#ผมมองในมุมของเด็กอายุ 20 ที่ยังเรียนอยู่นะ
เพราะระบบการศึกษาแบบเก่า สอนให้คนเป็นลูกจ้างมากกว่านายตัวเองครับ เด็กทุกคนเกิดมามีต้นทุนชีวิต...ประสบการณ์ ตลอดจนสิ่งเเวดล้อมรอบๆตัวที่เลี่ยงดูมาไม่เหมือนกัน
แต่ รร.กลับตีค่าของเด็กด้วยการให้พวกเค้าทำข้อสอบในแบบเดียวกัน แล้วตัดสินพวกเค้าด้วยตัวเลขในแบบเดียวกัน
ผมมองว่าการศึกษาไทยมีมุมมองที่ยึดติดกับสิ่งเดิมๆมากจนเกินไป มันเลยทำให้เด็กหลายๆคนมองไม่เห็นถึงเป้าหมายในชีวิตตัวเอง เพราะเด็กอย่างพวกผมใช้เวลาเรียนกว่า 16 ปี จบมาก็เรียนต่อมหาลัย เรียนๆๆๆ
จนจบปริญญา...เเต่พอผมคำถามคำเดียวสั้นๆกับพี่ๆที่เพิ่งจบหลายๆคน...พวกเค้ากลับตอบไม่ได้
พี่เรียนไปเพื่ออะไรและทำไม...???
แล้วเป้าหมายในชีวิตพี่คืออะไร..???
หลายคนตอบไม่ได้ครับ...เพราะเค้าไม่ชัดเจนในเป้าหมายของตัวเองไง.. มันไม่ใช่ความผิดเค้าเเต่เป็นระบบการศึกษาแบบเก่านั่นเเหละ
จริงอยู่ที่ว่ามันขึ้นอยู่กับตัวคนเเต่ละคน แต่อย่าลืมนะครับ ว่าปัจจัยภายนอกหรือสิ่งเเวดล้อมก็มีผล มันหล่อหลอมให้คุณเป็นคุณในวันนี้. อยู่กับคนแบบไหนเราก็จะเป็นคนแบบนั้น
มันขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณใส่เข้าไปในหัวของคุณนั่นเเหละ เพราะสิ่งที่อยู่ในหัวคุณ มันจะเป็นตัวกำหนด สิ่งที่จะอยู่ในมือของคุณครับ
ตั้งใจเรียน ให้เกรดดีๆ จบมาจะได้มีงานดีๆทำ แค่คำพูดก็บอกอยู่ละ (ลูกจ้าง)
ความหมายที่แท้จริงของการเรียน ในมุมมองผมมันคือการที่เราได้ค้นพบกับศักยภาพในตัวเอง ว่าชอบอะไร อยากจะทำอะไร อยากจะมีชีวิตเเบบไหน...ผมมองว่านี่สำคัญมากๆ ผมเสียเวลาไป 10 กว่าปี เพราะความเชื่อในแบบเดิมๆ มันไม่ได้ทำให้ผมเจอเป้าหมายของตัวเอง
มีคนถามแล้วน้องอยากเป็นอะไร...เมื่อก่อนผมตอบไม่ได้...เพราะไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร..เก่งอะไร..เลยตอบตามมุมมองของคนที่ยึดติดกับค่านิยมเดิมๆ คือ อยากเป็นหมอ อยากเป็นทหาร อยากเป็นนู่นเป็นนี่ บลาๆๆ
ตอบตามเพื่อนบ้างก็มี...คือไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรไง
ใครบอกว่าเรียนจบมาจะได้งานดีๆทำ
ใครบอกว่าได้เกียรตินิยมอันดับ 1 จะหางานได้
มันไม่มีอะไรรับรองหรอกครับยุคนี้
#การเป็นลูกจ้าง ไม่เคยมีอะไรที่มั่นคงครับ
จบสูงแต่ลงทะเบียนคนจนเป็นว่าเล่นเลย..😁😄
งานดีๆบริษัทนึงรับได้แค่กี่คนครับ
และปีนึงมีเด็กจบใหม่กี่คน
และตอนนี้ AI ก็เข้ามาแย่งงานอีก
น่าคิดนะครับ....🤔🤔
ตอนนี้ผมอายุ 20 นี่คือมุมมองที่ผมมองนะ คนอื่นจะคิดยังไงผมไม่รู้...ใช่หรือไม่คุณก็ลองดูภาพรวมในยุคนี้ดูเองครับ 😁😁
