เป็นกระทู้แรกเลย หลังจากตามอ่าน Pantip มานาน โดยเฉพาะเรื่องท่องเที่ยว วันนี้ขอมาแชร์ประสบการณ์ดีๆที่เกิดขึ้นกับตัวเองเมื่อปลายปีที่แล้วค่ะ
เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา เราได้เข้ารับการผ่าตัดส่องกล้องหัวไหล่ ที่ โรงพยาบาลรามาธิบดี ด้วยประสบการณ์ที่ประทับใจอย่างมากและทำให้มุมมองในชีวิตเปลี่ยนไป
3 things that changed my mindset
1. Work with Passion, responsibility, or heart
รพ รัฐบาล บุคลากรของรัฐ ไม่ได้แย่เหมือนภาพที่เราคิดไว้แม้แต่น้อย แพทย์และพยาบาลที่ รพ. รามา ดูแลดีมาก ทุกคนทำงานหนัก ทำงานแข่งกับเวลา แต่ทั้งแพทย์และพยาบาลที่ดูแลเราก็ทำให้เรารู้สึกว่า ทุกคนทำงานด้วยความรับผิดชอบ และได้มอบรอยยิ้มที่มาจากหัวใจให้เราเสมอ
พยาบาลหลายคนที่เราคุยด้วย บอกว่าเหนื่อยมากค่ะอาชีพนี้ ถ้าย้อนกลับไปก็ไม่อยากเรียน ไม่อยากทำ แต่ทุกคนก็ไม่เคยแสดงอาการให้เรารับรู้ได้เลยว่าพวกเค้าไม่ชอบอาชีพนี้ นับถือทุกคนมากค่ะ อาจจะไม่ได้มี passion ในอาชีพ แต่ทำงาน ด้วย responsibility and heart อย่างน่าทึ่งมาก
2. Good doctors understand responsibility better than privilege and practice accountability better than business เราเพิ่งมั่นใจว่าคำกล่าวนี้มีอยู่จริง แพทย์ที่ดีมีจรรยาบรรณยังมีอยู่ ทำให้เราได้พบคุณค่าและความหมายของการมีชีวิตอยู่ ชีวิตที่อยู่เพื่อเป็นผู้ให้ ชีวิตที่เป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ
3. Take a moment to appreciate people in your life เราโตจนเข้าใจว่า ถ้าใครทำดี เราจะเอ่ยปากชมและให้กำลังใจ และเราเรียนรู้ว่ามันคุ้มค่ามาก ถึงแม้เค้าจะไม่แสดงออกอย่างชัดเจน แต่เรารู้ว่าเค้าจะมีกำลังใจทำดีต่อไปแน่นอน เหมือนที่มีคนกล่าวไว้ว่า เราอาจเจอกันเพียงระยะเวลาสั้นๆ หรือยืดยาวก็ตาม ไม่มีใครรู้ แต่สิ่งที่เราพอจะทำได้คือ เป็นความทรงจำที่ดีของกันและกัน
ตั้งแต่ทราบว่าตัวเองต้องผ่าตัด เนื่องจากเป็นคนขี้กลัวมาก ก็ทำให้ภายใน 1 สัปดาห์ น้ำหนักลดลงไป 1.5 kg. คิดกังวล และศึกษาทุกวิถีทางที่จะทำให้การผ่าตัดครั้งนี้ผ่านไปด้วยดี
