ชวิตเราโตมาแบบล้มลุกคลุกคลานมาก เราโตมากับสถานสงเคราะห์ ตั้งแต่7ขวบจนถึง ป6 พ่อแม่ติดคุกตั้งแต่ยังเด็ก แม่ออกคุกมาตอนเราอยู่ ป6 ช่วงปิดเทอมก็กลับบ้าน ได้นอนบ้านแค่1คืน แม่บอกว่า มีคนใจดีอยากรับเราไปอยู่ด้วย ซึ่งเขาบอกว่าจะส่งเสียให้เราเรียนและจะดูแลเป็นอย่างดี เหมือนลูกของเขา ในใจเราก็ดีใจ เพราะตั้งแต่จำความได้ไม่เคยมีของเล่นหรือได้กินอะไรดีๆเลย เขาบอกว่าไม่ต้องห่วงไม่ต้องกังวลอะไรและไม่ต้องเอาอะไรไป เพราะเขามีให้ทุกอย่าง พอเช้ามาเราก็นั่งรถไปอยู่กับเขาที่ต่างจังหวัด พอไปถึงบ้านเขา เขาเอาเสื้อผ้าเก่าๆของเขาให้เรา2ชุด รวมกับเสื้อผ้าที่ใส่อยู่แล้วก็มีเสื้อผ้าอยู่3ชุดพอดีเลย ต้องสักทุกวันเพราะเดี๋ยวจะไม่มีใส่ เขามีหลาน1คนและลูก2คน หลานเขาอายุมากกว่าเรา1ปี สิ่งที่เราต้องทำหลังจากนี้คือ ในทุกๆวันตอนเช้าก่อนไปโรงเรียน เราต้องตื่นตีห้าเพื่อมากวาดบ้านถูบ้านเช็ดรองเท้าให้ลูกๆเขาและเตรียมของให้พวกเขาทานและล้างจาน ถึงจะไปใส่เสื้อผ้าไปโรงเรียนได้ พอตอนเย็นเราต้องรีบกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าและช่วยเขาทำกับข้าว กินข้าวและล้างจาน พอกินข้าวเสร็จเราต้องนวดให้เขาบางวันก็นวดจนเขาหลับจนถึงเที่ยงคืน เราถึงจะไปนอนได้ ต้องทำแบบนี้ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ ทุกวันเสาร์เราต้องไปทำสวนให้เขา เขามีที่ดินเยอะมากๆ ก็ต้องปลูกกล้วย ปลูกผลไม้ต่างๆ ทุกวันนี้ต้นไม้ที่เราเคยปลูกก็คงโตและออกผลให้กินได้แล้วมั้ง ก็มีขุดหลุมฝังเสาทำรั้ว ทำแนวกันไฟ บลาๆๆ เวลาปลูกกล้วยยางกล้วยก็จะติดมือจนมือดำไปหมด ต้องแช่ผงซักฟอกแล้วไปถูกับปูนซีเมนถึงจะออก แต่เราไม่ค่อยทำเพราะมันเจ็บ ก็ปล่อยให้มันดำและไปโรงเรียนแบบนั้นแหละ เวลาไปโรงเรียนก็อยู่คนเดียวไม่มีคนคบ ส่วนใหญ่ก็โดนแกล้งมากกว่า ก็คงจะรังเกียจเพราะเราสกปรก บางวันก็ไม่ได้ล้างหน้าแปรงฟัน เพราะมันไม่ทัน พอตอนเย็นก็เหมือนเดิมช่วยทำกับข้าวกินข้าวล้างจาน ซึ่งในวันที่ต้องไปทำสวนเป็นวันที่เหนื่อยมากเหนื่อยสุดๆง่วงมากๆ แต่ก็ต้องนวดให้เขาสบายตัวก่อน ถึงจะเข้านอนได้ ส่วนวันอาทิตย์ก็ต้องตื่นเช้าอยู่ดีเพราะต้องทำความสะอาดบ้านล้างห้องน้ำกวาดใบไม้ เราไม่เคยได้อยู่นิ่งๆเลย เวลาที่เขาเห็นเรานั่งพักหรือนั่งเฉยๆเขาก็จะมาสั่งโน้นสั่งนี่ให้ทำตลอด