Mindset 4.0
เพราะระบบการศึกษาแบบเก่า สอนให้คนเป็นลูกจ้างมากกว่านายตัวเองครับ เด็กทุกคนเกิดมามีต้นทุนชีวิต...ประสบการณ์ ตลอดจนสิ่งเเวดล้อมรอบๆตัวที่เลี่ยงดูมาไม่เหมือนกัน
แต่ รร.กลับตีค่าของเด็กด้วยการให้พวกเค้าทำข้อสอบในแบบเดียวกัน แล้วตัดสินพวกเค้าด้วยตัวเลขในแบบเดียวกัน
ผมมองว่าการศึกษาไทยมีมุมมองที่ยึดติดกับสิ่งเดิมๆมากจนเกินไป มันเลยทำให้เด็กหลายๆคนมองไม่เห็นถึงเป้าหมายในชีวิตตัวเอง เพราะเด็กอย่างพวกผมใช้เวลาเรียนกว่า 16 ปี จบมาก็เรียนต่อมหาลัย เรียนๆๆๆ
จนจบปริญญา...เเต่พอผมคำถามคำเดียวสั้นๆกับพี่ๆที่เพิ่งจบหลายๆคน...พวกเค้ากลับตอบไม่ได้
พี่เรียนไปเพื่ออะไรและทำไม...???
แล้วเป้าหมายในชีวิตพี่คืออะไร..???
หลายคนตอบไม่ได้ครับ...เพราะเค้าไม่ชัดเจนในเป้าหมายของตัวเองไง.. มันไม่ใช่ความผิดเค้าเเต่เป็นระบบการศึกษาแบบเก่านั่นเเหละ
จริงอยู่ที่ว่ามันขึ้นอยู่กับตัวคนเเต่ละคน แต่อย่าลืมนะครับ ว่าปัจจัยภายนอกหรือสิ่งเเวดล้อมก็มีผล มันหล่อหลอมให้คุณเป็นคุณในวันนี้. อยู่กับคนแบบไหนเราก็จะเป็นคนแบบนั้น
มันขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณใส่เข้าไปในหัวของคุณนั่นเเหละ เพราะสิ่งที่อยู่ในหัวคุณ มันจะเป็นตัวกำหนด สิ่งที่จะอยู่ในมือของคุณครับ
ตั้งใจเรียน ให้เกรดดีๆ จบมาจะได้มีงานดีๆทำ แค่คำพูดก็บอกอยู่ละ (ลูกจ้าง)
ความหมายที่แท้จริงของการเรียน ในมุมมองผมมันคือการที่เราได้ค้นพบกับศักยภาพในตัวเอง ว่าชอบอะไร อยากจะทำอะไร อยากจะมีชีวิตเเบบไหน...ผมมองว่านี่สำคัญมากๆ ผมเสียเวลาไป 10 กว่าปี เพราะความเชื่อในแบบเดิมๆ มันไม่ได้ทำให้ผมเจอเป้าหมายของตัวเอง
มีคนถามแล้วน้องอยากเป็นอะไร...เมื่อก่อนผมตอบไม่ได้...เพราะไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร..เก่งอะไร..เลยตอบตามมุมมองของคนที่ยึดติดกับค่านิยมเดิมๆ คือ อยากเป็นหมอ อยากเป็นทหาร อยากเป็นนู่นเป็นนี่ บลาๆๆ
ตอบตามเพื่อนบ้างก็มี...คือไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรไง
ใครบอกว่าเรียนจบมาจะได้งานดีๆทำ
ใครบอกว่าได้เกียรตินิยมอันดับ 1 จะหางานได้
มันไม่มีอะไรรับรองหรอกครับยุคนี้
#การเป็นลูกจ้าง ไม่เคยมีอะไรที่มั่นคงครับ
จบสูงแต่ลงทะเบียนคนจนเป็นว่าเล่นเลย..😁😄
งานดีๆบริษัทนึงรับได้แค่กี่คนครับ
และปีนึงมีเด็กจบใหม่กี่คน
และตอนนี้ AI ก็เข้ามาแย่งงานอีก
น่าคิดนะครับ....🤔🤔
ตอนนี้ผมอายุ 20 นี่คือมุมมองที่ผมมองนะ คนอื่นจะคิดยังไงผมไม่รู้...ใช่หรือไม่คุณก็ลองดูภาพรวมในยุคนี้ดูเองครับ 😁😁