ตอนนี้ผ่านไป 6 สัปดาห์ แล้ว เราฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีอาการข้างเคียงที่น่าเป็นห่วง ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณอาจารย์แพทย์ที่ดูแลเราอย่างดี และฝีมือการผ่าตัดที่ดีมากๆ เราแทบไม่มีอาการปวด หรือเจ็บหลังผ่าตัดเลย มีการปวดบ้างแต่เป็นการปวดที่เข้าใจได้ คล้ายกับปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายหนักๆเท่านั้น แผลผ่าตัดก็สวยงาม ตอนก่อนผ่าเคยคิดไว้ว่าจะบอกหมอว่า หมอคะหมอมี mission 3 ข้อ นะคะ คือ 1.ผ่าให้เราปลอดภัย 2.ให้เราฟื้นตัวเร็วและเจ็บน้อยที่สุด 3.ให้แผลสวยไม่เป็นแผลเป็น แต่เอาจริงๆไม่กล้าบอกหมออ่ะ แต่สุดท้ายหมอก็ทำทุกสิ่งได้อย่างที่หวังไว้เลยค่ะ "ขอบคุณหมอนะคะ"
ไม่น่าเชื่อว่า ตลอดเวลาที่เราได้ admit ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีแผนก premium นั้น เราได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดี ทั้งการบริการและน้ำใจ รวมถีงความเป็นมิตรของบุคลลากรทุกคนที่นั่น
กิริยามารยาทที่ดีมาก ดีแบบน่ารัก คือไม่ได้มารยาทดีแบบไร้ชีวิตจิตใจ มีการพูดคุยกับเรา หัวเราะไปกับเรา เข้าใจปฏิกิริยาผู้ป่วยแบบเรา และเข้าใจความกังวลของเราทุกเรื่องได้อย่างไม่น่าเชื่อ
• ตั้งแต่พยาบาลที่ห้องเตรียมการผ่าตัด น้องบอกว่า ขอให้พี่ไม่เจ็บและปลอดภัยนะคะ
• คุณหมอวิสัญญีท่านแรกที่เขียนโน้ตอย่างละเอียดว่า เรากลัวเข็มมากแค่ไหน พร้อมขีดเส้นใต้ย้ำไว้ให้
• พยาบาลที่วอร์ด 7-6 (วอร์ด 5 เดิม) ที่เข้าใจเรา พยาบาลที่นี่ทุกคนดูแลเราอย่างดีมากถึงมากที่สุด และเป็นการบริการที่เราส้มผัสได้ว่าเค้าเข้าใจจิตใจของเราซึ่งเป็นผู้ป่วยที่กลัวเจ็บมาก ทุก solution ที่จะทำให้เราสบายใจ น้องๆในวอร์ดใส่ใจและหาทุกวิธีที่จะทำให้เราสบายใจ และเจ็บน้อยที่สุด ไม่นับรวมถึงการช่วยเหลือในเรื่องส่วนตัวต่างๆในขณะที่เรายังช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้ พี่ยอมใจน้องมาก นับถือหัวใจน้องๆทุกคน นี่พวกน้องจบจิตวิทยาขั้นเทพมาหรือไงนะ ขนาดเจาะน้ำเกลือนี่ก็กลัวจนแบบ น้องขามาเจาะตอนใกล้ๆจะเข้าห้องผ่าตัดได้ไหมคะ น้องเค้าก็ตามใจ พอจะเจาะบอกว่ากลัวเข็ม น้องเค้าก็พยายามหายาชามาทานวดที่มือให้ก่อน คือ ตอนนั้นก็งงๆ ไม่คิดว่าจะช่วยได้ แต่รู้สึกอิ่มใจว่าน้องเค้าช่างพยายามทุกทางที่จะทำให้เราสบายใจ ตอนเจาะก็ถามตลอดว่าเจ็บไหมคะ ก็เจ็บนะคะน้อง แต่ว่าพี่ทนได้ และพี่ยอมใจน้องมาก
• คุณหมอวิสัญญีที่ทำหน้าที่ในวันผ่าตัด ที่เดินมาคุยไปด้วยกันระหว่างที่พยาบาลเข็นเตียงเราไปห้องผ่าตัด เม้ามอยกันสนุกสนาน เรารู้สึกสบายใจจนกระทั่งหลับไป
