ผมคิดว่าคนไทยที่รักประชาธิปไตย คงรู้สึกดีใจที่จะได้เลือกตั้งเสียที หลังจากที่ถูกเว้นวรรคมานานถึง 8 ปี
เมื่อ พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2562 ได้ประกาศลงใน ราชกิจจานุเบกษา สายวันพุธที่ 23
มกราคม ส่งผลให้ประชาชนกลับมามีสิทธิมีเสียงอีกครั้ง หลังจากที่ตกอยู่ในการปกครองของ คณะปฏิวัติ ที่มี
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าและนายกรัฐมนตรี แต่เพียงผู้เดียว มานานถึง 4 ปี 8 เดือน และยังคง
มีอำนาจบริหารประเทศต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่
วันนี้ อำนาจของประชาชน ได้กลับคืนมาแล้ว
ผมขอแสดงความชื่นชม คุณอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ที่ทำงานได้ฉับไวทันใจ ทันทีที่ พระราชกฤษฎีกา
เลือกตั้ง ลงในราชกิจจานุเบกษา ตอนสายวันที่ 23 มกราคม ตอนบ่าย คุณอิทธิพร ก็เรียกประชุม กกต.ทันที ที่ประชุม
กกต.เสียงข้างมาก กำหนดให้ วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562 เป็น “วันเลือกตั้ง” ตามที่คาด กำหนดให้วันที่ 4–8
กุมภาพันธ์ เป็น วันรับสมัคร ส.ส.เขต ประกาศรายชื่อผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ และประกาศผล
การเลือกตั้งภายในวันที่ 9 พฤษภาคม ให้อยู่ในกรอบ 150 วันพอดี กกต.เสียงข้างมากเลือก วันที่ 24 มีนาคม เป็น
วันเลือกตั้ง คุณอิทธิพร เปิดเผยว่า น่าจะเป็นวันที่เหมาะสมกับทุกฝ่าย ทั้งการเตรียมการของ กกต.และพรรคการเมือง
หากเป็น วันที่ 10 หรือ 17 มีนาคม อาจจะ กระชั้นเกินไป พรรคการเมืองอื่นที่ยังไม่พร้อมจะได้มีเวลาเตรียมตัว กกต.
พร้อมที่จะอำนวยความสะดวกเต็มที่
นอกจากกำหนดวันเลือกตั้งแล้ว กกต.ยังกำหนดให้ วันที่ 28 มกราคม–19 กุมภาพันธ์ เป็น วันลงทะเบียนขอใช้สิทธิ
เลือกตั้งก่อนกำหนด ทั้ง ในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้ง และ นอกราชอาณาจักร ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถยื่นคำขอ
ได้ 3 ช่องทาง คือ ยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอ นายทะเบียนท้องถิ่น และเอกอัครราชทูต โดยสามารถยื่นได้ ทางไปรษณีย์
และอินเตอร์เน็ต
การลงคะแนนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร กำหนดให้ลงคะแนนระหว่างวันที่ 4–16 มีนาคม และ การลงคะแนนนอกเขต
เลือกตั้ง วันที่ 17 มีนาคม โดยจะประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาให้ประชาชนทราบต่อไป
เรื่องที่ประชาชนกำลังสนใจก็คือ รายชื่อบุคคลที่พรรคจะเสนอให้เป็น “นายกรัฐมนตรี” ซึ่งต้องยื่นหลังจาก กกต.ประกาศ
วันเลือกตั้งลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ผมเชื่อว่า พรรคพลังประชารัฐ พร้อมจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น
นายกรัฐมนตรี แบบไม่มีเซอร์ไพรส์ เพราะรู้กันอยู่แล้ว ขนาด วันแถลงนโยบายพรรค ยังเลือกวันที่ 24 มกราคม หลังวัน
ประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งเพียงหนึ่งวัน
การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการเลือกตั้งที่ไม่เหมือนใครในโลก ประเทศไทยและคนไทยไม่เคยใช้มาก่อน เป็นระบบการเลือกตั้ง
ที่ผู้เขียนรัฐธรรมนูญตั้งใจสร้างขึ้นมา เพื่อหวังทำลายพรรคการเมืองขนาดใหญ่ สร้างพรรคการเมืองขนาดเล็กเพื่อให้ รัฐบาล
เลือกตั้งในอนาคต เป็น รัฐบาลผสมที่อ่อนแอตลอดไป ซึ่งเป็นการเมืองที่ผิดธรรมชาติ สร้างความอ่อนแอให้ประเทศชาติ
ในระยะยาว คนที่รับกรรมก็คือคนไทย
บัตรเลือกตั้งแบบใหม่ ที่เรียกว่า “บัตรเลือกตั้งไฮบริด” บัตรหนึ่งใบให้เลือกทั้งคนและพรรค ก็เป็นบัตรเลือกตั้งที่สร้างความ
สับสนให้กับประชาชน ทำให้ไม่สามารถ “เลือกคนที่ชอบ” และ “พรรคที่ชอบ” ได้ตามที่ต้องการ
เกจิการเมืองเชื่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่จะเลือก ส.ส.เขตที่ชอบ จึงทำให้ พรรคพลังประชารัฐ ของรัฐบาล
ที่คาดว่าจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ระดมดูด ส.ส.หน้าเก่าจากพรรคการเมืองต่างๆ โดยไม่
รังเกียจภูมิหลังมีใครเคยต้องคดีทุจริตมาบ้าง ทั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ด่าออกทีวีทุกวันศุกร์ บอกให้ประชาชนอย่าเลือกคนพวก
นี้เข้าไปอีก ก็ไม่รู้ท่านจะทำตัวอย่างไร.
“ลม เปลี่ยนทิศ”
สวัสดียามดึก ....ไชโย-จะได้เลือกตั้งแล้วจ้า ....ลม เปลี่ยนทิศ..ไทยรัฐออนไลน์../sao..เหลือ..noi
เมื่อ พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2562 ได้ประกาศลงใน ราชกิจจานุเบกษา สายวันพุธที่ 23
มกราคม ส่งผลให้ประชาชนกลับมามีสิทธิมีเสียงอีกครั้ง หลังจากที่ตกอยู่ในการปกครองของ คณะปฏิวัติ ที่มี
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าและนายกรัฐมนตรี แต่เพียงผู้เดียว มานานถึง 4 ปี 8 เดือน และยังคง
มีอำนาจบริหารประเทศต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่
วันนี้ อำนาจของประชาชน ได้กลับคืนมาแล้ว
ผมขอแสดงความชื่นชม คุณอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ที่ทำงานได้ฉับไวทันใจ ทันทีที่ พระราชกฤษฎีกา
เลือกตั้ง ลงในราชกิจจานุเบกษา ตอนสายวันที่ 23 มกราคม ตอนบ่าย คุณอิทธิพร ก็เรียกประชุม กกต.ทันที ที่ประชุม
กกต.เสียงข้างมาก กำหนดให้ วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562 เป็น “วันเลือกตั้ง” ตามที่คาด กำหนดให้วันที่ 4–8
กุมภาพันธ์ เป็น วันรับสมัคร ส.ส.เขต ประกาศรายชื่อผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ และประกาศผล
การเลือกตั้งภายในวันที่ 9 พฤษภาคม ให้อยู่ในกรอบ 150 วันพอดี กกต.เสียงข้างมากเลือก วันที่ 24 มีนาคม เป็น
วันเลือกตั้ง คุณอิทธิพร เปิดเผยว่า น่าจะเป็นวันที่เหมาะสมกับทุกฝ่าย ทั้งการเตรียมการของ กกต.และพรรคการเมือง
หากเป็น วันที่ 10 หรือ 17 มีนาคม อาจจะ กระชั้นเกินไป พรรคการเมืองอื่นที่ยังไม่พร้อมจะได้มีเวลาเตรียมตัว กกต.
พร้อมที่จะอำนวยความสะดวกเต็มที่
นอกจากกำหนดวันเลือกตั้งแล้ว กกต.ยังกำหนดให้ วันที่ 28 มกราคม–19 กุมภาพันธ์ เป็น วันลงทะเบียนขอใช้สิทธิ
เลือกตั้งก่อนกำหนด ทั้ง ในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้ง และ นอกราชอาณาจักร ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถยื่นคำขอ
ได้ 3 ช่องทาง คือ ยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอ นายทะเบียนท้องถิ่น และเอกอัครราชทูต โดยสามารถยื่นได้ ทางไปรษณีย์
และอินเตอร์เน็ต
การลงคะแนนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร กำหนดให้ลงคะแนนระหว่างวันที่ 4–16 มีนาคม และ การลงคะแนนนอกเขต
เลือกตั้ง วันที่ 17 มีนาคม โดยจะประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาให้ประชาชนทราบต่อไป
เรื่องที่ประชาชนกำลังสนใจก็คือ รายชื่อบุคคลที่พรรคจะเสนอให้เป็น “นายกรัฐมนตรี” ซึ่งต้องยื่นหลังจาก กกต.ประกาศ
วันเลือกตั้งลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ผมเชื่อว่า พรรคพลังประชารัฐ พร้อมจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น
นายกรัฐมนตรี แบบไม่มีเซอร์ไพรส์ เพราะรู้กันอยู่แล้ว ขนาด วันแถลงนโยบายพรรค ยังเลือกวันที่ 24 มกราคม หลังวัน
ประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งเพียงหนึ่งวัน
การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการเลือกตั้งที่ไม่เหมือนใครในโลก ประเทศไทยและคนไทยไม่เคยใช้มาก่อน เป็นระบบการเลือกตั้ง
ที่ผู้เขียนรัฐธรรมนูญตั้งใจสร้างขึ้นมา เพื่อหวังทำลายพรรคการเมืองขนาดใหญ่ สร้างพรรคการเมืองขนาดเล็กเพื่อให้ รัฐบาล
เลือกตั้งในอนาคต เป็น รัฐบาลผสมที่อ่อนแอตลอดไป ซึ่งเป็นการเมืองที่ผิดธรรมชาติ สร้างความอ่อนแอให้ประเทศชาติ
ในระยะยาว คนที่รับกรรมก็คือคนไทย
บัตรเลือกตั้งแบบใหม่ ที่เรียกว่า “บัตรเลือกตั้งไฮบริด” บัตรหนึ่งใบให้เลือกทั้งคนและพรรค ก็เป็นบัตรเลือกตั้งที่สร้างความ
สับสนให้กับประชาชน ทำให้ไม่สามารถ “เลือกคนที่ชอบ” และ “พรรคที่ชอบ” ได้ตามที่ต้องการ
เกจิการเมืองเชื่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่จะเลือก ส.ส.เขตที่ชอบ จึงทำให้ พรรคพลังประชารัฐ ของรัฐบาล
ที่คาดว่าจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ระดมดูด ส.ส.หน้าเก่าจากพรรคการเมืองต่างๆ โดยไม่
รังเกียจภูมิหลังมีใครเคยต้องคดีทุจริตมาบ้าง ทั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ด่าออกทีวีทุกวันศุกร์ บอกให้ประชาชนอย่าเลือกคนพวก
นี้เข้าไปอีก ก็ไม่รู้ท่านจะทำตัวอย่างไร.
“ลม เปลี่ยนทิศ”