นี่คือการใช้ชีวิตในแต่ละวันของเรา คือตั้งแต่ไปเรียนหนังสือก็ไม่เคยทำการบ้านเลย เวลาไปเรียนก็เรียนไม่รู้เรื่องหลับตลอดโดนครูด่าตลอด ก็คนมันง่วงนี่นา😢 เขาเป็นคนพูดเก่งให้กำลังใจเก่งกับคนอื่นนะ ไม่ใช่กับเรา เขาเป็นข้าราชการด้วย เป็นคนดังด้วย ในทุกๆวันที่ตื่นขึ้นมาก็จะคิดถึงเพื่อนๆที่เคยเล่นหมากเก็บโดดหนังยางตอนอยู่สถานสงเคราะห์อยากเล่นกับเพื่อนๆแบบนั้นอีก แต่ตอนนี้เรามาอยู่แบบนี้แล้วก็ต้องมาทำงานและอยู่เหมือนอยู่คนเดียวบนโลกนี้เลย เขาชอบพูดให้เราเสียใจ บอกว่าแม่เธอมีโรคนะครอบครัวเธอไม่ดีนะ บลาๆๆ แต่เราก็ได้แค่นั่งฟัง ตอนนั้นอายุ13ปีเอง ก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย แต่คำพูดเหล่านั้นเรายังจำได้ดี มีอยู่ครั้งหนึ่งเขาใช้ให้ไปต้มน้ำชาแต่เราเผลอหลับไป จนหม้อไหม้ เขาโมโหมากเดินมาบิดหูจนเลือดออก และครั้งหนึ่ง เราแอบใช้โทรศัพท์บ้านเขา โทรหาญาติ แล้วเขาจับได้เขาโกรธมาก ในวันนั้นก็ไม่ได้กินข้าว ก็ได้แต่ร้องให้ เวลาเรากินข้าวอยู่ถ้าลูกเขาปวดอึเราก็ต้องไปนั่งเฝ้าและล้างอึให้บางทีปวดพร้อมกันทั้ง2คนก็นั่งเฝ้านานหน่อย ค่อยกลับไปกินข้าวต่อ บางครั้งทำงานจนเหนื่อยจนหิวข้าวถ้าเขาโมโหก็ไม่ได้กิน เราก็ต้องอด บางทีเราก็แอบกินขนมและนมของลูกเขานะ บางทีก็ขโมยไปกินที่โรงเรียนบ้าง แต่ขโมยบ่อยไม่ได้เพราะเขาจะสงสัย เขาให้เงินไปโรงเรียนวันละ25บาท แต่เราไม่เคยกินข้าวที่โรงเรียนเลย เพราะค่าอาหารจานละ20บาท มันแพงเกินไป ตอนนั้นเราเริ่มมีนมแล้วด้วย เราไม่มีเสื้อในใส่ กลิ่นตัวก็แรงมาก เลยต้องเก็บเงินวันละ20บาทเพื่อซื้อของใช้ส่วนตัว ส่วน5บาทที่เหลือนั้น ก็ซื้อกล้วยทอดกินหลังเลิกเรียน เรากินกล้วยทอดแทนข้าวทุกวันเลยนะ แต่ก็อร่อยดีเพราะได้เยอะและอิ่มด้วย บางวันถ้าต้องอดข้าว ก็อิ่มเพราะกล้วยทอด5บาทนั่นแหละ เวลาที่โรงเรียนให้เงินมาซื้ออุปกรณ์การเรียน เขาจะเอาเงินที่เราได้มานั้น ไปซื้อชุดนักเรียนใหม่ให้หลานเขา แล้วเอาชุดเก่าของหลานเขาให้เราใส่ เวลาที่เรากลับบ้านช่วงปิดเทอม เขาจะหงุดหงิดและโมโห และให้กลับบ้านแค่ไม่กี่วัน ตั้งแต่ไปอยู่กับเขามือเราเป็นแก้วจนด้านและหยาบไปหมด เวลากลับบ้านก็จะบอกแม่บอกทุกคนว่าเราอยู่ยังไงเป็นยังไง ตอนนั้นอยากกลับมาอยู่บ้านแบบถาวร ไม่ว่าที่บ้านจะลำบากแค่ไหน