EP2.. ผมเป็น​ SME.นักกู้

สมัยวัยรุ่น​ ขับรถเกียร์กระปุกไม่เป็นหรอกครับ... ขับรถเก๋งเกียร์ออโต้ตลอด...    รถคันแรกเป็น​ BMW 318i.  รับมรดกมา​ เอาไว้ขับไปเรียนมหาลัย...  คันถัดมา​เป็น​ Honda Accord...   แต่ตอนหมดเนื้อหมดตัว... ไปขับรถกระบะส่งของเกียร์ธรรมดาได้... คือแบบว่า.. อยู่ๆมันตกอยู่ในสภาพที่ต้องทำให้ได้...  เคยคิดเลยนะครับว่ามีวัน​ ละ​ 100 บาทก็คงจะอยู่ได้

หลังจากเรียนจบโท.. โชคดีที่ได้เข้าทำบริษัท​ นึง.. มันทำให้เราได้เรียนรู้​ การค้าขายในรูปแบบที่มีปฎิสัมพันธ์​ กับบริษัททั้งภายใน​และ ภายนอกประเทศ... ทำให้เรานำสิ่งที่ได้มา​ มาประยุคใช้กับกิจการทางบ้านที่เป็นแบบไม่มีพื้นฐานอะไร​ที่ดี​ มองกลับไปแล้วมีจุดอ่อนมากมาย

เราต้องเป็นทั้งนักขาย​ นักบัญชี​ ส่งของ​ เตรียมฟรีเซ็นต์กับลูกค้า... ไม่รู้พลังมันมาจากไหน.. ตอนนั้นท่องอย่างเดียว​ ต้องหาให้ได้มากกว่าที่ต้องใช้หนี้ที่ต้องผ่อนจ่ายเป็นเดือนๆ...

อย่าไปคิดเลยครับ ว่าเราจะมีสมบัติเจ้าคุณปู่ซ่อนอยู่​   อย่าไปคิดเลยครับถ้าซื้ิอล๊อตเตอรี่ถูกจะเอาเงินไปทำอะไร​    อย่าไปคิดเลยนะครับว่านี่มันเป็นเพียงแค่ความฝัน​    อย่าไปคิดนะครับว่าจะมีใครมาช่วยเราได้จริง...   เพราะทั้งหมดนั้นผมเคยคิดมาหมดแล้ว... มันไม่เป็นจริงอย่างแน่นอน...

คนที่จะช่วยเราได้​ คือ​ ลูกค้าครับ... มีเพียงคนที่พร้อมจะซื้อสินค้าของเราเท่านั้นแหละครับที่จะช่วยเราได้... ช่วง​ 2-3​ปีแรกนั้นเป็นช่วงที่เราต้องคลำหาไปอย่างไม่รู้ทิศทาง​ ไม่รู้ว่าจะหาลูกค้าอย่างไร... ไม่ว่าจะทางอินเตอร์เน็ต​ ทางหนังสือ​directory  ต่างๆ... พยายามติดต่อ​  พยายามเข้าพบ... กว่าจะได้ลูกค้ามานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย.. ช่วงนั้นเริ่มทำ​ website. ง่ายๆ...​  ก็ถือว่าได้ลูกค้ามาหลายรายจากสื่อนี้​ เพราะลูกค้าที่มาหาเราแสดงว่าเค้าต้องการจะซื้ออยู่แล้ว

พอเราได้ลูกค้าใหม่มา  เราก็เน้นเจาะลูกค้าที่ต้องการสินค้าประเภทเดียวกันคนอื่น.. เพราะการที่มีลูกค้าคนแรกๆ​ มาซื้อเราแสดงว่าสินค้าของเราตอบโจทย์กับลูกค้า​segment.นี้​  ดังนั้นหากหาลูกค้ากลุ่มที่ใกล้เคียงก็จะเพิ่มโอกาสในการขายได้​  ด้วยวิธีนี้​ ทางผมได้ค่อยๆ​สร้างฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นไปทีละกลุ่ม​ ทีละก้าว​

สินค้าบางอย่างเราต้องขายแบบเจาะกลุ่ม​ บางครั้งใช้เวลา​ 1-2-3​ปี​ กว่าจะสามารถแทรกตัวเข้าสู่กลุ่มลูกค้าได้...   สิ่งสำคัญอีกประการนึงคือ​ เวลาที่ใช้ในการติดต่อไม่ว่าลูกค้ารายเล็กหรือรายใหญ่นั้น​ ใช้แทบจะเท่ากัน.. ในช่วงเริ่มแรก​ควรพยายามหาลูกค้ารายใหญ่ไว้ก่อน​ หนึ่งเพื่อสร้าง​economy of scale.  สองเพื่ิอสร้าง​reference. สามเพราะเรามีกำลังติดต่อได้ไม่เยอะ

