มาขึ้นรถเมล์กันเถอะ

กระทู้สนทนา
ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีปัญหามากเกี่ยวกับการจราจรที่ติดขัด เหมือนปูพื้นถนนด้วยหมากฝรั่ง รัฐบาลพยายามที่จะเชิญชวนให้ผู้คนมาใช้บริการรถเมล์เพื่อลดปัญหา แม้กระทั่งการใช้รถไฟฟ้า  แต่ก็ยังไม่บรรลุอะไรสักอย่าง  ที่ตั้งเป้าหมายในการบรรลุ

             รถเมล์ก็ยังคงอยู่  แม้จะมีรถตู้มาแข่ง  

             ดั่งบทเพลงโบราณที่ว่า
            hey hey, my my
            รถเมล์  can never die
           There's more to the picture
            Than meets the eye.
           Hey hey, my my.
          (ขอบคุณบทเพลงของ Neil Young)

             แต่อนิจจา น่าเศร้า…หลายคนโชคร้ายที่เกิดมารวยผิดปกติ จึงไม่มีโอกาสแม้จะขึ้นรถเมล์

             การขึ้นรถเมล์เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ผสมผสานระหว่างร่างกายและจิตใจกลมกลืน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเด็ดขาด

             คิดง่าย ๆ

             เมื่อท่านขี้นรถเมล์ แบบไร้เดียงสามันยาก ตั้งแต่เริ่มต้นขึ้นรถเลย

            ท่านอาจจะโดนประตูรถเมล์ปิดใส่หน้าท่านอย่างไม่ไว้หน้า ในขณะที่ท่านกำลังจะก้าวขึ้นบันได สภาพจิตใจคงล่มสลาย อับอายสุดแสน (ลองนึกภาพดูก็ได้ จะรู้ว่าน่ากลัวเพียงไร) ท่านจะมีแก่ใจ เดินกลับป้าย สู้หน้าผู้คนอย่างไร

             การลงรถเมล์ก็ไม่ง่าย   ท่านต้องรู้สภาพความเหมาะสม  ว่าควรจะเอาอวัยวะส่วนใดลงก่อน

            ท่านอาจจะเอาอวัยวะส่วนอื่นลงมาสัมผัสพื้นก่อนแทนที่จะเป็นเท้า ถ้าเป็นสุภาพบุรุษยังพอทำเนาเพราะผิวหน้าที่ออกจะหยาบกระด้าง แต่หากเป็นท่านสุภาพสตรี เกรงว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นตำนานเล่าขานไปอีกนาน

             มาว่ากันทีละขั้นตอน

             ประการแรกท่านจะต้องรู้จักป้ายรถเมล์เสียก่อน ถ้าท่านไปยืนรอตั้งนานแล้วพบว่ารถเมล์ทุกสายไม่ยอมจอด อาจจะต้องพิจารณาดูว่าป้ายที่ท่านยืนอยู่ใกล้ เป็นเป็นป้ายหาเสียงของบรรดานักการเมือง หรือป้ายโฆษณา ป้ายจราจร หรืออาจเป็นป้ายรถเมล์ที่ยกเลิกการใช้ หรืออาจเป็นป้ายบอกทางเข้าสุสานแห่งใดแห่งหนึ่ง ก็เป็นได้

             เอาละ

             เมื่อท่านหาป้ายรถเมล์เจอเป็นบุญตาแล้ว อย่าเพิ่งแสดงอาการดีใจจนเกินกว่าเหตุ  จะต้องเข้าใจว่าโอกาสที่รถเมล์จะวิ่งมาจอดตรงหน้าท่านพอดี แบบราชรถวิ่งมาเกย เห็นจะมีแต่ในความฝันหรือเทพนิยายเท่านั้น มันไม่มีทางเป็นจริง  ดังนั้นท่านต้องเป็นฝ่ายเตรียมพร้อม ในการวิ่งเข้าหารถ ไม่ใช่ให้รถวิ่งมาหาท่าน (ย้ำว่ารถเมล์ไม่ใช่ราชรถ)

             รถเมล์ไม่เคยจอดตรงป้ายแบบเต็มร้อย ท่านต้องเรียนรู้  ต้องคาดการณ์ล่วงหน้า  ว่ามันจะจอดตรงไหน  เมื่อไร แน่นอนว่า ไม่ใช่จอดใส่หน้าท่านแน่นอน  การวิ่งแบบเห็นแก่ตัวเป็นเรื่องจำเป็นต้องกระทำ

