สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้แรกของเราถ้าผิดพลาดยังไงก็ขออภัยมาที่นี้ด้วยนะคะ
เข้าเรื่องเลยดีกว่า คือเราตอนนี้เป็นเด็กมัธยมปลาย แต่ว่าไม่ได้เรียน ดรอปออกมาเรียนกศน.และทำงานแทน เกริ่นนำก่อนว่า ก่อนหน้านี้เราก็เป็นเด็กมัธยมต้นปกติ แต่พอช่วงมอปลายเราเลือกเรียนปวช.และมีปัญหาหลายอย่างมากจึงทำให้เรียนต่อไม่ได้ วิทยาลัยที่เราเรียนเป็นเอกชน เราเรียนได้แค่เดือนเดียว เหตุเพราะ ที่บ้านส่งไม่ไหว แม่เราอยากให้เราเข้าที่นี่อยากให้เราเรียนที่ดีๆ เรียนที่เดียวกับที่พี่ชายเคยเรียน เขาให้เราเรียนบัญชีแต่เราไม่ไหวด้วย แล้วเราก็ค้างค่าเทอมที่โรงเรียนเก่าเลยไม่ได้วุฒิมา ตอนเข้าวิทยาลัยเขาบอกยังไม่ต้องใช้ เราก็เลยคิดว่ามันคงมีเวลาพอที่แม่จะเอาวุฒิจากโรงเรียนเก่ามาได้ แต่มันก็ไม่ทันเพราะเขาทำงานคนเดียว พ่อเราเขาเป็นจิตรกรวาดภาพสีน้ำมัน ซึ่งเขาใช้เวลานานมากกว่าจะได้แต่ละรูป ที่บ้านเราจึงมีรายทางเดียวคือจากแม่ อ่ะ เข้าเรื่องต่อ ถ้าสมมุติว่าแม่เราเอาเงินไปจ่ายค่าเทอมโรงเรียนเก่าที่ค้างไว้หมื่นกว่า พอได้วุฒิมา ก็ต้องจ่ายค่าเทอมของที่ใหม่ให้ได้เกินครึ่งถึงจะได้สอบ เราเลยบอกเขาว่า ไม่เป็นไร เอาเงินที่จะจ่ายค่าเทอมโรงเรียนเก่าไปหมุนก่อน หนูยังไม่เรียนก็ได้ คือเราไม่ได้จะโทษว่าเป็นเพราะเขานะ คือเราก็ไม่ไหวด้วยแหละ ด้วยความที่มันเป็นวิทยาลัยของคนมีเงินสักส่วนใหญ่ มันก็มีบ้างที่เรารู้สึกด้อยกว่าคนอื่นค่อนข้างเยอะ เราไม่อยากไปเรียน เพราะเรากลัว พอดรอปออกมา ช่วงเดือนแรกเราเก็บตัวอยู่ที่บ้านตลอดไม่กล้าไปไหนเพระากลัวจะเจอเพื่อน กลัวเพื่อนจะถามเหตุผล เราไม่อยากเจอใครทั้งนั้น ตลอดทั้งเดือนเราอยู่กับตัวเอง ร้องไห้บ่อยมาก มีครั้งนึงเราไม่ไหวแล้ว พ่อก็ทำอะไรไม่ได้ กินเหล้าแล้วเมากลับบ้าน พี่ชายก็ไม่เคยช่วยอะไรเห็นแม่ทำงานคนเดียว วันนั้นเราร้องไห้หนักมากๆเลย และเราก็ตัดสินใจเอามีดโกนไปนั่งในห้องน้ำ เราเริ่มกรีดข้อมือของตัวเองไปเรื่อยๆ มันไม่ได้ลึกมาก แต่ก็เจ็บ พอเลือดเริ่มเยอะขึ้น เราถึงพอใจแล้วหยุดไม่แน่ใจว่าตรงนี้ทำให้เป็นจุดเปลี่ยนของเราเลยหรือเปล่า เราไม่เคยมีชีวิตที่เหมือนเด็กรุ่นเดียวกันควรมีอีกเลย ได้เล่นกับเพื่อน ได้คุย ได้ไปเที่ยว พอทำงานก็กลับบ้านมาก็ดึก เราก็นอนโซเชีบวไม่ค่อยได้เล่น เหมือนคนเก็บตัวเข้าไปอีก 555555