• และสุดท้าย คุณหมอเจ้าของไข้ที่ผ่าตัดให้เรา หมอดูแล ใส่ใจ และแสดงความเป็นห่วง ทำให้เรามีความมั่นใจขึ้นมาก วันผ่าตัดช่วงเย็นๆ คุณหมอมาเยี่ยมที่ห้อง เคาะประตูแล้วก็เดินยิ้มเข้ามาเลย มาพูดคุย แล้วก็ตรวจอาการที่แขนอีกครั้ง ก่อนไป คุณหมอบอกว่า อาจจะได้ผ่าเร็วกว่าสองทุ่มนะคะ แล้วก็ยิ้มให้อีกครั้ง เอาจริงๆ คือไม่คิดว่าคุณหมอจะมีเวลามาหาก่อนผ่าตัด เพราะทราบมาว่าคุณหมอจะไปเจอคนไข้ในห้องผ่าตัด ตอนเราสลบไปแล้ว แต่การมาหาของคุณหมอทำให้ผู้ป่วยอุ่นใจมากค่ะ หรือการที่คุณหมออุตส่าห์แวะมาเยี่ยมในวันหยุด (วันพ่อ) เกรงใจมากค่ะหมอ
ขอบคุณอาจารย์แพทย์และพยาบาลทุกท่านที่ โรงพยาบาลรามาธิบดี จากใจนะคะ ที่นอกจะทำให้เรา ผ่านการผ่าตัดมาด้วยความปลอดภัย ยังทำให้เรามีมุมมองชีวิตใหม่ เห็นอีกโลกนึงที่ไม่เคยเห็น และเห็นโอกาสที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อคนอื่นๆค่ะ
ส่วนอาการหัวไหล่ตอนนี้ ไหล่ยกได้สุดไปตั้งแต่ประมาณสัปดาห์ที่สาม และตอนนี้แทบเป็นปกติแล้วค่ะ เหลือรอยแผลผ่าตัดไว้เป็นเส้นเล็กๆ 3 เส้น เนื่องจากมีการผ่า 3 จุด เท่านั้น และเราก็ออกกำลังกายตามที่หมอและนักกายภาพแนะนำโดยสม่ำเสมอค่ะ
ผ่าตัดกับโรงพยาบาลรัฐบาล ไม่ได้แย่อย่างที่คิด
เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา เราได้เข้ารับการผ่าตัดส่องกล้องหัวไหล่ ที่ โรงพยาบาลรามาธิบดี ด้วยประสบการณ์ที่ประทับใจอย่างมากและทำให้มุมมองในชีวิตเปลี่ยนไป
3 things that changed my mindset
1. Work with Passion, responsibility, or heart
รพ รัฐบาล บุคลากรของรัฐ ไม่ได้แย่เหมือนภาพที่เราคิดไว้แม้แต่น้อย แพทย์และพยาบาลที่ รพ. รามา ดูแลดีมาก ทุกคนทำงานหนัก ทำงานแข่งกับเวลา แต่ทั้งแพทย์และพยาบาลที่ดูแลเราก็ทำให้เรารู้สึกว่า ทุกคนทำงานด้วยความรับผิดชอบ และได้มอบรอยยิ้มที่มาจากหัวใจให้เราเสมอ
พยาบาลหลายคนที่เราคุยด้วย บอกว่าเหนื่อยมากค่ะอาชีพนี้ ถ้าย้อนกลับไปก็ไม่อยากเรียน ไม่อยากทำ แต่ทุกคนก็ไม่เคยแสดงอาการให้เรารับรู้ได้เลยว่าพวกเค้าไม่ชอบอาชีพนี้ นับถือทุกคนมากค่ะ อาจจะไม่ได้มี passion ในอาชีพ แต่ทำงาน ด้วย responsibility and heart อย่างน่าทึ่งมาก
