เ
รื่องสั้นวันพุธ : อุปกรณ์พระธรรม
โดย ลิอ่อง
หลังจากดูวิดีโอเรื่องนั้นจบลง เธอยอมรับกับตนเองว่า น่าอัศจรรย์ใจที่จิตวิญญาณของคนบางคนก็มีความเข้มแข็งและมุ่งมั่นอย่างมากมายเหลือเกิน
ชายหนุ่มวัยยี่สิบเอ็ดปีคนหนึ่ง ชีวิตที่กำลังก้าวสู่โลกกว้าง บนเส้นทางของครูพลศึกษาในสถานภาพข้าราชการครู มีหญิงคนรักเคียงข้างเพื่อที่จะเป็นเจ้าสาวคนเดียวในชีวิตของเขา ท่ามกลางรอยยิ้มและน้ำตาแห่งความปลื้มปีติของพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกมาด้วยอาชีพคนเรือบรรทุกสินค้าล่องมาตามสายน้ำ
ทว่า เพียงชั่ววินาทีเดียวของชีวิต จากครูหนุ่มที่มีเรือนกายแข็งแรง ใบหน้าคมเข้มเปื้อนยิ้มแทบตลอดเวลา กลับกลายเป็นชายพิการที่ต้องพึ่งรถเข็นโดยที่กล้ามเนื้อขาและแขนทั้งสองข้างต่างลีบเล็กลงประกาศความพิการของเขาออกมาอย่างโจ่งแจ้ง
เพียงเพราะการกระโดดลงไปในสระน้ำเบื้องหน้าที่เขาบอกกับลูกศิษย์ว่า เขาจะดำน้ำให้ดูเป็นตัวอย่าง กลับกลายเป็นว่าทำให้เขาไม่สามารถกลับมาเดินได้อีกกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิต เพราะกระดูกต้นคอที่ถูกกระแทกอย่างรุนแรงจากท่าพุ่งหลาวลงไปในสระไปกดทับเส้นประสาท
ทว่า สิ่งที่น่าทึ่งมากที่สุดก็คือ เกือบสามสิบปีของผู้ชายพิการคนนี้คือการอาสาตนเอง
ให้แก่กลุ่มคนที่ต้องการเรียนรู้และแสวงหาคำตอบในเรื่องการทำความเข้าใจวัฏจักรของชีวิต เพื่อให้เท่าทันความทุกข์ ความสุข และความต้องการต่างๆ นานาของตนเอง
เขาพาตัวเองไปบนเก้าอี้รถเข็นเพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการเจริญสติ การทำสมาธิกับคนที่เดินทางไปทำบุญที่วัด คนที่ตั้งอกตั้งใจสนทนาธรรมกับพระภิกษุ ด้วยรอยยิ้มกว้างและแววตาที่สดใส อันแตกต่างจากสภาพร่างกายภายนอกที่บกพร่องผิดปกติโดยสิ้นเชิง
“ถึงชีวิตของผมจะทำได้แค่นี้ แต่ผมก็ภูมิใจ และยินดีทำต่อไป ผมขอเป็นอุปกรณ์พระธรรมที่จะช่วยให้คนได้รู้จักและเข้าใจตัวของตัวเองเพื่อการมีชีวิตที่สงบสุข”
เธอดูวิดีโอเรื่องนี้มาสามรอบภายในระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา ด้วยความประทับใจ ชื่นชม และเคารพในวิริยะอุตสาหะของเขาที่ไม่ยอมปล่อยให้ความพิการมาเป็นอุปสรรคในการแสวงหาความหมายและคำตอบของชีวิตตราบจนวันสุดท้าย
แม้จะเป็นรูปใบหน้าของผู้ป่วยที่ศีรษะปราศจากเส้นผม เบ้าตาลึก เช่นเดียวกับแขนขาลำตัวที่ผอมซูบ แต่เธอก็แลเห็นความรื่นรมย์ในแววตา เห็นความอบอุ่นมั่นคงในรอยยิ้มของเขาที่เผยฟันขาวเรียงกันเป็นระเบียบ ที่ทำให้เธอสัมผัสได้เองว่า นี่คือพลังแห่งชีวิตที่เป็นจริง ยิ่งใหญ่ และจะช่วยสนับสนุนให้เธอก้าวเดินต่อไปได้ตามครรลองของตัว