เราอ่ะเป็นคนที่เมื่อก่อนชอบทำร้ายตัวเองมาก อาจจะไม่ได้เจ็บอะไรมากมาย อย่างน้อยก็ขอระบายออกไปหน่อย ต่อยกำแพงอะไรแบบนี้ ตอนเราเด็กๆ แม่เคยเดินมาหาเราแล้วบอกว่าดูแลตัวเองดีๆนะ เราก็ไม่สบายใจเลยเดินตามเขาไปแต่เขาไม่รู้ เราเห็นเขากำลังจะฆ่าตัวตาย เราเป็นคนเดียวตลอดที่เห็นว่าเขาพยายามฆ่าตัวตายบ่อยแค่ไหน ทั้งกรีดข้อมือ ผูกคอตายเป็นเราตลอดที่เรับรู้ พี่ชายกับพ่อไม่เคยรู้เลย เรารู้สึกเหมือนมันเป็นแผลในใจ ตอนนั้นเราพึ่ง8ขวบเองมั้ง นั้นเป็นสิ่งที่เด็กคนนึงควรรับรู้หรือเปล่า พอจากนั้นมา เราเลยชอบทำร้ายตัวเอง ไม่ได้กะจะตาย แต่ความเจ็บปวดมันก็ทำให้รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่ เราไม่ได้ให้ใครรู้ ตอนอยู่ประถมเรามักจะโดนเพื่อนล้อว่าอ้วน มันก็เป็นปมอีกอันนึง เรามักจะมีอาการนึงเรารู้สึกบางทีเราเหมือนไม่ใช่ตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรพอช่วงมัธยมต้น มันหนักขึ้น ตอนที่เราทะเลาะกับเพื่อน มันเหมือนมีใครอีกคนในตัวเรา เราสับสนมาก ทั้งโกรธทั้งรู้ผิด เราเหมือนคนบ้า เราต่อว่าเพื่อน แล้วเราก็ขอโทษ เราบ้ามากตอนนั้น 5555 มันไม่ใช่ครั้งเดียวนะที่มันเหมือนใครอีกคน เราควบคุมตัวเองไม่ได้ เวลาที่โกรธมากๆ ถ้าทำอะไรไม่ได้ เราจะกรี๊ด ไม่ก็กรีดข้อมือ ต่อยกำแพง หรือร้องไห้จนตัวสั่น เราหายใจไม่ทันจนเกือบช็อคก็มี เราไม่ได้บอกใครถึงความเครียดของเรา เมื่อก่อนเราเป็นคนพูดมาก แต่พอนานเข้า เราก็เริ่มไม่อยากพูดอะไรกับใครอีก ทำไมการคุยกับใครมันถึงยากขึ้นนะ เราเลยเก็บคำพูดของเราไว้และเข้าใจคนเดียวดีกว่า แล้วเราก็เป็นคนโลเลด้วย ใครพูดอะไรก็โอนเอนตามไปจนหมด จนเหมือนเราไม่มีจุดยืนของตัวเอง คือเราสงสัยว่า เราแค่เครียดหรือเปล่า แบบเก็บกดไรงี้ ควบคุมตัวเองไม่ได้ หรือเราควรลองไปปรึกษาแพทย์ดี ตอนนี้เรากลับมากรีดข้อมือตัวเองอีกแล้ว พอไม่สบายใจ เครียด เหนื่อย เราก็ระบายมันไปกับตัวเอง ไม่มีใครเห็นแผลเราแน่นอนเพราะเรากรีดข้อมือและใส่นาฬิกาทับไว้ มันถี่ขึ้นเรื่อยๆเลย ก่อนหน้านี้ไม่นาน อาจจะเดือนละครั้ง ตอนนี้อาทิตย์ละครั้งแล้ว เราควรจะทำยังไงดีนะ หรือเปลี่ยนจากพบหมอ ไปฝึกนั่งสมาธิ ฝึกจิตใจตัวเองให้นิ่งดี เฮ้อออ ถ้าใครอ่านมาถึงนี้แล้วก็ขอบคุณนะคะ จริงๆก็ไม่ได้ต้องการอะไรหรอกแค่อยากระบายเฉยๆ พิมไปพิมมายาวบื้ดเลย 55555