2. Good doctors understand responsibility better than privilege and practice accountability better than business เราเพิ่งมั่นใจว่าคำกล่าวนี้มีอยู่จริง แพทย์ที่ดีมีจรรยาบรรณยังมีอยู่ ทำให้เราได้พบคุณค่าและความหมายของการมีชีวิตอยู่ ชีวิตที่อยู่เพื่อเป็นผู้ให้ ชีวิตที่เป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ
3. Take a moment to appreciate people in your life เราโตจนเข้าใจว่า ถ้าใครทำดี เราจะเอ่ยปากชมและให้กำลังใจ และเราเรียนรู้ว่ามันคุ้มค่ามาก ถึงแม้เค้าจะไม่แสดงออกอย่างชัดเจน แต่เรารู้ว่าเค้าจะมีกำลังใจทำดีต่อไปแน่นอน เหมือนที่มีคนกล่าวไว้ว่า เราอาจเจอกันเพียงระยะเวลาสั้นๆ หรือยืดยาวก็ตาม ไม่มีใครรู้ แต่สิ่งที่เราพอจะทำได้คือ เป็นความทรงจำที่ดีของกันและกัน
ตั้งแต่ทราบว่าตัวเองต้องผ่าตัด เนื่องจากเป็นคนขี้กลัวมาก ก็ทำให้ภายใน 1 สัปดาห์ น้ำหนักลดลงไป 1.5 kg. คิดกังวล และศึกษาทุกวิถีทางที่จะทำให้การผ่าตัดครั้งนี้ผ่านไปด้วยดี
ตอนนี้ผ่านไป 6 สัปดาห์ แล้ว เราฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีอาการข้างเคียงที่น่าเป็นห่วง ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณอาจารย์แพทย์ที่ดูแลเราอย่างดี และฝีมือการผ่าตัดที่ดีมากๆ เราแทบไม่มีอาการปวด หรือเจ็บหลังผ่าตัดเลย มีการปวดบ้างแต่เป็นการปวดที่เข้าใจได้ คล้ายกับปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายหนักๆเท่านั้น แผลผ่าตัดก็สวยงาม ตอนก่อนผ่าเคยคิดไว้ว่าจะบอกหมอว่า หมอคะหมอมี mission 3 ข้อ นะคะ คือ 1.ผ่าให้เราปลอดภัย 2.ให้เราฟื้นตัวเร็วและเจ็บน้อยที่สุด 3.ให้แผลสวยไม่เป็นแผลเป็น แต่เอาจริงๆไม่กล้าบอกหมออ่ะ แต่สุดท้ายหมอก็ทำทุกสิ่งได้อย่างที่หวังไว้เลยค่ะ "ขอบคุณหมอนะคะ"
ไม่น่าเชื่อว่า ตลอดเวลาที่เราได้ admit ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีแผนก premium นั้น เราได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดี ทั้งการบริการและน้ำใจ รวมถีงความเป็นมิตรของบุคลลากรทุกคนที่นั่น
กิริยามารยาทที่ดีมาก ดีแบบน่ารัก คือไม่ได้มารยาทดีแบบไร้ชีวิตจิตใจ มีการพูดคุยกับเรา หัวเราะไปกับเรา เข้าใจปฏิกิริยาผู้ป่วยแบบเรา และเข้าใจความกังวลของเราทุกเรื่องได้อย่างไม่น่าเชื่อ
• ตั้งแต่พยาบาลที่ห้องเตรียมการผ่าตัด น้องบอกว่า ขอให้พี่ไม่เจ็บและปลอดภัยนะคะ
• คุณหมอวิสัญญีท่านแรกที่เขียนโน้ตอย่างละเอียดว่า เรากลัวเข็มมากแค่ไหน พร้อมขีดเส้นใต้ย้ำไว้ให้