และหากจะต้องประสบชะตากรรมเดียวกัน เธอก็ยังคิดว่า จะเดินตามรอยบุรุษผู้นี้โดยมิต้องหวั่นไหว ในส่วนลึกของใจ เธอรู้สึกขอบคุณเขายิ่งนัก รวมทั้งขอบคุณโอกาสดีๆ ของชีวิตที่มาพร้อมกับวิดีโอเรื่องนี้ซึ่งเธอนึกนิยมและสนใจคำว่า “อุปกรณ์พระธรรม” ที่เขาใช้ เพราะสำหรับเธอแล้ว สิ่งที่เขาทำเกือบตลอดช่วงชีวิตคนพิการของเขา ก็คือนิยามของคำๆ นี้
สายมากแล้วของวันที่เธอกำลังซักผ้าอยู่หลังบ้านแม่ จังหวะที่เดินออกมาเทน้ำทิ้งใต้ต้นไม้ในบริเวณบ้านก็เห็นคนสามสี่คนเดินตรงเข้ามาที่ตัวบ้าน ล้วนแต่เป็นหญิงทั้งหมด แต่ละคนสวมเสื้อแขนยาว และสวมหมวกปีกกว้าง คนหนึ่งเดินรั้งท้ายเพื่อน นางเป็นคนชราที่ไม่น่าจะมีอายุต่ำกว่าเจ็ดสิบปี เดินในท่าก้มหลัง ถือไม้เท้าด้วยมือข้างหนึ่งในอากัปกิริยาที่งกเงิ่น เชื่องช้า สวมเสื้อกันหนาวไหมพรมหนาเป็นพิเศษ
“เชิญทำบุญร่วมกันหน่อยนะคะพี่” คนที่เดินออกหน้าสุด ยกบาตรที่เปิดฝาขึ้นมาระดับอก
“ถวายปัจจัยสร้างโบสถ์ร่วมกันนะจ๊ะ” อีกคนหนึ่งที่เดินมาเคียงข้างพูดเสริม
“อายุเท่าไรแล้วคะยาย” เธอถามหญิงชราแทนคำตอบ
“เจ็ดสิบสี่จ้ะ” นางตอบเสียงแผ่ว กระท่อนกระแท่น สีหน้าไม่แช่มชื่นนัก
เธออ่านข้อความในแผ่นกระดาษแสดงรายละเอียดของงานบุญที่วัดแห่งหนึ่งในต่างอำเภอที่ไกลออกไปเกือบร้อยกิโลเมตร แล้วก็อุทานพร้อมกับมองหน้าหญิงชรา
“มาไกลจังเลยยาย”
“มันไม่มีคนน่ะพี่” หญิงร่างท้วมสวมเสื้อสีขาวที่ยืนตรงหน้าเธอตอบทันควัน “ไม่มีคนมาช่วยเดิน”
ไม่ทันที่จะได้อ่านวัตถุประสงค์ของงานนั้นโดยละเอียด เธอก็เดินไปเปิดกระเป๋าสตางค์หยิบธนบัตรฉบับละยี่สิบบาทออกมาหนึ่งใบแล้วเดินกลับมาส่งให้ หญิงเสื้อขาวยกบาตรรับพร้อมกับก้มศีรษะ
“อนุโมทนาสาธุนะคะ”
มีเสียงให้พรที่ฟังไม่ค่อยได้ใจความดังลอดออกมาจากปากของหญิงชรา ก่อนที่ทุกคนจะหันหลังกลับแล้วเดินออกไป คราวนี้ กลายเป็นหญิงชราเดินกระย่องกระแย่งค้ำยันด้วยไม้เท้าออกหน้าคนอื่น
เธอแลตามหลังด้วยความรู้สึกยากที่จะบรรยาย ก่อนจะหันไปคว้ากระป๋องน้ำพลาสติกที่ตั้งไว้ตรงทางเดินแล้วเดินกลับมาที่บริเวณหลังบ้าน เมื่อนั่งลงข้างๆ ตะกร้าผ้า พลันก็นึกถึงใบหน้าของบุรุษในวิดีโอคนนั้นขึ้นมาพร้อมกับบางประโยคที่ยังจดจำได้ดี
“ถึงชีวิตของผมจะทำได้แค่นี้ แต่ผมก็ภูมิใจ และยินดีทำต่อไป ผมขอเป็นอุปกรณ์พระธรรมที่จะช่วยให้คนได้รู้จักและเข้าใจตัวของตัวเองเพื่อการมีชีวิตที่สงบสุข”
......................................
