เรื่องของเรื่องคือ จขก. เพิ่งจะเรียนจบมารับปริญญามาเมื่อปลายปีค่ะ ก่อนรับปริญญาเราจบช้าเพราะติดปริญญานิพนธ์ ระหว่างที่สอบจบ รอรับปริญญาจขก.ได้ไปเรียนภาษาเพิ่ม แล้วก็หางานทำไปเรื่อยๆไปทำที่แรกรับเข้าในตำแหน่ง Marketing IT พอเราเข้าไปทำกลายเป็นเซลล์จขก.ทำได้ 3 วันเลยออกแล้วก็หางานใหม่ระหว่างนี่ยังคงเรียนภาษาโดยใช้เงินของที่บ้านแล้วเราก็หางานทำไปด้วย แต่งานหายากจนเราคิดว่าจะกลับไปอยู่ตจว. จนไปได้งานชั่วคราวของราชการทำอยู่ 2 เดือน พอจบโครงการไม่มีโครงการต่อจากรัฐบาลเราเลยต้องหางานใหม่เรามาได้งานทำที่กทม. เงินเดือนขั้นพื้นฐานแต่งานนี่เราไม่ชอบบวกเราไปไม่ไหว บวกกับค่าครองชีพเดินทางค่าอาหารที่ทำจนไม่เหลืออะไร จขก.เลยทำ 1 เดือนแล้วก็ออก เลยตัดสินใจกลับมาตจว. หลังจากช่วงรับปริญญาได้งานสอนอัตราจ้าง ณ โรงเรียนแห่งหนึ่งเงินเดือน 9k บวกกับต้องนั่งรถไปสอนอีกจังหวัดจขก.ก็ทำไปได้สักอาทิตย์ก็รู้สึกว่าไม่เหลือเก็บอะไรเลยไม่พอค่าใช้จ่ายเลยออกมาหางานทำที่บ้าน แล้วทางบ้านจขก.ก็บอกว่า เรานั้นเหยาะแหยะ เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ทำไรไม่ทน เป็นคนโลเล ตอนนี้จขก.ได้ลูกจ้างราชการอยู่ที่หนึ่งแต่รู้สึกว่างานมันล้นมากสังคมก็แย่ จนท้อแท้จะลาออกก็ไม่กล้า จนไม่รู้ว่าทุกวันนี้จะประกอบอาชีพอะไร อยากได้คำแนะนำเผื่อใครที่เคยมีประสบการณ์แบบนี้บ้างไหมคะ อยากได้คำแนะนำบ้างค่ะ ตอนนี้ท้อแท้มากค่ะ
ไปไหนไม่รอด เพราะอะไร