ถ้าได้อยู่บ้านเรา ยังไงมันก็ดีกว่าแน่นอน พอถึงวันที่เราต้องกลับมาแม่ก็มาอยู่กับเราด้วย2วัน 2วันนั้นเรามีชีวิตเหมือนคุณหนูเลยนะ เขาไม่ให้เราทำอะไรเลย จนแม่หาว่าเราโกหก พอแม่กลับบ้านเขาถามเราว่า เธอบอกแม่เธอหรอว่าฉันให้เธอทำงานหนัก แต่เราก็ไม่ได้ตอบอะไรนะแต่ก็ไม่ได้กินข้าวเหมือนเดิม ชีวิตเราเป็นแบบนี้ตั้งแต่ ม.1ถึง ม.5 เหตุการณ์ต่างๆเหล่านี้ และอีกหลายเหตุการณ์ที่ไม่ได้พูดไป ที่เขาเคยทำร้ายเรามันทำให้เรามีปมในใจตลอดมา มีอยู่วันหนึ่งได้เกิดเรื่องราวใหญ่โตขึ้นที่บ้าน เป็นเหตุที่ทำให้เราต้องออกมาจากบ้านหลังนั้น ในชีวิตเราคนที่เข้าใจเรา ปลอบใจและให้กำลังใจทุกครั้งที่เราร้องให้ ก็เป็นสามีของเขานั่นแหละ เรารู้ตัวดีว่าเรานั้นเป็นแค่ผู้อาศัย ไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องใดๆ แต่ในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ก็ไม่ควรที่จะใจร้ายกันขนาดนี้ คนเราควรมีจิตใจที่เมตตาต่อกันหรือเปล่า
หลังจากนั้น ม5เทอม2 เป็นวันที่เรารู้สึกว่าชีวิตนี้เป็นของเราแล้วฉันจะมีอิสระภาพแล้ว คือแค่คิดก็โคตรมีความสุขเลย แต่ถึงแม้ว่าจะออกมาอยู่ข้างนอกแล้ว เขาก็ยังติดตามและมาหาเราที่หอและที่โรงเรียนตลอด เพื่อกล่อมให้เรากลับไปอยู่บ้าน เขาบอกว่าเราเป็นคนไม่รู้คุณคนเป็นเด็กแข็งกระด้างก้าวร้าว ตั้งแต่วันที่เราก้าวขาออกมาจากบ้านเขาเราไม่ไหว้เขาอีกเลย เราออกมาอยู่หอ ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยทำงานร้านเหล้าตั้งแต่5โมงเย็นจนถึงเที่ยงคืน ก็ไปอาบน้ำนอน และตื่นเช้าไปโรงเรียน ก็จบ ม6 มาแบบเกรดน้อยมาก จนเราขึ้นปี1 เราต้องหาค่าเทอม ซึ่งก็แพงอยู่ ตอนนั้นเราเรียนไม่รู้เรื่อง เวลาไปเรียนก็หลับ เพราะต้องทำงานหนักกว่าเดิม ตอนเช้าไปทำงานเป็นแคดดี้ลากถุงกอล์ฟเป็นกิโลเลย ตอนเย็นก็ไปเรียน เราเรียนภาคสมทบนะ เรียนวันจันทร์ถึงศุกร์ วันเสาร์อาทิตย์ก็เรียนปกติ พอเลิกเรียนก็ไปทำงานร้านเหล้าต่อ เราให้เวลากับการทำงานมากกว่าการเรียน เพราะถ้าไม่ทำงานก็ไม่มีค่าหอกับค่าเทอม จนเราติดเอฟจนเกือบโดนรีไทร์ ระหว่างที่เราทำงานที่ร้านเหล้าก็ได้เจอกับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งก็มีอายุแล้วเขาเป็นพ่อหม้ายลูกติด2 ตอนนั้นเราคิดแค่ว่าเราเหนื่อยมาก อยากหาใครสักคนที่ดูแลเราได้ จะได้ไม่ต้องลำบากขนาดนี้ ระหว่างที่คบกันเราก็ยังอยู่หอ วันหนึ่งเขาบอกว่าถ้าเลิกทำงานร้านเหล้าแล้วย้ายไปอยู่ในบ้านเขา เขาจะจ่ายค่าเทอมให้ ซึ่งเขาก็บอกว่าลูกเขาก็โอเคไม่มีปัญหาอะไร เราก็เลยตัดสินใจไปอยู่กับเขาที่บ้าน