หน่วยงานรัฐ​ ก็จะมีการให้ความช่วยเหลือ​ด้านต่างๆ ผมเคยสมัครไปหลายครั้ง.. ทุกครั้งผมจะเลือกด้านการตลาด... ไม่ว่าจะกี่ครั้ง​ พอหน่วยงานรัฐส่งอาจารย์มาให้คำปรึกษา... อาจารย์เหล่านั้นไม่สามารถช่วยท่านได้จริงหรอกครับ.. เค้าเพียงต้องการมาทำรายงานและนำไปเบิกเงินค่าเบี้ยเลี้ยงเท่านั้น... ผมทดลองไป​ 3-4​ ครั้ง... สุดท้ายคุณเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์...  จึงอยากจะบอกทางรัฐ​  ว่า.. อย่าไปทำโครงการให้คำปรึกษาพวกนี้เลยครับ... มันเปล่าประโยชน์.. มันมีประโยชน์กับพวกที่ปรึกษา​ ที่ได้นับเงินสนับสนุนจากทางรัฐเท่านั้น

โครงการอีกประเภท​คือ​ การนำไปบุกตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน...อันนี้โอเคนะครับ...ค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก​ นำไปพบออกงานค่อนข้างโอเค... แต่ปัญหาคือ... คนที่ได้ไปจะหน้าเดิมๆ... มีการจองกันเต็มด้วยบริษัทหน้าเก่าๆ...  จริงๆ​ควรมีการเปิดโอกาสให้บริษัทอื่นๆ​ ได้ไปบ้าง...

จะเห็นได้เลยครับว่า... การที่ภาครัฐสนับสนุน​ ผู้ประกอบการ.. บางอย่างดี​ บางอย่างก็ไม่เกิดประโยชน์จริง...   สิ่งที่พอจะเป็นประโยชน์ที่สุดคือการเปิดโอกาสให้เราได้พบลูกค้าจริงๆ...

......................
ด้วยเหตุนี้​ จึงอยากนำเสนอ​ หวังว่าภาครัฐจะออกนโยบาย
1.) สนับสนุนให้มีการจัดงานแสดงสินค้าโดยทำการโปรโมต​ เน้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน​ ที่บริษัท​ smeไทย​ยังพอมีศักยภาพในการแข่งขัน​  โดยอาจช่วยในการ​ subsidize.ค่าออกบูท​.. เน้นจัดที่ประเทศไทยนี่แหละครับ... SME. ไทยจะได้เข้าร่วมกันเยอะๆ...   แต่ต้องทำการโปรโมทไปยังประเทศเพื่อนบ้านดึงคนเข้ามาดูงานให้ได้...       บางประเทศเช่นไตหวัน​ หรือเกาหลีใต้​  ถึงกับออกค่าตั๋วเครื่องบิน​ พร้อมค่าโรงแรม​ ให้เราบินไปดูงานเลยด้วยซ้ำ...     ของเราไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกครับ... แค่เพิ่ม​ benefit.และส่งเสริมกลุ่มเป้าหมายเข้ามาดูงานก็เยี่ยมมากๆแล้ว

2.) สินค้าที่มีมาตรฐานบังคับ... พวกสินค้าที่ต้องมี​ มอก.ต่างๆ.. นอกจากผลักดันให้มีการบังคับใช้ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นแล้ว... เราควรผลักดันให้มาตรฐาน​ มอก.ของเราเป็น​ bench mark. ในตลาดเพื่อนบ้าน.. โดยการพยายามประสานงานกับหน่วยงานประเทศอื่น​ เพื่อให้มาตรฐานของเราสามารถทำการ​ cross ref. กับประเทศเพื่อนบ้านได้... ให้ดีหละก็​ ควรผลักดันให้ประเทศเพื่อนบ้านออกการกำกับสินค้า​ มอก.ให้มีข้อกำหนดเดียวกับเราเลยยิ่งดี...

.......
วันหลังมาต่อครับ... อยากกล่าวถึงอุปสรรคเกี่ยวกับช่องทางจำหน่ายสินค้า​ ในประเทศในปัจจุบัน​ ว่า​อยากให้ทำอย่างไรถึงจะคลายล๊อคการผูกขาดช่องทางจำหน่ายผ่านสารพัด​โดยโมเดริน์เทรด... ทำอย่างไรถึงเปิดโอกาสและสร้างการแข้งขันในเวทีทื่เปิดกว้าง
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่