ก็ขอจบก่อนจะยาวไปมากกว่านี้ดีกว่า ขอบคุณนะคะที่อ่านจนจบ
ควรจะลองไปพบจิตแพทย์ดีไหม
เข้าเรื่องเลยดีกว่า คือเราตอนนี้เป็นเด็กมัธยมปลาย แต่ว่าไม่ได้เรียน ดรอปออกมาเรียนกศน.และทำงานแทน เกริ่นนำก่อนว่า ก่อนหน้านี้เราก็เป็นเด็กมัธยมต้นปกติ แต่พอช่วงมอปลายเราเลือกเรียนปวช.และมีปัญหาหลายอย่างมากจึงทำให้เรียนต่อไม่ได้ วิทยาลัยที่เราเรียนเป็นเอกชน เราเรียนได้แค่เดือนเดียว เหตุเพราะ ที่บ้านส่งไม่ไหว แม่เราอยากให้เราเข้าที่นี่อยากให้เราเรียนที่ดีๆ เรียนที่เดียวกับที่พี่ชายเคยเรียน เขาให้เราเรียนบัญชีแต่เราไม่ไหวด้วย แล้วเราก็ค้างค่าเทอมที่โรงเรียนเก่าเลยไม่ได้วุฒิมา ตอนเข้าวิทยาลัยเขาบอกยังไม่ต้องใช้ เราก็เลยคิดว่ามันคงมีเวลาพอที่แม่จะเอาวุฒิจากโรงเรียนเก่ามาได้ แต่มันก็ไม่ทันเพราะเขาทำงานคนเดียว พ่อเราเขาเป็นจิตรกรวาดภาพสีน้ำมัน ซึ่งเขาใช้เวลานานมากกว่าจะได้แต่ละรูป ที่บ้านเราจึงมีรายทางเดียวคือจากแม่ อ่ะ เข้าเรื่องต่อ ถ้าสมมุติว่าแม่เราเอาเงินไปจ่ายค่าเทอมโรงเรียนเก่าที่ค้างไว้หมื่นกว่า พอได้วุฒิมา ก็ต้องจ่ายค่าเทอมของที่ใหม่ให้ได้เกินครึ่งถึงจะได้สอบ เราเลยบอกเขาว่า ไม่เป็นไร เอาเงินที่จะจ่ายค่าเทอมโรงเรียนเก่าไปหมุนก่อน หนูยังไม่เรียนก็ได้ คือเราไม่ได้จะโทษว่าเป็นเพราะเขานะ คือเราก็ไม่ไหวด้วยแหละ ด้วยความที่มันเป็นวิทยาลัยของคนมีเงินสักส่วนใหญ่ มันก็มีบ้างที่เรารู้สึกด้อยกว่าคนอื่นค่อนข้างเยอะ เราไม่อยากไปเรียน เพราะเรากลัว พอดรอปออกมา ช่วงเดือนแรกเราเก็บตัวอยู่ที่บ้านตลอดไม่กล้าไปไหนเพระากลัวจะเจอเพื่อน กลัวเพื่อนจะถามเหตุผล เราไม่อยากเจอใครทั้งนั้น ตลอดทั้งเดือนเราอยู่กับตัวเอง ร้องไห้บ่อยมาก มีครั้งนึงเราไม่ไหวแล้ว พ่อก็ทำอะไรไม่ได้ กินเหล้าแล้วเมากลับบ้าน พี่ชายก็ไม่เคยช่วยอะไรเห็นแม่ทำงานคนเดียว วันนั้นเราร้องไห้หนักมากๆเลย และเราก็ตัดสินใจเอามีดโกนไปนั่งในห้องน้ำ เราเริ่มกรีดข้อมือของตัวเองไปเรื่อยๆ มันไม่ได้ลึกมาก แต่ก็เจ็บ พอเลือดเริ่มเยอะขึ้น เราถึงพอใจแล้วหยุดไม่แน่ใจว่าตรงนี้ทำให้เป็นจุดเปลี่ยนของเราเลยหรือเปล่า เราไม่เคยมีชีวิตที่เหมือนเด็กรุ่นเดียวกันควรมีอีกเลย ได้เล่นกับเพื่อน ได้คุย ได้ไปเที่ยว พอทำงานก็กลับบ้านมาก็ดึก เราก็นอนโซเชีบวไม่ค่อยได้เล่น เหมือนคนเก็บตัวเข้าไปอีก 555555