การใช้ชีวิตปี1ของเรา คือแบบแย่มากๆ เราทำอะไรไม่เป็นเลย โปรแกรมพื้นฐานต่างๆทั้ง Microsoft Office Word และ Power point ที่ต้องใช้ในการเรียนและนำเสนองาน คือไม่ได้เลย เราใช้เวลาทั้งวันไปนั่งอยู่ร้านอินเทอร์เน็ต เพื่อฝึกทำเพาเวอร์พ้อย และเรียนรู้อะไรเองจากgoogle เราพิมพ์งานโคตรช้าเลยแบบพิมพ์ทั้งวันได้แผ่นเดียว บางทีก็โมโหตัวเองเหมือนกันนะ แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่าสักวันก็จะดีขึ้น บอกตัวเองตลอดว่าต้องพยายามและอดทนให้มากๆ เงินที่เสียไปส่วนใหญ่ก็เสียไปกับร้านเน็ตนี่แหละ แต่ก็คุ้มนะ เพราะเราพึ่งมีเฟสตั้งแต่ตอนนั้น
ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังๆมานี้ คือเราไม่สามารถอยู่บ้านเขาได้ ตอนแรกที่เราไปอยู่บ้านเขา เราก็ทำทุกอย่างนะทั้งทำความสะอาดบ้าน ดูแลต่อเติมบ้าน ทำกับข้าว ช่วยเขาทำแทบทุกอย่าง ซึ่งลูกเขาไม่ค่อยช่วยอะไรเลย แรกๆก็เข้ากับลูกเขาได้ดี เพราะอายุก็ไล่เลี่ยกัน คนโตอายุเยอะกว่าเรา2ปี คนเล็กอายุน้อยกว่าเรา5ปี เราจัดงานวัดเกิดให้เขา วันสำคัญก็ให้ของขวัญเขา ซึ่งเขาก็ไม่ได้อะไรกับเราหรอก สิ่งที่รับไม่ได้ที่สุดและตัดสินใจออกจากบ้านเขาก็คือ เขาไม่เคารพแม่เราเลย วันนั้นแม่มาหาเราที่บ้านแม่ตั้งใจจะไปทักทายลูกเขา แต่ลูกเขากลับเดินหนี และอีกหลายๆเรื่องเลย ที่ทำให้เราอึดอัด คือรู้สึกไม่โอเคมากๆ เลยตัดสินใจออกมาอยู่หอเหมือนเดิม แต่เขาก็ขนเสื้อผ้ามาอยู่กับเราที่หอด้วย โดยที่ไม่ยอมกลับบ้าน เราไม่อยากให้เขาทิ้งครอบครัวเพื่อมาอยู่กับเราแบบนี้เลย เพราะเขามีภาระที่ต้องรับผิดชอบ ลูกคนเล็กของเขาก็กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.5 และแม่ของเขาที่ชรามากอายุ90กว่าแล้ว ก็บอกให้กลับบ้านบ้าง ก็ไม่ยอมกลับ เขาอายุเท่าพ่อเรา ที่บ้านเราก็ไม่เห็นด้วยที่จะคบกันเพราะเห็นว่าอายุเยอะแล้ว เราก็อยากเลิกแล้ว เพราะตอนนี้เราก็โตพอที่จะมีอะไรเป็นของตัวเอง เพราะเราไม่มีอะไรเลยจริงๆ เราอยากมีครอบครัวที่อบอุ่น อยากมีใครสักคนที่คุยกันรู้เรื่องและพร้อมที่จะใช้ชีวิตคู่ไปด้วยกัน จะไม่มีลูกแน่นอนถ้ายังไม่พร้อมที่จะดูแลเขา วันหนึ่งเมื่อทุกอย่างพร้อม และมีลูกแล้ว จะดูแลเขาให้ดีที่สุด สัญญากับตัวเองไว้เลย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไงดี🥺