(มกราคม 2562)
หมายเหตุ : ขออภัยค่ะที่มาช้า และขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะคะ
เรื่องสั้นวันพุธ (23 ม.ค. 62) : อุปกรณ์พระธรรม
โดย ลิอ่อง
หลังจากดูวิดีโอเรื่องนั้นจบลง เธอยอมรับกับตนเองว่า น่าอัศจรรย์ใจที่จิตวิญญาณของคนบางคนก็มีความเข้มแข็งและมุ่งมั่นอย่างมากมายเหลือเกิน
ชายหนุ่มวัยยี่สิบเอ็ดปีคนหนึ่ง ชีวิตที่กำลังก้าวสู่โลกกว้าง บนเส้นทางของครูพลศึกษาในสถานภาพข้าราชการครู มีหญิงคนรักเคียงข้างเพื่อที่จะเป็นเจ้าสาวคนเดียวในชีวิตของเขา ท่ามกลางรอยยิ้มและน้ำตาแห่งความปลื้มปีติของพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกมาด้วยอาชีพคนเรือบรรทุกสินค้าล่องมาตามสายน้ำ
ทว่า เพียงชั่ววินาทีเดียวของชีวิต จากครูหนุ่มที่มีเรือนกายแข็งแรง ใบหน้าคมเข้มเปื้อนยิ้มแทบตลอดเวลา กลับกลายเป็นชายพิการที่ต้องพึ่งรถเข็นโดยที่กล้ามเนื้อขาและแขนทั้งสองข้างต่างลีบเล็กลงประกาศความพิการของเขาออกมาอย่างโจ่งแจ้ง
เพียงเพราะการกระโดดลงไปในสระน้ำเบื้องหน้าที่เขาบอกกับลูกศิษย์ว่า เขาจะดำน้ำให้ดูเป็นตัวอย่าง กลับกลายเป็นว่าทำให้เขาไม่สามารถกลับมาเดินได้อีกกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิต เพราะกระดูกต้นคอที่ถูกกระแทกอย่างรุนแรงจากท่าพุ่งหลาวลงไปในสระไปกดทับเส้นประสาท
ทว่า สิ่งที่น่าทึ่งมากที่สุดก็คือ เกือบสามสิบปีของผู้ชายพิการคนนี้คือการอาสาตนเอง
ให้แก่กลุ่มคนที่ต้องการเรียนรู้และแสวงหาคำตอบในเรื่องการทำความเข้าใจวัฏจักรของชีวิต เพื่อให้เท่าทันความทุกข์ ความสุข และความต้องการต่างๆ นานาของตนเอง
เขาพาตัวเองไปบนเก้าอี้รถเข็นเพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการเจริญสติ การทำสมาธิกับคนที่เดินทางไปทำบุญที่วัด คนที่ตั้งอกตั้งใจสนทนาธรรมกับพระภิกษุ ด้วยรอยยิ้มกว้างและแววตาที่สดใส อันแตกต่างจากสภาพร่างกายภายนอกที่บกพร่องผิดปกติโดยสิ้นเชิง
“ถึงชีวิตของผมจะทำได้แค่นี้ แต่ผมก็ภูมิใจ และยินดีทำต่อไป ผมขอเป็นอุปกรณ์พระธรรมที่จะช่วยให้คนได้รู้จักและเข้าใจตัวของตัวเองเพื่อการมีชีวิตที่สงบสุข”
เธอดูวิดีโอเรื่องนี้มาสามรอบภายในระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา ด้วยความประทับใจ ชื่นชม และเคารพในวิริยะอุตสาหะของเขาที่ไม่ยอมปล่อยให้ความพิการมาเป็นอุปสรรคในการแสวงหาความหมายและคำตอบของชีวิตตราบจนวันสุดท้าย
แม้จะเป็นรูปใบหน้าของผู้ป่วยที่ศีรษะปราศจากเส้นผม เบ้าตาลึก เช่นเดียวกับแขนขาลำตัวที่ผอมซูบ แต่เธอก็แลเห็นความรื่นรมย์ในแววตา เห็นความอบอุ่นมั่นคงในรอยยิ้มของเขาที่เผยฟันขาวเรียงกันเป็นระเบียบ ที่ทำให้เธอสัมผัสได้เองว่า นี่คือพลังแห่งชีวิตที่เป็นจริง ยิ่งใหญ่ และจะช่วยสนับสนุนให้เธอก้าวเดินต่อไปได้ตามครรลองของตัว