เราอ่ะเป็นคนที่เมื่อก่อนชอบทำร้ายตัวเองมาก อาจจะไม่ได้เจ็บอะไรมากมาย อย่างน้อยก็ขอระบายออกไปหน่อย ต่อยกำแพงอะไรแบบนี้ ตอนเราเด็กๆ แม่เคยเดินมาหาเราแล้วบอกว่าดูแลตัวเองดีๆนะ เราก็ไม่สบายใจเลยเดินตามเขาไปแต่เขาไม่รู้ เราเห็นเขากำลังจะฆ่าตัวตาย เราเป็นคนเดียวตลอดที่เห็นว่าเขาพยายามฆ่าตัวตายบ่อยแค่ไหน ทั้งกรีดข้อมือ ผูกคอตายเป็นเราตลอดที่เรับรู้ พี่ชายกับพ่อไม่เคยรู้เลย เรารู้สึกเหมือนมันเป็นแผลในใจ ตอนนั้นเราพึ่ง8ขวบเองมั้ง นั้นเป็นสิ่งที่เด็กคนนึงควรรับรู้หรือเปล่า พอจากนั้นมา เราเลยชอบทำร้ายตัวเอง ไม่ได้กะจะตาย แต่ความเจ็บปวดมันก็ทำให้รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่ เราไม่ได้ให้ใครรู้ ตอนอยู่ประถมเรามักจะโดนเพื่อนล้อว่าอ้วน มันก็เป็นปมอีกอันนึง เรามักจะมีอาการนึงเรารู้สึกบางทีเราเหมือนไม่ใช่ตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรพอช่วงมัธยมต้น มันหนักขึ้น ตอนที่เราทะเลาะกับเพื่อน มันเหมือนมีใครอีกคนในตัวเรา เราสับสนมาก ทั้งโกรธทั้งรู้ผิด เราเหมือนคนบ้า เราต่อว่าเพื่อน แล้วเราก็ขอโทษ เราบ้ามากตอนนั้น 5555 มันไม่ใช่ครั้งเดียวนะที่มันเหมือนใครอีกคน เราควบคุมตัวเองไม่ได้ เวลาที่โกรธมากๆ ถ้าทำอะไรไม่ได้ เราจะกรี๊ด ไม่ก็กรีดข้อมือ ต่อยกำแพง หรือร้องไห้จนตัวสั่น เราหายใจไม่ทันจนเกือบช็อคก็มี เราไม่ได้บอกใครถึงความเครียดของเรา เมื่อก่อนเราเป็นคนพูดมาก แต่พอนานเข้า เราก็เริ่มไม่อยากพูดอะไรกับใครอีก ทำไมการคุยกับใครมันถึงยากขึ้นนะ เราเลยเก็บคำพูดของเราไว้และเข้าใจคนเดียวดีกว่า แล้วเราก็เป็นคนโลเลด้วย ใครพูดอะไรก็โอนเอนตามไปจนหมด จนเหมือนเราไม่มีจุดยืนของตัวเอง คือเราสงสัยว่า เราแค่เครียดหรือเปล่า แบบเก็บกดไรงี้ ควบคุมตัวเองไม่ได้ หรือเราควรลองไปปรึกษาแพทย์ดี ตอนนี้เรากลับมากรีดข้อมือตัวเองอีกแล้ว พอไม่สบายใจ เครียด เหนื่อย เราก็ระบายมันไปกับตัวเอง ไม่มีใครเห็นแผลเราแน่นอนเพราะเรากรีดข้อมือและใส่นาฬิกาทับไว้ มันถี่ขึ้นเรื่อยๆเลย ก่อนหน้านี้ไม่นาน อาจจะเดือนละครั้ง ตอนนี้อาทิตย์ละครั้งแล้ว เราควรจะทำยังไงดีนะ หรือเปลี่ยนจากพบหมอ ไปฝึกนั่งสมาธิ ฝึกจิตใจตัวเองให้นิ่งดี เฮ้อออ ถ้าใครอ่านมาถึงนี้แล้วก็ขอบคุณนะคะ จริงๆก็ไม่ได้ต้องการอะไรหรอกแค่อยากระบายเฉยๆ พิมไปพิมมายาวบื้ดเลย 55555
ก็ขอจบก่อนจะยาวไปมากกว่านี้ดีกว่า ขอบคุณนะคะที่อ่านจนจบ