• พยาบาลที่วอร์ด 7-6 (วอร์ด 5 เดิม) ที่เข้าใจเรา พยาบาลที่นี่ทุกคนดูแลเราอย่างดีมากถึงมากที่สุด และเป็นการบริการที่เราส้มผัสได้ว่าเค้าเข้าใจจิตใจของเราซึ่งเป็นผู้ป่วยที่กลัวเจ็บมาก ทุก solution ที่จะทำให้เราสบายใจ น้องๆในวอร์ดใส่ใจและหาทุกวิธีที่จะทำให้เราสบายใจ และเจ็บน้อยที่สุด ไม่นับรวมถึงการช่วยเหลือในเรื่องส่วนตัวต่างๆในขณะที่เรายังช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้ พี่ยอมใจน้องมาก นับถือหัวใจน้องๆทุกคน นี่พวกน้องจบจิตวิทยาขั้นเทพมาหรือไงนะ ขนาดเจาะน้ำเกลือนี่ก็กลัวจนแบบ น้องขามาเจาะตอนใกล้ๆจะเข้าห้องผ่าตัดได้ไหมคะ น้องเค้าก็ตามใจ พอจะเจาะบอกว่ากลัวเข็ม น้องเค้าก็พยายามหายาชามาทานวดที่มือให้ก่อน คือ ตอนนั้นก็งงๆ ไม่คิดว่าจะช่วยได้ แต่รู้สึกอิ่มใจว่าน้องเค้าช่างพยายามทุกทางที่จะทำให้เราสบายใจ ตอนเจาะก็ถามตลอดว่าเจ็บไหมคะ ก็เจ็บนะคะน้อง แต่ว่าพี่ทนได้ และพี่ยอมใจน้องมาก
• คุณหมอวิสัญญีที่ทำหน้าที่ในวันผ่าตัด ที่เดินมาคุยไปด้วยกันระหว่างที่พยาบาลเข็นเตียงเราไปห้องผ่าตัด เม้ามอยกันสนุกสนาน เรารู้สึกสบายใจจนกระทั่งหลับไป
• และสุดท้าย คุณหมอเจ้าของไข้ที่ผ่าตัดให้เรา หมอดูแล ใส่ใจ และแสดงความเป็นห่วง ทำให้เรามีความมั่นใจขึ้นมาก วันผ่าตัดช่วงเย็นๆ คุณหมอมาเยี่ยมที่ห้อง เคาะประตูแล้วก็เดินยิ้มเข้ามาเลย มาพูดคุย แล้วก็ตรวจอาการที่แขนอีกครั้ง ก่อนไป คุณหมอบอกว่า อาจจะได้ผ่าเร็วกว่าสองทุ่มนะคะ แล้วก็ยิ้มให้อีกครั้ง เอาจริงๆ คือไม่คิดว่าคุณหมอจะมีเวลามาหาก่อนผ่าตัด เพราะทราบมาว่าคุณหมอจะไปเจอคนไข้ในห้องผ่าตัด ตอนเราสลบไปแล้ว แต่การมาหาของคุณหมอทำให้ผู้ป่วยอุ่นใจมากค่ะ หรือการที่คุณหมออุตส่าห์แวะมาเยี่ยมในวันหยุด (วันพ่อ) เกรงใจมากค่ะหมอ
ขอบคุณอาจารย์แพทย์และพยาบาลทุกท่านที่ โรงพยาบาลรามาธิบดี จากใจนะคะ ที่นอกจะทำให้เรา ผ่านการผ่าตัดมาด้วยความปลอดภัย ยังทำให้เรามีมุมมองชีวิตใหม่ เห็นอีกโลกนึงที่ไม่เคยเห็น และเห็นโอกาสที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อคนอื่นๆค่ะ
ส่วนอาการหัวไหล่ตอนนี้ ไหล่ยกได้สุดไปตั้งแต่ประมาณสัปดาห์ที่สาม และตอนนี้แทบเป็นปกติแล้วค่ะ เหลือรอยแผลผ่าตัดไว้เป็นเส้นเล็กๆ 3 เส้น เนื่องจากมีการผ่า 3 จุด เท่านั้น และเราก็ออกกำลังกายตามที่หมอและนักกายภาพแนะนำโดยสม่ำเสมอค่ะ