เราเรียนจบแล้วนะ กำลังจะรับปริญญาอีกไม่กี่เดือนที่จะถึงนี้ ตอนนี้เราพึ่งได้ทำงานเหมือนคนปกติเขา แบบได้เงินเดือน แต่ได้เงินเดือนน้อย ก็ทำเอาประสบการณ์ไปก่อน แล้วค่อยไปหางานใหม่ เราไม่มีความสุขกับอะไรเลย แม้กระทั่งกับพ่อแม่ตัวเองด้วย ท่านอยากได้โน้นอยากได้นี่เยอะแยะมากมาย เห็นคนอื่นเขามีก็อยากมี อยากได้ทอง อยากได้รถ พอเราบอกเหตุผลไป ก็โกรธ ชอบพูดย้ำตลอดว่ากว่าจะโตได้ขนาดนี้รู้ไหมตอนเด็กๆพ่อกับแม่ลำบากแค่ไหน จนเรารู้สึกไม่โอเคเลย ก็รู้ว่ามันบาป ที่รู้สึกแบบนี้ต่อบุพการี แต่ก็อดรู้สึกแย่ๆแบบนี้ไม่ได้เลย ส่วนพ่อก็ติดยา ติดคุกก็หลายครั้งบำบัดก็หลายครั้งแล้ว เลิกไม่ได้สักที เวลากลับบ้านก็เห็นตลอด จนมันทำให้เราไม่อยากกลับบ้านเลย
เอาจริงๆเราคิดว่าพ่อกับแม่ไม่ได้เลี้ยงเรามาเลย เขาให้กำเนิดเรามา ตอนเด็กๆจำได้ว่าอยู่กับยายหลังจากนั้นก็ใช้ชีวิตแบบพเนจรมาตลอด ชีวิตที่โตมาแบบไม่มีความสุข มันทำให้เรากลายเป็นคนเก็บกดและขาดความอบอุ่น พอมาวันนี้ก็มาเรียกร้องความเป็นพ่อแม่ จนมันทำให้เรามีความคิดแย่ๆแบบนี้ ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้ แต่มันไม่มีไง พึ่งทำงานได้ไม่กี่เดือนเอง ไม่ใช่ไม่รักนะคะ ก็รักมากเหมือนกัน เพื่อนๆคนไหนเจอปัญหาแบบนี้บ้างคะ แล้วแก้ปัญหายังไงกันบ้าง
ทุกวันนี้ เรายังฝันเห็นตัวเองร้องให้อยู่ในบ้านหลังนั้น ถึงแม้มันจะผ่านมาแล้ว8ปี แต่เหตุการณ์ต่างๆที่เคยเกิดขึ้นกับเรานั้น ทำไมถึงยังฝันอยู่ ฝันซ้ำๆ และฝันบ่อย บางวันตื่นมายังร้องให้อยู่เลย ทำไมคนเราต้องฝันอะไรซ้ำๆคะ ไม่อยากฝันอะไรแบบนี้อีกแล้ว ควรทำยังไงดีคะ เราเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยมีเพื่อน เข้ากับใครไม่ค่อยได้ ไม่ชอบสุงสิงกับใคร อยากแก้ไขตัวเอง แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงดี ตอนนี้ก็อายุ24ปีแล้ว แต่สูงแค่145 เอง พอจะสูงได้อีกไหมคะ
ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเราถึงมีปัญหาอะไรมากมายขนาดนี้ รู้สึกสับสนกับอะไรหลายๆอย่าง สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ อาจจะมีคนเคยเจอมาแล้ว เราแค่อยากได้คำแนะนำจากเพื่อนๆไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่งเท่านั้น
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกระทู้นี้จนจบนะคะ และขอโทษด้วยที่พิมพ์ได้ไม่ประติดประต่อหรืออ่านไม่เข้าใจบ้าง ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำแนะนำนะคะ🙏🏻🙏🏻🙏🏻
เราเป็นคนคิดมากเกินไปหรือเปล่า
หลังจากนั้น ม5เทอม2 เป็นวันที่เรารู้สึกว่าชีวิตนี้เป็นของเราแล้วฉันจะมีอิสระภาพแล้ว คือแค่คิดก็โคตรมีความสุขเลย แต่ถึงแม้ว่าจะออกมาอยู่ข้างนอกแล้ว เขาก็ยังติดตามและมาหาเราที่หอและที่โรงเรียนตลอด เพื่อกล่อมให้เรากลับไปอยู่บ้าน เขาบอกว่าเราเป็นคนไม่รู้คุณคนเป็นเด็กแข็งกระด้างก้าวร้าว ตั้งแต่วันที่เราก้าวขาออกมาจากบ้านเขาเราไม่ไหว้เขาอีกเลย เราออกมาอยู่หอ ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยทำงานร้านเหล้าตั้งแต่5โมงเย็นจนถึงเที่ยงคืน ก็ไปอาบน้ำนอน และตื่นเช้าไปโรงเรียน ก็จบ ม6 มาแบบเกรดน้อยมาก จนเราขึ้นปี1 เราต้องหาค่าเทอม ซึ่งก็แพงอยู่ ตอนนั้นเราเรียนไม่รู้เรื่อง เวลาไปเรียนก็หลับ เพราะต้องทำงานหนักกว่าเดิม ตอนเช้าไปทำงานเป็นแคดดี้ลากถุงกอล์ฟเป็นกิโลเลย ตอนเย็นก็ไปเรียน เราเรียนภาคสมทบนะ เรียนวันจันทร์ถึงศุกร์ วันเสาร์อาทิตย์ก็เรียนปกติ พอเลิกเรียนก็ไปทำงานร้านเหล้าต่อ เราให้เวลากับการทำงานมากกว่าการเรียน เพราะถ้าไม่ทำงานก็ไม่มีค่าหอกับค่าเทอม จนเราติดเอฟจนเกือบโดนรีไทร์ ระหว่างที่เราทำงานที่ร้านเหล้าก็ได้เจอกับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งก็มีอายุแล้วเขาเป็นพ่อหม้ายลูกติด2 ตอนนั้นเราคิดแค่ว่าเราเหนื่อยมาก อยากหาใครสักคนที่ดูแลเราได้ จะได้ไม่ต้องลำบากขนาดนี้ ระหว่างที่คบกันเราก็ยังอยู่หอ วันหนึ่งเขาบอกว่าถ้าเลิกทำงานร้านเหล้าแล้วย้ายไปอยู่ในบ้านเขา เขาจะจ่ายค่าเทอมให้ ซึ่งเขาก็บอกว่าลูกเขาก็โอเคไม่มีปัญหาอะไร เราก็เลยตัดสินใจไปอยู่กับเขาที่บ้าน