และหากจะต้องประสบชะตากรรมเดียวกัน เธอก็ยังคิดว่า จะเดินตามรอยบุรุษผู้นี้โดยมิต้องหวั่นไหว ในส่วนลึกของใจ เธอรู้สึกขอบคุณเขายิ่งนัก รวมทั้งขอบคุณโอกาสดีๆ ของชีวิตที่มาพร้อมกับวิดีโอเรื่องนี้ซึ่งเธอนึกนิยมและสนใจคำว่า “อุปกรณ์พระธรรม” ที่เขาใช้ เพราะสำหรับเธอแล้ว สิ่งที่เขาทำเกือบตลอดช่วงชีวิตคนพิการของเขา ก็คือนิยามของคำๆ นี้
สายมากแล้วของวันที่เธอกำลังซักผ้าอยู่หลังบ้านแม่ จังหวะที่เดินออกมาเทน้ำทิ้งใต้ต้นไม้ในบริเวณบ้านก็เห็นคนสามสี่คนเดินตรงเข้ามาที่ตัวบ้าน ล้วนแต่เป็นหญิงทั้งหมด แต่ละคนสวมเสื้อแขนยาว และสวมหมวกปีกกว้าง คนหนึ่งเดินรั้งท้ายเพื่อน นางเป็นคนชราที่ไม่น่าจะมีอายุต่ำกว่าเจ็ดสิบปี เดินในท่าก้มหลัง ถือไม้เท้าด้วยมือข้างหนึ่งในอากัปกิริยาที่งกเงิ่น เชื่องช้า สวมเสื้อกันหนาวไหมพรมหนาเป็นพิเศษ
“เชิญทำบุญร่วมกันหน่อยนะคะพี่” คนที่เดินออกหน้าสุด ยกบาตรที่เปิดฝาขึ้นมาระดับอก
“ถวายปัจจัยสร้างโบสถ์ร่วมกันนะจ๊ะ” อีกคนหนึ่งที่เดินมาเคียงข้างพูดเสริม
“อายุเท่าไรแล้วคะยาย” เธอถามหญิงชราแทนคำตอบ
“เจ็ดสิบสี่จ้ะ” นางตอบเสียงแผ่ว กระท่อนกระแท่น สีหน้าไม่แช่มชื่นนัก
เธออ่านข้อความในแผ่นกระดาษแสดงรายละเอียดของงานบุญที่วัดแห่งหนึ่งในต่างอำเภอที่ไกลออกไปเกือบร้อยกิโลเมตร แล้วก็อุทานพร้อมกับมองหน้าหญิงชรา
“มาไกลจังเลยยาย”
“มันไม่มีคนน่ะพี่” หญิงร่างท้วมสวมเสื้อสีขาวที่ยืนตรงหน้าเธอตอบทันควัน “ไม่มีคนมาช่วยเดิน”
ไม่ทันที่จะได้อ่านวัตถุประสงค์ของงานนั้นโดยละเอียด เธอก็เดินไปเปิดกระเป๋าสตางค์หยิบธนบัตรฉบับละยี่สิบบาทออกมาหนึ่งใบแล้วเดินกลับมาส่งให้ หญิงเสื้อขาวยกบาตรรับพร้อมกับก้มศีรษะ
“อนุโมทนาสาธุนะคะ”
มีเสียงให้พรที่ฟังไม่ค่อยได้ใจความดังลอดออกมาจากปากของหญิงชรา ก่อนที่ทุกคนจะหันหลังกลับแล้วเดินออกไป คราวนี้ กลายเป็นหญิงชราเดินกระย่องกระแย่งค้ำยันด้วยไม้เท้าออกหน้าคนอื่น
เธอแลตามหลังด้วยความรู้สึกยากที่จะบรรยาย ก่อนจะหันไปคว้ากระป๋องน้ำพลาสติกที่ตั้งไว้ตรงทางเดินแล้วเดินกลับมาที่บริเวณหลังบ้าน เมื่อนั่งลงข้างๆ ตะกร้าผ้า พลันก็นึกถึงใบหน้าของบุรุษในวิดีโอคนนั้นขึ้นมาพร้อมกับบางประโยคที่ยังจดจำได้ดี
“ถึงชีวิตของผมจะทำได้แค่นี้ แต่ผมก็ภูมิใจ และยินดีทำต่อไป ผมขอเป็นอุปกรณ์พระธรรมที่จะช่วยให้คนได้รู้จักและเข้าใจตัวของตัวเองเพื่อการมีชีวิตที่สงบสุข”
......................................
(มกราคม 2562)
หมายเหตุ : ขออภัยค่ะที่มาช้า และขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะคะ