสิทธิประโยชน์ทางภาษี ทำให้รัฐเก็บภาษีได้น้อยลง แผนการใช้จ่ายเปลี่ยนไป (แน่นอนว่าเราก็ไม่ต้องจ่ายในมิติด้านการแก้ปัญหาไป คือ Trade กันไปเลย ) แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว Scale มันใหญ่มหึมามาก ส่วนเรื่องใกล้ตัว เรากำลังร้องขอ “ให้ช่วยออกกฎมาควบคุมพวกฉันหน่อย”
ได้เลย จัดให้เช่น หมูปิ้งต้องใช้เตาไร้ควัน ม่านน้ำที่ดักจับฝุ่นควันจากการปื้ง จะต้องนำไปบำบัด ใครฝ่าฝืน จับ ปรับ ( อย่าลืมว่า เรากำลังคุยว่าจะไม่สร้างฝุ่นใหม่ขึ้นมาอีก และทำทั้ง Scale ใหญ่ และเล็ก) ลองจินตนาการดูว่า หมูปิ้งไม้ละ 20 มะพร้าวเผาลูกละ 35 ไก่อบฟาง กระถางต้นไม้ อิฐก่อสร้าง ฯลฯ ขึ้นราคา 20-30%  (ตัวเลขสมมุติ) คือส่วนเกินที่จ่ายเพิ่มนี่คือ ต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมที่บอกตอนต้นว่า ทุกคนต้องจ่าย !

มาถึงตรงนี้ คงมีคนคิดสองแบบว่า ทำไมมามองเรื่องเล็กๆ หยุมหยิม ก็อย่างที่เรียนไว้ว่า ถ้าเราร้องขอว่า “ ช่วยออกกฎมาควบคุมฉันที” มันก็ทำทั้งใหญ่และเล็ก แต่เลือกเรื่องแบบนี้มาให้เห็นภาพเป็นรูปธรรมเท่านั้น อีกฝ่ายก็อาจจะคิดว่า แบบนี้ก็กระทบชีวิตความเป็นอยู่น่ะสิ คำตอบคือ ใช่ ใช่แน่ๆ เราจะเอา จะเอา โดยไม่จ่ายเลยหรอกหรือไง เป็นไปไม่ได้ ส่วนอีกกลุ่มที่อาจคิดว่า ออกกฎมา ก็ควบคุมไม่ได้ทั้งหมด อันนั้นละไว้ก่อน นั่นเป็นมิติด้านบังคับใช้ คนละประเด็นกับกระทู้

ส่วนการแก้ไขแบบชั่วคราว จะให้ทานอสมาดีดนิ้ว หรือ ให้ใครไปพัดให้ฝุ่นมันปลิวไป มันคงทำไม่ได้ ก็คงได้แค่ลดผลกระทบที่มีอยู่เท่านั้น ( หยุดงานก็ดี จะได้ขับรถออกไปท่องเที่ยว ไปปิ้งย่างกินกัน ) รถสาธารณะขึ้นฟรี รถไฟฟ้าฟรี ซึ่งจริงๆ มันก็ไม่ฟรีหรอก เพราะ รัฐบาลก็ต้องเอาเงิน(ภาษีคนทั้งชาติ)ไปอุด(ให้คนกรุงเทพ) อยู่ดี ซึ่งมันก็คือ ต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมที่ทุกคนต้องจ่าย ... ใช่ไหม ?

ถ้าจะเอา (สิ่งแวดล้อม) แต่ไม่ยอมแลก .... ผมยังไม่เห็นทางออก  การโพสต์ทำนองว่า ทำไมไม่ทำอะไรสักอย่าง ก็อยากให้บอกมาด้วยว่า แล้วคุณจะทำอะไร

วันนี้ผมยอมไม่กินหมูปิ้ง กับ ข้าวเหนียว ตั้งสิบไม้ เพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ทั้งๆ ที่รู้ว่า ป้าคนขายจะได้รับผลกระทบว่าขาดรายได้ไป ร้อยบาท ซึ่งลูกแกก็จะไม่มีเงินไปซื้อฟิวเจอร์บอร์ด ไปทำงานส่งคุณครูก็ตาม ! ... ก็ไม่เป็นไร เพราะเมื่อวาน ซื้อตูดไก่ปิ้งมา สามไม้ ไม้ละ 10 บาท (ถูกมาก) จะให้ 50 บาท เกินไป 20 บอกว่าเป็นค่าจัดการสิ่งแวดล้อม เอาไปซื้อเตาไร้ควัน คนขายบอกว่า  ไม่เอา ไม่รู้จะไปจ่ายใคร

แค่นี้ก่อน ... รีบไปซื้อถ่าน เย็นนี้มีปิ้งย่าง กินที่บ้าน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่