            วิ่งเท่านั้นจะครองรถเมล์

            เมื่อขึ้นมาบนแล้วอย่าเพิ่งโล่งอกเพราะมีปัญหาที่ท่านต้องขบคิดกระทำมากมาย

            ก่อนอื่น ท่านต้องแน่ใจว่า วิ่งขึ้นรถถูกคัน

            เอาเป็นว่าท่านสามารถขึ้นรถเมล์ได้ก็แล้วกัน

            ท่านควรมีมรรยาทในการอยู่ร่วมกับเพื่อนร่วมชะตากรรม

            ควรจะเริ่มต้องด้วยการหันไปยิ้มสักเล็กน้อยกับผู้ร่วมชะตากรรมบนรถเมล์ เพื่อเป็นการแสดงไมตรีจิต พึงระวังอย่าฉีกยิ้มกว้างมากเกินไป หรือยิ้มค้างเนิ่นนาน เพราะจะกลายเป็นความสยองขวัญแทน จากนั้นควรจะเริ่มพิจารณาสถานการณ์รอบด้าน ตัวอย่างเช่น

            ถ้าขึ้นไปแล้วท่านสังเกตเห็นว่าทิวทัศน์ด้านนอกผิดแผกไปจากวันก่อน ๆ เช่น เห็นกำแพงเมืองจีน พิระมิด หรือภูเขาน้ำแข็งปรากฏให้เห็น อาจหมายถึงท่านขึ้นรถเมล์ผิดสาย ควรจะรีบกดกริ่งลงก่อนที่จะหลงไปถึงขั้วโลก ดวงจันทร์ หรือดาวอังคาร

            ถ้าขึ้นไปแล้วพบว่าที่นั่งหรูหราเกินกว่าเหตุ มีคนมาบริการอาหารและเครื่องดื่มมี พนักงานสาวสวยมาประกาศบอกให้ผู้โดยสารคาดเข็มขัดนิรภัย แสดงว่าท่านขึ้นมาไม่ใช่รถเมล์ แต่อาจเป็นสายการบินสายใดสายหนึ่ง ท่านไม่ควรกดกริ่งขอลงกลางทางเด็ดขาดถ้าไม่มีร่มชูชีพ

             ถ้ามีกระเป๋ารถเมล์ มาเก็บค่าโดยสาร  แต่ราคาแพงเกินเหตุ ให้พิจารณาดูว่า นั่นเป็นกระเป๋ารถเมล์ หรือเป็นคนที่บ้าน ของท่านกันแน่

            ถ้าขึ้นไปแล้วท่านพยายามเดินไปลึกหลังรถ เพื่อแสดงน้ำใจในการสละที่นั่ง  แต่เดินเท่าไรก็ไม่ถึงท้ายรถสักทีแสดงว่าที่ท่านขึ้นไปไม่ใช่รถเมล์ แต่อาจเป็นรถไฟ มันถึงได้ยาวอย่างนั้น

             ถ้าท่านขึ้นไปแล้วพบว่าผู้โดยสารท่านอื่น ๆ พากันนิ่งเงียบ ไม่ว่าท่านจะพยายามชวนคุยเท่าไรก็ไร้ผล แสดงว่าที่ท่านขึ้นไปอาจเป็นรถเก็บศพก็เป็นได้ ท่านควรจะหาทางลงจากรถโดยเร็ว ก่อนที่ศพเหล่านั้นจะลุกขึ้นมาคุยกับท่าน

            ถ้าท่านขึ้นไปแล้วพบว่าบนรถไม่มีผู้โดยสารอยู่เลย แต่มีเศษผัก ผลไม้ เศษอาหารแสดงว่าท่านอาจจะกำลังอยู่บนรถเก็บขยะ ท่านก็ควรจะหาทางลงเช่นกันเพราะขืนอยู่ไปท่านอาจจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของขยะเหล่านั้น

           ถ้าขึ้นรถไปแล้ว  มองหน้าต่าง พบว่าภาพวิวทิวทัศน์แปลกตา  เช่น ปราสาทวัดนครธม  กำแพงเมืองจีน หรือทะเลทราย ควรรีบลงทันที  เพราะท่านขึ้นผิดสายแน่นอน

           ถ้าขึ้นไปแล้ว  เห็นหน้ารถเขียนว่า go to hell หรือ the heaven ควรตั้งสติ คิดให้ดีว่าท่าน ยังอยู่ หรือตายไปแล้ว

            ถ้าท่านขึ้นไปแล้วพบว่าผู้โดยสารท่านอื่น ๆ แต่งชุดเป็นเด็กช่างฯ อุปกรณ์ครบมือ ท่านอย่าเพิ่งคิดว่า เด็กๆจะไปฝึกงาน  
ท่านควรจะหาทางลงจากรถโดยเร็ว ก่อนที่ท่านจะอยู่ท่ามกลางการทดสอบอุปกรณ์ เพราะเด็กๆ เหล่านั้นกำลังจะโชว์หัวเข็มขัดกัน

            นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จริงยังมีอีกหลายร้อยแปดพันประการที่ต้องพิจารณาจะเห็นว่าแค่การขึ้นรถเมล์ให้ถูกสายก็ยุ่งยากขนาดนี้ และพอท่านแน่ใจว่าท่านอยู่บนรถเมล์ถูกต้องแล้วก็พึงอย่างหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าท่านจะได้นั่งพัก เพราะการหาที่นั่งบนรถเมล์หายาก แต่ถ้าท่านเห็นที่นั่งว่างอยู่ทั้งที่มีคนยืนเต็ม อย่าดีใจจนออกนอกหน้าแล้วเดินไปนั่ง เพราะนั่นคือลางร้ายที่บอกว่าตำแหน่งนั้นผิดปกติ เด็กทารกบางคนมีรสนิยมในการอุจจาระ -ปัสสาวะบนรถเมล์  หากท่านนั่งลงไปโดยไม่ทันดู ประกันว่าจะไม่มีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบหรือประกาศตัวเป็นเจ้าของ ท่านจะฝันร้ายไปนานแสนนาน

            บนรถเมล์ยังมีสิ่งที่มหัศจรรย์อยู่อย่างหนึ่ง คือพนักเงินเก็บเงินค่าโดยสาร หรือที่เรียกกันง่าย ๆ ว่ากระเป๋ารถเมล์ ไม่ว่าผู้โดยสารจะมาก ต่อให้ท่านห้อยต่องแต่งอยู่ทางขึ้นด้วยนิ้วเท้านิ้วเดียวกับมือที่ยึดราวบันใด กระเป๋ารถเมล์จะสามารถแทรกตัวจากทุกที่ มาปรากฏกายขอค่าโดยสารท่านได้ราวปาฏิหาริย์ ไม่ทราบว่าทำได้อย่างไร และการทรงตัวที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่านักยูโด ไม่ว่ารถจะกระชากอย่างไรยังยืนอยู่ได้โดยที่ไม่ต้องใช้มือในการยึดเกาะ

            สุภาพบุรุษบางท่านอาจโชคดีตอนแรกที่เผอิญได้ยืนใกล้ ๆ สาวสวยโดยไม่ผิดกฎหมายและดูไม่เสียมรรยาท (เพราะพื้นที่บังคับ) แต่มักจะโชคร้ายตอนจบ เพราะมักจะขึ้นรถเลยป้ายเสมอ อันมีสาเหตุจากการตกในห้วงแห่งความประทับใจจนลืมป้าย

            ส่วนสุภาพสตรีก็อย่าไปหวังมากว่าจะมีคนลุกให้นั่ง นั่นมันเป็นเพียงเรื่องในนิทานหลอกเด็ก เพราะคนที่นั่งอยู่จะถือว่าตนเองเป็นคนแก่ (ในกรณีที่อายุมากหน่อย) และถือว่าตัวเองเป็นเด็ก (ในกรณีที่อายุน้อยหน่อย)

            และอีกประเภทคือแกล้งทำเป็นหลับเพราะตัดปัญหาการแสดงตัวเป็นผู้มีน้ำใจ ดังนั้นท่านไม่ควรหอบข้าวของมากมายขึ้นรถเมล์ เคยเห็นคนย้ายบ้านพากันแบกตู้เย็น ทีวี เครื่องซักผ้าขึ้นรถเมล์ ผลคือถูกผู้โดยสารท่านอื่นด่าจนเสียผู้เสียคนมาแล้ว

          อีกเรื่องที่ควรค่าแก่การให้อภัยคือการล้วงกระเป๋า ความจริงมีอยู่ว่าปกติรถเมล์มักจะคนแน่นมาก ดังนั้นโอกาสในการถูกล้วงกระเป๋าก็มีมาก เพราะเกิดการเข้าใจผิดคิดว่ากระเป๋าที่กำลังล้วงอยู่เป็นของตนเองทั้งที่ความจริงเป็นของคนอื่น ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจในความเข้าใจผิด

         ดังนั้นเมื่อล้วงลงไปแล้วพบว่าเงินในกระเป๋ามากกว่าที่ควรจะเป็น พึงรู้ว่าท่านล้วงกระเป๋าผิดแล้ว

          การใช้บริการรถเมล์จึงจัดเป็นแนวทางหนึ่งที่ฝึกฝนจิตใจให้เปิดเผยห้าวหาญ เป็นแนวทางในการค้นพบปรัชญาแห่งชีวิตมากมาย อาจมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นบ้างบนรถเมล์แต่เมื่อเทียบอัตราส่วนแล้วก็ถือว่าน้อย

          และที่สำคัญคือเรามีส่วนช่วยลดภาระปัญหาการจราจร นั่นคือการกระทำตนเป็นประโยชน์ต่อสังคม เป็นการออกกำลังกายที่ดีคือถือโอกาสห้อยโหนไปในตัวกำลังข้อมือท่านจะเพิ่มขึ้น การทรงตัวจะดีขึ้น ท่านจะเป็นคนไม่เสียศูนย์ง่าย หลายท่านไม่เคยขึ้นรถเมล์ทำไม่ให้รู้จักขั้นตอนและวิธีการ ผลคือสักวันเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา ท่านจะขึ้นรถเมล์ไม่เป็นท่านจะหน้าแตกขายหน้าไปตั้งแต่เริ่มรอรถเมล์เป็นต้นไป


          ดังนั้น…มาใช้บริการรถเมล์กันเถอะ

จุ๊บๆจุ๊บๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่