การใช้ชีวิตปี1ของเรา คือแบบแย่มากๆ เราทำอะไรไม่เป็นเลย โปรแกรมพื้นฐานต่างๆทั้ง Microsoft Office Word และ Power point ที่ต้องใช้ในการเรียนและนำเสนองาน คือไม่ได้เลย เราใช้เวลาทั้งวันไปนั่งอยู่ร้านอินเทอร์เน็ต เพื่อฝึกทำเพาเวอร์พ้อย และเรียนรู้อะไรเองจากgoogle เราพิมพ์งานโคตรช้าเลยแบบพิมพ์ทั้งวันได้แผ่นเดียว บางทีก็โมโหตัวเองเหมือนกันนะ แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่าสักวันก็จะดีขึ้น บอกตัวเองตลอดว่าต้องพยายามและอดทนให้มากๆ เงินที่เสียไปส่วนใหญ่ก็เสียไปกับร้านเน็ตนี่แหละ แต่ก็คุ้มนะ เพราะเราพึ่งมีเฟสตั้งแต่ตอนนั้น
ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังๆมานี้ คือเราไม่สามารถอยู่บ้านเขาได้ ตอนแรกที่เราไปอยู่บ้านเขา เราก็ทำทุกอย่างนะทั้งทำความสะอาดบ้าน ดูแลต่อเติมบ้าน ทำกับข้าว ช่วยเขาทำแทบทุกอย่าง ซึ่งลูกเขาไม่ค่อยช่วยอะไรเลย แรกๆก็เข้ากับลูกเขาได้ดี เพราะอายุก็ไล่เลี่ยกัน คนโตอายุเยอะกว่าเรา2ปี คนเล็กอายุน้อยกว่าเรา5ปี เราจัดงานวัดเกิดให้เขา วันสำคัญก็ให้ของขวัญเขา ซึ่งเขาก็ไม่ได้อะไรกับเราหรอก สิ่งที่รับไม่ได้ที่สุดและตัดสินใจออกจากบ้านเขาก็คือ เขาไม่เคารพแม่เราเลย วันนั้นแม่มาหาเราที่บ้านแม่ตั้งใจจะไปทักทายลูกเขา แต่ลูกเขากลับเดินหนี และอีกหลายๆเรื่องเลย ที่ทำให้เราอึดอัด คือรู้สึกไม่โอเคมากๆ เลยตัดสินใจออกมาอยู่หอเหมือนเดิม แต่เขาก็ขนเสื้อผ้ามาอยู่กับเราที่หอด้วย โดยที่ไม่ยอมกลับบ้าน เราไม่อยากให้เขาทิ้งครอบครัวเพื่อมาอยู่กับเราแบบนี้เลย เพราะเขามีภาระที่ต้องรับผิดชอบ ลูกคนเล็กของเขาก็กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.5 และแม่ของเขาที่ชรามากอายุ90กว่าแล้ว ก็บอกให้กลับบ้านบ้าง ก็ไม่ยอมกลับ เขาอายุเท่าพ่อเรา ที่บ้านเราก็ไม่เห็นด้วยที่จะคบกันเพราะเห็นว่าอายุเยอะแล้ว เราก็อยากเลิกแล้ว เพราะตอนนี้เราก็โตพอที่จะมีอะไรเป็นของตัวเอง เพราะเราไม่มีอะไรเลยจริงๆ เราอยากมีครอบครัวที่อบอุ่น อยากมีใครสักคนที่คุยกันรู้เรื่องและพร้อมที่จะใช้ชีวิตคู่ไปด้วยกัน จะไม่มีลูกแน่นอนถ้ายังไม่พร้อมที่จะดูแลเขา วันหนึ่งเมื่อทุกอย่างพร้อม และมีลูกแล้ว จะดูแลเขาให้ดีที่สุด สัญญากับตัวเองไว้เลย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไงดี🥺
เราเรียนจบแล้วนะ กำลังจะรับปริญญาอีกไม่กี่เดือนที่จะถึงนี้ ตอนนี้เราพึ่งได้ทำงานเหมือนคนปกติเขา แบบได้เงินเดือน แต่ได้เงินเดือนน้อย ก็ทำเอาประสบการณ์ไปก่อน แล้วค่อยไปหางานใหม่ เราไม่มีความสุขกับอะไรเลย แม้กระทั่งกับพ่อแม่ตัวเองด้วย ท่านอยากได้โน้นอยากได้นี่เยอะแยะมากมาย เห็นคนอื่นเขามีก็อยากมี อยากได้ทอง อยากได้รถ พอเราบอกเหตุผลไป ก็โกรธ ชอบพูดย้ำตลอดว่ากว่าจะโตได้ขนาดนี้รู้ไหมตอนเด็กๆพ่อกับแม่ลำบากแค่ไหน จนเรารู้สึกไม่โอเคเลย ก็รู้ว่ามันบาป ที่รู้สึกแบบนี้ต่อบุพการี แต่ก็อดรู้สึกแย่ๆแบบนี้ไม่ได้เลย ส่วนพ่อก็ติดยา ติดคุกก็หลายครั้งบำบัดก็หลายครั้งแล้ว เลิกไม่ได้สักที เวลากลับบ้านก็เห็นตลอด จนมันทำให้เราไม่อยากกลับบ้านเลย
เอาจริงๆเราคิดว่าพ่อกับแม่ไม่ได้เลี้ยงเรามาเลย เขาให้กำเนิดเรามา ตอนเด็กๆจำได้ว่าอยู่กับยายหลังจากนั้นก็ใช้ชีวิตแบบพเนจรมาตลอด ชีวิตที่โตมาแบบไม่มีความสุข มันทำให้เรากลายเป็นคนเก็บกดและขาดความอบอุ่น พอมาวันนี้ก็มาเรียกร้องความเป็นพ่อแม่ จนมันทำให้เรามีความคิดแย่ๆแบบนี้ ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้ แต่มันไม่มีไง พึ่งทำงานได้ไม่กี่เดือนเอง ไม่ใช่ไม่รักนะคะ ก็รักมากเหมือนกัน เพื่อนๆคนไหนเจอปัญหาแบบนี้บ้างคะ แล้วแก้ปัญหายังไงกันบ้าง
ทุกวันนี้ เรายังฝันเห็นตัวเองร้องให้อยู่ในบ้านหลังนั้น ถึงแม้มันจะผ่านมาแล้ว8ปี แต่เหตุการณ์ต่างๆที่เคยเกิดขึ้นกับเรานั้น ทำไมถึงยังฝันอยู่ ฝันซ้ำๆ และฝันบ่อย บางวันตื่นมายังร้องให้อยู่เลย ทำไมคนเราต้องฝันอะไรซ้ำๆคะ ไม่อยากฝันอะไรแบบนี้อีกแล้ว ควรทำยังไงดีคะ เราเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยมีเพื่อน เข้ากับใครไม่ค่อยได้ ไม่ชอบสุงสิงกับใคร อยากแก้ไขตัวเอง แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงดี ตอนนี้ก็อายุ24ปีแล้ว แต่สูงแค่145 เอง พอจะสูงได้อีกไหมคะ
ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเราถึงมีปัญหาอะไรมากมายขนาดนี้ รู้สึกสับสนกับอะไรหลายๆอย่าง สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ อาจจะมีคนเคยเจอมาแล้ว เราแค่อยากได้คำแนะนำจากเพื่อนๆไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่งเท่านั้น
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกระทู้นี้จนจบนะคะ และขอโทษด้วยที่พิมพ์ได้ไม่ประติดประต่อหรืออ่านไม่เข้าใจบ้าง ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำแนะนำนะคะ🙏🏻🙏🏻🙏🏻